Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ปกิณกะแห่งไม้กางเขน : Miscellanies of the Cross
•
ติดตาม
3 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา
เอ่อ ถ้าพระคัมภีร์ดีจริง เป็นขุมปัญญาสำหรับมนุษย์ และมีหลักการที่เอามาใช้กับการบริหารอยู่ด้วย แล้วมีธุรกิจไหนบ้างไหมครับ ที่ใช้หลักการของพระเจ้าแล้วประสบความสำเร็จให้เห็นจริง ๆ?
ผมเคยตั้งคำถามแบบนี้ เพราะในชีวิตธรรมดาเราก็เจอทางแยกทางศีลธรรมอยู่เรื่อย ๆ บางเรื่องตัดสินใจง่าย บางเรื่องเรารู้ว่าอะไรถูก แต่พอมีผลประโยชน์หรือความอยู่รอดเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เริ่มยากแล้ว
ถ้าขยับไปเป็นระดับธุรกิจ มีพนักงานต้องจ่ายเงินเดือน มีต้นทุน มีคู่แข่ง มีคนอีกหลายชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ การยึดหลักการที่เราเชื่อก็น่าจะยิ่งยากขึ้นไปอีก
ผมเลยอยากรู้ว่า มีใครทำให้เห็นบ้างไหม?
แล้วก็ได้เจอเรื่องราวของ Chick-fil-A บริษัทฟาสต์ฟู้ดขายแซนด์วิชไก่ทอดในอเมริกา ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่สะดุดใจผมมาก คือเขาปิดร้านทุกวันอาทิตย์
S. Truett Cathy ผู้ก่อตั้ง เคยทำงานในร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์มาก่อน เขาจึงเห็นความสำคัญของการมีวันพัก เมื่อเปิดร้านอาหารแห่งแรกในปี 1946 เขาเลือกหยุดวันอาทิตย์ เพื่อให้ตัวเองและพนักงานได้พัก อยู่กับครอบครัว หรือไปนมัสการตามความสมัครใจ แล้วก็รักษาแนวทางนี้ต่อมา ข้อมูลจากบริษัท
ผมว่ารายละเอียดนี้สำคัญนะ เพราะเขาเริ่มทำตั้งแต่เปิดร้านแรก ก่อนจะรู้ด้วยซ้ำว่าธุรกิจจะเติบโตได้ขนาดไหน
แล้วผลเป็นอย่างไร? ในปี 2023 Chick-fil-A มียอดขายทั้งเครือประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายงานของ Business Insider ยังอธิบายว่า ผู้ดำเนินร้านต้องทุ่มเทเวลาดูแลกิจการจริง บริษัทให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในงานประจำวันและชุมชนรอบร้านด้วย ตัวเลขยอดขายนี้ไม่ใช่กำไรครับ แต่ก็ทำให้เห็นว่าแนวทางของเขาอยู่ร่วมกับความสำเร็จทางธุรกิจได้จริง รายงาน Business Insider
เยี่ยมชม
youtube.com
รู้จัก Chick-fil-A ร้านฟาสต์ฟู้ด ที่ขายดีกว่า Burger King และ KFC ในสหรัฐฯ LTM31
รู้จัก Chick-fil-A ร้านฟาสต์ฟู้ด ที่ขายดีกว่า Burger King และ KFC ใ…
มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องใกล้ตัวขึ้นมา
บางครั้งเราได้ยินคริสเตียนบอกว่ามาโบสถ์ไม่ได้ เพราะต้องทำงาน ต้องหาเงิน ต้องรับผิดชอบครอบครัว ซึ่งผมเข้าใจนะครับ เรื่องปากท้องเป็นเรื่องจริง และความกังวลว่าเดือนนี้จะพอไหมก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน
แต่ผมก็อดถามไม่ได้ว่า แล้วทำไม Chick-fil-A ทำได้?
คำถามนี้ผมอยากถามตัวเองด้วย เพราะเวลาพูดว่า “จำเป็น” บางครั้งเราก็อาจต้องกลับมาดูให้ละเอียดว่า เรากำลังเจอข้อจำกัดที่ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ หรือมีบางส่วนที่เราเองยังไม่กล้าวางใจพระเจ้า?
แน่นอนว่าเจ้าของกิจการกับลูกจ้างมีอำนาจตัดสินใจไม่เท่ากัน เราคงเอาตารางเปิดร้านของบริษัทหนึ่งไปครอบชีวิตทุกคนไม่ได้ แต่เรื่องของเขาก็ทำให้ผมอยากทบทวนเหตุผลของตัวเองให้มากขึ้น
ถ้าเราบอกว่า ขอให้มีเงินพอก่อน ขอให้งานลงตัวก่อน ขอให้ชีวิตมั่นคงก่อน แล้วค่อยให้เวลากับพระเจ้า ผมก็สงสัยว่า วันที่พร้อมทุกอย่างนั้นจะมาถึงเมื่อไร?
เพราะพอรายได้เพิ่ม ความรับผิดชอบก็อาจเพิ่ม พอธุรกิจโต ปัญหาก็อาจโตตามไปด้วย ถ้ารอให้ไม่มีอะไรต้องกังวลก่อน เราจะเริ่มให้พระเจ้ามาก่อนได้ตอนไหน?
พออ่านต่อ ผมก็พบว่าเรื่องของ Chick-fil-A มีมากกว่าการหยุดวันอาทิตย์
วัตถุประสงค์ของบริษัทกล่าวถึงการถวายเกียรติพระเจ้า ด้วยการดูแลสิ่งที่ได้รับมอบหมายอย่างซื่อสัตย์ และสร้างผลดีต่อคนที่เข้ามาสัมผัสกับองค์กร ผมอ่านแล้วนึกถึงหลักการเป็น “ผู้ดูแล” ว่าเงิน คน และโอกาสที่อยู่ในมือเรา ล้วนมาพร้อมความรับผิดชอบ วัตถุประสงค์ของบริษัท
แล้วเขาเอาไปทำอะไรบ้าง?
บริษัทอธิบายถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาและการพัฒนาผู้นำให้พนักงาน โดยมีแนวคิดว่า เมื่อคนทำงานได้รับการดูแล เขาก็จะดูแลลูกค้าได้ดีด้วย อีกโครงการชื่อ Shared Table นำอาหารส่วนเกินจากร้านไปให้องค์กรในชุมชนช่วยจัดเป็นมื้ออาหารแก่ผู้ที่ขาดแคลน การดูแลพนักงานและชุมชน
แม้แต่คำว่า “My pleasure” หรือ “ยินดีอย่างยิ่ง” ก็มีที่มาครับ ครั้งหนึ่ง Cathy ไปพักโรงแรมและได้ยินพนักงานตอบเขาด้วยคำนี้ เขาประทับใจ จึงนำมาส่งเสริมให้พนักงานของตัวเองใช้กับลูกค้า กลายเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สื่อถึงความเต็มใจบริการ ที่มาของคำว่า My pleasure
ผมชอบรายละเอียดแบบนี้ เพราะมันทำให้เห็นว่า หลักการสามารถลงมาถึงวิธีพูดกับลูกค้า วิธีดูแลคนทำงาน และวิธีจัดการอาหารที่เหลือในร้านได้
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของพระเยซูในมาระโก 9:35 ที่ทรงสอนว่า ผู้ที่อยากเป็นคนแรกต้องเป็นคนสุดท้ายและเป็นผู้ปรนนิบัติทุกคน รวมถึงการที่พระองค์ทรงล้างเท้าสาวกในยอห์น 13
ผมเคยคิดว่า เคล็ดลับแห่งการรับใช้ อาจเป็นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จทางธุรกิจด้วย
ลองคิดดูครับ ธุรกิจที่เข้าใจว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร แล้วช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้จริง ดูแลเขาดี รักษาคำพูด และรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ธุรกิจแบบนี้ก็มีเหตุผลให้คนอยากกลับมาใช้บริการ ความเชื่อจึงมีโอกาสแสดงออกผ่านวิธีทำงานที่คนอื่นสัมผัสได้
ตรงนี้แหละที่ผมสนใจ เวลาพูดถึงพระปัญญาของพระเจ้า ผมอยากเห็นด้วยว่า เมื่อนำมาปฏิบัติแล้ว มันส่งผลต่อการอยู่ร่วมกันและการทำงานอย่างไร
ผมไม่ได้ต้องการใช้เรื่องนี้บอกว่า พระคัมภีร์มุ่งให้เรารวย หรือว่าปิดร้านวันอาทิตย์แล้วธุรกิจจะสำเร็จเหมือนกันทุกคน ความสำเร็จของ Chick-fil-A ยังมีเรื่องคุณภาพสินค้า ระบบบริหาร และความสามารถของคนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่สำหรับผม ในฐานะคริสเตียน เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นพระปัญญา และมองเห็นพระคุณของพระเจ้าอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านคนที่นำสิ่งที่เชื่อมาปฏิบัติในการทำธุรกิจจริง เขาทำให้เห็นว่า การยึดหลักการของพระเจ้าและการสร้างธุรกิจให้เติบโตสามารถเกิดขึ้นด้วยกันได้
ส่วนคำถามที่ผมได้กลับมา คงเป็นเรื่องของตัวเองมากกว่าเรื่องร้านขายไก่แล้วครับ
เวลาที่ผมบอกว่า ยังทำตามสิ่งที่เชื่อไม่ได้เพราะต้องเอาตัวรอดก่อน ผมได้พิจารณาจริง ๆ แล้วหรือยังว่า อะไรคือข้อจำกัด และอะไรคือความกลัวของตัวเอง?
แล้วถ้าผมจะรอให้พร้อมทุกอย่างก่อน ผมจะเริ่มให้พระเจ้ามาก่อนได้เมื่อไร?
ศาสนาคริสต์
ศาสนา
เศรษฐศาสตร์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย