21 ก.ย. เวลา 06:23 • ไลฟ์สไตล์
นกฮูก ริมโขง | Grey House

ปล่อยวาง

เมื่อถึงวัยหนึ่ง เราอาจไม่ได้ต้องการอะไรจากชีวิตมากเหมือนเมื่อก่อน สิ่งที่เคยสำคัญมาก อาจค่อย ๆ เบาลง ความวุ่นวายที่เคยทำให้เราต้องเข้าไปจัดการทุกเรื่อง อาจไม่ใช่สิ่งที่เราอยากแบกไว้อีกต่อไป เราเริ่มมองชีวิตด้วยความเข้าใจมากขึ้น และเรียนรู้ว่า บางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ บางความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเหนี่ยวรั้ง และบางสิ่งที่เกิดขึ้น เราอาจทำได้เพียงยอมรับมัน
การปล่อยวางจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราไม่รักใคร
เราอาจยังรัก ยังเป็นห่วง ยังรับฟัง และยังอยู่ข้าง ๆ คนที่เรารักได้เหมือนเดิม เพียงแต่เราเริ่มเข้าใจว่า ชีวิตของแต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง
คนที่ต้องเติบโต ก็ควรได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง คนที่เลือกทางของเขา ก็ควรได้เดินไปตามทางนั้น
เราอาจบอกได้ว่าเป็นห่วง เราอาจเตือนในสิ่งที่คิดว่าดี และเรายังสามารถยื่นมือให้เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ แต่เราไม่จำเป็นต้องเดินแทนใคร เพราะบทเรียนบางอย่างไม่มีใครเรียนรู้แทนกันได้
เมื่อเราอายุมากขึ้น เราอาจได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้คนรอบตัวมากขึ้นด้วย
ลูกที่เคยอยู่ใกล้ ๆ วันหนึ่งก็เติบโตและมีชีวิตของตัวเอง คนรักที่เคยเดินเคียงข้างกัน อาจยังอยู่ด้วยกัน หรือวันหนึ่งอาจต้องแยกจากกัน เพื่อนที่เคยพบเจอกันบ่อย ๆ ต่างก็มีหน้าที่และเส้นทางของตัวเอง บางคนไม่ได้จากไปเพราะมีปัญหากัน เพียงแต่ชีวิตพาให้เราเดินไปคนละทาง
และตัวเราเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
เมื่อเข้าใจความจริงเหล่านี้มากขึ้น เราจึงค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าใครจะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน
สิ่งที่เราทำได้ คือรักกันในวันที่ยังมีโอกาส เป็นห่วงกันในแบบที่พอดี รับฟังเมื่ออีกฝ่ายต้องการ และให้พื้นที่แก่กันเมื่อถึงเวลาที่ต่างคนต่างต้องเดินต่อ
ส่วนที่เหลือ…ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของชีวิต
บางทีการรักตัวเองเมื่อถึงวัยหนึ่ง จึงไม่ได้หมายถึงการทำอะไรให้ตัวเองมากขึ้น แต่อาจหมายถึงการรู้ว่า เรื่องไหนควรใส่ใจ และเรื่องไหนควรวางลง
ไม่ต้องตอบโต้ทุกเรื่อง ไม่ต้องอธิบายตัวเองกับทุกคน ไม่ต้องเข้าไปแก้ไขสิ่งที่เราแก้ไม่ได้ และไม่ต้องพยายามรักษาทุกความสัมพันธ์ไว้ เพียงเพราะกลัวการสูญเสีย
เพราะการสูญเสียไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ใครสักคนเดินจากเราไป บางครั้งมันคือการยอมรับว่า คนที่เรารักกำลังเติบโต เปลี่ยนแปลง และมีชีวิตในแบบของเขาเอง
การปล่อยวางจึงไม่ใช่การปล่อยให้ใครหายไปจากชีวิต แต่คือการยอมรับว่า เรารักใครได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเส้นทางชีวิตของเขา
เมื่อวางสิ่งเหล่านี้ลงได้ เราก็มีพื้นที่เหลือกลับมาให้ตัวเอง
กลับมาดูแลสุขภาพ กินให้อิ่ม นอนให้พอ ทำสิ่งที่ชอบ อยู่กับคนที่ทำให้ใจสบาย และใช้เวลาที่เหลืออย่างไม่ต้องเร่งรีบ
ไม่ใช่เพราะเราไม่ต้องการใครอีกแล้ว แต่เพราะเราเริ่มรู้แล้วว่า ต่อให้วันหนึ่งไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ เราก็ควรมีชีวิตที่สามารถดูแลตัวเองต่อไปได้
ท้ายที่สุด สิ่งที่เราควรเตรียมไว้ อาจไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกคนอยู่กับเราให้นานที่สุด แต่อาจเป็นการดูแลตัวเองให้ดีพอที่จะอยู่กับชีวิตของเราได้ในทุกช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป
เพราะชีวิตไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป
และบางที การปล่อยวางที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเดินจากใครไป แต่อาจเป็นการรู้ว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อย เราก็ปล่อยได้ โดยไม่ต้องสูญเสียตัวเองไปพร้อมกัน
จากนั้นจึงค่อยกลับมาใช้ชีวิตของเราอย่างสงบ ทำวันนี้ให้ดี รักคนที่ยังอยู่ และดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันหนึ่ง…
วันที่เราต้องออกเดินทางไกลด้วยตัวเอง
“บางครั้งการปล่อยวาง
คือการรักใครสักคน
แล้วปล่อยให้เขาใช้ชีวิตในแบบของเขา”
โฆษณา