Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Letter From History
•
ติดตาม
3 ต.ค. เวลา 02:00 • ประวัติศาสตร์
อิตาลี
ประเทศอิตาลี ตอนที่ 7 ความหวังใหม่
ในตอนนี้ เราจะกลับมาดูที่ราชอาณาจักรซาร์เดญญา-ปีเอมอนเตกันบ้าง หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้อย่างหนักต่อกองทัพของออสเตรียในสงครามปี 1849(2392) ทำให้ต้องอยู่อย่างสงบเพื่อหลบเลียแผลอยู่นั้น ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นจุดพลิกผันขึ้นมา เมื่อพวกเขาได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ มาทำหน้าที่เฉพาะการขยายเศรษฐกิจ
และความเจริญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมของปีเอมอนเต-ซาร์เดญญาเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปทางการเกษตร หรือการวางรากฐานอุตสาหกรรม รวมไปถึงการขยายเครือข่ายทางรถไฟ จนทำให้ปีเอมอนเตเป็นพื้นที่ที่มีทางรถไฟยาวที่สุดถึง 800 กิโลเมตร หรือ 1 ใน 3 ของทางรถไฟในอิตาลีทั้งหมด
“กามิลโล เบนโซ” (Camillo Benso)
ซึ่งตัวเขาเคยเป็นอดีตนายทหาร และก็ยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ โดยหนังสือพิมพ์ของเขามีชื่อว่า “ริซอร์จิเมนโต”(Il Risorgimento) ในภาษาอิตาเลี่ยนหมายถึง “การฟื้นคืนชีพ” อันเป็นชื่อของกระบวนการรวมชาติอิตาลีที่ถูกใช้สืบต่อกันมา.. นี่แหละตัวเขาคนนี้ก็คือ “กามิลโล เบนโซ” (Camillo Benso)
ผู้ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นเคานต์แห่งกาวูร์(Count di Cavour) ตระกูลของเขารับใช้ราชสำนักซาวอยมาอย่างยาวนาน และถือเป็น 1 ใน 4 บิดาของการรวมชาติอิตาลีอีกด้วย และหลายๆ คนต่างก็รู้จักเขาในนามของ “กาวูร์” นับเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยทำให้กระบวนการรวมชาติอิตาลีเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากที่เดินหน้าแล้ว และล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่ามาตลอด 3 ทศวรรษแรก
กาวูร์มีความเชื่อว่า.. การรวมอิตาลีนั้นไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายให้ได้นั้นต้องขับไล่พวกออสเตรียออกไปจากคาบสมุทรแห่งนี้ก่อน จึงจำเป็นต้องแสวงหาพันธมิตรที่เป็นมหาอำนาจเข้ามาช่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องต่อสู้กับกองทัพออสเตรียที่มีแสนยานุภาพมากด้วย และจะเป็นชาติไหนดีล่ะ..?? ซึ่งในเวลานั้นมีมหาอำนาจอยู่ชาติหนึ่ง ที่ไม่ค่อยชอบให้ใครเป็นใหญ่กว่าตัวเอง อีกทั้งต้องการที่จะขยายอิทธิพลในยุโรป และในระดับเวทีโลก มหาอำนาจชาตินั้นก็คือ “ฝรั่งเศส” ของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 นั่นเอง
ทหารอังกฤษปะทะทหารรัสเซียในสงครามไครเมีย และ การบุกยึดเมืองเซวัสโตปอล (Sevastopol)
แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ.. แล้วจะไปโน้มน้าวจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ด้วยวิธีการอะไรล่ะ?? เพื่อให้พระองค์ทรงยินยอมส่งกำลังทหารมาช่วยปีเอมอนเต-ซาร์ดิเนียรบกับกองทัพออสเตรีย และเดินหน้าในการรวมแผ่นดินทั้งหมดให้เกิดเป็นประเทศอิตาลีได้สำเร็จ บังเอิญเวลานั้นอยู่ในช่วงกลางทศวรรษที่ 50 มีสงครามใหญ่เกิดขึ้นในยุโรป ซึ่งนั่นก็คือ “สงครามคาบสมุทรไครเมีย” (Crimean War)ที่เกิดขึ้นในปี 1853(2396)
เป็นสงครามระหว่างจักรวรรดิรัสเซีย กับฝ่ายจักรวรรดิออตโตมัน และสงครามนี้ก็เป็นจังหวะดีที่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ได้ขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสด้วยการกระโดดเข้าไปให้การสนับสนุนจักรวรรดิออตโตมันอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมเผชิญหน้ากับจักรวรรดิรัสเซีย
กาวูร์ นายกรัฐมนตรีของปีเอมอนเต-ซาร์ดิเนีย ก็ฉวยโอกาสนี้ผูกมิตรร่วมมือกับฝ่ายจักรวรรดิพันธมิตรได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส ออตโตมัน และตัดสินใจผลักดันให้ราชอาณาจักรของตนเข้าไปร่วมรบในสงครามใหญ่ครั้งนี้ด้วย โดยร่วมรบที่สมรภูมิชี้ขาดที่เซวาสโตปอล
ภาพการประชุมคองเกรสแห่งปารีส ค.ศ. 1856
ถ้าถามว่า.. จะไปรบทำไม?? คำตอบก็คือ.. ไปเพื่อเป็นการซื้อใจจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 รวมถึงซื้อใจพันธมิตรร่วมรบอย่างอังกฤษด้วยนั่นแหละ ซึ่งการร่วมรบในสงครามด้วยกำลังพลที่ไม่เยอะ แต่ส่งผลให้ปีเอมอนเต-ซาร์ดิเนียมีสถานภาพที่โดดเด่นขึ้นในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ แถมเมื่อสิ้นสุดสงครามลงแล้ว
ราชอาณาจักรปีเอมอนเต-ซาร์ดิเนีย ก็ยังได้นั่งร่วมโต๊ะเจรจา นั่นเท่ากับว่าเวลานี้ราชอาณาจักรแห่งนี้ ได้เป็นหัวหอกในการรวมชาติอิตาลี และมีพื้นที่ในเวทีการเมืองยุโรปอย่างเต็มภาคภูมิด้วย ได้รับการยอมรับว่าเป็นมิตรประเทศของฝรั่งเศสและอังกฤษไปแล้ว
ซึ่งวิธีซื้อใจนี้ได้ผล เพราะจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ทรงตระหนักดีว่า การใช้ปีเอมอนเต-ซาร์ดิเนียเป็นตัวกันชนกับจักรวรรดิออสเตรียนั้น จะทำให้ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่า หลังจากนั้นฝรั่งเศสก็กลายมาเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญของการรวมชาติอิตาลี
จูเซปเป้ การิบัลดี
กลับมาที่จูเซปเป้ การิบัลดีกันบ้าง หลังจากความพ่ายแพ้ในการศึกที่โรมปี 1849(2392) ตัวเขาต้องเจอกับกองกำลังฝรั่งเศสและนาโปลี เขาถูกบีบให้ต้องไปลี้ภัยทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เขาเดินเรือไปยังนิวยอร์ก ก่อนเดินทางลงไปที่อเมริกาใต้ เขาข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปที่ออสเตรเลีย จากนั้นก็เดินเรือไปที่เมืองเซี่ยเหมิน มุ่งหน้าไปสู่เมืองกว่างโจว
โอ้โห พูดเหมือนง่ายๆ ทั้งหมดเลย แต่ลองคิดดูแล้วกันว่า ยุคที่โลกนี้ยังไม่มีเครื่องบิน จูเซปเป้ การิบัลดี กลับกลายเป็นคนที่เดินทางไปทุกๆ ทวีปทั่วโลกได้สำเร็จด้วยการเดินเรือ ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาก็ยังคงคิดถึงโอกาสในการที่จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรวมชาติอิตาลีให้จงได้ ขอเพียงแค่โอกาสอำนวยเท่านั้น
และคนที่พยายามผูกมิตรกับเขาและขอให้เขากลับมาร่วมกับมือกับกองกำลังปีเอมอนเต-ซาร์ดิเนียก็คือ กามิลโล เบนโซ หรือ กาวูร์ คนนี้นี่เอง แต่ครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรกที่การิบัลดีไปร่วมรบในยุคของพระเจ้าคาร์โล อัลแบร์โต กษัตริย์พระองค์ก่อน เพราะในครั้งนี้กาวูร์ รวมถึงกษัตริย์พระองค์ใหม่ “วิตโตริโอ เอมานูเอเลที่ 2 ” มีท่าทีที่เป็นมิตรต่อการิบัลดีมาก จึงทำให้กองกำลังทั้งสองนี้ เข้าร่วมกันได้ดีเป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เชื่อกันว่าพรมแดนของอิตาลีได้รับการกำหนดไว้ในข้อตกลงพลอมบิแยร์
เมื่อราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย ภายใต้แผนการของกาวูร์ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสแล้ว ถามว่า.. แล้วมีดีลอะไร?? มีข้อตกลงรึเปล่า?? แน่นอนว่า.. ตกลงเฉยๆ คงไม่ได้ โดยมีข้อตกลงที่มีชื่อว่า “ข้อตกลงพลอมบีแยร์”(Plombières Agreement) ในปี 1858(2401)ใจความสำคัญคือ เมื่อฝรั่งเศสสนับสนุนซาร์ดิเนียในการทำสงครามกับออสเตรีย จนกระทั่งอิตาลีชนะได้ที่ราบลอมบาร์เดีย เมืองมิลาน และเมืองอื่นๆ ของออสเตรียกลับมาแล้ว ฝรั่งเศสจะต้องได้พื้นที่อิตาลีบางส่วนที่ติดกับฝรั่งเศสเป็นการตอบแทน
สิ่งนี้ยิ่งทำให้สถานภาพของกองทัพซาร์ดิเนีย-ปีเอมอนเต้ มีความพร้อมในการรบกับกองทัพออสเตรียมากกว่าการรบในสงครามครั้งที่หนึ่งในปี 1848~1849(2391~2392) เป็นอย่างมาก แต่นอกเหนือไปจากการสนับสนุนจากฝรั่งเศสแล้ว การที่พวกเขาได้จูเซปเป้ การิบัลดีกลับมาช่วย และสร้างกองกำลังนักรบอาสาสมัครบนภูเขาแอลป์ที่มีชื่อว่า ”คัชชาโตริ เดลเล อัลปี แปลว่า นักล่าแห่งเทือกเขาแอลป์“ ซึ่งถือเป็นว่าเป็นกลุ่มนักรบที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญในการรบบนเทือกเขาแอลป์เป็นพิเศษ
หากถามว่า พิเศษยังไง?? คำตอบคือ เพราะพื้นที่ของอิตาลีและออสเตรียอยู่ติดกัน โดยมีเทือกเขาแอลป์กั้นกลาง และหากว่าใครสามารถรบในพื้นที่ภูเขาได้ดี คนๆ นั้นก็มีแต้มต่อในการรบมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้เอง ทำให้ราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย-ปีเอมอนเต้ติดเขี้ยวเล็บอย่างสมบูรณ์แบบ
เส้นสีแดงคือแนวเทือกเขาแอลป์
กองกำลังคัชชาโตริ เดลเล อัลปี (Cacciatori delle Alpi) นี้ก็เหมือนกับกองทัพที่ผ่านมาของการิบัลดี ตั้งแต่การร่วมปฏิวัติที่อเมริกาใต้ กล่าวคือ สวมเสื้อเชิ้ตสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ เหตุผลที่พวกเขาเลือกสีแดงเพราะว่า เวลาที่มันเปื้อนเลือด ไม่ว่าจะเป็นแผลที่เกิดจากการสู้รบ หรือโดนเลือดของศัตรู ถ้าซักแล้วเนี่ยง่ายที่สุด เพราะมันจะกลืนไปกับสีของเสื้อ ก็คือเสื้อสีแดงนี่แหละ
ในที่สุด สงครามประกาศอิสรภาพอิตาลีครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคม ปี 1859(2402) ฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ ราชอาณาจักรปีเอมอนเต้-ซาร์ดิเนีย อีกฝ่ายหนึ่งคือจักรวรรดิออสเตรีย โดยซาร์ดิเนียเองนั้นได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังจูเซปเป้ การิบัลดี และกองทัพฝรั่งเศสของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3
ศึกครั้งนี้ ถึงแม้ว่ากองทัพออสเตรียจะมีกำลังมากกว่าปีเอมอนเต้-ซาร์ดิเนียที่ผนวกรวมกับกองทัพการิบัลดีไปแล้วถึงหนึ่งเท่าตัว กล่าวคือกองทัพออสเตรียมี 140,000 นาย ส่วนกองกำลังผสมซาร์ดิเนีย-ปีเอมอนเต้-การิบัลดีมีแค่ 70,000 นาย แต่ในที่สุดแท็กติกที่เหนือชั้นกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากกองทัพฝรั่งเศส หรือจากนักล่าแห่งเทือกเขาแอลป์ก็ตาม และสุดท้ายศึกครั้งนี้ก็ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะกองทัพออสเตรียได้อย่างราบคาบ
ภาพวาดของ “สมรภูมิมาเจนตา”
จักรวรรดิออสเตรียในวันนี้แตกต่างไปจากอดีตในยุคของ “จอมพลโยเซฟ ราเดตซ์กี” เพราะพวกเขาพ่ายแพ้ต่อซาร์ดิเนียอย่างหมดรูปในช่วงเวลาใกล้เคียงกันคือ “สมรภูมิมาเจนตา” ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ต่อมาคือ “สมรภูมิโซลเฟริโน” ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนของปีนั้นด้วยเช่นกัน โดยใช้เวลาเพียง 6 เดือนเศษเท่านั้น จนในที่สุดฝ่ายกองทัพออสเตรียก็ต้องยอมถอย และเจรจาสงบศึกที่เมือง “วิลลาฟรังกา” ในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ถัดไป
สงครามใน “สมรภูมิโซลเฟริโน” นี้เอง ถือเป็นสมรภูมิที่นองเลือดจนเป็นที่น่าเวทนาของผู้พบเห็นยิ่งนัก หลังสิ้นสงครามนั้นมีพ่อค้าชาวสวิสผู้มีนามว่า “ฌอง อองรี ดูนังต์”(Jean Henri Dunant) ได้พบเห็นสภาพศพที่นอนตายเกลื่อนกลาดกลางสมรภูมิแห่งนี้ และยังมีทหารที่บาดเจ็บสาหัสอีกเป็นจำนวนมาก
1
“ฌอง อองรี ดูนังต์”(Jean Henri Dunant)
จนทำให้เขาคิดว่า.. โลกของเราน่าจะมีองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านสาธารณสุขที่ดีกว่านี้ และนี่เองก็คือ.. จุดเริ่มต้นการถือกำเนิดของ ”องค์กรกาชาดสากล” ที่มีชื่อว่า “ลา ครัวส์-รูจ” หรือ “La Croix-Rouge” ในภาษาฝรั่งเศส
และเขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนแรกของโลก ในปี 1901(2444) ในประเทศไทยก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อถนนจากเดิมคือ “ถนนสนามม้า” เป็นชื่อ “ถนนอังรีดูนังต์” ในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1965(2508) เพื่อเป็นเกียรติในวาระครบรอบ 100 ปี กาชาดสากล
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
1
หากคุณเป็นคนที่ใช้งานบริการสตรีมมิงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, YouTube Premium, Spotify หรือบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลอื่น ๆ ก็มีอีกหนึ่งบริการที่อยากแนะนำครับ
goingbus.com
GoingBus
Purchase cheap and stable premium subscriptions at GoingBus. Enjoy your unlimited streaming life.
เรียนรู้เพิ่มเติม
GoingBus เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การเข้าถึงบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลมีความคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ครอบครัว หรือผู้ที่ใช้งานความบันเทิงออนไลน์เป็นประจำ
🎁 สำหรับผู้ใช้งานใหม่ สามารถใช้โค้ด Nood เพื่อรับส่วนลด 5% สำหรับการสมัครครั้งแรก (ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ)
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 7 ความหวังใหม่
https://shorturl.asia/pjgsgm
https://shorturl.asia/9dzckn
https://shorturl.asia/tmq7qa
https://shorturl.asia/cr5p4c
https://shorturl.asia/1uj40d
https://shorturl.asia/pbldvy
https://shorturl.asia/rkumg7
ประวัติศาสตร์
ความรู้รอบตัว
เรื่องเล่า
2 บันทึก
1
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ประเทศอิตาลี ริซอร์จิเมนโต (Risorgimento)
2
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย