15 ก.ย. เวลา 00:30 • ข่าวรอบโลก

จับตาคู่สงครามใหม่ จีน-อินเดีย ปะทุชายแดน [2]

ในปี ค.ศ. 1914 รัฐบาลทิเบตได้ลงนามในข้อตกลงซิมลา (Simla Accord) กับผู้ปกครองชาวอังกฤษในอินเดีย โดยกำหนดเขตแดนระหว่างอินเดียและทิเบตภายใต้ชื่อ “เส้นแม็กมาฮอน” (McMahon Line) การอ้างสิทธิ์ของอินเดียนั้น เนื่องจากอินเดียเป็นรัฐที่สืบทอดอำนาจจากอังกฤษ และได้รับการยอมรับจากรัฐบาลทิเบตพลัดถิ่น
§
อินเดียถือว่า เส้นแม็กมาฮอนเป็นพรมแดนระหว่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น ดินแดนอักไซชิน และเขตชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ (NEFA) หรือ อรุณาจัลประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้เส้นแบ่งดินแดนนี้ จึงอยู่ภายใต้อธิปไตยของอินเดียโดยชอบธรรม
§
แต่จีนปฏิเสธโดยอ้างว่าเส้นแม็กมาฮอนไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากทิเบตไม่มีอำนาจที่จะลงนามยินยอมในสนธิสัญญาระหว่างประเทศได้อย่างอิสระ และจีนอ้างว่ารัฐอรุณาจัลประเทศเป็นส่วนหนึ่งของทิเบตตอนใต้ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน ปักกิ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า "ซีจางใต้" หรือ "ทิเบตใต้"
ดินแดนพิพาทแนวเส้นควบคุม (LoC) อินเดีย-ปากีสถาน : พื้นที่สีเขียวแสดงถึงภูมิภาคแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของปากีสถาน พื้นที่สีส้มอมน้ำตาลแสดงถึงแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอินเดีย ขณะที่อักไซชินอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน ที่มา: CIA World Factbook
การก่อตั้งประเทศปากีสถานในปี 1947 การรุกรานและผนวกทิเบตของจีนในปี 1950 และการที่จีนสร้างถนนเชื่อมซินเจียงและทิเบตผ่านดินแดนที่อินเดียอ้างสิทธิ์ ล้วนทำให้ปัญหาพิพาทดินแดนจีน-อินเดียซับซ้อนยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ตกต่ำที่สุดในปี 1959 เมื่อผู้นำทางจิตวิญญาณและทางการเมืองของทิเบต คือ องค์ดาไลลามะ ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ และนายกรัฐมนตรีอินเดียชวาหาร์ลาล เนห์รู ยอมให้ดาไลลามะลี้ภัยในอินเดีย
§
จีนได้สร้างทางหลวงเชื่อมระหว่างซินเจียงและทิเบตอย่างเงียบๆ จนแล้วเสร็จในปี 1957 โดยประมาณ 180 กิโลเมตรของถนนสายนี้ผ่านอักไซชิน ซึ่งอินเดียไม่ทราบถึงการสร้างถนนสายนี้เลย จนกระทั่งจีนเผยแพร่แผนที่ในปี 1958 เนื่องจากถูกปิดบังด้วยเทือกเขาคาราโครัมที่สูงตระหง่าน
§
ต่อมา โจว เอินไหลได้ประกาศใช้เส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง (Line of Actual Control-LAC) หลังสงครามจีน-อินเดียปี 1962 แต่ก็เกิดประเด็นเรื่องการตีความเส้นควบคุมแท้จริง และยังคงเป็นปัญหาข้อพิพาทเรื่องขอบเขตดินแดนจนถึงปัจจุบัน
~~~~~~~~~~~~~~~~~~
♦️เส้นควบคุมจริงคืออะไร?
เส้นควบคุมแท้จริง (Line of Actual Control หรือ LAC) คำนี้เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นหลังสงครามจีน-อินเดียปี 1962 ซึ่งมาแทนที่เส้นแม็กมาฮอน เพื่ออ้างถึงตำแหน่งที่ทั้งสองฝ่ายครอบครองดินแดนหลังความขัดแย้ง แม้ว่าจีนและอินเดียยังคงไม่เห็นด้วยทั้งหมดเกี่ยวกับแนวเส้นที่แน่นอนในหลายพื้นที่ก็ตาม
§
LAC คือ เส้นแบ่งเขตแดนโดยพฤตินัย ที่แยกดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอินเดียและจีน โดยมีความยาวประมาณ 3,400 กิโลเมตร ตามฝั่งอินเดีย และประมาณ 2,000 กิโลเมตร ตามฝั่งจีน LAC ทอดยาวผ่านเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีภูมิประเทศที่ไม่ชัดเจนทำให้การกำหนดเขตแดนในพื้นที่นี้เป็นเรื่องยาก
§
หนึ่งปีหลังการประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวของจีน มีการลงนามในข้อตกลงเขตแดนระหว่างจีนกับปากีสถาน ซึ่งเป็นการยอมรับสิทธิของปากีสถานในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ในขณะที่อินเดียและปากีสถานกำลังอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้ง นอกจากนี้ จีนยังสั่งให้สร้างทางหลวงคาราโครัมจากจีนไปยังอิสลามาบัดอีกด้วย
§
ในวันที่ 2 มีนาคม 1963 ปากีสถานได้ยอมยกแนวเขตแดนทางเหนือในแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของปากีสถานให้แก่จีน โดยแลกกับพรมแดนทางใต้ตามแนวเทือกเขาคาราโครัม การที่พรมแดนนี้หายไปที่ช่องเขาคาราโครัมบนแนวควบคุมของจีน แสดงให้เห็นว่าปากีสถานยอมรับอำนาจอธิปไตยของจีนเหนือดินแดน “อักไซชิน” และทำให้ความขัดแย้งระหว่างจีนและอินเดีย มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
§
ต่อมา อินเดียและจีนได้ลงนามใน “ข้อตกลงว่าด้วยการรักษาสันติภาพและความสงบสุขตามแนวเส้นควบคุมแท้จริง” ในปี 1993 ทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่ใช้กำลังในการยุติข้อพิพาทตามแนวเส้นควบคุมแท้จริง (LAC) และจะลดจำนวนทหารตามแนวเส้นควบคุมแท้จริงลงด้วย โดยมีการลงนามข้อตกลงพรมแดนเพิ่มเติมในปี 1996, 2005 และ 2013
แต่ด้วยการขึ้นมามีอำนาจของรัฐบาลนเรนทรา โมดี ที่มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการขึ้นมามีอำนาจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่แสดงท่าทีแข็งกร้าว อุณหภูมิตามแนวเส้นควบคุมแท้จริง (LAC) จึงเพิ่มสูงขึ้น
~~~~~~~~~~~~~~~~~~
♦️ประเด็นที่กำลังถกเถียงและเป็นข้อพิพาทที่อาจนำไปสู่สงคราม
เกิดจากจีนพยายามอ้างสิทธิ์เหนือรัฐอรุณาจัลประเทศ โดยยืนยันว่าเป็นพื้นที่ “ทิเบตใต้” หรือ "จางหนาน" ของจีน แต่สำหรับอินเดีย ”อรุณาจัลประเทศ” เป็นจุดยุทธศาสตร์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน ภูฏาน และเมียนมาร์ ภูมิภาคนี้จึงเป็นศูนย์กลางของนโยบาย Act East ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ที่เชื่อมโยงอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
§
การต่อสู้เรื่องชื่อและแผนที่ได้กลายเป็นแนวรบคู่ขนาน ได้เกิดปรากฏการณ์ “เปลี่ยนชื่ออ้างสิทธิ์” เหนือดินแดนที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ ในพื้นที่ข้อพิพาทดังกล่าว
§
1️⃣.เริ่มต้นในปี 2017 จีนประกาศชื่อ "มาตรฐาน" สำหรับสถานที่ 6 แห่งในรัฐอรุณาจัลประเทศ หลังจากองค์ดาไลลามะเสด็จเยือนเมืองตาวัง (Tawang) ไม่กี่วัน ซึ่งสถานที่ดังกล่าวอยู่ตามแนวเส้นควบคุมแท้จริง (Line of Actual Control) ในเส้นทางรุกรานที่สำคัญของจีนในปี 1962
2️⃣.ในปี 2021 จีนประกาศรายชื่อ "มาตรฐาน" ชุดที่สองจำนวน 15 ชื่อ ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่อยู่อาศัย 8 แห่ง ภูเขา 4 แห่ง แม่น้ำ 2 แห่ง และช่องเขา 1 แห่ง ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อินเดียและจีนกำลังเผชิญหน้าทางทหารในลาดักห์ตะวันออก (Eastern Ladakh)
3️⃣.ในปี 2023 ก่อนการประชุมสุดยอด G20 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนได้เผยแพร่ “แผนที่มาตรฐาน” ฉบับใหม่ โดยแผนที่ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอรุณาจัลประเทศและอักไซชิน (ที่ราบสูงในลาดักห์ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาคุนหลุนของจีนกับเทือกเขาคาราโครัมทางเหนือของอินเดีย) เป็นดินแดนของจีน
4️⃣.ในปี 2024 จีนได้เผยแพร่รายชื่อทางภูมิศาสตร์ จำนวน 30 รายการ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัย ภูเขา แม่น้ำ และลักษณะภูมิประเทศอื่นๆ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้เปิด “อุโมงค์เซลา” (Sela Tunnel) ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับเขตตาวังได้ตลอดทั้งปี
5️⃣.ในปี 2025 จีนประกาศรายชื่อชุดที่ห้า ซึ่งประกอบด้วยชื่อ 27 ชื่อ ครอบคลุมภูเขา 15 ลูก พื้นที่อยู่อาศัย 5 แห่ง ช่องเขา 4 แห่ง แม่น้ำ 2 สาย และทะเลสาบ 1 แห่ง โดยเขียนด้วยอักษรจีน อักษรทิเบต และพินอิน พร้อมด้วยพิกัดและแผนที่ ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตและเพิ่มความแม่นยำทางแผนที่มากยิ่งขึ้น
6️⃣.ในปี 2526 จีนอ้างเหตุผลทางวัฒนธรรมและศาสนา โดยอ้างถึงวัดตาวังและสถานที่ประสูติขององค์ดาไลลามะที่ 6 เป็นหลักฐานแสดงถึงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับพุทธศาสนาทิเบต กำหนดชื่อใหม่ให้กับสถานที่ 23 แห่งใน “จางหนาน” หรือดินแดน “อรุณาจัลประเทศ”
§
ท่ามกลางความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน ในเดือนมีนาคม 2569 จีนประกาศจัดตั้งเขตเชินหลิงในซินเจียง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแคชเมียร์ที่ปากีสถานยึดครอง และใกล้กับเส้นควบคุมแท้จริง ในภาคตะวันตก
§
7 สิงหาคม 2569 กรมสำรวจแห่งอินเดีย ภายใต้กระทรวงมหาดไทย และโดยความเห็นชอบจากรัฐบาลอรุณาจัลประเทศ ได้เพิ่มสถานที่สำคัญทางทางประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์ 27 แห่งลงในแผนที่แห่งชาติอย่างเป็นทางการ โดยใช้ชื่อภาษาอินเดีย เป็นการตอบโต้รัฐบาลจีนที่พยายามเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่างๆ ในอรุณาจัลประเทศ รวมทั้งเป็นการยืนยันว่าอรุณาจัลประเทศเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียอย่างสมบูรณ์
§
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 จีนได้คัดค้าน โดยกล่าวว่าการตัดสินใจของอินเดียนั้น “ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ” และย้ำการอ้างสิทธิ์เหนือ “จางหนาน” (ทิเบตตอนใต้) อีกครั้ง
§
อินเดียปฏิเสธการคัดค้านดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โดยกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า “อรุณาจัลประเทศ” ที่จีนเรียกว่า “จางหนาน” (ทิเบตตอนใต้) เป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย ที่แยกออกจากกันไม่ได้
§
การตอบโต้ครั้งนี้ของอินเดียได้พัฒนาจากการโต้แย้งทางการทูตแบบหลายครั้งที่ผ่านมา ไปสู่การยืนยันอำนาจอธิปไตยทางแผนที่อย่างเป็นระบบ
§
การกำหนดชื่อสถานที่ลงบนแผนที่อย่างเป็นทางการ อินเดียไม่ได้เพียงแค่โต้แย้งเรื่องชื่อเรียกเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การทหาร และการบริหารลงในบันทึกทางแผนที่ด้วย
รถบรรทุกและยานพาหนะอื่นๆ บนถนนที่สร้างโดยจีนในพื้นที่ชายแดนรัฐอรุณาจัลประเทศ ซึ่งจีนควบคุมมาตั้งแต่ปี 1959
ปัจจุบันทางหลวงซินเจียง-ทิเบตสายเดิม ได้รับการปรับปรุงและขยายออกไปอย่างมาก และจีนยังวางแผนสร้างทางหลวงแห่งชาติสายที่สองผ่านภูมิภาคพิพาทนี้เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางเดิมเพียงเส้นเดียว ถนนเหล่านี้ช่วยให้จีนสามารถเคลื่อนย้ายกองกำลังและเสบียงได้อย่างรวดเร็วระหว่างซินเจียงและทิเบต ซึ่งพื้นที่ทั้งสองมีพรมแดนติดกับอินเดีย
ขบวนรถบรรทุกของกองทัพอินเดียขับไปตามถนนสู่ตาวัง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2021 ใกล้เส้นควบคุมจริง (LAC) ประเทศจีน ที่อยู่ติดกับช่องเขาเซลา รัฐอรุณาจัลประเทศ ประเทศอินเดีย
ในทางกลับกัน อินเดียก็กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานชายแดนของตนเอง การก่อสร้างถนน อุโมงค์ และสะพานในลาดักห์ตะวันออก ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ใกล้กับเส้นควบคุมแท้จริง (LAC) ทำให้จีนวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่อินเดียเข้าถึงอักไซชินได้ง่ายขึ้น
§
เป็นที่น่าสังเกต ข้อพิพาทเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศในเอเชีย ส่วนใหญ่เป็นผลพวงจากยุคการปกครองอาณานิคม เรื่องรัฐที่มีการสำรวจอาณาเขตโดยเจ้าอาณานิคม เป็นการนำแนวคิดสมัยใหม่ของตะวันตกมาบังคับใช้ ซึ่งจีนก็เป็นประเทศหนึ่งที่ถูกบังคับให้ทำสนธิสัญญาหลายฉบับที่ตนเชื่อว่าไม่เป็นธรรม และได้ปฏิเสธสนธิสัญญาใดๆ ที่ลงนามไว้ก่อนการปฏิวัติคอมมิวนิสต์
อินเดียและจีนตกลงกันใน 8 มาตรการเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการชายแดน
การเจรจาล่าสุดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ระหว่างผู้แทนพิเศษของอินเดียและจีนเกี่ยวกับปัญหาพรมแดน จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 8 ประเด็น โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาสันติภาพและความสงบสุขในพื้นที่ชายแดน และสร้างเงื่อนไขสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมั่นคง
§
อย่างไรก็ตาม ทั้งจีนและอินเดียต่างอยู่ในฐานะมหาอำนาจในซีกโลกใต้ (Global South) ย่อมต้องระมัดระวังเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อรักษากรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แม้ต้องใช้เกมการทูตสองหน้าก็ตาม.
โฆษณา