วันนี้ เวลา 11:41 • การตลาด

เปลี่ยนวิชาการ เป็นภาษาวัยรุ่น วิธีการสื่อสารยุคนี้ ต้องย่อยข้อมูลยาก ๆ ให้เข้าใจง่าย ในไม่กี่วิ

“หัวจะปวด !!! แดดยังไม่ทันอุ่น ฝนรอบใหม่จองคิวแล้วค่ะ”
ประโยคนี้อาจดูธรรมดา ๆ แต่กลับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวิธีการสื่อสารของ กรมอุตุนิยมวิทยากับประชาชนทั่วไป
เพราะก่อนหน้านี้กรมอุตุฯ เลือกใช้คำศัพท์ทางเทคนิคที่คนทั่วไปอ่านจบแล้ว ก็ยังไม่รู้เลยว่า “สรุปแล้ว ฉันต้องเตรียมตัวทำอะไร ?”
ตัวอย่างประโยคที่กรมอุตุฯ เคยใช้ก็เช่น
- “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคกลาง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น”
- “กลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางปกคลุมกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่โดยรอบ
เคลื่อนตัวทิศตะวันออกเฉียงใต้ แนวโน้มฝนคงที่”
พร้อมกันนั้นก็แปะภาพเรดาร์และภาพแผนที่อากาศล่าสุดบน Infographic เป็นภาพประกอบสวย ๆ อีกที
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนทั่วไปที่เห็น Infographic นี้แทบจะไม่เข้าใจในเนื้อหาเหล่านั้นเลย
ทั้งคำศัพท์เทคนิคและศัพท์เฉพาะสาขาอาชีพที่ดูวิชาการเข้าใจยาก หรือภาพแผนที่อากาศที่ต้องเป็นคนมีความรู้ในการอ่านแผนที่ทางอากาศถึงจะเข้าใจได้หมด
ทำให้มี Feedback จากประชาชนเข้ามามากมายจากช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เช่น ช่วยพิมพ์ให้เข้าใจง่าย ๆ, ลดภาษาวิชาการ, พยากรณ์อากาศให้ถี่ขึ้นและเร็วขึ้นหน่อย จะได้เตรียมตัวรับมือได้ทัน
ซึ่งตอนนี้กรมอุตุฯ ก็รับ Feedback ไปปรับปรุงการสื่อสารและพูดกับประชาชนเหมือน “เพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง” แล้ว
ตัวอย่างการปรับปรุงเช่น
- ลดการใช้คำศัพท์ทางเทคนิคต่าง ๆ ลง และปรับเป็นภาษาแบบกันเองมากขึ้น ทำให้ดูเข้าถึงง่าย
- ใช้ภาษาสั้น กระชับ และตรงประเด็นมากขึ้น
- บอกว่าพื้นที่ไหนต้องระวังมากขึ้น โดยมีการรายงานเป็นรายจังหวัด แทนการรายงานรวบเป็นภูมิภาค
- บอกช่วงเวลาละเอียดระดับชั่วโมง เช่น “00.00 ฝนเบาลงอีกค่ะ” และมีการให้ข้อมูลระยะสั้น ที่มีความ Real-time มากขึ้น แทนการรายงานแบบรวบยอดทั้งวันหรือครึ่งวัน
- ใช้คำที่มีความ Empathy มากขึ้นและบอกว่าคนควรทำอะไร เช่น “อย่าลืมเช็กเส้นทาง” “พร้อมซักผ้ากัน ไหม” แทนการบอกว่า “หลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ”
- สรุปข้อมูลด้วย Graphic ที่ย่อยง่าย ไม่เน้นแปะภาพเรดาร์หรือแผนที่อากาศอีกแล้ว
ทำให้มีหลายคนชื่นชมและพูดคุยหยอกล้อกับวิธีการสื่อสารที่เปลี่ยนไปของกรมอุตุฯ กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- “ขอบคุณที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย”
- “ชื่นชมที่กล้าปรับเปลี่ยนการสื่อสาร”
- “แอดมินใหม่ ภาพลักษณ์ดีขึ้นมาก”
- “แอดห้ามลานะคะ กลัวคนเก่ากลับมา”
1
แล้วเคสนี้กำลังบอกอะไรเรา ?
ข้อคิดที่น่าสนใจก็คือ การสื่อสารที่ดีไม่จำเป็นต้องพูดข้อมูลให้ละเอียดที่สุด
แต่คือการพูดในสิ่งที่คนฟัง ควรรู้และควรทำต่อหลังจากนั้น แบบเข้าใจได้ง่าย เหมาะกับพื้นฐานความรู้ของผู้ฟังเป็นสำคัญ
เพราะประชาชนบางคนก็ไม่เข้าใจว่า หย่อมความกดอากาศต่ำคืออะไร หรือแนวโน้มฝนคงที่หมายถึงอะไร
แต่พวกเขาอยากรู้แค่ว่า วันนี้ฝนจะตกแถวบ้านฉันไหม, ตกกี่โมง, ควรออกจากบ้านไหม, ต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไรบ้าง
ดังนั้น การสื่อสารแบบเป็นทางการ ใช้ภาษาราชการ มีความเป็นวิชาการ ก็ควรใช้แค่การสื่อสารภายใน หน่วยงานราชการด้วยกันเอง
ส่วนการสื่อสารกับประชาชนทั้งประเทศผ่านโซเชียลมีเดีย ก็ควรใช้การสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่ง ที่คำนึงถึงประชาชนผู้รับสารเป็นศูนย์กลาง
โดยตัดข้อมูลในสิ่งที่ไม่จำเป็นออก แล้วเหลือเฉพาะสิ่งที่ประชาชนต้องรู้จริง ๆ ก็พอ ไม่ใช้ภาษาของคนทำงาน แต่ควรคิดว่าพวกเขาจะเข้าใจและเอาข้อมูลนั้นไปใช้ต่อได้อย่างไรบ้าง
1
ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับกรมอุตุฯ
แต่ในโลกธุรกิจก็กำลังเจอปัญหาเดียวกัน เพราะโลกทุกวันนี้มีข้อมูลเยอะขึ้น แต่ความสนใจของคนกลับสั้นลงเรื่อย ๆ
ดังนั้น ใครที่สามารถย่อยข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นสิ่งที่คนเข้าใจได้ในไม่กี่วินาที ก็อาจสามารถดึงความสนใจของผู้คนได้ดีกว่าการนำเสนอข้อมูลให้ครบทั้งหมดในรวดเดียวก็ได้
  • 1.
    Facebook Page ของกรมอุตุนิยมวิทยา
โฆษณา