Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
MarketThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 03:00 • การตลาด
“บุรุษไปรษณีย์” Marketing ที่ทรงพลังที่สุด แบบไม่ต้องใช้งบโฆษณา
“เขียนที่อยู่ผิด ก็ยังส่งถูก” คือข้อความที่อ่านแล้วรู้ได้ทันทีว่าหมายถึงไปรษณีย์ไทย
ล่าสุดมีเรื่องราวเล็ก ๆ ที่กลายเป็นไวรัลใน X เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งส่งของขวัญให้ลูกสาว แล้วเขียนข้อความหน้ากล่องด้วยลายมือว่า “ขอความกรุณานำจ่ายวันจันทร์ วันเกิดลูกสาว”
แม้ว่าในเชิงการทำงานจริง ข้อความนี้อาจจะเป็นภาระที่นอกเหนือกระบวนการทำงานปกติของบุรุษไปรษณีย์ และอาจสร้างความยุ่งยากในการจัดเก็บ
แต่สิ่งที่บุรุษไปรษณีย์ทำ คือการนำพัสดุนั้นไปส่งให้ตรงกับวันจันทร์จริง ๆ พร้อมทั้งอวยพรวันเกิดให้กับลูกสาวผ่านสายตอนแจ้งส่งพัสดุ
เมื่อลูกสาวนำเรื่องนี้มาเผยแพร่ใน X โพสต์นี้ก็กลายเป็นไวรัล กวาดยอดวิวมากกว่า 1.7 ล้านวิว ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
และหากย้อนกลับไปปี 2564 ก็เคยมีไวรัล เมื่อบุรุษไปรษณีย์ช่วยขยับหรือเก็บราวตากผ้าหนีฝนให้ลูกค้า กลายเป็นเรื่องราวให้ผู้คนในโลกออนไลน์ยิ้มถึงน้ำใจของบุรุษไปรษณีย์
ซึ่งทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้คนแห่มาคอมเมนต์ชื่นชม และพากันบอกเล่าเรื่องราวที่ประทับใจกับบุรุษไปรษณีย์ เพราะคนไทยหลายคนล้วนมีประสบการณ์ร่วมกันกับบุรุษไปรยณีย์ไทย เช่น
บางบ้าน สมาชิกในครอบครัวสนิทกับบุรุษไปรษณีย์ไทย
บางบ้าน บุรุษไปรษณีย์ไทยจำชื่อสมาชิกได้ทุกคน
บางบ้าน ที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาน้องแมว ก็สนิทกับบุรุษไปรษณีย์ไทย
แล้วสิ่งนี้บอกอะไรเราบ้างในมุมมองการตลาด ?
ถ้ามองในแง่การตลาดจริง ๆ บุรุษไปรษณีย์ก็คือ Human Touchpoint หรือจุดที่ลูกค้าเกิดการปฏิสัมพันธ์และสื่อสารระหว่างคนกับคนโดยตรงกับตัวแทนของแบรนด์
ซึ่งโดยปกติ แบรนด์ต้องซื้อโฆษณาเพื่อให้คนเห็นแบรนด์เพียงวันละไม่กี่วินาที
แต่บุรุษไปรษณีย์มีโอกาสพบลูกค้าซ้ำ ๆ ในชีวิตจริง
จากคนแปลกหน้า จึงค่อย ๆ กลายเป็นคนคุ้นหน้า และในที่สุดกลายเป็น “พี่ไปรฯ” ที่หลายคนรู้จัก
ยิ่งเมื่อบุรุษไปรษณีย์มักจะทำงานอยู่ในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ก็มักจะจำได้ว่าบ้านไหนมีใครอยู่บ้าง บ้านนี้ต้องวางของไว้ตรงไหน หรือบ้านนี้สมาชิกมักไม่อยู่บ้านช่วงเช้า
1
สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนส่งกับคนรับค่อย ๆ พัฒนาเป็น Familiarity หรือความคุ้นเคย และต่อยอดไปสู่ Trust หรือความไว้วางใจในแบรนด์
ซึ่งจุดนี้เอง ดันกลายเป็นหนึ่งใน Strength หรือป้อมปราการที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก..
เพราะในขณะที่แบรนด์คู่แข่งอาจจะเปลี่ยนหน้าผู้ส่งพัสดุไปเรื่อย ๆ แต่บุรุษไปรษณีย์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัดหรือชุมชนเล็ก ๆ มักเป็นคนเดิมที่ส่งมาหลายปี
นอกจากนั้น ในทางการตลาด สิ่งนี้เชื่อมโยงกับแนวคิด Brand Humanization หรือการทำให้แบรนด์มีความเป็นมนุษย์ที่มีตัวตน จับต้องได้
ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ลูกค้านึกถึงไปรษณีย์ไทย นอกจากจะนึกถึงโลโกกับตู้ไปรษณีย์สีแดง หลายคนจะนึกถึง “คน” หรือบุรุษไปรษณีย์ที่เขาเจอตัวจริง ๆ หน้าบ้าน
ต้องยอมรับว่านี่คือ Organic Marketing ที่สร้างอิมแพกต์ให้แบรนด์โดยไม่ได้ตั้งใจ
เพราะแม้พี่ ๆ บุรุษไปรษณีย์จะไม่ได้จบปริญญาด้านการตลาด ไม่ได้รู้จักวิธีการทำ CRM
แต่สิ่งที่พวกเขาทำในทุก ๆ วันด้วยความใส่ใจและมิตรภาพ
กลับกลายเป็นการตลาดที่ทรงพลังที่สุด จนพาไปรษณีย์ไทยนั่งอยู่ในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน..
ไปรษณีย์ไทย
การตลาด
23 บันทึก
28
1
20
23
28
1
20
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย