Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
20 ก.ย. เวลา 01:30 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 116 ตัวประกันสองพี่น้องในกรงทอง: เส้นทางที่สวนทางของ "วลาด" และ "ราดู" (ค.ศ. 1442 – 1456)
🟥เรื่องราวของ วลาดที่ 3 (Vlad III) และ ราดู (Radu) เป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมสายเลือดและการเมืองที่คลาสสิกที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรปตะวันออกช่วงเวลา 14 ปีในฐานะ "ตัวประกัน" ของจักรวรรดิออตโตมันไม่ได้เป็นเพียงการกักขังแต่เป็นเบ้าหลอมที่สร้างศัตรูตัวฉกาจที่สุดและพันธมิตรที่จงรักภักดีที่สุดให้กับออตโตมันในเวลาเดียวกัน
🟥นี่คือเรื่องราวการเติบโตของสองตัวประกันในเงาของสุลต่าน ที่ทำให้พี่น้องสายเลือดเดียวกันเดินไปสู่เส้นทางคู่ขนานและไม่มีวันบรรจบกันอีกเลย
🟪1. จุดเริ่มต้นแห่งการเป็น "ตัวประกันตระกูลขุนนาง" (ค.ศ. 1442)
🔹อย่างที่ได้ปูไปในตอนที่แล้ว แคว้นวัลลาเคีย (Wallachia) เป็นรัฐกันชนที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาอำนาจออตโตมันและฮังการี ในปี 1442 วลาดที่ 2 ดรากูล (Vlad II Dracul) ผู้เป็นบิดา ถูกสุลต่านมูรัดที่ 2 (Murad II) เรียกตัวไปเข้าเฝ้า
🔹เพื่อรับประกันว่าวัลลาเคียจะไม่แปรพักตร์ไปเข้ากับฮังการี สุลต่านบีบให้วลาดที่ 2 ต้องทิ้งลูกชายคนรองและคนเล็กไว้เป็นตัวประกัน นั่นคือ วลาด (วัย 11 ปี) และ ราดู (วัย 7 ปี)
🔹เด็กทั้งสองถูกส่งไปกักบริเวณที่ป้อมเอกริกอซ (Eğrigöz) และต่อมาที่เมืองหลวงเอเดียร์เน (Edirne) ที่นั่นพวกเขาไม่ได้ถูกใช้แรงงานทาสแต่ได้รับการศึกษาผ่านระบบแบบ "เจ้าชาย"เพื่อความหวังว่าเมื่อเติบโต จะขึ้นเป็นผู้ปกครองที่ราชสำนักออตโตมันใช้สอยได้
🟧2. วลาด: มังกรร้ายที่เก็บซ่อนความแค้น
🔸ยามที่วลาดเข้าสู่ราชสำนักออตโตมัน เขาอยู่ในวัยที่เริ่มรู้ความแล้ว เขาต่อต้านและแสดงความดื้อรั้นต่อครูฝึกและผู้คุมชาวออตโตมันอยู่เสมอด้วยมุมมองที่ว่าตนเป็นเพียงตัวประกัน ความเป็นตายขึ้นอยู่กับความไว้วางใจและความเมตตาของสุลต่านที่มีต่อ ครอบครัวเขาและแคว้นวัลลาเคีย
🔸ที่ราชสำนักแห่งนี้ วลาดและราดูได้รับการศึกษาขั้นสูงร่วมกับเจ้าชายของออตโตมัน รวมถึงเจ้าชายเมห์เหม็ดซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับวลาด
🟧ชีวิตในห้องเรียนและลานฝึกทหาร การศึกษาที่วลาดและเมห์เหม็ดได้รับนั้นครอบคลุมรอบด้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นผู้ปกครองในอนาคต
🔸วิชาการและภาษา: พวกเขาต้องเรียนภาษาตุรกี เปอร์เซีย และอารบิก รวมถึงวรรณกรรม ปรัชญา ตรรกศาสตร์ และคณิตศาสตร์
🔸เข้ารีตมุสลิม: แม้วลาดจะเป็นคริสเตียน แต่เขาถูกบังคับให้ศึกษาคำสอนของศาสนาอิสลามอย่างลึกซึ้ง
🔸การทหาร: นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด พวกเขาได้รับการฝึกฝนวิชาขี่ม้า ฟันดาบและเรียนรู้ยุทธวิธีทางการทหารของกองทัพออตโตมันรวมถึงระบบของกองกำลังทหารราบชั้นยอด (Janissaries) อย่างใกล้ชิด
🟨ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานตั้งแต่เด็ก ระหว่าง วลาดและเมห์เหม็ด
🔹ขณะที่เรียนและเติบโตมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แบ่งออกเป็นขั้วตรงข้ามอย่างชัดเจนวลาดเกลียดชังสถานะตัวประกันของตนเอง เขาเป็นคนหัวแข็ง ปฏิเสธที่จะอ่อนน้อมต่อชาวออตโตมัน และมักจะแสดงพฤติกรรมต่อต้าน ทำให้เขาถูกครูฝึกชาวเติร์กลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีและขังเดี่ยวอยู่บ่อยครั้งประสบการณ์นี้บ่มเพาะความแค้นฝังลึกที่วลาดมีต่ออาณาจักรออตโตมันและตัวเมห์เหม็ดเอง
🔹ในทางกลับกัน "ราดู" น้องชายของวลาดกลับปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบออตโตมันได้อย่างสมบูรณ์ ราดูเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม และกลายเป็นคนโปรดในราชสำนักที่สำคัญคือ ราดูกลายเป็นเพื่อนสนิท (นักประวัติศาสตร์บางรายเชื่อว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง) กับเจ้าชายเมห์เหม็ดการที่น้องชายแท้ๆไปสนิทสนมกับศัตรูยิ่งทำให้วลาดรู้สึกโดดเดี่ยวและเกลียดชังเมห์เหม็ดมากขึ้น
🟩3. ราดู ผู้เลอโฉม: นกน้อยที่ตกหลุมรักกรงทอง
🔹ในทางตรงกันข้าม ราดูถูกพามาในวัยเพียง 7 ขวบ เขายังเด็กเกินกว่าจะมีความผูกพันลึกซึ้งกับแผ่นดินเกิด และถูกหล่อหลอมโดยราชสำนักออตโตมันได้อย่างสมบูรณ์
🔹ราดูเปิดรับวัฒนธรรมออตโตมันอย่างเต็มใจ เขาเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม และมีพฤติกรรมไม่ต่างจากเจ้าชายชาวเติร์ก ซึ่งทำให้เขาได้รับการยอมรับและก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมชนชั้นสูงในราชสำนักออตโตมันอย่างแท้จริง
🔹ราดูมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามจนได้รับฉายาว่า "ราดูผู้เลอโฉม" (Radu cel Frumos) เขาได้กลายมาเป็นพระสหายคนสนิท กับเจ้าชายเมห์เหม็ด (อนาคตสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ผู้พิชิต) ความสัมพันธ์นี้ทำให้ราดูได้รับอภิสิทธิ์และกลายเป็น "หมากตัวโปรด" ของราชสำนัก
🟩สถานะ "คนโปรด" และเส้นทางสู่อำนาจ
🔹ความสนิทสนมกับว่าที่สุลต่านทำให้ชีวิตของราดูในราชสำนักออตโตมันเต็มไปด้วยความสะดวกสบายและเกียรติยศ เขาไม่ได้รับการปฏิบัติในฐานะตัวประกันอีกต่อไป แต่ได้รับสิทธิพิเศษมากมาย
🔹ราดูได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในพระราชวังทอปกาปีเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหาร โดยเฉพาะการได้เป็นผู้นำกองกำลังทหารราบชั้นยอด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มอบให้กับผู้ที่สุลต่านไว้วางใจอย่างสูงสุดเท่านั้น
🔹เมื่อเมห์เหม็ดที่ 2 ขึ้นครองราชย์เป็นสุลต่านความไว้วางใจที่บ่มเพาะมาตั้งแต่วัยเยาว์ทำให้ราดูกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดของออตโตมันในการจัดการกับปัญหาแคว้นวัลลาเคียเมห์เหม็ดไม่จำเป็นต้องใช้ทหารเยนิสซารี่ไปสู้รบกับวลาดให้สูญเสียกำลังพลโดยไม่จำเป็น แต่ทรงใช้ "น้องชายที่เติบโตมาด้วยกัน" คนนี้ เป็นหมากไปต่อกรล้มพี่ชายตัวเอง
🟥4. จุดแตกหักสู่เส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบ (ค.ศ. 1447 – 1456)
🔸จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1447 เมื่อพ่อและพี่ชายคนโตของพวกเขา (วลาดที่ 2 และเมอร์เชีย) ถูกลอบสังหารโดยขุนนางวัลลาเคียที่ได้รับการสนับสนุนจากฮังการี
🔸จอห์น ฮุนยาดี ผู้สำเร็จราชการแห่งฮังการีนำทัพบุกแคว้นวัลลาเคียและทำการสังหาร วลาดที่ 2 (บิดา) รวมถึง เมอร์เซีย (พี่ชายคนโตของวลาดและราดู)สาเหตุหลักมาจากความพยายามของวลาดที่ 2 ที่ต้องการรักษาสมดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจที่กำลังขยายอิทธิพลอย่างฮังการีและจักรวรรดิออตโตมันการลอบสังหารครั้งนี้ทำให้ฮังการีสามารถผลักดันให้ วลาดิสลาฟที่ 2 (Vladislav II) ขึ้นครองบัลลังก์วัลลาเคียแทนบิดาของเขา
🔸เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของวลาดที่ 2 จักรวรรดิออตโตมันปล่อยตัว
วลาดที่ 3 และส่งกองทัพสนับสนุนให้เขาไปยึดบัลลังก์วัลลาเคียคืนวลาดสามารถยึดบัลลังก์ได้สำเร็จในช่วงปลายปี ค.ศ. 1448 แต่การครองราชย์ครั้งแรกของเขากินเวลาสั้นมากเพียงประมาณสองเดือนเท่านั้นเขาถูกบีบให้ยอมจำนนโดยกองทัพของ วลาดิสลาฟที่ 2 ที่ยกทัพกลับมาทวงบัลลังก์คืน จนวลาดที่ 3 ต้องหลบหนีไปลี้ภัยในแคว้นมอลดาเวีย
🔸ช่วงเวลาแห่งการพลัดพราก: หลังจากปี 1448 เป็นต้นมา พี่น้องทั้งสองก็อยู่คนละฝั่งอย่างถาวร วลาดเร่ร่อนไปทั่วยุโรปตะวันออกเพื่อหาพันธมิตร (และสุดท้ายก็ยอมก้มหัวให้ศัตรูเก่าอย่างฮังการีเพื่อขอกำลังทหาร) ในขณะที่ราดูยังคงเสวยสุขและไต่เต้าเป็นแม่ทัพในราชสำนักของเมห์เหม็ดที่ 2
🔸หลังปี ค.ศ. 1448 เป็นต้นมา ทั้งสองพี่น้องได้เลือกเส้นทางเพื่อความอยู่รอดที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
🟨วลาดที่ 3 (เส้นทางแห่งการล้างแค้น): หลังจากสูญเสียบัลลังก์ วลาดต้องใช้ชีวิตระหกระเหินไปทั่วยุโรปตะวันออกเพื่อแสวงหาพันธมิตร ท้ายที่สุดด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่บีบบังคับในมอลดาเวีย เขาจำใจต้องหลบหนีไปทรานซิลเวเนียและหันไปขอความคุ้มครองจาก จอห์น ฮุนยาดี ศัตรูเก่าที่สั่งสังหารพ่อและพี่ชายของเขา เพื่อขอกำลังทหารกลับไปชิงบัลลังก์วัลลาเคียอีกครั้ง
🟨ราดู (เส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์ในราชสำนัก): ในขณะที่พี่ชายต้องตกระกำลำบาก ราดูกลับได้รับการต้อนรับให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชสำนัก ราดูใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีความสนิทสนมกับว่าที่สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 และในเวลาต่อมาได้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญร่วมกับกองทัพออตโตมัน
🚩 บทสรุป -> เส้นทางคู่ขนานที่จะไม่มีวันบรรจบ
🟪ในปี 1456 วลาดได้นำทัพบุกกลับเข้าไปในวัลลาเคียสังหารคู่แข่งและสถาปนาตนเองเป็นผู้ปกครองวัลลาเคียอย่างเป็นทางการเริ่มต้นยุคสมัยแห่งความสยดสยองในฐานะ "วลาดจอมเสียบ" (Vlad the Impaler) โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การฉีกสัญญาส่วนตัวและล้างแค้นจักรวรรดิออตโตมัน
🟪ในขณะเดียวกันที่กรุงอิสตันบูล ราดู ยังคงยืนอยู่เคียงข้างสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 รอคอยเวลาที่สุลต่านจะส่งเขาให้นำกองทัพออตโตมันกลับไปบดขยี้พี่ชายร่วมสายเลือดของตนเอง ซึ่งเหตุการณ์สายเลือดฆ่าสายเลือดนี้จะระเบิดขึ้นในปฏิบัติการบุกวัลลาเคียในปี ค.ศ. 1462
ตอนที่ 117 รอยร้าวที่ปริแตกเป็นการท้าทาย: การชิงลงมือของลูกมังกรผู้สถาปนาตนเป็นปีศาจ
แนวคิด
เรื่องเล่า
ประวัติศาสตร์
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย