15 ก.ย. เวลา 00:00 • ธุรกิจ

บทที่ 188: ราคาของการรอคอย — อนาคตของโครงการมูลค่า 120,000 เหรียญ แขวนอยู่บนการตัดสินใจของคนอื่น การลงชื่อผูกพันรับซื้อข้าวสาลีขั้นต่ำปีละ 2,000 ตัน...

อาจกลายเป็นภาระหนักอึ้งทันทีหากระบบติดขัด ปลายปากกาคอแร้งจรดลงบนเนื้อกระดาษ ดึงเขาสู่ ภาระผูกพันทางกฎหมาย ที่ไม่มีวันถอยหลังกลับ
Ethan จ้องมองเล่มสัญญาปกน้ำเงินกลางโต๊ะประชุมด้วยความรู้สึกที่มั่นคง...
สามวันหลังการประชุม สมาชิกสหกรณ์ยังคงถกเถียงกันไม่จบ สำหรับ Ethan นั่นไม่ใช่ข่าวร้าย ในทางกลับกัน มันอาจเป็นข่าวดีด้วยซ้ำ เพราะข้อเสนอที่แย่มักถูกปฏิเสธทันที มีเพียงข้อเสนอที่สร้างความลังเลเท่านั้นที่ทำให้คนใช้เวลาคิดอยู่นาน
แต่ถึงอย่างนั้น การรอคอยก็ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่ออนาคตของโครงการมูลค่า 120,000 เหรียญ แขวนอยู่บนการตัดสินใจของคนอื่น
เช้าวันพฤหัสบดี Ethan กำลังตรวจรายงานยอดขายประจำสัปดาห์อยู่ในสำนักงานของโรงงาน เสียงเคาะประตูดังขึ้น Clara เดินเข้ามาพร้อมซองจดหมายสีน้ำตาล
“มาจากสหกรณ์ค่ะ”
Ethan วางปากกาลงทันที เขาพลิกดูตราประทับบนซองก่อนฉีกเปิดอย่างรวดเร็ว ภายในมีเพียงกระดาษแผ่นเดียวและประโยคสั้นๆ
คณะกรรมการสหกรณ์ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ เวลา 10.00 น.
Clara อ่านตาม “ครั้งสุดท้าย?”
“น่าจะใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว” Ethan พึมพำ แต่ยิ่งใกล้ เขากลับยิ่งระวังมากขึ้น ประสบการณ์สอนเขาว่า ดีลส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวตอนเริ่มต้น แต่มักล้มเหลวในช่วงก่อนปิดข้อตกลง ช่วงที่ทุกฝ่ายเริ่มเห็นผลประโยชน์และพยายามดึงเพิ่มอีกเล็กน้อย ซึ่งบางครั้งก็เพียงพอจะทำให้ทุกอย่างพังลง
เช้าวันศุกร์ ห้องประชุมเดิมยังคงเหมือนเดิม โต๊ะไม้ เก้าอี้ และกรรมการทั้งสี่คนยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่บรรยากาศแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างชัดเจน ไม่มีมีความแข็งกร้าวหรือการตั้งรับ ทุกคนดูเหมือนคนที่กำลังพยายามหาทางทำให้ข้อตกลงเกิดขึ้น ไม่ใช่หาทางทำลายมัน
ประธานกรรมการเปิดแฟ้มเอกสาร “สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวคิดของโครงการ พวกเขาเห็นข้อดีของการมีผู้รับซื้อระยะยาว เห็นประโยชน์ของการมีโรงโม่ในพื้นที่ และเห็นว่าการซ่อมแซมโรงงานด้วยเงินลงทุนของเอกชนช่วยลดภาระของสหกรณ์ได้มาก”
นั่นคือข่าวดี แต่ Ethan รู้ว่าถ้ามีเพียงข่าวดี เขาคงไม่ถูกเรียกมาที่นี่ ประธานกรรมการพลิกหน้ากระดาษ
“อย่างไรก็ตาม สมาชิกบางส่วนยังมีข้อกังวลอยู่”
Ethan พยักหน้า “เรื่องอะไรครับ”
กรรมการอีกคนตอบแทน “ปริมาณรับซื้อขั้นต่ำ พวกเขาต้องการความมั่นใจว่าถ้าผลผลิตออกมาตามปกติ สหกรณ์จะมีตลาดรองรับจริง”
Ethan นั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดเอกสารประมาณการกำลังการผลิต
“ปัจจุบัน Vale Bakery ใช้แป้งปีละ 3,000 ตัน และเรากำลังจะขยายโรงงานเพิ่มอีก 1,500 ตันในเร็วๆ นี้” เขาวางเอกสารกลางโต๊ะ “โรงโม่แห่งใหม่ที่ผมจะสร้าง มีกำลังผลิตวันละ 10 ตัน ซึ่งต้องการข้าวสาลีป้อนเข้าระบบปีละราวๆ 3,000 ตัน
เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์มั่นใจว่าปลูกมาแล้วมีคนรับซื้อแน่ ผมเสนอปริมาณรับซื้อขั้นต่ำในสัญญาที่ 2,000 ตันต่อปีครับ ยอดนี้จะรับประกันรายได้และค่าจ้างโม่ให้ชุมชนได้ทันทีตั้งแต่ปีแรก”
กรรมการทั้งสี่คนมองหน้ากัน ตัวเลขนี้สูงกว่าที่พวกเขาคาดไว้
“คุณแน่ใจนะ”
“แน่ใจครับ” Ethan ตอบทันที “เพราะผมไม่ได้สร้างโรงโม่เพื่อให้มันหยุดอยู่เฉยๆ”
คำตอบที่ตรงไปตรงมาทำให้หลายคนยิ้มออกมา แต่ประเด็นยังไม่จบ ประธานกรรมการเปิดเอกสารอีกหน้า
“มีอีกเรื่อง สมาชิกบางคนเสนอให้ลดระยะเวลาผูกพันจาก 90 วัน เหลือ 60 วัน”
ห้องประชุมเงียบลงเล็กน้อย Ethan เอนหลังพิงเก้าอี้ เขาไม่ได้รีบตอบ เพราะรู้ดีว่าคำตอบนี้จะกำหนดทิศทางของการเจรจาทั้งหมด
“ถ้าผมยอมลดเหลือ 60 วัน” เขาพูดช้าๆ “ธนาคารจะประเมินโครงการนี้ว่าเสี่ยงขึ้น นักลงทุนทุกคนถามคำถามเดียวกันว่า รายได้ในอนาคตมีเสถียรภาพแค่ไหน ถ้าสัญญาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเกินไป ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้น”
เขาชี้ไปยังแบบแปลนโรงโม่ “ผมไม่ได้ลงทุนแค่ซื้อเครื่องจักร แต่ผมกำลังลงทุนในระบบทั้งหมด และระบบต้องการเวลาในการปรับตัว”
ประธานกรรมการพยักหน้าช้าๆ เหตุผลนี้ต่างจากครั้งก่อน เพราะครั้งนี้ Ethan เชื่อมโยงมันเข้ากับเงินทุนโดยตรง ถ้าความมั่นคงลดลง โครงการทั้งหมดอาจไม่เกิดขึ้น กรรมการทั้งสี่คนปรึกษากันเบาๆ ก่อนประธานจะหันกลับมา
“ถ้าอย่างนั้น 90 วันคงต้องคงไว้”
Ethan พยักหน้า เขาไม่ได้ยิ้มหรือแสดงความดีใจ เพราะรู้ว่าไม่ควรแสดงออกมากเกินไปในช่วงสำคัญ
การเจรจาดำเนินต่ออีกเกือบหนึ่งชั่วโมง คณะกรรมการทั้งสี่ช่วยกันไล่เรียงตรวจทานร่างสัญญาร่วมกับ Ethan รายละเอียดปลีกย่อยและขั้นตอนการแจ้งเตือนถูกปรับแก้ให้รัดกุม เพื่อให้ตรงตามกรอบที่สมาชิกส่วนใหญ่ยอมรับ จนในที่สุดเมื่อข้อความทุกบรรทัดลงตัว ประธานกรรมการจึงปิดแฟ้มลง
“รายละเอียดสัญญาฉบับนี้ตรงตามกรอบมติเห็นชอบสองในสามของที่ประชุมใหญ่สมาชิกแล้ว” ประธานกรรมการหันมาสบตา Ethan “ผมในฐานะตัวแทนคณะกรรมการ พร้อมลงนามร่วมกับคุณครับ ยินดีต้อนรับสู่การเป็นพันธมิตรของสหกรณ์กรีนวัลเลย์”
ประธานกรรมการเลื่อนเอกสารสัญญาฉบับสมบูรณ์สองชุดมาตรงหน้า
“ถ้าคุณตรวจสอบข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้วไม่มีข้อติดขัด เราลงนามกันวันนี้ได้เลย”
Ethan มองเล่มสัญญาปกน้ำเงินที่วางเด่นอยู่กลางโต๊ะ ความเงียบปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาต้องวิเคราะห์ตัวเลข วางแผนธุรกิจ เจรจาธนาคาร และเดินทางมาพบสหกรณ์นับครั้งไม่ถ้วน ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนจากข้อตกลงปากเปล่าให้กลายเป็นความผูกพันทางกฎหมาย
เขากางสัญญาออก ไล่สายตาตรวจดูตัวเลขปริมาณรับซื้อขั้นต่ำ 2,000 ตันต่อปี และระยะเวลาข้อตกลง 90 วัน ทุกอย่างถูกต้องตรงตามที่ตกลงกันไว้
Ethan หยิบปากกาคอแร้งจากกระเป๋าเสื้อ จรดปลายปากกาลงบนช่องลงชื่อของฝ่ายผู้ลงทุน เสียงตวัดน้ำหมึกฝังลงบนเนื้อกระดาษดังสอดรับกับเสียงของประธานสหกรณ์ที่ลงนามในฝั่งตรงข้าม
เมื่อแลกเปลี่ยนเอกสารคู่สัญญาเรียบร้อย ประธานกรรมการยื่นมือออกมา Ethan ยื่นมือออกไปจับ มือของทั้งสองฝ่ายกระชับกันแน่น
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ” Ethan กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขารับสัญญาฉบับที่ประทับตราสมบูรณ์มาถือไว้ มันคือเส้นชัยแรกที่ไขว่คว้ามาตลอดหลายสัปดาห์ แต่ในใจลึกๆ Ethan รู้ดีว่าสัญญาไม่ใช่จุดจบ มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภาระผูกพันที่ยาวนานกว่านั้นมาก
และหลังจากเดินพ้นประตูห้องประชุมนี้ไป แผนการบริหารกระแสเงินทุนทั้งหมดที่เขาเตรียมไว้จะต้องถูกนำมาใช้จริง เพื่อเร่งงวดงานก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรให้พร้อมเดินเครื่องโดยเร็วที่สุด
📖 [เบื้องหลังงานเขียน —บทที่ 188: ราคาของการรอคอย]
#เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#การบริหารจัดการ
#ความร่วมมือทางธุรกิจ
โฆษณา