15 ก.ย. เวลา 15:43 • ปรัชญา
เรืยนรู้จักอารมณ์กลัว ในเรือนกาย ตัวกลัวมันทำให้กายสั่นเทา ไม่อยากมอง ไม่อยากเห็น ไม่อยาก ไม้กล้าผจญ .ผจญอารมณ์กลัวเกิดขึ้นที่กาย . บางที่พระก็ แนะนำให้ นั่นป่าช้า . ก็ไม่นั่งในป่าช้า แต่มองไม่เห็นป่าช้าในกายตน
เวลาที่เค้าสอนอสุภะ เค้าก็ดึงจิต ออกไปยืนดูกาย ค่อยๆบอกหนังออกไป น้ำเลือ ดน้ำหนองไหลออกไป มีตัวอะไรโผลมากัดกินน้ำเลือดน้ำหนอง มีกบิ่นเน่าเหม็น . ค่อยเป็นไปตามธรรมชาติ เกิดแล้วก็ดับ ก่อนที่จะดับสลายเป็นอย่างไร ไปจนจบกระบวนการ .เมื่อเสร็จสิ้น เค้าก็ทำให้กายนั้น กลับมาเป็นปกติ บอกจิตที่ยืนดู ..เอ้า เจ้าจงมุดเข้าไปในกาย ที่เจ้ารักถนุถนอม
ในความมืด นั้น ตัวเราที่มีวิญญาณทั้งหก มีอายตนะ ที่เป็นมนุษย์ อายตนะนี้มีข้อจำกัด ไม่สามารถรับรู้ มิติ .ที่เป็นโลกวิญญาณได้ เมื่อหลับตา มันก็มืดบอกมองไม่เห็น มันมืด .มองเห็นภาพอะไรไม่ได้ .เดินชน เตาะของ อยู่บนพื้น หรือ ชนสิ่งนั้นสิ่งนี้ เจ็บเนื้อเจ็บตัว
คราวนี้ มันก็มีเรื่องราว มิติของโลกวิญญาณ อยู่ . มันก็มีลักษณะหนึ่ง ของจิตที่ ว่ามีหูทิพย์ตาทิพย์ ที่เป็นคุณสมบัติ เฉพาะตัว ของจิต ที่ท่านสร้างบุญกุศลบารมีมา ปฏิบัติธรรมมา .สามารถที่จะมองเห็นมิติ โลกวิญญาณได้ นั่นเป็นลักษณะ ของจิต ที่สามารถ เรียนรู้ ไปถึง เรื่องราวของธาตุุทั้งสี่ สามารถที่จะมองเห็น เรื่องราวของโลกวิญญาณได้
สมมุติว่า .เค้าให้เร่าเห็น มิติโลกวิญญาณ นั้น เราจะกลัวมั้น คราวนี้ มันก็มีเรื่องราว ของจิตที่มีแสงรัตนะ จิตมีธรรม มีพระที่ท่านเข้าป่า ด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว ไปอยู่ในถ้ำ เสือก็มาอาศัยอยู่ในถ้ำด้วย แรกๆท่านก็บอกว่า กลัวเหมือนกัน แต่ก็อยู่ไป ก็ค่อยๆ เข้าใจ เค้าก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน เค้าก็กลัวภัยในความมืดเหมือนกัน ยิ่งออกไปนอก้ำ ก็มาผู้ที่ล่า ทำร้าย มีฝนฟ้ตก ต้องหาที่หลบเหมือนกัน
บางองค์ท่านก็ปีนขึ้นไปหน้าผาสูงชัน .ไปนั่งสมาธิที่หน้าผา นั่งนิ่ง หากไม่นิ่ง ก็ตกหน้าผาตาย บางองค์ก็ไปนั่งในป่า เดี๋ยว ก็มีเสือ มีช้าง มีพวกไล่ล่า กัดกินกัน .ท่านก็นั่งดู .กรรมของสัตว์โลก นั่งนิ่งไม่กระดกกระดิก กลัวว่า กระดุกกระดิก สัตว์มันจะทำร้ายเอา .ก็นั่งนิ่งเปนตอไม้ ไม่กระดุกกระดิก
บางเรื่องราว เราก็ฟังจากพระธุดงค์ มีคนมาถวายอาหาร ฉันแล้ว เก็บไว้ สำรองไว้ กลัวพรุ่งนี้ จะอด ไม่มีใคร ส่งอาหารใส่บาตร เพียงทำแต่นี้ พรุ่งนี้ ก็ไม่มีใครใส่บาตร อดไปตามที่คิดว่าจะอด .จึงสะสมเสบียง ยิ่งถึงคราวกายมันเจ็บปวด มันหิว .ทำอย่างไรดีหนอ ก็นั่งนิ่งๆเฉย เอาจิตไปอยู่กับพระภาวนาพุทโธ นั่งนิ่ง .ลืมตาอีกที่ เอ้า นั่งอย่างนี้ มาหายวัน ไม่ได้มีอาหารมาเติม นั่นจิตไม่มีความกลัวอะไรจะเกิดขึ้น . นั่งนิ่ง กายนิ่งจิตนิ่ง.อารมณ์ปรุงแต่วไม่มีเลย. เหลือเพียงจิต .จิตดวงเดียว .จิตไม่มีอะไรเลย
ในสมันต้นพุทธกาล สัตว์ป่าก็ดุร้าย ภูผีปีศาจดุร้ายก็เยอะ . พระท่านเล่าให้ฟัง
บางองค์ ก็ไปอยู่ในถ้ำ ที่มีพวกนาคอยู่ กลางคืน ก็เสียงเสือมาขู่คำรามกึกก้อง มาเรียกร้อง ทำไม่ให้จิตอยู่กับพระ ภาวนาพุทโธ .ใหจิตเคบื่อนออกจากภาวนา ไปยึดเสียคำราม ต่อมา พระท่านสำรวจ ว่าเสียงนี้มาจากไหน .เอ้า .มาจากนาค ที่เป็นมิจฉาทิฐิ . มากลั่นแกล้ง
ในยามที่กายเจ็บปวด ความเจ็บปวด ก็เป็นอารมณ์ ตัวเจ็บ จืตทนไม่ไหว ก็อาศัยกาย นำออกไปจาก ที่นั่งสมาธิ ต้องเปลี่ยนกิริยาของกาย ไปตามอารมณ์.จิตที่ท่านฝึกมาดีแล้ว ท่านก็นั่งนิ่ง เป็นตอไม้ อารมณ์เจ็บปวดทนไม่ไหว ก็หนีออกไปจากกาย จิตชนะอารมณ์ ก็เกิดขึ้น .ชนะกายชนะอารมณ์ .กายก็นั่งนิ่ง มีความสุข ปราศจากทุกข์
โฆษณา