15 ก.ย. เวลา 11:30 • ข่าวรอบโลก

รบกับขอทานมันยากนะ …

ตอนนี้เห็นข่าวซาอุรบกับฮูตีแล้วเจ็บเอง
ก็ทำให้คิดถึงไทยรบกับเขมรขึ้นมาเหมือนกัน
ความเหมือนของทั้งสองสมรภูมิคือ
คู่กรณีฝ่ายหนึ่ง อยู่ในสถานะที่ไม่มีอะไรจะเสีย
ในขณะที่อีกฝ่าย มีเป้าหมายที่อาจถูกโจมตีได้
ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงมาก
…ในด้านแสนยานุภาพ คนรวยกว่า อาวุธเยอะกว่า
มันดูได้เปรียบก็จริง แต่เมื่อรบจริงๆ มันกลับไม่ใช่แบบนั้น…
กับฮูตีนั้น พวกเขาไม่ใช่กองทัพของประเทศเยเมนอยู่แล้ว
และเป็นที่รับรู้กันว่า จำนวนมาก ก็ไม่ใช่ชาวเยเมน
แต่เป็นกลุ่มที่รับคนร่วมอุดมการณ์จากทั่วโลก
ก็คล้ายๆกับฮิชบอลาห์นั่นแหละ
พวกเขาจะห่วงใยอะไรกับแผ่นดินเยเมนล่ะ
ถล่มได้ก็ถล่มไป ฉันก็หลบไว้แล้วออกมาตอดเอาเรื่อยๆ
ซึ่งถ้าถามว่า ซาอุที่หนุนทัพรัฐบาลเยเมน
ต้องถล่มอะไร ถึงจะชนะฮูตีได้ ผมเชื่อว่าเสนาธิการทหาร
ของพวกซาอุก็มึนครับ
เพราะมันไม่มีอะไรให้ถล่มน่ะสิ
เอาแหละ ถล่มคลังแสงอะไรก็ว่าไป มันคงช่วยได้บ้าง
แต่ถามว่าฮูตีแคร์ไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เมื่อดูว่าพวกเขา
ไม่มีระบบปัองกันอะไรสักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ
จะถล่มพื้นที่ยึดครอง พวกฮูตีก็แค่แตกฮือ
เดี๋ยวก็มาใหม่ เพราะมันไม่มีสถานที่อะไร
ที่พวกเขาต้องยึดติดอยู่แล้ว
พวกเขาอาจยอมเสีย สร้างเป้าลวงอะไรทำนองนั้น
ต่อทัพซาอุ แล้วเหลือไว้ไม่ต้องเยอะ เพื่อโจมตีเป้าหมาย
ของซาอุ ที่มีมูลค่ามหาศาลทีหลัง
ง่ายๆ คือ แลกกันหมัดต่อหมัด ซาอุอาจมีของหนักเยอะ
ที่จะช่วยทัพรัฐบาลเยเมน แต่ถล่มไปก็ได้แต่อะไรก็ไม่รู้
ที่ไม่มีค่าทางยุทธศาสตร์นัก
ในขณะที่ฮูตี ใช้อาวุธเบาอย่างโดรน เล่นงานท่อส่งน้ำมัน
ทีเดียว ซาอุก็ขาดทุนยับเยินแล้ว
…มันไม่มีความคุ้มค่าเลย และสิ่งนี้เองทำให้ซาอุต้องคิดหนัก
กลัวๆกล้าๆ ที่จะไปสุดตัวกับทัพรัฐบาลเยเมน จนกลายเป็น
เสียเปรียบเสียที่มั่นอย่างที่เห็น..
…นี่ยังไม่นับว่า ทัพรัฐบาลเยเมน เชื่อได้แค่ไหนด้วยนะ
เพราะมีรายงานว่า มีทหารเยเมนแปรพักตร์เยอะ และมีการ
คอรัปชั่นมโหฬารหลอกเงินซาอุ จากรัฐบาลเยเมน….
…จึงไม่น่าแปลกอะไรนัก ที่จะเพลี่ยงพล้ำในตอนนี้….
หันกลับมาดูที่ไทยบ้างเพราะกระแสเรื่องกัมพูชา
ถูกยกมากดดันรัฐบาลหนูแล้ว
เรียกว่าดาบนี้คือสนองนั่นแหละ เพราะทางภูมิใจไทย
เคยปั่นเพื่อเล่นงานรัฐบาลนายกคุณหนูจนเด้งมาแล้ว
รัฐบาลปัจจุบัน กำลังหาทางออกจากความขัดแย้งชายแดน
ไทย-กัมพูชา เพราะความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่
และภาพรวม มันมาถึงจุดที่รัฐไทยเริ่มรับไม่ไหวแล้ว
เพราะแม้การสู้รบจะสงบลงไปแล้ว แต่ผลของการสู้รบ
และความขัดแย้งนั้นยังคงอยู่ และเริ่มลามมากขึ้นในปัจจุบัน
ซึ่งไม่ต่างเลย กับสิ่งที่ซาอุเจออยู่ตอนนี้
ผมเคยเขียนไปช่วงที่ความขัดแย้งถึงขีดสุด
ว่าความขัดแย้ง การปะทะกับกัมพูชา
จะเหมือนเรามีเรื่องกับขี้ยา กุ๊ย ที่ไม่มีอนาคต
ซึ่งเรานี่แหละจะขาดทุนมาก
ในสมรภูมิ ก็เหมือนกับซาอุ คือไทยใช้เงินมากมาย
กับการถล่มเป้าหมายคุณค่าทางยุทธศาสตร์ต่ำ
ซึ่งไม่คุ้มเลย
แต่จรวดเขมรยิงมามั่วๆ ก็ทำลายเศรษฐกิจชายแดนไทย
ได้แบบราบคาบ และยิ่งมากเมื่อเวลาทอดออกไป
ในระยะแรก ไทยอาจเฮ ที่ทำลายอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันกว่า
และสามารถเข้ายึดพื้นที่บางส่วนได้
แต่เมื่อเวลาทอดออกมา กลายเป็นฝ่ายไทย
ที่ต้องแบกรับความเสียหายทางเศรษฐกิจแบบไม่สิ้นสุด
เศรษฐกิจชายแดนมูลค่าแสนล้านนั้น เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง
ของความเสียหายภาพรวมที่มากกว่านั้นหลายเท่า
รัฐบาลหนูนั้นรู้ ว่าถ้าไม่จบตรงนี้กับกัมพูชา
พวกเขาเดือดร้อนหนักแน่ และจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาพรวม
ได้ยากขึ้นมากๆ หรือทำไม่ได้เลย….
เครือข่ายน้ำมัน และนิคมอุตสาหกรรม คือเป้านิ่งสองฟากโลก
อย่างที่บอก คือทั้งไทยและซาอุนั้น เหมือนกันตรงที่
มีเป้าทางเศรษฐกิจให้โจมตี ในขณะที่อีกฝ่ายไม่มี
และไม่มีอะไรจะเสียด้วยซ้ำไป
ในตะวันออกกลาง อุตสาหกรรมน้ำมัน กลายเป็นเหมือน
หลุมระเบิด ที่พร้อมจะระเบิดตัวเอง จากการโจมตี
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็สร้างความวายวอดได้มหาศาลแล้ว
วัตถุไวไฟ กลายเป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี
ต่อการจู่โจม ฝ่ายโจมตีไม่ต้องใช้ทรัพยากรอะไรมากมาย
แต่ระเบิดให้ได้เล็กๆ ที่เหลือน้ำมันและก๊าซ จะทำหน้าที่ต่อเอง
ไม่ใช่แค่ซาอุที่เจอแบบนี้ ข้ามไปอีกสมรภูมิ รัสเซียก็เจอแบบ
เดียวกัน เล่นเอาอุตสาหกรรมพลังงานรัสเซียเป๋ไปทั้งระบบ
และป้องกันได้ยากมาก
มันทำให้ทั้งซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย รวมถึงสหรัฐ
ที่ถือสัมปทานในตะวันออกกลาง หมดปัญญาที่จะแก้ไข
และไม่รู้จะทำยังไงดี
ในกรณีไทย สิ่งที่เหมือนบ่อน้ำมัน คือพื้นที่ความหวัง
ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ EEC นั่นเอง
และความกังวลส่วนนี้นี่เอง ที่ทำให้การลงทุนนั้นน้อย
กว่าที่ทางไทยคิดไว้มาก โดยเฉพาะจากชาติอื่น ที่ไม่ใช่จีน
ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ไม่ได้กระทบแค่เศรษฐกิจชายแดน
อย่างที่กลายคนเข้าใจกัน
มันกระทบกับภาพรวมของการตัดสินใจลงทุน
ลามออกมาทั้งภาคตะวันออกนั่นแหละ
แล้วตรงนี้ คือไข่แดงของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม
ไทยเลยก็ว่าได้ แต่ตรงนี้กลายเป็นพื้นที่ที่อยู่ในพิสัย
ของอาวุธกัมพูชาทั้งหมดแล้วในปัจจุบัน
กัมพูชาไม่ต้องทำอะไรเลย และไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว
กับสภาพเศรษฐกิจแบบขอทานขี้ยา ของประเทศตัวเอง
แต่ไทย ต้องมานั่งตอบคำถาม ให้หลักประกัน
กับคนที่จะมาลงทุน ว่าปลอดภัย ซึ่งมันไม่มีใครเชื่อ
ตราบใดที่เรายังมีข้อขัดแย้งรุนแรง และยังไม่เลิกปั่นกัน
ทั้งสองฝ่ายในปัจจุบัน
ไทยเสียเปรียบมากในแง่นี้
สิ่งที่รับรู้เปิดเผย คือ กัมพูชานั้นมีขีปนาวุธจีน
พิสัยยิง 150 กิโลเมตรแน่นอนอยู่แล้ว
แต่ใครกล้ารับประกันล่ะ ว่าจีนไม่ทิ้งอะไรไว้มากกว่านั้น
ให้กัมพูชาใช้ เพื่อคานอำนาจกับไทย ไม่ให้ไปทางสหรัฐมากไป
และเชื่อว่าโดรนปัจจุบันของกัมพูชา อย่างน้อยพิสัยทำาาร
2-300 กิโลเมตรพวกเขามีแน่ๆ เพราะมีบางชาติ
สนับสนุนเทคโนโลยีอยู่
นี่เอง มันจึงคลุมไปได้แทบจะทั้งภาคตะวันออก
จันทบุรี ตราด ระยอง ท่าเรือแหลมฉบัง
พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจเราอยู่ในพิสัยโดนได้หมด
แล้วใครจะกล้ามาลงทุน นอกจากจีน
ที่กัมพูชาคงไม่กล้ายิงแน่ๆอยู่ชาติเดียว
แล้วในขณะที่ไทยต้องวุ่นวายกับการเอาทรัพยากร
ไปผลาญมากมายกับความขัดแย้ง
แต่กัมพูชากลับไม่ต้องลงทุนอะไร ปั่นสงครามข่าวสาร
ให้คนไทยเต้นตามไปเรื่อยๆ จนเผาตัวเอง
…มันค่อนข้างชัดเจน ว่าฝ่ายไทยนั้นเสียเปรียบมาก…
ไม่ใช่แค่เรื่องความเสี่ยง จากการโดนโจมตี
แต่มีเรื่องอื่นสำคัญกว่านั้น สำหรับ EEC
อีกสองเหตุผลสำคัญเลย ที่ทำให้ความขัดแย้งกับเขมร
ส่งผลกับเศรษฐกิจภาพรวมของไทย มีสองเรื่อง
คือ พลังงาน และ น้ำ
ปัจจุบันไทยมีปัญหาอยู่แล้วกับราคาพลังงานที่สูงกว่าเพื่อนบ้าน
ที่มียุทธศาสตร์เป็นแหล่งผลิตเหมือนกัน
มันเป็นผลจากการที่แหล่งภายในของเรา
ผลิตได้ไม่ตามเป้า และที่เคยซื้อง่ายอย่างในพม่า
ก็มีปัญหาจากการเมืองภายในของพวกเขา
มันส่งผลให้ไทยมีความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างมาก
เมื่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางเลวร้ายลง
การนำเข้าก๊าซเหลวมาปั่นไฟ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าไทย
แพงกว่าคู่แข่งค่อนข้างมาก
เมื่อเพิ่มความเสี่ยงจากการโดนโจมตีท่าเรือหลัก
หากปะทะกับกัมพูชาอีก นั่นทำให้ไทยดูจะไม่มีเสถียรภาพ
ด้านพลังงานที่ไว้ใจได้เลย
กัมพูชาก็เลยอาศัยเรื่องแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อน
มาต่อรองกับเรา ซึ่งแน่นอนว่าไทยก็กลืนไม่เข้า คายไม่ออก
เพราะในประเทศเอง ก็ดันปั่นกันว่ามันต้องเป็นของเราทั้งหมด
ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้น หากความขัดแย้ง และการปั่นกระแสเรื่องนี้
กับกัมพูชายังอยู่ ไทยก็จะยิ่งเสียประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นฝ่ายที่มีความเสียหายระยะยาวมากกว่าเขมรหลายเท่า
และพลังงานฟอสซิล อยู่ในสภาวะเสื่อมค่ามาก
ในปัจจุบัน หากทอดเวลาออกไปสัก 20 ปี
บางครั้ง มันอาจไม่มีคุณค่าพอให้ลงทุนอีกเลยด้วยซ้ำไป
อีกส่วนคือเรื่องน้ำ
เรื่องนี้อธิบายสั้นๆได้ว่า จริงๆแล้วภาคตะวันออกนั้น
มีลักษณะของการแย่งน้ำกันใช้อยู่แล้ว ระหว่างภาคเกษตร
กับภาคอุตสาหกรรมในนิคม ภาคท่องเที่ยว และครัวเรือน
มันเป็นเหตุผลว่า ทำไมหลายชาติ จึงไม่ลงทุนในอุตสาหกรรม
เซมิคอนดักเตอร์ในบ้านเรา แม้รัฐบาลไทยจะพยายามดันก็ตาม
ไม่มีใครมาลงทุน เพราะรู้ว่าน้ำไม่พอแน่
และหากมีปัญหาแย่งน้ำกับภาคเกษตร
มันก็เท่ากับมีปัญหากับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงมาก
เรื่องน้ำในภาคตะวันออก ทุนญี่ปุ่นนี่พูดมานานมาก
แล้วทางไทยก็ไม่เคยแก้ได้ตกเลย จนถึงวันนี้
จริงๆแล้ว มีความพยายามซื้อน้ำจากกัมพูชามานานมาแล้ว
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทุกครั้งที่จะตกลงกันได้
ก็มักมีปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนเสมอ
ความจริงเกี่ยวกับ EEC คือ ถ้าเราไม่ซื้อน้ำกับกัมพูชา
ซึ่งเป็นทางเลือกที่ง่ายและถูกที่สุด
รัฐบาลไทยจะต้องลงทุนขนาดใหญ่มาก เพื่อผันน้ำ
เข้าพื้นที่ภาคตะวันออก ให้พอใช้
กัมพูชารู้เรื่องนี้ดี ว่าตัวเองมีอำนาจต่อรองสูง
และนั่นคืออีกเหตุผล ว่าทำไมเขากล้า
มีปัญหากับประเทศที่แสนยานุภาพสูงกว่าหลายเท่า
จนถึงตอนนี้….
การทำสงครามกับประเทศที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วนั้นยาก
คุณไม่มีทางชนะพวกเขา ไม่ว่าจะถล่มมากขนาดไหนก็ตาม
เพราะสิ่งที่โดนถล่มมันไม่มีคุณค่าอะไรเลย
ความน่าอัปยศสหรัฐในอัฟกานิสถาน คือเครื่องยืนยัน
ว่าการชนะประเทศหรือกลุ่มก้อนเหล่านี้นั้นยากมาก
โลกเรา ประเทศใกล้เคียงกันจะอย่างไรก็ต้องขัดแย้งกันบ้าง
แต่หากถอยคนละก้าวไม่ได้ ไม่มีใครยอมเสียอะไรเลย
มันก็จะไม่มีใครได้อะไรไปเลยเช่นกัน
แต่บางประเทศ บางกลุ่ม เขาไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เพราะ
ผู้นำคิดเพียงการครองอำนาจ โดยไม่สนปากท้องชาวบ้าน
แต่สำหรับประเทศที่มีภาระทางเศรษฐกิจ
แบบไทยหรือซาอุดีอาระเบีย ทำแบบนั้นไม่ได้
ความน่ากลัวของประเทศเผด็จการ มันอยู่ตรงนี้แหละ
ไม่ใช่รบเก่ง แต่พวกเขาจะรบ โดยไม่คิดถึงผลที่ตามมา
ซึ่งตอนนี้ทั้งไทยและซาอุ คือสองประเทศที่เผชิญชะตากรรม
ในลักษณะเดียวกัน และดูไม่มีทางออกอะไรเลยในตอนนี้
…นี่แหละ การตีกับประเทศขอทาน ก็เหมือนเอาพิเสนไปแลกกับฝุ่น มันไม่มีทางคุ้มค่าหรอก…
…ซาอุรวยกว่าเรา เขาคงไม่อะไรนัก เดี๋ยวคงหยุดได้
หรือแย่สุดก็กินบุญเก่าได้อีกนานแบบชิวๆ….
2
…แต่เรา ทำงั้นได้เหรอ ?…
แค่เขมรพูดขัดหูในการประชุมนานาชาติ ก็ปั่นกันอีกแล้ว…
…ผมว่าเรื่องเขมรนี่ ฝ่ายขวาไทยคงต้องรับผิดชอบนะ
กับความเสียหายที่มันมาถึงตรงนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่เริ่มปั่น
จนความขัดแย้งมันควบคุมไม่ได้ไปแล้ว….
….นายกหนูอาจเป็นกรรมสนองที่ต้องโดนบ้าง…
…แต่ที่แย่คือ มันพาคนไทยซวยกันไปหมดนี่ด้วยล่ะนะ ….
…ไม่ควรเลยจริงๆ ….
โฆษณา