28 ก.ย. เวลา 05:40 • หนังสือ

ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ (4 เล่มจบ)

เทียนหรูอวี้ เขียน / ลู่เผิ่งฮวา แปล
โปรยสำนักพิมพ์แจ่มใส :
ในอดีต ‘เฟิงซุ่นอิน’ เคยปฏิเสธเขาต่อหน้าบิดาว่า...“ข้ากับเขามิใช่คนบนเส้นทางเดียวกัน”
หลายปีต่อมา... เมื่อสกุลเฟิงตกอับ เพื่อฟื้นฟูวงศ์ตระกูลและอนาคตของน้องชาย นางจำต้องรอนแรมไปไกลถึงเหลียงโจว เพื่อแต่งงานกับเจ้าบ่าวที่นางไม่รู้แม้แต่ชื่อ แต่เมื่อม่านแพรถูกเปิดออก... ใบหน้าที่ปรากฏกลับเป็น ‘มู่ฉางโจว’ บุรุษที่นางเคยบอกปัดไปในวันวาน!
เหตุใดบัณฑิตหนุ่มผู้สุขุมในความทรงจำ กลับแปรเปลี่ยนเป็นผู้บัญชาการทหารที่เป็นรองแค่ผู้บัญชาการใหญ่ในเหลียงโจว ท่าทีเด็ดขาดราวคนละคน...
แม้ช่วงเวลาหลายปีจะทำให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด แต่ความอ่อนโยนที่เขามีต่อนางยังคงอยู่ รวมถึงสายตารู้ทันยามมองนาง...ทว่าเฟิงซุ่นอินก็มีภารกิจลับที่ต้องปกปิดไว้ นางมิได้มาเพียงเพื่อเป็นภรรยา แต่ยังแอบสำรวจแผนที่ภูมิลักษณ์ ส่งข้อมูลให้ราชสำนักอย่างลับ ๆ
ด้วยความสามารถด้านการศึกที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอยู่ในตัวสตรี หากวันหนึ่งเขาล่วงรู้เจตนาที่นางซ่อนไว้... จะยังคงอ่อนโยนกับนางเช่นเดิมหรือไม่
หลังอ่านอย่างตราตรึงใจ :
หนังสือในจักรวาลเดียวกับ “แม่ทัพใหญ่ผู้นี้คือสามีข้า” และ “จอมอหังการผู้นี้คือสามีข้า” แต่แยกอ่านได้ไม่ติดขัด เล่าเรื่องนางเอก-เฟิงซุ่นอิน สตรีสูงศักดิ์แห่งฉางอัน ตระกูลตกอับ บิดาและญาติพี่น้องตายจาก มารดาไม่ใส่ใจไยดี ต้องใช้ชีวิตเงียบงันในอารามเต๋า ได้รับโองการสมรสจากแดนเหอซี ให้ออกเดินทางไปเชื่อมสัมพันธ์จงหยวนกับฟากฝั่งนั้น ไม่รู้เลยว่าใครเป็นเจ้าบ่าว นางได้แต่ยินยอมไปเช่นนี้
รอนแรมมาแสนไกล ในที่สุดก็ได้พบเจ้าบ่าวผู้มีสถานะเป็นผู้บัญชาการทหารแห่งดินแดนห่างไกลนั้น หัวใจเย็นเยียบของนางยิ่งดำดิ่งลงไปอีกเมื่อรู้ว่าเขาคืออดีตจิ้นซื่อที่เคยฝากตัวในจวนตระกูลนางนานถึงสี่ปี ทั้งนางเคยเอ่ยอย่างไร้ใจว่า “ข้ากับเขามิใช่คนบนเส้นทางเดียวกัน” มู่ฉางโจว-บัณฑิตหนุ่มที่ดูบอบบางในครั้งโน้น ไฉนจึงแปรเปลี่ยนเป็นบุรุษสูงสง่า นัยน์ตาคมกริบดังมีดดาบ บัญชาการทหารอย่างเด็ดขาด ทั้งมีท่าทางคาดเดาได้ยากกันเล่า
จุดเด่นของงานเขียนคุณเทียนหรูอวี้คือสร้างบุคลิกลักษณะพี่พระเอกชายชาติทหารที่แสนจะแข็งแกร่ง สุขุมนุ่มลึก เย็นชา ห้าวหาญ เฉียบขาด ฉลาดเฉลียว มากแผนการ มองยาก เดาทางแทบไม่ออก มาพร้อมมาดเท่ ๆ และเสน่ห์เกินต้านของบุรุษชนชั้นแม่ทัพที่ยากจะต้านทาน แค่อ่านแล้วนึกจินตนาการภาพลักษณ์ของท่านผู้บัญชาการมู่ หัวใจเราก็เต้นระรัวเหมือนเป็นโรคร้ายแล้ว
เช่นเดียวกับการรังสรรค์นางเอกที่ไม่ใช่คุณหนูวัยใสเฝ้าห้องหอ ไม่ใช่แม่นางเก่งการเรือน ทั้งไม่ได้เป็นสตรีชำนาญการค้า เฟิงซุ่นอินถูกเลี้ยงดูในตระกูลที่เชี่ยวชาญศาสตร์การสืบราชการลับหรือสอดแนมข้าศึก ทั้งมีพรสวรรค์ด้านการจดจำมิรู้ลืม บิดา พี่ชาย และน้องชายของนางต่างก็สนับสนุนให้คุณหนูเฟิงศึกษาและเป็นกำลังให้ครอบครัวอย่างลับ ๆ
พระนางล้วนมีปมอดีตหนักอึ้ง มู่ฉางโจวเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลจวิ้นกงแห่งเหลียงโจว ถูกตราหน้าว่าย่ำเลือดสังหารบิดาและพี่น้องร่วมตระกูล ส่วนครอบครัวเฟิงซุ่นอินถูกใส่ร้ายว่ากบฎ นางจำต้องไปพำนักอยู่อารามเต๋า กลายเป็นอดีตสตรีสูงศักดิ์ที่ไม่มีใครชายตามอง
ท้องเรื่องของหนังสืออยู่ในยุคที่ฮ่องเต้หนุ่มกำลังค่อย ๆ รวบอำนาจขุนนางกังฉิน จงหยวนกับแผ่นดินเหอซียังไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน พี่มู่เป็นผู้บัญชาการเหลียงโจว เมืองหลักของเหอซีที่ประกอบด้วย 14 หัวเมือง อยู่ตรงกลางระหว่างจงหยวนกับเผ่าศัตรูอย่างถู่ปัวและทูเจวี๋ย มีผู้บัญชาการใหญ่เหลียงโจวกับฮูหยินที่ดูซึมซับวัฒนธรรมชาวหูมากกว่าฮั่น
วันหนึ่งจวนผู้บัญชาการใหญ่มีบัญชาให้มู่ฉางโจวสมรสเชื่อมสัมพันธ์กับจงหยวน โดยเลือกแม่นางน้อยของตระกูลตกอับแบบส่ง ๆ ให้เขาหนึ่งนาง พระนางของเรายินยอมรับบัญชานี้ โดยไม่รู้ว่าคู่แต่งงานของตัวเองเป็นคนในอดีตที่ไม่น่าจดจำ การอยู่ร่วมกันของทั้งคู่จึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง ลอบจับผิดกันและกัน
มู่ฉางโจวฉลาดเหลือร้าย ส่วนนางผู้พยายามอำพรางความสามารถบางอย่างของตนกลับถูกเขาดักทางได้ตลอด ท่ามกลางการศึกสอดแนม ชิงไหวชิงพริบระหว่างดินแดนและเจ้าแคว้น ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาในนามคู่นี้ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย
จากหมางเมิน ลอบระแวง คืบคลานสู่การบังคับกลาย ๆ ให้ร่วมมือและ “เดินบนเส้นทางเดียวกัน” เคมีเคใจบางประการดึงดูดมู่ฉางโจวกับเฟิงซุ่นอินให้โอนเอนเข้าหากันอย่างช้า ๆ แต่ละการเย้าหยอกของฝ่ายชายล้วนกระตุ้นให้คนอ่านขัดเขิน ส่วนฝ่ายหญิงแม้จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเต็มบ่า ก็ลอบหวั่นไหวไม่น้อย
มู่ฉางโจวค้นพบพรสวรรค์ของเฟิงซุ่นอิน จากนั้นการร่วมแรงร่วมใจเพื่อปลดภาระหนักหน่วงของกันและกันก็ทยอยตามมา ด้วยความสามารถ ทักษะการเอาตัวรอด และช่วยเขาในเวลาคับขันได้ครั้งแล้วครั้งเล่า มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าถ้าพี่มู่ไม่ฝากหัวใจไว้ทั้งดวงและรุกคืบเสียก่อน นางเอกผู้แสนปากแข็งและหยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนี้ คงไม่มีวันจะเผยความนัยสักนิดกระมัง
ดังนั้น ฉากเร่าร้อนแบบเข้าโคมนิดหน่อยของพระนางจึงมีเยอะกว่าเรื่องอื่นของคุณเทียนหรูอวี้อย่างเห็นได้ชัด อิอิ พระเอกรุกแรงแบบแม่ทัพอะนะ คาริสม่าคู่นี้เย้ายวนเกินต้าน อ่านไปกุมแก้มไป ทั้งที่เนื้อหาจริงของเรื่องค่อนข้างหน่วง เต็มไปด้วยแผนการรบและสืบทางลับ พี่มู่กับน้องเฟิงอยู่ในสนามรบพอ ๆ กับห้องหอ ผู้เขียนบรรยายทุกฉากให้เราอินได้ทุกตอน วาดภาพศึกสงครามที่โอ่อ่าและย่อยยับได้สมจริงอย่างยิ่ง
เสน่ห์อีกอย่างของเรื่องคือผู้เขียนไม่ได้เล่าทุกอย่างให้คนอ่านรับรู้แต่ต้น เรายังไม่รู้ว่ามู่ฉางโจวกับเฟิงซุ่นอินผ่านอะไรในอดีตมาบ้าง ภายใต้หน้ากากเย็นชายากหยั่งของทั้งคู่มีสิ่งใดบ้างซ่อนอยู่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะค่อย ๆ ทยอยเปิดมาทีละเรื่องให้เราอึ้งงัน โดยเฉพาะข้อเท็จจริงของฎีกาสารภาพความผิดโชกเลือดผืนนั้น
คะแนนเต็มสิบให้ 9 ชอบมาก ขอหักฉากบรรยายเข้าหอเยอะแยะแบบไม่กระจ่างสักหน่อย 5555 หนังสือเหมาะสำหรับแฟนคลับคุณเทียนหรูอวี้ นักอ่านที่ชื่นชอบแนวสงครามเข้มข้น เงื่อนงำอำพรางเยอะ แม่ทัพสายโหด มาดขรึม รบเก่ง คลั่งรักหนักมาก นางเอกฉลาดเย็นชา ปากบอกว่าไม่แต่อาการมันออก ปมเยอะและหนักแต่คลี่คลายหมดจด
ท้ายเล่มมีตอนพิเศษว่าด้วยคู่รองหลายคู่ซึ่งเราจะปลื้มทุกคู่ เพราะพวกเขาและนางล้วนมีสตอรี่ไม่ธรรมดา รวมถึงชีวิตหลังศึกสงครามสงบของพระนางและบุตรสาวตัวน้อย พี่มู่ดูจะคลั่งรักหนักกว่าเดิม ส่วนน้องเฟิงยังปากหนักนิดหน่อย แต่ท่าทางยินยอมพร้อมใจทุกสถานการณ์คล้ายจะเยอะกว่าแต่ก่อน 555
เราชอบฮ่องเต้ในจักรวาลนี้นะคะ พี่เต้เรื่องนี้ฉลาดเป็นกรด หล่อเหลาอบอุ่นพึ่งพาได้ อยากให้คุณนักเขียนเล่าเรื่องพี่เต้บ้างจัง น่าจะสนุกไม่ธรรมดา
โฆษณา