Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
9 ก.ย. เวลา 11:54 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 111 ความล่มสลายของบอสเนีย (ค.ศ. 1463): ความผิดพลาดของผู้นำเป่าอาณาจักรให้หายไปในพริบตา
🟥 ในปี ค.ศ. 1463 อาณาจักรบอสเนีย (Kingdom of Bosnia) ซึ่งเป็นหนึ่งในปราการสำคัญของยุโรปกลางได้ล่มสลายลงอย่างรวดเร็วภายใต้การนำของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 แห่งจักรวรรดิออตโตมัน โดยโจทก์ไม่ใช่ใครที่ไหน สเตฟาน โทมาเชวิช ผู้กระเซอะกระเซิงจากเซอร์เบียในตอนที่แล้วนั้นเอง
🟥 หลังจากหนีตายจากเซอร์เบียกลับมาที่บอสเนียในปี 1459 การกลับมาตัวเปล่าพร้อมกับความพ่ายแพ้ยับเยินที่เซอร์เบีย ทำให้เครดิตทางการเมืองของเขาในราชสำนักบอสเนียตกต่ำลงมาก
🟥 ช่วงเวลานี้บิดาของพระองค์ (กษัตริย์โทมัส) พยายามดำเนินนโยบายเอาใจทั้งสองฝ่าย ทั้งยังคงจ่ายส่วยให้ออตโตมันเพื่อซื้อเวลา และหันไปกวาดล้างพวกนอกรีตในประเทศเพื่อเอาใจสมเด็จพระสันตะปาปา หวังพึ่งพากองทัพจากยุโรปตะวันตก
🟥 จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อกษัตริย์สเตฟาน โทมัส พระบิดาสวรรคตลง สเตฟานได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งบอสเนียในปี 1461 แต่แทนที่เขาจะเรียนรู้จากความผิดพลาด เขากลับเดินหมากตาเดิมที่นำพาอาณาจักรไปสู่ความพินาศในเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี
🟩 การเดิมพันที่ผิดพลาดของกษัตริย์ (1461–1462)
🔹 เมื่อขึ้นครองราชย์สเตฟานรู้ว่าเมห์เหม็ดต้องหมายหัวเขาแน่ๆ เขาจึงพยายามหา "เกราะคุ้มกัน" โดยหันไปหาชาติตะวันตกอีกครั้ง
🔹พระองค์ขอร้องให้สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ส่งมงกุฎมาให้เพื่อรับรองสถานะกษัตริย์คาทอลิก ซึ่งพระสันตะปาปาก็ส่งมาให้จริงๆด้วยความฮึกเหิมที่คิดว่าวาติกันและฮังการีหนุนหลัง พระองค์พยายามกอบกู้สถานะทางการเมืองด้วยการ "งดจ่ายเครื่องราชบรรณาการ" ให้แก่ออตโตมัน
🔹พระองค์คาดหวังว่าการตัดสินใจที่แข็งกร้าวนี้จะได้รับการสนับสนุนทางการทหารจากสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 และกษัตริย์มัทธิอัส คอร์วินุสแห่งฮังการี แต่ในความเป็นจริงชาติมหาอำนาจในยุโรปกำลังติดหล่มกับปัญหาการเมืองภายในจึงไม่มีชาติใดพร้อมจะส่งกำลังพลมาช่วยบอสเนียอย่างจริงจัง
🔹 สำหรับเมห์เหม็ดที่ 2 นี้คือเหตุแห่งสงครามชั้นเลิศ (Casus belli) การมีกษัตริย์ที่รัฐอยู่ติดชายแดนไปขอการรับรองจากโป๊ปแถมยังเบี้ยวหนีหนี้คือการท้าทายที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด
🟨 ความเปราะบางและแตกแยกภายใน
🔸 ก่อนที่ออตโตมันจะเริ่มการบุกอาณาจักรบอสเนียตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแออย่างหนักจากวิกฤตความขัดแย้งทางศาสนาเพื่อแลกกับความชอบธรรม คริสตจักรคาทอลิกได้กดดันให้รัฐบาลบอสเนียกวาดล้างกลุ่มคริสเตียนนิกายท้องถิ่น (Bosnian Church) อย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกถูกทอดทิ้งและเกลียดชังรัฐบาลของตนเอง
🔸 เมื่อกองทัพออตโตมันยาตราทัพเข้ามาประชาชนและขุนนางท้องถิ่นหลายคนจึงเลือกที่จะยอมจำนนและเปิดประตูเมืองให้โดยไม่ทำการต่อต้าน เนื่องจากประเมินว่าการอยู่ภายใต้กฎหมายออตโตมันอาจได้รับสิทธิเสรีภาพทางศาสนามากกว่าการถูกบังคับโดยผู้ปกครองคาทอลิก
🟪 กลลวงและสงครามสายฟ้าแลบ (พฤษภาคม 1463)
🔹 ในฤดูใบไม้ผลิปี 1463 เมห์เหม็ดที่ 2 นำกองทัพหลวงข้ามพรมแดนเข้าสู่บอสเนียด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย
🔹 เป้าหมายแรกคือป้อมปราการ โบโบวัช (Bobovac) ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงและป้อมที่แข็งแกร่งที่สุดบนยอดเขา แต่ป้อมแห่งนี้กลับแตกพ่ายภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน (นักประวัติศาสตร์หลายฝ่ายเชื่อว่าผู้บัญชาการป้อมเปิดประตูยอมจำนนเอง)
🔹 การสูญเสียโบโบวัชอย่างรวดเร็วทำให้อาณาจักรสูญเสียศูนย์กลางการป้องกันทั้งหมด กองทัพบอสเนียแตกพ่ายและขาดการบังคับบัญชาที่ชัดเจน
🔹 เมื่อป้อมอดีตเมืองหลวงแตกสเตฟาน โทมาเชวิช พยายามหลบหนีไปตั้งหลักที่เมืองป้อมปราการคลูช (Ključ) แต่ถูกกองทหารม้าแนวหน้าของออตโตมัน นำโดย มะห์มุด ปาชาไล่ตามมาปิดล้อมไว้อย่างรวดเร็ว
🔹 สเตฟานเริ่มรู้ตัวว่าฮังการีจะไม่ส่งทหารมาช่วย (อีกแล้ว) เขาจึงรีบส่งทูตไปกรุงคอสตันตินิเยเพื่อขอเจรจาสงบศึกและยอมจ่ายส่วย 15 ปีล่วงหน้าสเตฟานยอมจำนนโดยมีเงื่อนไขกับ มะห์มุด ปาชา โดยออก "เอกสารรับรองความปลอดภัย" (Ahdname) ให้สเตฟานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหากยอมมอบตัวจะไว้ชีวิตและปล่อยให้ลี้ภัยสเตฟานไม่มีทางเลือกจึงยอมจำนนและเปิดประตูเมือง
🟫คำสัญญาที่ถูกฉีกทิ้ง และจุดจบของอาณาจักร
🔸มาห์มูด ปาชา คุมตัวสเตฟานมาเข้าเฝ้าเมห์เหม็ดที่ 2 ที่เมืองจายเซ (Jajce) แต่เมห์เหม็ดกริ้วมากที่อัครมหาเสนาบดีไปให้สัญญาไว้ชีวิตกบฏโดยไม่ได้รับอนุญาต
🔸เพื่อหาทางออกเมห์เหม็ดที่ 2 จึงเรียกนักปราชญ์ศาสนา (Ali al-Qushji หรือ Ali Bestami) มาตีความกฎหมายซึ่งนักปราชญ์ได้ออกคำฟัตวา (Fatwa) ว่า
"คำสัญญาที่มอบให้แก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาและละเมิดสนธิสัญญามาก่อน โดยที่องค์สุลต่านมิได้ทรงยินยอมแต่ต้น ถือเป็นโมฆะ"
🔸 เมื่อได้ข้ออ้างทางกฎหมาย เมห์เหม็ดที่ 2 จึงสั่งให้ประหารชีวิต สเตฟาน โทมาเชวิช ทันทีด้วยการตัดหัว (บางแหล่งระบุว่านักปราชญ์ผู้ออกคำฟัตวาเป็นผู้ลงดาบเองด้วยซ้ำ)
🚩บทสรุป บทเรียนของความโอหังแบบไม่รอบคอบ
🟧 หากให้สรุปความผิดพลาดของกษัตริย์ สเตฟาน โทมาเชวิช ก็คือ การประเมินสถานการณ์ภายนอกเกมการเมืองระหว่างประเทศ และการเมืองภายในผิดทั้งหมด การตัดสินใจทั้งหมดของพระองค์ล้วนมุทะลุและขาดความรอบคอบ เมื่อโดมิโน่ตัวแรกล้มตัวต่อไปก็ต้องล้มจนควบคุมไม่ได้
🟧 ความตายของสเตฟานในปี 1463 คือการปิดฉากอาณาจักรบอสเนีย อย่างถาวร ดินแดนทั้งหมดถูกผนวกเป็นของออตโตมัน ขุนนางบอสเนียจำนวนมากถูกประหาร เด็กหนุ่มถูกเกณฑ์เข้ากองทัพเยนิเชรี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเข้ารับศาสนาอิสลามขนานใหญ่ของชาวบอสเนีย ซึ่งกลายมาเป็นรากฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ชาว "บอสนีแอก" (Bosniaks) ในยุโรปจนถึงทุกวันนี้
🚩 หลังบอสเนียถูกกลืนเป็นส่วนหนึ่งของออตโตมัน เมห์เหม็ดยกทัพกลับเมืองหลวงฝ่ายกษัตริย์มัทธิอัส คอร์วินุส ก็เริ่มเคลื่อนไหวกษัตริย์แห่งฮังการีผู้นี้ก็เดินเกมของตัวเองเช่นกัน..
ตอนที่ 🇹🇷 112 "ระบบบาเนต" (The Banate System): แนวป้องกันสุดอัจฉริยะของมัทธิอัส คอร์วินุสกับแรงจูงใจชวนตั้งคำถาม
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
แนวคิด
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย