Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
22 ก.ย. เวลา 07:27 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 117 รอยร้าวที่ปริแตกเป็นการท้าทาย: การชิงลงมือของลูกมังกรผู้สถาปนาตนเป็นปีศาจ
🟥ปี 1456 หลังจากที่วลาดที่ 3 (วลาด จอมเสียบ) สามารถสังหารวลาดิสลาฟที่ 2 และยึดบัลลังก์วัลลาเคียคืนมาได้อย่างเด็ดขาดในปี ค.ศ. 1456
สิ่งแรกที่เขาทำคือการ "กวาดล้างภายในและรวบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จ" เพราะเขารู้ดีว่าหากหลังบ้านยังไม่แข็งแกร่ง เขาจะไม่มีทางสู้กับมหาอำนาจอย่างจักรวรรดิออตโตมันได้
🟥ในช่วง 3 ปีแรก (1456 - 1459) วลาดได้ดำเนินการที่โหดเหี้ยมและเด็ดขาด
🟥วลาดรู้ว่าพวกขุนนางวัลลาเคียคือพวกตีสองหน้าและเป็นผู้ทรยศพ่อกับพี่ชายของเขาในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ (ประมาณปี 1457 หรือ 1459) เขาเชิญขุนนางหลายร้อยคนมางานเลี้ยงจากนั้นก็สั่งจับกุมผู้เฒ่าผู้แก่ถูกจับเสียบประจานส่วนคนหนุ่มสาวถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงานทาสเพื่อสร้าง ปราสาทโพเอนารี (Poenari Castle) บนยอดเขาจนหลายคนขาดใจตาย
🟥เขาจัดการกับพ่อค้าชาวซัคซอนในทรานซิลเวเนียที่ให้การสนับสนุนคู่แข่งแย่งบัลลังก์ของเขา (ตระกูลดาเนสติ) โดยการยกทัพไปเผาทำลายเมืองและจับพ่อค้ามาเสียบประจานนับหมื่นคน วลาดออกกฎหมายที่เข้มงวดมาก อาชญากรรมทุกประเภทไม่ว่าจะขโมยของ โกหก หรือเกียจคร้าน มีบทลงโทษเดียวคือ "การเสียบประจาน" (Impalement) ทำให้วัลลาเคียในยุคของเขาแทบจะไม่มีโจรผู้ร้ายเลย
🟥หลังรวบรวมอำนาจได้รอยร้าวระหว่างวัลลาเคียและออตโตมันค่อยๆ ขยายตัวจนกลายเป็นการท้าทายอำนาจที่ตบหน้าสุลต่านอย่างรุนแรงที่สุด โดยมีลำดับเหตุการณ์แตกหักดังนี้
🟪1. การปฏิเสธ "ส่วย" และ "ภาษีเลือด" (ค.ศ. 1459)
🔹ในฐานะรัฐบรรณาการวัลลาเคียมีหน้าที่ต้องส่งส่วยประจำปีเป็นเงิน 10,000 ดูคัต และต้องส่งเด็กชายชาววัลลาเคีย 500 คนเพื่อไปเข้าสู่ระบบ เดฟเชอร์เม (Devshirme) หรือเพื่อรับการฝึกเป็นกองทหารเยนิเชรีของออตโตมัน
🔹ในช่วง 3 ปีแรก (1456-1458) วลาดยังคงจ่ายส่วยตามปกติเพื่อซื้อเวลาในการกวาดล้างขุนนาง (Boyars) ที่ไม่จงรักภักดีในประเทศ และสร้างแนวป้อมปราการของตนเอง
🔹ขานรับสงครามครูเสด (ค.ศ. 1459): สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ได้เรียกร้องให้ชาวยุโรปก่อตั้งกองทัพครูเสดขึ้นมาใหม่เพื่อต่อต้านออตโตมัน โดยมีกษัตริย์แมทเธียส คอร์วินุส แห่งฮังการี (ลูกชายของจอห์น ฮุนยาดี) เป็นผู้นำ วลาดเห็นสบโอกาสทอง จึงประกาศตัวเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับฮังการีทันที
🔹วลาดประเมินว่าตนเองกุมอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว เขาจึง "หยุดจ่ายส่วยและงดส่งเด็กชาย" อย่างเด็ดขาด ซึ่งในมุมมองของออตโตมัน นี่คือการประกาศกบฏอย่างเป็นทางการ
🟧 ตำนานการตอกตะปูติดผ้าโพกหัวเป็นหนึ่งในวีรกรรมที่สะท้อนถึงความเหี้ยมโหดและภาพลักษณ์ "จอมเผด็จการ" ของวลาดที่ 3 (Vlad the Impaler) ได้ชัดเจนที่สุด แม้จะเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันมา แต่เบื้องหลังตำนานนี้มีมิติทางการเมืองและสงครามจิตวิทยาซ่อนอยู่
🔸เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ได้ส่งคณะทูตชาวออตโตมันมาเข้าเฝ้าวลาดที่ 3 ณ ราชสำนักวัลลาเคีย เพื่อทวงถามเรื่องการจ่ายส่วยประจำปีที่วลาดค้างชำระ
🔸เมื่อคณะทูตเข้ามาในท้องพระโรง พวกเขาทำความเคารพวลาดตามธรรมเนียมออตโตมัน แต่ "ปฏิเสธที่จะถอดผ้าโพกหัว (Turban)" ออก
วลาดซึ่งมองว่านี่คือการหยามเกียรติตนในบ้านของตนเอง จึงถามทูตว่าทำไมถึงไม่ยอมถอดหมวกต่อหน้ากษัตริย์
🔸คณะทูตตอบกลับอย่างหยิ่งทะนงว่า "นี่คือธรรมเนียมและศาสนาของเรา เราจะไม่ถอดผ้าโพกหัวให้ใครยกเว้นองค์อัลลอฮ์และสุลต่านเท่านั้น ตัวท่านอยู่ในราชสำนักออตโตมันตั้งแต่เด็กคงรู้ธรรมเนียมดี"
🔸วลาดจึงยิ้มและตอบกลับไปว่า "ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะช่วยเสริมสร้างความศรัทธาและรักษาธรรมเนียมของพวกเจ้าให้มั่นคงยิ่งขึ้น" จากนั้นเขาจึงสั่งให้ทหารจับคณะทูตไว้และนำ "ตะปูเหล็กตอกทะลุผ้าโพกหัวฝังลงไปในกะโหลก" ของทูตทุกคนจนสิ้นใจ
เหตุการณ์ ตอกตะปูติดผ้าโพกฑูตออตโ๖มัน
🔸ในแง่ของยุทธศาสตร์ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ถูกเติมแต่งขึ้นแต่มันได้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของวลาดไปแล้ว นั่นคือการทำ "สงครามจิตวิทยา"
🔸วลาดเติบโตมาในราชสำนักออตโตมันเขารู้ดีว่าออตโตมันมีกองทัพที่ใหญ่กว่าวัลลาเคียหลายสิบเท่าการจะสู้กับมหาอำนาจระดับนี้เขาไม่สามารถชนะได้ด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่เขาก็มีวิธีรับมือ
หลังส่งร่างทูตที่ถูกตอกตะปูกลับไปปละปล่อยให้ข่าวลือนี้แพร่สะพัดคือการส่งข้อความที่ชัดเจนที่สุดไปถึงเมห์เหม็ดที่ 2 ว่า: "วัลลาเคียไม่ใช่มณฑลของเจ้าอีกต่อไป และข้าจะไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ใดๆ ของออตโตมัน"
🟨 2. กับดักซ้อนกับดัก: จุดจบของทูตออตโตมัน (ค.ศ. 1461)
🔹 เมื่อเห็นวัลลาเคียกระด้างกระเดื่องสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จึงเดินเกมส์ส่งนักการทูตชื่อ โธมัส คาทาโบลินอส (Thomas Katabolinos) และแม่ทัพ ฮัมซา เบย์ (Hamza Bey) แห่งนิโคโปลิส พร้อมทหารม้า 1,000 นาย ข้ามพรมแดนมาอ้างว่าต้องการเจรจา แต่แผนที่แท้จริงคือการลวงวลาดมาติดกับและจับตัวกลับไปอิสตันบูล
🔹 วลาดที่รู้ทันยุทธวิธีของออตโตมันเป็นอย่างดี (จากประสบการณ์ที่เคยเป็นตัวประกัน) ได้เตรียมกองกำลังซุ่มโจมตีไว้ล่วงหน้า เมื่อทัพออตโตมันเข้ามาในเขตวัลลาเคีย วลาดก็สั่งทหารเข้าบดขยี้และจับกุมฮัมซา เบย์ รวมถึงทหารออตโตมันไว้ได้ทั้งหมด
ทำลายป้อมปราการ เผาเสบียง และสังหารชาวเติร์กรวมถึงผู้ที่ฝักใฝ่ออตโตมันอย่างโหดเหี้ยม
🔹การเสียบประจาน: วลาดสั่งให้นำทหารออตโตมันทั้งหมดไป "เสียบด้วยไม้แหลม" (Impalement) โดยจัดให้ ฮัมซา เบย์ ซึ่งมียศสูงสุด ถูกเสียบบนไม้ที่สูงที่สุดเพื่อเป็นการเยาะเย้ย
🟩3. ปฏิบัติการฤดูหนาว: การเผาทำลายแนวหลัง (ฤดูหนาว ค.ศ. 1461 - 1462)
🔸นี่คือจุดพีกของการท้าทายอำนาจวลาดรู้ดีว่าเมื่อฆ่าแม่ทัพของเมห์เหม็ดไปแล้ว สงครามใหญ่หลีกเลี่ยงไม่ได้เขาจึงไม่รอให้ตั้งรับอยู่ในบ้าน แต่เป็นฝ่ายเปิดฉากบุกก่อนในสไตล์ "สงครามกองโจรผสมนโยบายแผ่นดินไหม้"
วลาดนำกองทัพข้ามแม่น้ำดานูบที่กลายเป็นน้ำแข็ง บุกเข้าไปในดินแดนของออตโตมัน (บริเวณบัลแกเรียในปัจจุบัน)
การเปิดฉากบุกโดยวัลลาเคีย
🔸เขาทำลายป้อมปราการ เผาเสบียง และสังหารชาวเติร์กรวมถึงผู้ที่ฝักใฝ่ออตโตมันอย่างโหดเหี้ยม
🔸วลาดได้เขียนจดหมายไปถึง กษัตริย์มัทธิอัส คอร์วินุส แห่งฮังการี ในเดือนกุมภาพันธ์ 1462 เพื่อขอกำลังสนับสนุน โดยระบุตัวเลขอย่างชัดเจนว่า "ข้าพเจ้าได้สังหารชายหญิงและเด็กไปทั้งสิ้น 23,884 คน ไม่นับรวมผู้ที่ถูกเผาทั้งเป็นในบ้านของตนเอง หรือผู้ที่ทหารของข้าพเจ้าตัดหัวมาได้"
จดหมายที่เขียนไปถึง กษัตริย์มัทธิอัส คอร์วินุส
🚩 บทสรุป -> ผลลัพธ์ของการท้าทาย
🟪การกระทำของวลาดไม่ใช่แค่การกบฏธรรมดา แต่เป็นการทำลายโลจิสติกส์ ทำลายขวัญกำลังใจทหาร และหยามเกียรติของจักรวรรดิออตโตมันอย่างรุนแรงที่สุด เป้าหมายเดียวของวลาดคือ ล่อสุลต่านให้เข้ามาในวัลลาเคียก่อนผสานกองทัพฮังการีบดขยี้สุลต่านเซ่นบ้านเกิด
การเสียบประจานและการข้ามแม่น้ำมาสังหารหมู่
🟪ข่าวการเสียบประจานและการข้ามแม่น้ำมาสังหารหมู่ ทำให้สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 แทบคลั่งจนต้องพับแผนการบุกดินแดนอื่นทั้งหมด แล้วสั่งระดมทัพหลวงที่ใหญ่ซึ่งมีกำลังพลเรือนแสนคน เพื่อเดินทัพมุ่งหน้าสู่วัลลาเคียในฤดูร้อนปี 1462 โดยมีเป้าหมายเดียวคือ: ลากคอวลาดที่ 3 ลงจากบัลลังก์ และตั้ง "ราดู" น้องชายที่จงรักภักดีของเขาขึ้นปกครองแทน
ตอนที่ 118 ข้ามแม่น้ำสู่บททดสอบความทรหด: การศึกแบบอสมมาตรสุดยอดสงครามจิตวิทยาของวลาดที่ 3
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
แนวคิด
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย