Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 02:09 • การตลาด
Shot on iPhone แคมเปญเปลี่ยนโลกที่ทำให้ Apple พลิกชนะ Samsung
ย้อนกลับไปช่วงปี 2011 ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังเดือดจัด
ตอนนั้นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ Apple ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง Samsung
Samsung เปิดเกมบุกหนักมากด้วยแคมเปญโฆษณาที่ชื่อว่า “The Next Big Thing”
โฆษณาตัวนี้ไม่ได้แค่โชว์ว่ามือถือตัวเองเจ๋งยังไง แต่จงใจแซะวัฒนธรรมของสาวก Apple แบบเจ็บจี๊ด
ภาพในโฆษณาคือคนกำลังกางเต็นท์ต่อคิวซื้อ iPhone หน้าสโตร์แบบอดหลับอดนอน
แล้วก็มีคนใช้ Samsung Galaxy เดินหล่อๆ เข้ามาโชว์จอที่ใหญ่กว่า โชว์ฟีเจอร์ที่ล้ำกว่า
บอกเลยว่าตอนนั้นโฆษณานี้กลายเป็นไวรัลถล่มทลาย
มันฮิตติดลมบนจนดันให้ Samsung แซงหน้า Apple ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกได้สำเร็จ…
พอถึงต้นปี 2013 Samsung กวาดส่วนแบ่งตลาดโลกไปถึงหนึ่งในสาม
ในขณะที่ Apple กราฟดิ่งลงเหลือไม่ถึง 18 เปอร์เซ็นต์
สถานการณ์นี้ทำเอาตึกสำนักงานใหญ่ที่ Cupertino แทบลุกเป็นไฟ
มีสื่อใหญ่พาดหัวตัวเบ้อเริ่มถามแรงๆ ว่า Apple หมดความเจ๋งและแพ้ให้ Samsung ไปแล้วหรือเปล่า…
ผู้บริหารอย่าง Phil Schiller ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้
เขาส่งบทความนี้ไปให้เอเจนซี่โฆษณาคู่บุญที่ทำงานด้วยกันมา 30 ปี พร้อมคำสั่งด่วนว่าต้องรีบแก้เกม
บรรยากาศในบอร์ดบริหารตอนนั้นตึงเครียดสุดๆ
ทุกคนกดดันว่าต้องหาหมัดเด็ดไปน็อก Samsung ให้ได้…
ความกดดันทั้งหมดถูกโยนไปที่การเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสมรภูมิเรื่องของกล้อง
เดือนกันยายน 2014 Apple เปิดตัว iPhone 6 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล
ฟังดูก็ปกติดีใช่มั๊ยครับ แต่พอหันไปดูคู่แข่งคือคนละเรื่องเลย
Samsung Galaxy S5 จัดกล้องมาให้ 16 ล้านพิกเซล
แบรนด์อื่นก็บ้าคลั่งไม่แพ้กัน บางเจ้าอัดความละเอียดไปถึง 41 ล้านพิกเซล…
ถ้าเอาตัวเลขมากางเทียบกัน Apple ดูเหมือนจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มชก
แต่เบื้องหลังตัวเลขน้อยๆ นั้น มันมีเหตุผลทางวิศวกรรมซ่อนอยู่
ทีมงานรู้ดีว่าการยัดพิกเซลเยอะๆ ลงไปในเซนเซอร์เล็กๆ ของมือถือ มันจะทำให้จุดรับแสงเล็กลง
ผลที่ตามมาคือภาพจะแตกและมีจุดรบกวนบานเบอะเวลาถ่ายตอนกลางคืน…
Apple เลยเลือกที่จะยืนกรานใช้แค่ 8 ล้านพิกเซล เพื่อรักษาคุณภาพภาพถ่ายให้ดีที่สุด
ซึ่งสำนักทดสอบกล้องระดับโลกก็ยืนยันว่ากล้องของ iPhone 6 ถ่ายรูปออกมาสวยกว่าคู่แข่งจริงๆ
แต่ปัญหาโลกแตกก็คือ ผู้บริโภคทั่วไปไม่ได้มานั่งอ่านผลแล็บ
คนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อฝังหัวว่าตัวเลขเยอะกว่าคือดีกว่า…
Apple กำลังติดอยู่ในเกมสเปกจอมปลอมที่ Samsung เป็นคนเขียนกติกา
ถ้ายังขืนเล่นตามเกมนี้ ต่อให้ของดีแค่ไหนก็แพ้ภัยตัวเลขอยู่ดี
พวกเขาต้องการเปลี่ยนสมรภูมิรบใหม่
สมรภูมิที่ไม่ต้องเอาหน้ากระดาษสเปกมาขิงกันอีกต่อไป…
ทีมเอเจนซี่ Media Arts Lab เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนโซเชียลมีเดีย
มีคนใช้ iPhone ถ่ายรูปสวยๆ ระดับมืออาชีพลงอินเทอร์เน็ตเต็มไปหมด
แถมยังพร้อมใจกันติดแท็กว่าใช้ iPhone ถ่าย โดยที่ไม่มีใครไปจ้างซักบาท
มันคือหลักฐานชั้นดีว่ากล้องของพวกเขาเจ๋งแค่ไหน และมันมาจากฝีมือคนใช้งานจริง…
ทีมงานเลยซุ่มเงียบเข้าไปตามหาภาพถ่ายเจ๋งๆ ใน Flickr และ Instagram
พอเจอรูปที่ใช่ ก็ทักไปขออนุญาตเจ้าของภาพมาใช้ทำโฆษณา
โดยมีกฎเหล็กว่าห้ามแต่งรูป ห้ามจัดฉาก และต้องใส่ชื่อคนถ่ายด้วย
วิธีนี้ถือว่าบ้าบิ่นมากในยุคที่โฆษณามือถือต้องใช้ดาราและโปรดักชันราคาแพง…
ช่างภาพหลายคนยังงงๆ อยู่เลยตอนที่โดนบริษัทลึกลับติดต่อมา
บางคนเพิ่งมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เงยหน้าไปเห็นรูปตัวเองถูกขยายใหญ่เท่าตึก ไปแปะอยู่บนป้ายโฆษณากลางเมือง
โปรเจกต์นี้ถูกปั้นขึ้นมาและคัดเลือกภาพจากคนธรรมดาร้อยกว่าคน
ไม่มีรูปตัวเครื่องมือถือ ไม่มีตารางเปรียบเทียบสเปกใดๆ ทั้งสิ้น…
บนป้ายบิลบอร์ดยักษ์พวกนั้น มีแค่รูปถ่ายสวยๆ ชื่อคนถ่าย
และข้อความสั้นๆ แค่ไม่กี่คำว่า “Shot on iPhone”
แคมเปญนี้โคตรทรงพลังเพราะมันเล่นกับจิตวิทยาของมนุษย์แบบแยบยล
มันทำให้คนที่เดินผ่านไปมาเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์แบบลึกซึ้ง…
เวลาคนมองขึ้นไปบนป้าย เขาไม่ได้เห็นแค่มือถือหรือเทคโนโลยี
แต่เขามองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเอง
มันกำลังส่งสารบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นตากล้องมืออาชีพ คุณก็สร้างงานศิลปะระดับโลกได้
เมื่อคนรู้สึกผูกพันในระดับตัวตน พวกเขาก็พร้อมจะจ่ายเงินซื้อโดยไม่ต้องมานั่งเถียงเรื่องสเปกอีกต่อไป…
และแล้ววันปะทะเดือดก็มาถึง…
1 มีนาคม 2015 วันที่ Samsung จัดงานใหญ่เปิดตัว Galaxy S6 ที่สเปน
บนเวที ผู้บริหารพยายามงัดสเปกขึ้นมาข่ม พยายามโชว์ว่ากล้องตัวเองสว่างกว่ายังไง
แต่อีกฟากนึงของโลก Apple กลับสาดป้ายโฆษณาหมื่นกว่าป้ายลงใน 73 เมืองทั่วโลก…
การเถียงกันเรื่องตัวเลขบนเวทีกลายเป็นเรื่องจืดชืดไปเลย
เมื่อคนทั่วโลกต้องมาเจอเข้ากับนิทรรศการภาพถ่ายยักษ์ที่คนธรรมดาสัมผัสได้
แคมเปญนี้กลายเป็นกระแสไวรัล คนพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมือง
มีคนเอาไปทำรูปมีมล้อเลียนขำๆ ซึ่งในวงการตลาด นี่แหละคือจุดสูงสุดที่แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจคนแล้ว…
ผลลัพธ์คือยอดขายในอเมริกาพุ่งทะยาน ส่วนแบ่งตลาดทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น
แถมยังไปกวาดรางวัลสูงสุดจากเวทีประกวดโฆษณาระดับโลกมาครองได้หน้าตาเฉย
แต่ฝั่ง Samsung ก็ยังดื้อดึง ไม่ยอมเปลี่ยนวิธีคิด
พวกเขายังคงออกโฆษณาแซะและเอาฟีเจอร์มาขิงกันเหมือนเดิม…
การรัวหมัดใส่คู่ต่อสู้ที่เดินลงจากเวทีไปแล้วมันเหนื่อยเปล่า
และในเดือนสิงหาคม 2016 หายนะครั้งใหญ่ก็มาเยือน Samsung แบบไม่ทันตั้งตัว
เมื่อ Galaxy Note 7 ที่เพิ่งเปิดตัวและอัดเทคโนโลยีมาเต็มสูบ ดันเกิดปัญหาแบตเตอรี่ร้อนจนไฟลุก
ข่าวไฟไหม้มือถือลามไปทั่วโลก สายการบินสั่งห้ามพกขึ้นเครื่องเด็ดขาด…
มูลค่าบริษัทหายวับไปมหาศาลในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์
ความพยายามสร้างแบรนด์ด้วยการอวดสเปกมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า
เพราะสุดท้ายสเปกเทพๆ พวกนั้นมันหันกลับมาทำร้ายความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานซะเอง
ส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมดิ่งเหวร่วงแบบน่าตกใจ…
ในขณะที่ค่ายเกาหลีกำลังหัวหมุนพยายามกู้ภาพลักษณ์
ป้ายบิลบอร์ดของ Apple ก็ยังคงตั้งตระหง่านและทำหน้าที่ของมันต่อไปแบบชิลๆ
เปลี่ยนรุ่นมือถือไปเรื่อยๆ อัปเกรดกล้องไปเรื่อยๆ แต่ยังคงคอนเซปต์เดิมคือใช้รูปคนธรรมดา
หลายปีผ่านไป แคมเปญนี้ก็ยังเดินหน้ารับรางวัลและพิสูจน์ความเจ๋งของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า…
ในที่สุด iPhone ก็ก้าวขึ้นมาเป็นซีรีส์สมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดบนดาวเคราะห์ดวงนี้
บทเรียนจากเรื่องนี้บอกเราว่า การเอาชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องลงไปคลุกฝุ่นเล่นในเกมของเขาเสมอไป
ถ้าเขาบ้าสเปก เราไม่จำเป็นต้องบ้าตาม
แต่เราสามารถเปลี่ยนสมรภูมิไปเล่นกับอารมณ์ ความรู้สึก และสร้างคุณค่าทางจิตใจแทนได้…
แบรนด์นึงเริ่มต้นด้วยการพร่ำบอกว่าตัวเองมีสเปกอะไร ล้ำหน้าแค่ไหน
แต่อีกแบรนด์เลือกที่จะบอกว่า คนที่กำลังถือโทรศัพท์เครื่องนี้อยู่มีความหมายแค่ไหน
เขาทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าตัวเองก็เป็นศิลปินได้ และมีคุณค่าพอที่จะโชว์ผลงานให้โลกเห็น
สิ่งนี้ต่างหากที่อยู่เหนือกว่าตัวเลขและกราฟทุกอย่างบนโลก…
บริษัทมือถือสามารถเพิ่มหน่วยความจำหรืออัปเกรดเซนเซอร์กล้องได้ทุกปี
แต่ไม่มีบริษัทไหนสามารถผลิตความภาคภูมิใจให้ลูกค้าจากสายพานในโรงงานได้
ความรู้สึกที่ทำให้คนเราภูมิใจในผลงานตัวเอง นั่นแหละคือไม้ตายที่แท้จริง
และนี่แหละคือคำตอบว่าทำไม Apple ถึงพลิกเกมชนะมาได้ โดยที่ไม่ต้องเปลืองน้ำลายเถียงเรื่องสเปกเลยซักคำ
References : [adweek,theverge,forbes,canneslions,apple]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/shot-on-iphone-a-campaign-that-changed-the-world/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
การตลาด
บันทึก
8
3
8
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย