1 ต.ค. เวลา 10:13 • ข่าวรอบโลก

แมนซิปั้นบัญชี ลามเป็นปัญหาระหว่างประเทศไปแล้ว

สำหรับคนดูบอล คงเห็นข่าวนี้มาสองสามวันแล้ว
เผื่อใครไม่ใช่คอบอล ก็ขออธิบายเรื่องนี้แบบคร่าวๆคือ
….แมนซิตี้ทีมบอลดังแห่งพรีเมียร์ลีก
ปั้นบัญชีรายรับรายจ่ายเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎการเงินของ
ทางพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า ที่ต้องดุลบัญชีให้ไม่ขาดทุนตามที่
กำหนดไว้ หรือเรียกว่า Financial fair play นั่นเอง
…ทำให้แมนซิตี้ สามารถซื้อนักบอลดังๆได้ตลอดเวลา
จนได้เปรียบทีมอื่นและคว้าแชมป์มากมาย หลังการเข้ามา
ของกลุ่มทุนท่านชีคแห่ง UAE….
…เมื่อตรวจพบความผิดชัดเจนแบบนี้ถึง 115 กรณี
มันจึงมีสิทธิ์มากที่สโมสรจะโดนลงโทษอย่างหนัก
จนถึงขั้นริบแชมป์ ตัดคะแนนมากจนอาจตกชั้นได้
เมื่อรวมหลายกรรมหลายวาระนั่นเอง….
ซึ่งจากเรื่องทั้งหมด ที่ตอนแรกจำกัดวงอยู่ในวงการฟุตบอล
แต่ตอนนี้ชักเลยเถิดกำลังกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ
ไปซะแล้ว เมื่อท่านชีคเจ้าของทีม ที่มีเส้นสายใหญ่โตในดูไบ
กำลังออกมาขู่รัฐบาลอังกฤษ ว่าอาจมีปัญหาระหว่างประเทศ
…จนนายกอังกฤษต้องอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แล้วออกมาบ่นอุบในตอนนี้….
ปัญหาเรื่องนี้ ถ้ามองในมุมโลกสวยว่ากีฬาไม่ควรเกี่ยวกับ
การเมือง มันก็ใช่นั่นแหละ
ท่านชีคก็ผิดจริงๆ ก็ควรยอมรับสภาพ
ในทุ่งลาเวนเดอร์มันใช่ แต่ความจริงมันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ
เพราะเมื่อแมนซิตี้ เมคบัญชีแบบนี้ต่อพรีเมียร์ลีก
ก็เท่ากับว่า เมคการยื่นภาษีต่อสรรพากรอังกฤษด้วย
เรื่องนี้แปลกในมุมกลับ เพราะสิ่งที่แมนซิตี้ทำ
คือการบอกว่าทีมมีกำไรมาก มองในทางภาษีแล้ว
มันเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลอังกฤษ ที่จะเก็บได้มากขึ้น
พูดง่ายๆ แมนซิตี้โกง แต่รัฐบาลอังกฤษได้ประโยชน์
ไม่ใช่การโกงเพื่อเลี่ยงภาษีแบบที่ทำกันเป็นส่วนมาก
ซึ่งถ้าถามว่าทำไมแมนซิตี้ยอมจ่ายมากกว่าความเป็นจริง
เพื่ออะไร ก็อาจตอบได้ว่าเพื่อสนองนี้ดท่านชีค ที่จะมี
ทีมฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกไว้เป็นสมบัตินั่นเอง
คือ ขาดทุนไม่ว่า แต่ของข้าต้องเลิศสุด
ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ก็คือสไตล์อภิมหาเศรษฐีเงินเหลือ
ต้องการซื้อความสุขในชัยชนะ ชื่อเสียงนั่นเอง
เพราะงั้น มันถึงทำให้รัฐบาลอังกฤษ อยู่ในภาวะที่
ไม่รู้จะเอาไงดี กับเรื่องที่เกิดขึ้น
จะบอกว่ายื่นภาษีเท็จ มันก็ใช่ แต่อังกฤษได้ประโยชน์นี่
แล้วจะไปเอาผิดอะไรล่ะ
ก็เลยยากมาก ที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป
แต่กับความผิดในวงการฟุตบอล แมนซิตีคงเลี่ยงไม่ไดเ้แน่
เพราะทีมที่เสียประโยชน์มันเยอะมาก
และคงไม่พลาดที่จะกระทืบแมนซิตี้ซ้ำ
สำหรับทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ด้วยกัน อย่าง อาร์เซนอล ,
ลิเวอร์พูล, แมนยูไนเต็ด, เชลซี มันมีผลมากกับตำแหน่ง
แชมป์ และอันดับในตาราง ซึ่งมีผลกับเงินรางวัล
รวมถึงการได้สิทธิ์เข้าเล่นถ้วยยุโรป ที่มีผลประโยชน์สูงมาก
แล้วมันไม่แค่นั้น ทีมระดับรองๆลงไป ก็มีผลกับคะแนนเช่นกัน
เพราะพวกเขาก็ต้องเตะกับแมนซิตี้อย่างน้อยปีละสองนัด
ซึ่งก็คือ 6 คะแนน ซึ่งสำหรับบางทีม นี่หมายถึงการอยู่รอด
หรือตกชั้นไปเล่นลีกรองทีเดียว
ยังจะบอลถ้วยอีก จะยังไงล่ะ กับทีมที่ตกรอบจากการแพ้
แมนซิตี้ที่ทำผิดกฎ
ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ทีมที่เสียประโยชน์
ซึ่งก็คือทุกทีมในลีก จะฟ้องร้องแมนซิตี้ได้
แล้วถ้าต้องจ่ายชดเชย สถานะของแมนซิตี้
อาจถึงขั้นล้มละลาย ต้องยุบทีมตามกฎของยูฟ่าได้เลย
ยังครับ ยังไม่หมด
เนื่องจากแมนซิตี้ ได้เล่นในถ้วยยุโรปทุกปี
แถมเป็นแชมป์ได้ด้วยอีกต่างหาก
ทีมต่างชาติในยุโรปที่เล่นกันในบอลถ้วยยุโรป
จึงจ้องจะกระทืบซ้ำ เพื่อตัดเสี้ยนหนามไปในครั้งนี้ด้วยเลย
เจอแบบนี้ทางยูฟ่าก็เหมือนรัฐบาลอังกฤษนั่นแหละ
ที่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วในตอนนี้….
…มันยุ่งเหยิง อิรุงตุงนังไปหมด ส่งผลกระทบวงกว้าง
และร้ายแรงกว่ากรณีกัลโช่โพลี หรือการล้มบอลในอิตาลี
ครั้งก่อนเสียอีก…
…และนี่เองที่มันกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ….
ถ้ามองในทางเศรษฐศาสตร์ภาพรวมของอังกฤษ
แมนซิตี้จะถือว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนข้ามชาติ
ที่มีมูลค่าสูงมาก และมีผลในภาพรวมพอสมควร
เพราะแมนซิตี้ในปัจจุบัน มีมูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่า
8,000 ล้านปอนด์แน่ๆ
คิดเป็นบาทก็กว่าสามแสนล้าน
แน่นอน ว่าธุรกิจระดับนี้ มีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม
มากพอสมควร โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นในเมืองแมนเชสเตอร์
ลองคิดดูง่ายๆนะครับ โรงงานลงทุนหลักหมื่นล้านในไทย
ยังส่งผลมากเลย แล้วนี่คือระดับแสนล้านเลยทีเดียว
คิดภาพทุกสัปดาห์จะมีคนครึ่งแสนมาที่สนาม
และพร้อมใช้จ่ายสิ เอาแค่กินแซนด์วิชกับเครื่องดื่ม
สัก 10 ปอนด์ต่อคน มันก็เท่าไหร่เข้าไปแล้ว
ยังจะส่วนภาคบริการ ร้านอาหาร ภาคขนส่ง
และความเป็นแลนด์มาร์คของตัวสนามอีก
ต่างชาติมาเที่ยว กองเชียร์ทีมเยือนตามมา
ก็ต้องจองโรงแรม กินอยู่ เที่ยวกันในเมืองอีก
ปีๆนึง เมืองแมนเชสเตอร์ คงได้ประโยชน์เยอะมาก
การขาดหายไป หรือต้องลงไปเล่นลีกรอง จะส่งผลแน่นอน
กับสภาพเศรษฐกิจในเมืองแห่งนี้
นี่เอง คงเป็นสิ่งที่ทางการอังกฤษเองก็กังวลมาก
เพราะเศรษฐกิจอังกฤษตอนนี้ ก็ค่อนข้างย่ำแย่อยู่แล้ว
ยิ่งหากถึงขั้นท่านชีคเกิดฉุนขาด ถอนทุนไปจริงๆตามที่ขู่
ความบรรลัยมันจะยิ่งหนักหนามากทีเดียว
ปัจจุบัน พรีเมียร์อังกฤษนั้น คือธุรกิจบันเทิงที่มีมูลค่าสูงมาก
พอๆกับฮอลลีวูดเลยที่เดียว ต่อปีนำเงินเข้าอังกฤษมหาศาล
หากทางการอังกฤษไม่ทำอะไร ก็จะเสียความน่าเชื่อถือ
ในฐานะลีกกีฬา ที่มีการแข่งขันไม่เป็นธรรม ไม่น่าติดตาม
ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว กับกัลโช่เซเรียอาในอิตาลี
กับโช่มูลค่าหาย คนดูตก เพราะถูกมองว่าเป็นบอลมาเฟีย
หากพรีเมียร์ลีกถูกมองว่าเป็นลีกการเมือง มีเส้นสาย
มันก็คงอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกัน
….และจะเสียหายมากกว่ากัลโช่หลายเท่านัก….
และเชื่อเถอะ แมนซิตี้คงไม่ยอมตายเดี่ยว
เดี๋ยวก็คงขุดคุ้ยกันเละเทะนั่นแหละ แล้วอะไรจะเกิดล่ะ
กรณีแมนซิตี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา
แต่มันพันไปหมด ไม่ต่างกับกรณีเชลซีที่บีบเจ้าของชาวรัสเซีย
ซึ่งใกล้ชิดปูตินขายทีมหลังเกิดสงคราม
การเกิดเรื่องลักษณะนี้ซ้ำๆ ไม่ใช่เรื่องดีแน่
ในแง่ความโปร่งใส และการแทรกแซงของรัฐต่อกีฬา
กับกรณีแมนซิตี้ แม้อังกฤษกับ UAE จะมีความสัมพันธ์
ที่ดีมาตลอด จนดูว่าน่าจะเคลียร์กันได้
แต่ความยุ่งยากมันคือ การที่แมนซิตี้มีเจ้าของทีม
ที่มีลักษณะเป็นเจ้านาย มีอำนาจบริหาร อิทธิพล
เป็นคนสำคัญของบ้านเมือง
การทำให้คนระดับนี้ไม่พอใจ จึงไม่ต่างกับการมีปัญหา
กับรัฐโดยตรง เพราะจะอย่างไร UAE ก็เป็นรัฐที่ปกครอง
โดยระบอบกษัตริย์ การตีคนในราชวงศ์จึงเป็นเรื่องถือสา
สำหรับ UAE อย่างมาก
คือ มันเหมือนเป็นการบอกว่าชนชั้นเจ้าพวกเขาขี้โกงนั่นแหละ
มันอาจเป็นเรื่องธรรมดาในตะวันตก แต่ไม่ใช่ในเอเชีย
ที่แม้จะโกงเห็นๆ สร้างความเสียหาย
แต่คนก็ไม่สามารถวิจารณ์หรือ
หยุดความเทิดทูนในเชิงสัญลักษณ์ได้
เพราะงั้น มันจึงมีปัญหาค่อนข้างมากในกรณีนี้
ทางการอังกฤษ ต้องคิดหนักแน่ๆ ในการจะจัดการใดๆ
…แต่มันไม่ใช่ไม่เคยมีคนเตือน ถึงความเหมาะสม
ของการเป็นเจ้าของทีมกีฬาของผู้มีอำนาจทางการเมือง…
…ทางการอังกฤษ เมื่อไม่ฟัง แล้วมันเกิดขึ้นจริงๆ…
…พวกเขาก็คงโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง….
แหม่ จากเรื่องที่อังกฤษนี่ ผมล่ะนึกถึงทีมไทยทีมนึง
แถวๆอีสานใต้นั่นจริงๆนะ…
มีปัญหาประจำ แต่ก็รอดมาตลอด เพราะอะไรก็รู้ๆกันแหละ
…แล้วเมืองไทยจะจัดการแบบอังกฤษไหมล่ะ 555….
โฆษณา