1 ต.ค. เวลา 13:39 • ข่าว
BangkokThailand

‘อรรถวิชช์’ เปิดหลักฐานโต้ ‘ชัชชาติ’ อัดอย่าพูดความจริงครึ่งเดียว

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เปิดแถลงข่าวตรวจสอบการทำงานของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำว่า ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ควรตอบคำถามแบบเลี่ยงๆ โดยเอานโยบายบึงรับน้ำอื่นมารวมกันเพื่อสร้างตัวเลขให้ดูสูง
ดร.อรรถวิชช์ ได้แสดงเอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของ กทม. ในอดีต ซึ่งระบุชัดเจนว่า โครงการบึงรับน้ำคู้บอน บนพื้นที่ 130 ไร่ รองรับน้ำได้ 870,000 ลูกบาศก์เมตร นั้นมี ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน (เวนคืน) เพียง 254 ล้านบาท แต่การที่นายชัชชาติออกมาแถลงอ้างว่าต้องใช้เงินสูงถึง 11,000 ล้านบาท เป็นการนำตัวเลขของบึงบางชันเข้ามาเหมารวม เพื่อทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าโครงการนี้ต้องใช้างบประมาณมหาศาล
“ท่านผู้ว่าไม่ควรตอบเลี่ยงๆ แบบเหมารวมกับบึงรับน้ำอื่น ตอบให้ตรงครับ บึงรับน้ำคู้บอน พื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ 130 ไร่ พร้อมแล้วที่จะออก พ.ร.ฎ.เวนคืนก่อนท่านมารับตำแหน่งผู้ว่าในปี 2565 แต่ท่านยกเลิกโครงการ ไม่ยอมเวนคืนที่ดิน และไม่ใส่ในร่างผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เพราะอะไร” ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ตนติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งโครงการผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็นอย่างสมบูรณ์แล้ว ดังนี้:
ปี 2560: ทำประชาพิจารณ์ ชาวบ้านในพื้นที่เห็นชอบให้สร้างบึงรับน้ำ
24 ก.ย. 2562: มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผ่านกระบวนการงบประมาณโดยสำนักงบประมาณ
30 พ.ย. 2564: มีการปิดประกาศร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน ณ สถานที่ตั้งโครงการ
ต้นปี 2565: เอกสารแผนปฏิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กทม. ยังคงระบุโครงการนี้ไว้
กลางปี 2565: เมื่อนายชัชชาติ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. โครงการดังกล่าวกลับถูกยุติลง
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่ดินบางส่วนในบึงรับน้ำคู้บอน ซึ่งปัจจุบันตกเป็นของ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โดยชี้ว่าบริษัทเอกชนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ การตัดสินใจพับโครงการของผู้ว่าฯ กทม. เกิดจากความเกรงใจที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ หรือไม่ เนื่องจากก่อนที่จะเข้ามาร่วมทีมบริหาร กทม. ที่ปรึกษาคนดังกล่าวดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทเอกชนแห่งนี้ และในปัจจุบันก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่
ดร.อรรถวิชช์ ยืนยันว่า ยุคสภาสมัยที่ 26 ตนเคยยื่นเรื่องตรวจสอบต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. มาแล้ว การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้ต้องการให้นายชัชชาติลาออก แต่ต้องการให้ กทม. ทบทวนนำ “บึงรับน้ำคู้บอน” กลับมาเดินหน้าควบคู่กับ อุโมงค์ยักษ์หนองบอน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ต้องจมน้ำในอนาคต
ประชาชนในพื้นที่ เปิดเผยว่า ชาวบ้านเรียกร้องบึงคู้บอนมาตั้งแต่หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อให้เป็นจุดพักน้ำก่อนไหลเข้าชุมชนย่านคู้บอน คลองสามวา และคันนายาว ทั้งนี้ ชาวบ้านและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นพ้องกับโครงการมาโดยตลอด
นางสาวชวลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะได้เข้าร่วมประชุมกับ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ถึง 2 ครั้ง แต่เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 กลับได้รับคำตอบว่า กทม. จะไม่สร้างบึงคู้บอนและบึงบางชัน โดยจะเปลี่ยนไปพึ่งพาระบบอุโมงค์ระบายน้ำเพียงอย่างเดียว ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าอุโมงค์อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมี “บึงรับน้ำ” ทำหน้าที่แก้มลิงควบคู่กันด้วย
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดในขณะนี้คือ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับใหม่ (ปี 2569) ซึ่งกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 แต่กลับ ไม่ปรากฏพื้นที่บึงรับน้ำคู้บอนอยู่ในร่างผังเมือง ซึ่งหากไม่มีการสงวนพื้นที่ไว้ตั้งแต่ในผังเมือง พื้นที่รับน้ำดังกล่าวอาจถูกนำไปพัฒนาเป็นโครงการอื่น จนไม่เหลือพื้นที่รองรับน้ำของคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกอีกต่อไป
รายงานโดย : เออาร์ทีนิวส์
โฆษณา