22 ก.ย. เวลา 03:01 • ธุรกิจ

แว่นสายตา จากของที่เคยซื้อเมื่อจำเป็น กลายเป็นของที่เราอยากมีหลายอันตั้งแต่เมื่อไรกัน

หากใครพอจำได้ ในสมัยที่ยังไม่ได้มีร้านแว่นรีเทลยุคใหม่ทั่วเมืองแบบทุกวันนี้ การที่เราจะเข้าร้านแว่นไปแต่ละทีก็เพราะมีปัญหาสายตาจนเริ่มมองไม่ชัด แล้วร้านแว่นส่วนใหญ่ก็มักเป็นร้านตึกแถว เจ้าของเป็นอาเฮียใส่แว่นท่าทางภูมิฐาน ที่สำคัญ แว่นเกือบทุกอันใส่อยู่ในตู้กระจก บางตู้ล็อกกุญแจด้วยซ้ำ ซึ่งในยุคนี้ก็ยังมีให้เห็นประปราย แถมวัดสายตาเก่ง วัดละเอียดโดยไม่ต้องใช้เครื่องวัดสายตาอัจฉริยะรุ่นล่าสุดด้วยสิ
เริ่มจากเข้าร้านแว่นไปแล้วบอกเฮียว่ามาวัดสายตาใหม่ สายตาเปลี่ยนหรือสายตาเพิ่งสั้น เพิ่งยาวอะไรก็ว่าไป จากนั้นเฮียก็จะเริ่มวัดสายตาให้ละเอียด จบที่ไปเลือกกรอบแว่น
คราวนี้ละงานยากละ เพราะกรอบแว่นในร้านเฮียก็มีให้เลือกจำกัด แต่มาขนาดนี้แล้วต่อให้ไม่ได้เข้ากับบุคลิกนักก็ต้องเลือกมันสักอันนึง แถมจะลองแต่ละทีต้องชี้ให้เขาไขกุญแจหยิบแว่นให้อีก ลองเป็นสิบแล้วยังไม่ถูกใจก็เกรงใจ ก็ต้องตัดสินใจเอาอันที่ดีสุด ออกมาหน้าเป็นเด็กเรียนเลย
ปัจจุบัน ร้านแว่นวางแว่นตาโชว์ทั้งหน้าร้าน ในร้านโดยที่ไม่มีตู้กระจก หยิบลองใส่ได้ตามใจ แถมมีกระจกให้ส่องตลอดแนว
แทนที่จะเดินเข้าร้านแว่นไปตอนสายตามีปัญหา ทำให้เราอยากลองแว่นเล่น ได้แว่นเพิ่มอีกอันแม้ว่าสายตาจะยังไม่เปลี่ยน หรือมีข้ออ้างในการเอาแว่นใหม่นี้ไปใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนแว่นเดิม ถ้าลองแล้วเจอที่สวยถูกใจพอ
คราวนี้ เราไม่ได้ขายแว่นสายตาในฐานะ Medical Device หรือของจำเป็นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่คนอยากมีหลายอันมากขึ้น
แค่การออกแบบ Display หน้าร้านเปลี่ยน Customer Experience เปลี่ยน Perception ต่อแว่นสายตาแบบเดิมเปลี่ยน และทำให้พฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไปด้วย จากของที่เคยซื้อเมื่อจำเป็น กลายเป็นของที่อยากลอง อยากได้ และมีมากกว่าหนึ่งอัน
แล้วด้วยความเป็นสินค้าแฟชั่น ผ้าเช็ดแว่น กล่องแว่นก็มีความเป็นแฟชั่นไปด้วย มีการ co-brand ทำสินค้า limited สวย ๆ ให้คนอยากได้ไปอีก จริง ๆ อาจอยากได้ผ้าเช็ดแว่น เลยเลือกดูคอลเลคชั่นนั้นเผื่อมีแว่นที่ถูกใจ
ก็คล้ายกับที่เราซื้อคุ๊กกี้หรือขนมไหว้พระจันทร์เพราะกล่องสวย ๆ นี่แหละ
ภาพประกอบ หน้าร้าน OWNDAYS ที่ Mega Bangna ผ้าเช็ดแว่นคอลเลคชั่น CARNIVAL สวยอะ อยากได้ หยิบแว่นลองไปเถอะ พนักงานเวลคัม เดี๋ยวเขาเช็ดให้
โฆษณา