วันนี้ เวลา 00:57 • ปรัชญา
บ้านปิ่นเกล้า
เรื่องราว ของคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นเหมือนแก้วรัตนะ ที่ชี้ให้ สร้างบุญกุศล ให้รู้จัก มีสติสัมปชัญญะ รู้จักกรรม มีสติสัมปชัญญะ รู้จักธรรม ก็สร้างบุญกุศลบารมีหนีเวรกรรม ไปทุกภพทุดชาติ
เรื่องราวของพระที่ท่านชี้ ให้นำกายบิดามารดา มากราบพระ สวดมนต์ ภาวนา ด้วยจิต ที่ปร่าศจากอารมณ์ นึกคิดปรุงแต่ง มีกายนิ่ง จิตนิ่ง ก็เพื่องให้จิตนั้น .ที่มี ธาตุ ทั้งาองพ่อแม่ ธาตุุทั้งสี่ ขันธ์ทั้งห้า วิญญาณทั้งหก น้ำเลือดน้ำหนองของผู้ที่มีกรรมหนุนนำกายที่อาศัย มีตัวกินเลือดกินเนื้อ อาศัยในกาย . ได้ไปสัมผัส สิ่งที่เรียกว่า ธรรม .ที่เป็นแสงรัตนะ
พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้ฝากกับผู้หนึ่งผู้ใด ท่านอธิฐานฝากไว้กับดินฟ้่าอากาศ ผู้ใดนำ อาราธนา รอยทั้งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รอยของพระ ยืน เดิน นั่ง นอน ภาวนาพุทโธ ไม่คิดนึดอะไร มีกายนิ่ง จิตนิ่ง รวบรวบจิต เป็นหนึ่ง ก็จะได้ค่อยๆ สัมผัส เรื่องราว คำสอน เป็นแสงรัตนะ
คราวนี้ ในยุคกึ่งพุทธกาล จิตที่เกิดม่า อาศัยทีกายมนุษย์ เค้ามาจากนรกกันมาก เค้่าก็ไม่สนในเรืองราวศาสนา เรื่องบุญกุศลบารมี สร้างบุญ เค้าไม่ทำ เค้าเบือนหน้าหนี ใช้อารมณ์โลภโกรธหลง ที่โลกปรุงแต่ง ส่งเสริม ให้จิตนั่น เพิ่มพูนกรรม มากยิ่งขึ้น มีวัด ที่คนรุ่นก่อน สร้างไว้ เพื่อให้ทำบุญกับ มีการทำบุญ กับผู้ที่ครองผากาสาวพัสตร์ ที่เป็นเครืรองหมายธรรม
เมื่อทำบุญนอบน้อมไปที่เครื่องหมายธรรม ทั้งผู้ที่รับ ผู้ที่ถวาย มีกายนิ่งจิตนิ่ง แสงรัตนะ ก็จะส่องลงมา เป็นสีบุญ สีเหลือง เกิดขึ้น จิตที่ได้สัมมผัสบุญ สีการบันทึก เรื่องที่สละปัจจัย ฝากไว้ในศาสนา ก็จะเกิดเป็นเสบียงอาหารให้แก่จิตที่ออกจากกายนี้ ที่มีเรื่องราว ทำกายกรรม ให้เป็นกายบุญ กายบุญ คือ กายของเทพยดาอินทร์พรหม
การปฏิบัติ สร้างบุญกุศลบารมี เมื่อเราตั้งอกตั้งใจทำ การกราบพระ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม เมื่อเกิดมีแสงรีตนะเกิดขึ้น ก็มีเรื่องราว ที่ว่า เราไม่ทำคนเดียว มีเรื่องราว ของหูทิพย์ตาทิพย์ มาอนุโมทนา จิตเราก็ได้รับ สัมผัส แสงสิ ของจิตทีมีหูทิ้งตาทิพย์ เทพยดาอินดี้พรหม กายเราก็ได้รับ แสงสัมผัส เรื่องราวของจิต ที่มีกายเป็นบุญ
คราวนี้ คนเรา ไม่ได้ฝึกหัด บ้างก็ว่า ทำบุญที่ใจ ทำที่นั้นที่นี่ โรงพยาบาลโรงเรียน คิดว่าเป็นบุญ ที่จริง มันแค่ เรื่องราวของทาน ไม่ได้มีแสงสีของบุญเกิดขึ้นได้เลย
ทำบุญหวังร่ำรวย เงินทอง ลาภยศ มันมีแต่อารมณ์โลภ ทะเยอทะยาน ยิ่งเพิ่มพูน กรรม . แล้วก็ว่า ทำบุญไม่เห็นมีอะไร เหวี่ยงๆไป ไม่เห็นมีความสำคัญอะไร ติตรงนี้ ตรงนั้นคนนั้นสวยคนนี้ร่ำรวย พระจะกรวดน้ำ ก็ของให้ร่ำรวย จะอุทิศตัวบุญกุศลให้ญาติที่จากลา ก็ให้เค้่าไม่จริง กลายเป็นเห็นแก่ตัว
การทำบุญด้วยความโลภ .พอบุญจะลอยไปถึง จิตที่ไม่่กายเป็นมนุษย์ พูดว่า ขอให้ร่ำรวย เท่านั้นแหละ สิ่งที่บอนไปก็กลับมาหาเจ้าของ ผู้ที่ลอยลอย ก็อดอยากต่อไป หากเราสัมผัส เรื่องจิตที่ไม่มีกายเป็นมนุษย์ ทีวันหนึ่ว เราก็ต้องไม่มีกายมนุษย์ให้อาศัย เราก็จะได้เรียนรู้จัก ความทุกข์ทรมาน ของจิตที่ไม่กายให้อาศัย
อีกเรื่องราวหนึ่ง จิตเรามีความสามารถ กระจายบุญกุศล ส่งไปถึง พ่อแม่ญาติพี่น้อง เพื่อน คนที่เรารัก แม้ไม่รัก ที่จากลาโลกไป เปลื่ยนแปลงสังขารกรรมไปแล้ว ไปตกนรด เปรต อสุรกาย เราจะอาศัยอะไรส่งไปถึงเค้าได้ หรือว่า คิดเองเออเอง เหมือนเป็นผู้วิเศษ คิดเองได้ แล้วมันเกิดทำได้จริงมั้ย เรื่องราวบุญกุศล กระจายบุญกุศล ก็ต้องฝึกหัด เรียนรู้ขึ้นมา
คราวนี้ก็มีเรรองราวขอบพีะแท่ทั้งสี่ เมื่อเรามีการสร้างบุญกุศลบารมี เพิ่มมากขึ้น ก็มีเรื่องราวพระแม่ทั้งสี่ พระแม่พระธรณี พระแม่พระคงคา พระแม่พระเพลิง พระแม่พระพาย มาแสดง เป็นภาพผู้หญิง สี่คนปรากฏให้เห็นด้วยสายตา ไม่ใช่หลับตา
เรื่องราวการฝึกหัด นั้น หากโชคดี ได้เจอพระที่ท่านทำได้ ช่วยแนะนำชี้ให้ว่า ต้องแบบนี้แบบนี้.ถึงจะได้บุญกุศลบารมี พอกายมีบุญ มันก็จะได้สัมผัส ในสิ่งที่ จิตไม่มีกายมนุษย์ นั้นต้องการบุญ ยิ่งได้ที่เค้าเรียกว่า หูทิพย์ตาทิพย์ เราก็จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นนามธรรม มิติทีจิตวิญญาณของผู้ที่กรรม มีบุญอาศัย ทุกข์ยาวนาน สุขยาวนาน ยิ่งเรียนรู้ เราก็จะค่อยเข้าใจ เรื่องทึทุกข์ของการเวียนว่าาตายเกิด .ยุติการเกิดได้ดีที่สุด
คราวนี้ จิตเราน้อยๆ ไม่ถึงขั้น เอาเป็นเอาตาย เข้าป่า ด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว มีแต่มือพ่อแม่ไปด้วย ไปชำระสะสาง กายให้เป็นแก้ว ปัญญาธรรม ไม่มีถึงขั้นนั้น บุญกุศลบารมี ไม่ได้มาเต็มที่ ที่จะเอาไปทิ้ง ความรู้ต่างๆในโลก ก็เอาไปทิ้ง ไม่หันกลับมาอีก เราก็ฝึกหัด สะสมบุญกุศลบารมีไปก่อน ขาตินี้ เมื่อออกจากกายนี้ ไม่ลงอบาย ก็พอใจแล้ว ค่อยมาสร้างบุญกุศลต่อไปๆ ทุกข์ชาติที่มีกายเป็นมนต์ คงมีสักชาติหนึ่ง ทีสามารถ เข้าป่า ด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว นำกายที่พ่อแม่ให้ ไปกระทำให้กายเป็นแก้วเจียระไน ยุติการเกิด
พระท่าน พูดให้ฟัง ว่าเรื่องราวของศาสนา นั่น เค้าต้องการคนจริง.
โฆษณา