13 ก.ย. เวลา 02:00 • ข่าวรอบโลก

จับตาคู่สงครามใหม่ จีน-อินเดีย ปะทุชายแดน [1]

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดียนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน แม้จะมีความร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจ แต่ข้อพิพาทเรื่องดินแดนก่อนยุคล่าอาณานิคม จนถึงปัจจุบันก็ยังคงคุกรุ่นอยู่เสมอ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~
♦️จีนมีข้อพิพาทเรื่องพรมแดนกับกี่ประเทศ?
จีนมีข้อพิพาทเรื่องพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนได้พยายามแก้ไขข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับอัฟกานิสถาน คาซัคสถาน เมียนมาร์ ปากีสถาน รัสเซีย และทาจิกิสถาน ปัจจุบันข้อพิพาทเรื่องพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดของจีนคือกับอินเดียและภูฏาน
⚔️
นอกจากพรมแดนทางบกแล้ว จีนยังมีปัญหาแบ่งเขตแดนทางทะเลกับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งพรมแดนเหล่านี้ก็เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในตอนนี้เช่นกัน
⚔️
ข้อพิพาทที่ควรจับตามองขณะนี้ คือเรื่องพรมแดนจีน-อินเดีย ซึ่งเป็นผลพวงจากยุคอาณานิคม ในมุมมองของจีนเห็นว่า เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้น เป็นการฉวยโอกาสในช่วงที่รัฐบาลจีนกำลังอ่อนแอ
⚔️
บริติชอินเดียจัดการประชุมที่เมืองซิมลาในปี 1914 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจาทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนระหว่างทิเบตและอินเดียภายใต้การปกครองของอังกฤษ แผนของอังกฤษคือการกดดันรัฐบาลกลางจีนที่อ่อนแอให้มอบอำนาจปกครองตนเองแก่ชาวทิเบต และกำหนดเขตแดนใหม่ให้เป็นประโยชน์ต่ออินเดีย
เส้นแม็กมาฮอน (ที่ทำเครื่องหมายด้วยหินสีขาว) ถูกกำหนดโดยเซอร์เฮนรี แม็กมาฮอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้เจรจาในการประชุมซิมลา ระหว่างอังกฤษ ทิเบต และจีน
♦️อนุสัญญาซิมลา ค.ศ. 1914 (The Simla Convention of 1914)
ในอดีต ทิเบตเป็นรัฐอารักขาที่ปกครองตนเองภายใต้ราชวงศ์ชิงของจีน ช่วงปลายราชวงศ์อิทธิพลของจีนก็ลดลง ต่างชาติโดยเฉพาะอังกฤษและรัสเซียเริ่มเข้ามามีอิทธิพลแทนที่จีน อังกฤษเกรงว่าอิทธิพลของรัสเซียในทิเบตจะเพิ่มขึ้น จึงส่งกองกำลังทหารเข้าแทรกแซงในทิเบต และทำสนธิสัญญาลาซา (Convention of Lhasa) ในปี 1904
⚔️
หลังจากราชวงศ์ชิงล่มสลาย รัฐบาลทิเบตในลาซาได้ขับไล่กองกำลังจีนทั้งหมดออกนอกประเทศ และประกาศเอกราชฝ่ายเดียวในปี 1911 ซึ่งรัฐบาลจีนที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ไม่ยอมรับในเรื่องนี้
⚔️
บริติชอินเดียมองว่าทิเบตเป็นเขตกันชนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอินเดียและจีน จึงต้องการกำหนดเขตแดนที่ชัดเจนในเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก ในปี 1913 อังกฤษได้จัดการประชุมที่บ้านพักอุปราชในเมืองซิมลา ประเทศอินเดีย (ปัจจุบันอยู่ในรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานะของทิเบต การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากอังกฤษ ผู้แทนจากรัฐบาลจีนที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ และผู้แทนรัฐบาลทิเบตที่ลาซาเข้าร่วมประชุม
รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับผลการประชุมที่เมืองซิมลา
การประชุมซิมลามีการประชุมอย่างเป็นทางการแปดครั้ง และในการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1914 มีการร่างอนุสัญญาพร้อมแผนที่แสดงขอบเขตดินแดน และด้วยเหตุที่รัฐบาลจีนปฏิเสธร่างดังกล่าวในทันที การลงนามอนุสัญญาซิมลาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 1914 จึงไม่มีการลงนามโดยจีน
⚔️
อนุสัญญาซิมลาแบ่งทิเบตออกเป็นดินแดนชั้นในและชั้นนอก โดยจีนยังคงยืนยันอธิปไตยเหนือดินแดนทิเบตทั้งหมด หากแต่ดินแดนทิเบตชั้นนอกจะอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทิเบต ที่จีนจะไม่แทรกแซงการบริหารส่วนทิเบตชั้นในยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน
⚔️
นอกจากนี้ ยังกำหนดเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอินเดียและทิเบต เรียกว่า “เส้นแม็กมาฮอน” (McMahon Line) แบ่งเขตแดนที่ตกลงกันระหว่างบริติชอินเดียและรัฐบาลทิเบตภายใต้การนำของดาไลลามะองค์ที่ 13 ในปี 1914 โดยผู้ลงนามในแผนที่ คือ เซอร์เฮนรี แม็กมาฮอน หัวหน้าคณะเจรจาจากบริติชอินเดีย
⚔️
เส้นแม็กมาฮอน เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย และเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน มีความยาว 890 กิโลเมตร ทอดยาวจากชายแดนตะวันออกของภูฏานไปตามสันเขาหิมาลัยจนถึงโค้งใหญ่ของแม่น้ำพรหมบุตร ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสายนี้ไหลออกจากเส้นทางในทิเบตเข้าสู่หุบเขาอัสสัม แล้วทอดยาวไปทางตะวันออก และสิ้นสุดที่ปลายสุดด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมาร์
อินเดียและจีนมีข้อพิพาทกันในหลายพื้นที่ชายแดนเทือกเขาหิมาลัย
♦️ข้อพิพาทระหว่างอินเดียและจีนคืออะไร?
ในปี 1945 ขณะที่อินเดียยังคงตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ลอร์ดเวเวลล์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของอังกฤษ ได้จัดการประชุมขึ้นที่เมืองซิมลา เพื่อวางระบบการปกครองตนเองหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง
⚔️
ในปี 1949 เหมาเจ๋อตุงและกองกำลังคอมมิวนิสต์ของเขาได้โค่นล้มรัฐบาลและประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การปกครองของเหมา จีนไม่ยอมรับความถูกต้องของสนธิสัญญาหลายฉบับที่ทำขึ้นก่อนปี ค.ศ. 1949 รวมถึงอนุสัญญาซิมลา ซึ่งจีนไม่เคยยอมรับ
⚔️
ในปี 1950 กองกำลังจีนได้เข้าสู่ทิเบต และต่อมาจีนก็รวมอำนาจควบคุมเหนือภูมิภาคนี้ สำหรับอินเดียแล้ว เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ของเทือกเขาหิมาลัยไปอย่างสิ้นเชิง
⚔️
ในปี 1951 ผู้นำทิเบตถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาที่อนุญาตให้จีนเข้ามาปกครอง นำมาสู่การลุกฮือของประชาชน หลังการก่อกบฏต่อต้านการปกครองของจีนล้มเหลว ในปี 1959 องค์ดาไลลามะที่ 14 ผู้นำทางจิตวิญญาณของประเทศ ได้ลี้ภัยไปยังอินเดีย ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดียตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
⚔️
เอกสารทางทหารภายในของจีนระบุว่า ระหว่างปี 1952 ถึง 1958 กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้ปราบปรามการกบฏ 996 ครั้ง และสังหารชาวทิเบตไปกว่า 200,000 คน
เส้นแม็กมาฮอนเป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่กำหนดขึ้นในปี 1914 ตามสนธิสัญญาซิมลา ระหว่างบริติชอินเดียและทิเบต และดินแดนอรุณาจัลประเทศ
♦️การก่อตั้งรัฐอรุณาจัลประเทศ (Arunachal Pradesh) เป็นรัฐที่ 24 ของอินเดีย
ยุคอาณานิคม ในปี 1912-1913 รัฐบาลอังกฤษได้ร่วมมือกับชนเผ่าพื้นเมืองในเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก จัดตั้งเขตชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ (NEFT) หลังจากอินเดียได้รับเอกราชในปี 1947 ภายใต้เส้นแม็กมาฮอน NEFT ถูกเปลี่ยนให้เป็นหน่วยงานเขตแดนตะวันออกเฉียงเหนือ (NEFA) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นเขตการปกครองชายแดนอย่างเป็นทางการ
⚔️
ความพิเศษของ NEFA คือ เมื่อเริ่มก่อตั้งหน่วยงานนี้อยู่ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย แทนที่จะเป็นกระทรวงมหาดไทย แสดงถึงความอ่อนไหวที่มีมากกว่าเขตชายแดนอื่นๆ การบริหารงานดำเนินการโดยผู้ว่าการรัฐอัสสัม ต่อมาในปี 1972 นายกรัฐมนตรีอินทิรา คานธีในขณะนั้น ได้เปลี่ยนชื่อ NEFA เป็น “อรุณาจัลประเทศ” ได้รับสถานะเป็นดินแดนสหภาพ และยกฐานะขึ้นเป็นรัฐที่ 24 ของอินเดียในปี 1987
♦️สงครามจีน-อินเดียปี 1962
ในปี ค.ศ. 1865 กรมสำรวจของอังกฤษในอินเดียได้กำหนดเขตแดนไว้ที่เส้นจอห์นสัน ซึ่งรวมพื้นที่ประมาณ 1/3 ของอักไซชินไว้ในเขตแคชเมียร์ อังกฤษไม่ได้ปรึกษาหารือกับจีนเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนนี้ เนื่องจากในขณะนั้นจีนไม่ได้ควบคุมซินเจียงอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม จีนยึดซินเจียงคืนได้ในปี 1878 และได้ปักหลักเขตแดนที่ช่องเขาคาราโครัมในปี 1892 โดยกำหนดให้อักไซชิน (Aksai Chin) เป็นส่วนหนึ่งของซินเจียง
⚔️
อังกฤษได้เสนอเส้นแบ่งเขตแดนใหม่ขึ้นอีกครั้งในปี 1899 ซึ่งรู้จักกันในชื่อเส้นแมคคาร์ทนีย์-แมคโดนัลด์ เส้นนี้แบ่งดินแดนตามแนวเทือกเขาคาราโครัม และทำให้ประเทศอินเดียได้ส่วนแบ่งมากขึ้น บริติชอินเดียจะควบคุมลุ่มน้ำสินธุทั้งหมด ในขณะที่จีนได้ลุ่มน้ำทาริม เมื่ออังกฤษส่งข้อเสนอและแผนที่ไปยังปักกิ่ง จีนไม่ได้ตอบสนอง
⚔️
เส้นแบ่งเขตแดนที่เรียกกันว่า "เส้นแม็กมาฮอน" นั้นเป็นผลมาจากนโยบายรุกรานของอังกฤษต่อภูมิภาคทิเบตของจีน และไม่เคยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลกลางจีนใดๆ ดังนั้นจึงถือว่าผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
ข้อความในจดหมายที่นายกรัฐมนตรีจีนโจว เอินไหล ได้ส่งถึงนายกรัฐมนตรีอินเดียชวาหาร์ลาล เนห์รู ในปี ค.ศ. 1959
~~~~~~~~~~~~~~~~~~
นอกจากความขัดแย้งในข้อพิพาทดินแดนตามเส้นแม็กมาฮอนแล้ว ความตึงเครียดระหว่างจีนและอินเดีย ยังได้ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออินเดียให้ที่ลี้ภัยแก่องค์ดาไลลามะที่ 14 ซึ่งลี้ภัยจากทิเบตในปี 1959
20 เมษายน 1960 : นายกรัฐมนตรีชวาหะร์ลาล เนห์รู พบกับนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ของจีน
นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหลของจีนได้เดินทางเยือนนิวเดลีในปี 1960 รัฐบาลจีนเสนอที่จะยอมรับการอ้างสิทธิ์ของอินเดียเหนือรัฐอรุณาจัลประเทศจนถึงเส้นแม็กมาฮอน เพื่อแลกกับการที่อินเดียยอมรับการอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือคาบสมุทรอักไซชิน ชวาหะร์ลาล เนห์รู นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งมีอำนาจท่วมท้นในรัฐสภาขณะนั้น ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวและใช้ท่าทีทางการทูตที่แข็งกร้าวในประเด็นชายแดน
สถานที่เกิดการสู้รบที่นูรานังในปี 1962 ระหว่างจีนและอินเดีย ในเทือกเขาของรัฐอรุณาจัลประเทศ (Kyodo News / Getty Images)
สาเหตุหลักของสงครามระหว่างอินเดียและจีน ในปี 1962 ซึ่งมีการปะทะกันบ่อยครั้งตามแนวชายแดนเส้นแม็กมาฮอน คือข้อพิพาทเรื่องพรมแดนระหว่างสองประเทศในเทือกเขาสูงอักไซชิน อินเดียอ้างว่าภูมิภาคนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคชเมียร์ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอินเดีย ขณะที่จีนโต้แย้งว่าเป็นส่วนหนึ่งของซินเจียง
⚔️
ผู้นำจีนเลือกช่วงวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาเป็นจังหวะโจมตี โดยคาดว่าวิกฤตการณ์ขีปนาวุธในคิวบาจะยืดเยื้อ จึงส่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เข้าโจมตีพื้นที่พิพาทที่อินเดียครอบครองในวันที่ 20 ตุลาคม 1962 หากแต่จีนคาดการณ์ผิด สถานการณ์ในคิวบาระหว่างสหรัฐฯ และโซเวียต ยุติลงอย่างรวดเร็วภายใน 13 วัน
⚔️
บทความในหนังสือ เรื่อง JFK's Forgotten Crisis: Tibet, the CIA , and the Sino - Indian War (2017) ที่เขียนโดย บรูซ รีดเดล (Bruce Riedel) อดีตซีไอเอ ได้เปิดเผยปฏิบัติการลับของซีไอเอและหน่วยงานอื่นๆ ในทิเบตช่วงของความขัดแย้งในปี 1962
⚔️
เนห์รูได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการไปยังจอห์น เอฟ. เคนเนดี เพื่อขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ รีดเดลลเขียนว่า ชาวอเมริกันและอังกฤษได้ลำเลียงอาวุธทางอากาศไปยังอินเดียหลังเกิดสงครามปี 1962 ไม่นาน เพื่อช่วยเหลือกองทัพอินเดีย
⚔️
สอดคล้องกับเอกสารลับของรัฐบาลเคนเนดีที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า เนห์รูได้ขอเครื่องบินรบของสหรัฐฯ จำนวน 350 ลำ พร้อมด้วยกำลังพลจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน 10,000 นาย เพื่อช่วยในการทิ้งระเบิดเป้าหมายจีน
⚔️
หากแต่ระหว่างการตัดสินใจของเคนเนดีนั้น ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1962 กองทัพจีนก็ประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวและถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาท คงเหลือไว้เพียงบางส่วนของอักไซชินที่จีนอ้างสิทธิ์เท่านั้น เป็นเหตุผลให้รัฐบาลกลางอินเดียตัดสินใจ โอนการควบคุมและการบริหาร NEFA จากกระทรวงการต่างประเทศไปยังกระทรวงมหาดไทย ในเดือนสิงหาคม 1965 ซึ่งทำให้พื้นที่พิพาทกลายเป็นพื้นที่ควบคุมทางทหาร
⚔️
สงครามที่กินเวลาเพียงหนึ่งเดือนครั้งนี้ ได้คร่าชีวิตทหารอินเดียไป 1,383 นาย และทหารจีน 722 นาย นอกจากนี้ยังมีทหารอินเดียและจีนบาดเจ็บอีกเกือบ 3 พันนาย สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากสภาพอากาศที่เลวร้ายในระดับความสูง 14,000 ฟุต มากกว่าการถูกยิงจากฝ่ายศัตรู ทหารที่บาดเจ็บหลายร้อยนายจากทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตจากภาวะขาดน้ำก่อนที่จะได้รับการรักษาพยาบาล
⚔️
หลังสงครามในปี 1962 ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ทำให้ชายแดนกลายเป็นพื้นที่ควบคุมทางทหาร และเกิดการกำหนดเขตแดนขึ้นใหม่โดยพฤตินัย เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอินเดียและจีนนี้ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เส้นควบคุมแท้จริง” (Line of Actual Control หรือ LAC)
@โปรดติดตามตอนต่อไป...
โฆษณา