13 ก.ย. เวลา 00:00 • ธุรกิจ

บทที่ 186 : เงินที่ยังไม่มี — ตัวเลข 120,000 เหรียญวางนิ่งอยู่บนโต๊ะในห้องครัวท่ามกลางวงเงินกู้ที่เหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยว

กระดาษแผ่นหนาถูกปลายดินสอขีดเส้นแบ่งเป็นงวดจ่ายออกเป็นสามช่วง หากแผนค้ำประกันสินทรัพย์กับธนาคารไม่เป็นไปตามที่คิด โรงโม่แห่งนี้จะกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่สูญเสียอำนาจต่อรองโดยสิ้นเชิง
Ethan เอื้อมมือไปหยิบดินสอท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้องครัว ยื่นเอกสารรายละเอียดเครื่องโม่ส่งให้ Clara ที่กำลังขมวดคิ้วจ้องมองงบกระแสเงินสดตรงหน้าด้วยความอึดอัดใจ...
คืนนั้น ตัวเลข 120,000 เหรียญวางอยู่บนโต๊ะครัวราวกับภูเขาก้อนใหญ่ การเจรจาที่สหกรณ์ผ่านพ้นจุดอันตรายมาแล้ว แต่สงครามอีกด้านเพิ่งจะเริ่มต้น เพราะแผนธุรกิจที่ดีจะไร้ค่าทันทีหากไม่มีเงินทุนทำให้มันเกิดขึ้นจริง
Clara นั่งอยู่ปลายโต๊ะไม้ในห้องครัวของโรงงาน Vale Bakery สายตาจับจ้องงบกระแสเงินสดที่ Ethan เพิ่งวางลงตรงหน้า ตัวเลขในเอกสารไม่ได้ซับซ้อน แต่มันหนักพอจะทำให้คนมองรู้สึกอึดอัด
“120,000 เหรียญ...” เธอพึมพำ “Ethan เรามีวงเงินกู้เหลืออยู่แค่ 10,000 เหรียญ กับเงินสำรองอีกประมาณ 20,000 เหรียญ ต่อให้รวมกันก็ยังห่างจากเป้าหมายตั้งเยอะ”
Ethan ดึงกระดาษเปล่ามาแผ่นหนึ่ง ก่อนใช้ดินสอขีดเส้นแบ่งออกเป็นสามช่วง เขาไม่ได้รีบร้อนตอบ เพราะรู้ดีว่าปัญหาทางการเงินหลายครั้งไม่ได้เกิดจากตัวเลขไม่พอ แต่เกิดจากการมองตัวเลขผิดวิธี
“คุณกำลังมองว่าเราต้องมีเงิน 120,000 เหรียญในวันนี้” ปลายดินสอแตะลงบนช่องแรก “แต่ในความเป็นจริง เราไม่ได้จ่ายเงินทั้งหมดในวันเดียว”
Clara ขมวดคิ้วนิดๆ Ethan เริ่มเขียนตัวเลขลงบนกระดาษ: 30,000 / 63,000 / 27,000
“เงินกู้ 10,000 เหรียญกับเงินสำรอง 20,000 เหรียญ คือเงินก้อนแรก” เขาเคาะตัวเลข 30,000 “เงินก้อนนี้ใช้สำหรับมัดจำเครื่องจักร เตรียมพื้นที่ก่อสร้าง และเริ่มงานฐานราก ผู้ผลิตเครื่องโม่ไม่ได้ต้องการเงินทั้งหมดตั้งแต่วันแรก แต่เขาต้องการเงินงวดตามความคืบหน้าของงาน”
Clara ก้มมองกระดาษอย่างตั้งใจ “แล้วเงินระหว่างทางล่ะ”
“กำไรของ Vale Bakery” Ethan ตอบสั้นๆ ก่อนเปิดสมุดบัญชีอีกเล่ม “หลังหักค่าใช้จ่ายและค่างวดเดิมแล้ว เราเหลือกระแสเงินสดประมาณ 15,000 เหรียญต่อเดือนจากโรงงาน และจากหน้าร้านอีกประมาณ 6,000 เหรียญต่อเดือน”
Clara คำนวณในใจ “รวมประมาณ 21,000 เหรียญ”
“ถูกต้อง” Ethan พยักหน้า “ถ้าเราใช้เวลา 3 เดือนระหว่างก่อสร้าง เราจะสร้างกระแสเงินสดได้ประมาณ 63,000 เหรียญ”
เขียนตัวเลขต่อทันที: 30,000 + 63,000 = 93,000
“นั่นทำให้เงินที่เรายังขาดอยู่จริงๆ เหลือประมาณ 27,000 เหรียญ”
ความกังวลของ Clara ลดลงเล็กน้อย แต่ยังไม่หายไป “แล้ว 27,000 เหรียญนั้นจะมาจากไหน”
Ethan ยิ้มบางๆ “นั่นคือส่วนที่สำคัญที่สุด”
เขาหยิบเอกสารรายละเอียดเครื่องโม่ขึ้นมา “เครื่องโม่รุ่นนี้ราคา 55,000 เหรียญ ผมเจรจากับผู้ผลิตเครื่องจักรไว้แล้วว่างวดสุดท้ายจะชำระหลังติดตั้งเสร็จ 90 วัน”
Clara เงยหน้าทันที “เขายอมด้วยเหรอ”
“ไม่ง่ายเลย ผมใช้เวลาคุยอยู่เกือบสองสัปดาห์” Ethan ยื่นจดหมายโต้ตอบให้ดู “ผู้ผลิตเครื่องจักรไม่เชื่อใจคำพูด แต่เขาเชื่อใจตัวเลข เมื่อเขาเห็นผลประกอบการของเรา เขาก็ยอมแบ่งความเสี่ยงบางส่วน”
Clara พยักหน้าช้าๆ สำหรับเธอ การต่อรองเงื่อนไขการชำระเงินแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการหาเงินทุนทางหนึ่ง
Ethan หมุนดินสอในมือ “แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือหลังจากติดตั้งเสร็จ คนส่วนใหญ่มองเครื่องจักรเป็นค่าใช้จ่าย แต่ธนาคารมองเป็นหลักทรัพย์”
Clara ถามต่อ “คุณคิดจะเอาเครื่องจักรไปค้ำประกันใช่ไหม”
“ใช่” Ethan พยักหน้า “ผมคุยกับผู้จัดการธนาคารไว้เบื้องต้นแล้ว ถ้าเครื่องจักรถูกติดตั้งจริง มีใบประเมินมูลค่า และเริ่มสร้างรายได้ ธนาคารมีแนวโน้มปล่อยวงเงินสินเชื่อประมาณ 50% ของมูลค่าสินทรัพย์”
ปลายดินสอเขียนคำนวณต่อ: 55,000 × 50% = 27,500
“27,500 เหรียญ... พอสำหรับปิดงวดสุดท้าย” Clara จ้องตัวเลขนั้นจนเข้าใจแผนการทั้งหมด
“เราไม่ได้จ่ายเงินสดทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่เราใช้ความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ไปดึงเงินทุนจากระบบการเงินมาหมุนเวียน” เขาเอนตัวพิงเก้าอี้ “นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกเครื่องจักรคุณภาพสูง เพราะธนาคารจะไม่ปล่อยกู้ให้เศษเหล็ก”
ความเงียบปกคลุมห้องครัวอยู่ครู่หนึ่ง ตารางตัวเลขตรงหน้าไม่ได้ดูเหมือนกำแพงสูงอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นชุดปัญหาเล็กๆ ที่แก้ได้ทีละขั้น ทว่าเธอยังมีคำถามสุดท้าย “แล้วถ้าธนาคารไม่อนุมัติล่ะ”
Ethan ยิ้มทันทีเหมือนรอคำถามนี้อยู่แล้ว “ถ้าผมมีแผนเดียว ผมคงไม่เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่แรก” เขาหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นมา “แผนสำรองแรกคือใช้กำไรเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองเดือน แผนที่สองคือเจรจายืดงวดสุดท้ายกับผู้ผลิตเครื่องจักรและแผนที่สามคือขายหุ้นส่วนน้อยในโรงโม่ให้พันธมิตรทางธุรกิจ”
Clara เลิกคิ้ว “คุณเตรียมไว้หมดแล้ว?”
“แน่นอน หน้าที่ของผู้บริหารไม่ใช่การหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่คือการ
เตรียมแผนสำรองสำหรับวันที่มันไม่เป็นไปตามแผน”
คำตอบนั้นทำให้ Clara หลุดยิ้มออกมา หลายปีที่ผ่านมาเธอเรียนรู้ว่า Ethan ไม่ได้เก่งเพราะคาดการณ์อนาคตแม่นยำ แต่เขาเก่งเพราะเตรียมรับมือไว้หลายทางต่างหาก ความกังวลเรื่องเงินทุนบรรเทาลง อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็มองเห็นเส้นทางข้างหน้าชัดเจนขึ้น
ขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ Ethan ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา “สวัสดีครับ”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนส่งเสียงคุ้นเคยกลับมา “ผมประธานสหกรณ์กรีนวัลเลย์”
Ethan ตัวตรงทันที “ครับ”
“พวกเราประชุมกรรมการกันแล้ว” ประธานพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ “แต่เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าที่กรรมการสี่คนจะตัดสินใจแทนสมาชิกทั้งหมด ดังนั้นวันจันทร์หน้า เราจะเรียกประชุมสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด และผมคิดว่าคุณควรมานำเสนอแผนนี้ด้วยตัวเอง”
Ethan มองตัวเลข 120,000 เหรียญบนโต๊ะ ปัญหาแรกยังไม่ทันแก้เสร็จ ปัญหาที่สองก็เดินเข้ามาหาเขาแล้ว
“ผมจะไปครับ” เขาตอบโดยไม่ลังเล
หลังวางสาย Clara มองหน้าเขา “ดูเหมือนงานของคุณยังไม่จบนะ”
Ethan หัวเราะเบาๆ “ผมว่าเพิ่งเริ่มต่างหาก” เขาปิดแฟ้มเอกสารช้าๆ การโน้มน้าวกรรมการสี่คนอาจใช้ตัวเลขได้ แต่การโน้มน้าวสมาชิกทั้งสหกรณ์หลายร้อยคนต้องใช้อะไรที่มากกว่านั้น บทต่อไปจะเป็นสนามที่ยากกว่าเดิม และไม่มีกราฟตัวเลขใดที่จะช่วยเขาได้ทั้งหมด...
📖 [เบื้องหลังงานเขียน —บทที่ 186 : เงินที่ยังไม่มี]
#เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#การบริหารจัดการ
#การเงิน
โฆษณา