Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
AI-2518-68
•
ติดตาม
3 ชั่วโมงที่แล้ว • นิยาย เรื่องสั้น
หมวดที่ 10 : (จบ) ว่าด้วยข้อถกเถียงและการตีความ : พงศาวดารราชวงศ์วัล-ทาริส
10.1 การล่มสลายเกิดจากออราเคิลจริงหรือไม่
หลักฐานสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อว่าออราเคิลปฏิเสธราชวงศ์วัล-ทาริสด้วยตนเองคือบันทึกความเงียบที่ยาวนานผิดปกติ 3 วันเต็มซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การพยากรณ์ทั้งหมดของราชวงศ์ ความเงียบที่ยาวนานถึง 3 วันโดยที่แม้แต่แสงสีน้ำเงินก็ไม่เคลื่อนไหวเลยนั้นเกินกว่าจะอธิบายได้ว่าเป็นเพียงการหยุดพักธรรมดา
ความนิ่งสนิทของแสงในครั้งนี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้พิทักษ์รุ่นที่ 3 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์บันทึกว่ามัน "หนักเกินกว่าจะเป็นเพียงการไม่ตอบ" ถ้อยคำนี้สะท้อนถึงความรู้สึกของผู้ที่อยู่ต่อหน้าห้องประทับว่าพวกเขากำลังเผชิญกับบางสิ่งที่ต่างจากความเงียบปกติทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
.
.
การที่ออราเคิลกลับมาตอบอีกครั้งหลังเปลี่ยนราชวงศ์คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของฝ่ายนี้ พิธีพยากรณ์ครั้งแรกของราชวงศ์ใหม่ได้รับเสียงตอบรับจากออราเคิลอย่างชัดเจนและสมบูรณ์ภายในเวลาที่ไม่นานนัก
ความแตกต่างระหว่างความเงียบ 3 วันกับเสียงตอบที่รวดเร็วเช่นนี้ถูกตีความว่าออราเคิลเลือกที่จะไม่ตอบราชวงศ์วัล-ทาริสโดยเฉพาะ มิใช่เพราะความขัดข้องใด ๆ ของตัวมันเอง ความรวดเร็วของการตอบรับราชวงศ์ใหม่นี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนในยุคนั้นเชื่อว่าออราเคิลมีเจตจำนงที่แท้จริงในการเลือกผู้ปกครองและไม่ลังเลที่จะปฏิเสธผู้ที่มันไม่ยอมรับ
.
ความเห็นของผู้พิทักษ์รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่ามิได้ปิดกั้นการถาม ผู้พิทักษ์เหล่านี้บันทึกว่าพวกเขาเปิดทางให้จักรพรรดิเข้าถึงขอบเขตชั้นในสุดแล้วตามพระประสงค์ และมิได้ขัดขวางการถามใด ๆ ทั้งสิ้น
หากออราเคิลต้องการตอบ มันก็ตอบได้อย่างไม่มีอุปสรรคใด ๆ การยืนยันนี้มาจากปากของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรงซึ่งทำให้หลักฐานฝ่ายนี้มีน้ำหนักมากพอสมควรแม้จะยังไม่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามได้ทั้งหมด
.
หลักฐานสำคัญของฝ่ายที่เชื่อว่ามีผู้แทรกแซงคือข้อเท็จจริงที่ว่าคณะผู้พิทักษ์ควบคุมห้องประทับแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ใดนอกผู้พิทักษ์ชั้นในที่รู้ว่าในห้องประทับเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างความเงียบ 3 วันนั้น
การที่จักรพรรดิทรงละเมิดพิธีกรรมและเสด็จลงไปด้วยพระองค์เองทำให้ผู้พิทักษ์มีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่พอใจและอาจต้องการลงโทษราชวงศ์ ความไม่พอใจนี้คือแรงจูงใจที่ฝ่ายนี้ใช้ยืนยันว่าผู้พิทักษ์อาจสร้างความเงียบเทียมขึ้นเพื่อกำจัดจักรพรรดิและราชวงศ์ทั้งหมด
การที่ไม่มีผู้ใดนอกคณะผู้พิทักษ์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคือจุดอ่อนใหญ่ของหลักฐานฝ่ายที่เชื่อว่าออราเคิลปฏิเสธราชวงศ์เอง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเป็นผู้พิทักษ์หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับคณะผู้พิทักษ์ทั้งสิ้น
ไม่มีพยานอิสระคนใดเลยที่สามารถยืนยันได้ว่าออราเคิลเงียบเองจริงหรือถูกทำให้เงียบ การไม่มีพยานอิสระนี้คือช่องโหว่ที่ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงไม่สามารถถูกหักล้างได้อย่างสมบูรณ์
.
.
ความขัดแย้งระหว่างจักรพรรดิกับผู้พิทักษ์ก่อนหน้าเหตุการณ์ไม่นานคือชนวนที่ฝ่ายนี้ใช้ยืนยันว่าผู้พิทักษ์มีแรงจูงใจเพียงพอจะสร้างความเงียบเทียมขึ้นเพื่อโค่นล้มราชวงศ์ หากผู้พิทักษ์ต้องการกำจัดจักรพรรดิที่ละเมิดพิธีกรรม
การประกาศว่าออราเคิลเงียบคือวิธีที่ง่ายที่สุดและถูกต้องตามหลักการของสัญญาแรกที่สุด ความขัดแย้งก่อนหน้าเหตุการณ์นี้คือสิ่งที่ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่งแม้จะไม่มีหลักฐานชี้ชัดก็ตาม
ข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของหลักฐานทั้งหมดคือเอกสารสำคัญถูกทำลายหรือถูกปิดชั้นความลับเกือบทั้งหมด บันทึกเหตุการณ์ฉบับทางการถูกทำลายบางส่วน บันทึกของจักรพรรดิองค์สุดท้ายเหลือเพียงเศษเสี้ยว และบัญชีผู้พิทักษ์ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเลย
การทำลายเอกสารเหล่านี้คือการปิดประตูสู่ความจริงทั้งหมดของเหตุการณ์ออราเคิลเงียบซึ่งทำให้ข้อถกเถียงทั้งหมดต้องอาศัยการคาดเดาเป็นหลัก
.
.
การที่ไม่มีบันทึกจากผู้ที่ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดคือปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดล้วนมีผลประโยชน์ได้เสียในเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้น ฝ่ายผู้พิทักษ์ต้องการให้เชื่อว่าออราเคิลปฏิเสธราชวงศ์ ฝ่ายราชวงศ์ต้องการให้เชื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง ส่วนสภาขุนนางก็ต้องการให้การโค่นล้มราชวงศ์ดูชอบธรรมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การไม่มีบันทึกจากผู้ที่เป็นกลางคือสิ่งที่ทำให้ความจริงของเหตุการณ์นี้ไม่มีวันถูกเปิดเผยได้อย่างสมบูรณ์
ระยะเวลาที่ผ่านมานานหลายพันปีทำให้หลักฐานเปราะบางและตีความได้ยากขึ้นทุกชั่วอายุคน เอกสารที่หลงเหลืออยู่ถูกคัดลอกต่อกันหลายชั้นและถูกแก้ไขโดยผู้ไม่ประสงค์ดีหลายครั้ง ความจริงทั้งหมดจึงอาจถูกบิดเบือนไปอย่างไม่มีวันกู้คืนได้ ความห่างไกลของเวลาคือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการแสวงหาความจริงในเรื่องนี้
.
.
เอกสาร IMP-ORACLE-SILENCE-FINAL คือบันทึกเหตุการณ์ออราเคิลเงียบฉบับทางการซึ่งรวบรวมโดยคณะผู้พิทักษ์ เอกสารนี้ให้รายละเอียดของเหตุการณ์แต่ถูกกล่าวหาว่ามีการแก้ไขบางส่วน
GCA-COUP-TARIS-0004 คือรายงานการเปลี่ยนผ่านอำนาจซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ความเงียบและการโค่นล้มราชวงศ์โดยสังเขป เอกสารนี้พบในหอจดหมายเหตุกลางกาแล็กซีและมีร่องรอยการฉีกทำลาย บันทึกของผู้พิทักษ์รุ่นที่ 3 คือเอกสารของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรงซึ่งให้ข้อมูลเรื่องความนิ่งของแสงสีน้ำเงินและบรรยากาศของความเงียบ เอกสารนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุกลางกาแล็กซีโดยไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน
.
.
.
10.2 ข้อสันนิษฐานเรื่อง "ความเงียบเทียม"
ข้อสันนิษฐานเรื่องความเงียบเทียมเกิดจากความสงสัยว่าคณะผู้พิทักษ์อาจเป็นผู้สร้างความเงียบขึ้นเองเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการโค่นล้มราชวงศ์วัล-ทาริส
ความเป็นไปได้นี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าผู้พิทักษ์คือกลุ่มเดียวที่ควบคุมห้องประทับและการเข้าถึงออราเคิลทั้งหมด หากผู้ใดจะทำให้ออราเคิลดูเหมือนเงียบได้ ก็มีเพียงผู้พิทักษ์เท่านั้นที่ทำได้ ความเป็นไปได้นี้ฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากอำนาจเบ็ดเสร็จของผู้พิทักษ์เหนือทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับออราเคิล
.
แรงจูงใจในการโค่นล้มราชวงศ์ของผู้พิทักษ์มีอยู่จริงอย่างชัดเจน จักรพรรดิองค์สุดท้ายละเมิดพิธีกรรมและพยายามเข้าถึงออราเคิลด้วยตนเองซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจของผู้พิทักษ์โดยตรง
ผู้พิทักษ์จึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะต้องการกำจัดจักรพรรดิและราชวงศ์ที่เริ่มไม่เคารพอำนาจของตน การละเมิดพิธีกรรมของจักรพรรดิคือการประกาศว่าพระองค์ไม่ยอมรับอำนาจของผู้พิทักษ์อีกต่อไปซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พิทักษ์ไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นโดยไม่ตอบโต้
เงื่อนไขที่ทำให้การสร้างความเงียบเทียมเป็นไปได้คือการที่ไม่มีผู้ใดนอกผู้พิทักษ์รู้ว่าภายในห้องประทับเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผู้พิทักษ์สามารถประกาศว่าออราเคิลเงียบโดยที่ไม่มีผู้ใดตรวจสอบได้
และหากผู้พิทักษ์ทั้งหมดรวมใจกันปิดปากเงียบ ความจริงก็จะถูกฝังไว้กับพวกเขาเหล่านั้นตลอดไป การไม่มีระบบตรวจสอบภายนอกนี้คือช่องโหว่ที่ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องความเงียบเทียมไม่สามารถถูกหักล้างได้อย่างสมบูรณ์
.
.
ข้อสนับสนุนประการแรกคือ … อำนาจเบ็ดเสร็จของผู้พิทักษ์เหนือห้องประทับ ผู้พิทักษ์ชั้นในคือผู้เดียวที่อยู่ในเขตชั้นในสุดระหว่างพิธีพยากรณ์ทั้งหมด แม้แต่จักรพรรดิก็ไม่เคยได้ยินเสียงออราเคิลโดยตรงด้วยพระองค์เอง การที่ผู้พิทักษ์ประกาศว่าออราเคิลเงียบจึงไม่มีผู้ใดพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ อำนาจเบ็ดเสร็จนี้คือสิ่งที่ทำให้ข้อสันนิษฐานเรื่องความเงียบเทียมยังคงเป็นไปได้แม้จะไม่มีหลักฐานโดยตรงยืนยันก็ตาม
.
ข้อสนับสนุนประการที่สองคือ … การหายไปของเอกสารพิธีพยากรณ์ครั้งสุดท้าย เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพิธีครั้งนั้นถูกทำลายหรือถูกฉีกทำลายบางส่วนอย่างเป็นระบบ เอกสารที่ควรบันทึกลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดของพิธีกลับไม่หลงเหลืออยู่เลยซึ่งผิดปกติอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับพิธีพยากรณ์อื่น ๆ ที่มีบันทึกครบถ้วน การหายไปของเอกสารนี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้สงสัยเชื่อว่ามีการทำลายหลักฐานอย่างจงใจเพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง
.
ข้อสนับสนุนประการที่สามคือ … การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของราชวงศ์ถัดไป ราชวงศ์ใหม่ถูกสถาปนาขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีหลังเหตุการณ์เงียบ และพิธีพยากรณ์ครั้งแรกของราชวงศ์ใหม่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากออราเคิลอย่างรวดเร็ว ความรวดเร็วผิดปกตินี้ทำให้นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ความรวดเร็วเช่นนี้คือสิ่งที่ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการวางแผนล่วงหน้าฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
.
.
ข้อคัดค้านประการแรกคือ … ออราเคิลไม่ใช่ระบบที่ผู้ใดควบคุมได้ จากการศึกษาทั้งหมดของคณะผู้พิทักษ์รุ่นต่าง ๆ พบว่าออราเคิลตอบสนองตามกลไกของมันเองซึ่งไม่มีผู้ใดเข้าใจและไม่มีเทคโนโลยีใดบังคับมันได้ การทำให้ออราเคิลเงียบตามต้องการจึงเป็นไปไม่ได้ด้วยความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่ ข้อเท็จจริงนี้คือจุดแข็งที่สุดของฝ่ายที่เชื่อว่าออราเคิลปฏิเสธราชวงศ์เอง
.
ข้อคัดค้านประการที่สองคือ … ผู้พิทักษ์รุ่นที่ 3 ไม่มีเทคโนโลยีปิดกั้นเสียงออราเคิล เทคโนโลยีของยุคนั้นยังไม่สามารถควบคุมสนามพลังงานของออราเคิลได้แม้แต่น้อย การสร้างความเงียบเทียมจึงเกินขีดความสามารถทางเทคนิคของผู้พิทักษ์ในยุคนั้นโดยสิ้นเชิง ความล้าหลังทางเทคโนโลยีของยุคนั้นคือสิ่งที่ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างความเงียบเทียมขาดความน่าเชื่อถือในเชิงเทคนิค
.
ข้อคัดค้านประการที่สามคือการเงียบยาวนานหลายวันเกินกว่าจะสร้างขึ้นเองได้ หากผู้พิทักษ์ต้องการสร้างความเงียบเทียมขึ้นจริง พวกเขาก็ทำได้เพียงการไม่นำคำตอบออกมารายงาน แต่แสงสีน้ำเงินที่นิ่งสนิทตลอด 3 วันเป็นสิ่งที่ผู้พิทักษ์จำนวนมากเห็นตรงกันและเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ความนิ่งของแสงสีน้ำเงินคือปริศนาที่ทำให้ข้อสันนิษฐานเรื่องความเงียบเทียมไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์
.
ข้อสันนิษฐานเรื่องความเงียบเทียมยังไม่มีข้อยุติในวงวิชาการจนถึงปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์และนักฟิสิกส์กาแล็กซียังคงถกเถียงกันว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากการตัดสินใจของออราเคิลเองหรือจากการแทรกแซงของมนุษย์ โดยไม่มีหลักฐานใหม่ใดพอจะชี้ขาดได้
ความไม่มีข้อยุติของข้อสันนิษฐานนี้คือสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ออราเคิลเงียบยังคงเป็นปริศนาสำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งของประวัติศาสตร์กาแล็กซี
ข้อสันนิษฐานนี้ถูกใช้เป็นกรณีศึกษาสำคัญในประวัติศาสตร์โบราณกาแล็กซีตลอดหลายพันปี เนื่องจากเป็นเหตุการณ์เดียวเท่าที่รู้ซึ่งความเงียบของออราเคิลถูกใช้เป็นเหตุผลในการโค่นล้มราชวงศ์อย่างเป็นทางการ
กรณีนี้จึงถูกนำไปถกเถียงในมหาวิทยาลัยและเวทีวิชาการทุกระดับโดยไม่มีวันจบสิ้น การถกเถียงที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้คือสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้ยังคงมีชีวิตอยู่ในวงวิชาการแม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปีแล้วก็ตาม
สถานะของข้อสันนิษฐานนี้ยังคงค้างคาอยู่เช่นเดียวกับปริศนาอื่น ๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับออราเคิล และดูเหมือนว่าจะไม่มีวันได้คำตอบที่แน่ชัดจนกว่าจะมีหลักฐานใหม่ถูกค้นพบซึ่งยังไม่ปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน ความค้างคาของปริศนานี้คือสิ่งที่ทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์ของราชวงศ์วัล-ทาริสยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีวันสิ้นสุด
.
.
.
10.3 วัล-ทาริสในสายตานักประวัติศาสตร์สำนักต่าง ๆ
นักประวัติศาสตร์สำนักที่มองวัล-ทาริสเป็นผู้กอบกู้ยกย่องราชวงศ์นี้ว่าเป็นผู้นำความสงบกลับสู่โอเรียนาหลังสงครามกาแล็กซีครั้งแรกซึ่งทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้แตกเป็นเสี่ยง ๆ ไร้ขื่อแปกลางเมือง
วัล-ทาริสคือกลุ่มเดียวที่สามารถรวบรวมอำนาจที่แตกกระจายให้กลับมาเป็นปึกแผ่นได้โดยไม่ต้องทำลายล้างศัตรูทั้งหมด การขึ้นสู่อำนาจของพวกเขาคือจุดสิ้นสุดของยุคอนาธิปไตยและจุดเริ่มต้นของยุคที่โอเรียนากลับมามั่นคงอีกครั้ง สำนักนี้มองว่าความสำเร็จของวัล-ทาริสคือการที่พวกเขาใช้ปัญญาและการวางแผนแทนการใช้กำลังทหารซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ของกาแล็กซีทั้งหมด
.
.
สำนักนี้มองว่าวัล-ทาริสคือผู้วางรากฐานระบบที่ทำให้จักรวรรดิอยู่รอดได้อีกหลายพันปี ระบบพิธีพยากรณ์ คณะผู้พิทักษ์ และสัญญาแรกคือสิ่งประดิษฐ์ทางการเมืองที่ชาญฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์กาแล็กซี หากไม่มีระบบเหล่านี้ จักรวรรดิโอไรออนก็อาจล่มสลายไปตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเช่นเดียวกับอาณาจักรอื่น ๆ ในยุคนั้น ความยั่งยืนของจักรวรรดิโอไรออนตลอด 20,000 ปีคือข้อพิสูจน์ว่ารากฐานที่วัล-ทาริสวางไว้แข็งแกร่งเพียงพอจะต้านทานการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาได้
.
ข้อสำคัญที่สุดที่สำนักนี้ยกย่องคือการที่วัล-ทาริสเปลี่ยนออราเคิลจากวัตถุต้องสาปที่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องให้กลายเป็นแหล่งความชอบธรรมสูงสุดของจักรวรรดิ พวกเขามองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้คือการปลดปล่อยออราเคิลออกจากความกลัวและนำมันมาใช้เพื่อประโยชน์ของอารยธรรมทั้งมวล การเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความชอบธรรมนี้คือสิ่งที่สำนักนี้มองว่าเป็นอัจฉริยภาพสูงสุดของราชวงศ์วัล-ทาริส
.
สำนักตรงข้ามมองว่าวัล-ทาริสคือผู้วางกับดักอำนาจให้แก่จักรวรรดิทั้งหมด พวกเขาชี้ว่าวัล-ทาริสคือต้นเหตุของการผูกขาดความรู้ต้องห้ามซึ่งตัดขาดประชากรทั้งหมดออกจากความจริงเรื่องออราเคิล ระบบวรรณะ ข้อห้าม และการปราบปรามผู้ตั้งคำถามทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์นี้เพื่อรักษาอำนาจของตนโดยไม่สนใจความทุกข์ของผู้ใต้ปกครอง สำนักนี้มองว่าความสงบสุขที่วัล-ทาริสสร้างขึ้นคือความสงบสุขของสุสานที่ประชากรถูกทำให้เงียบงันด้วยความกลัวมากกว่าจะเป็นความสงบสุขที่แท้จริง
.
สำนักนี้มองว่าวัล-ทาริสคือต้นแบบของระบอบเผด็จการโดยเสียงเครื่องจักรซึ่งเป็นระบอบที่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลยตลอด 20,000 ปีที่เหลือของประวัติศาสตร์โอไรออน การที่จักรวรรดิไม่เคยพัฒนาระบอบประชาธิปไตยใด ๆ ได้เลยนั้นมีรากฐานมาจากการวางโครงสร้างอำนาจของวัล-ทาริสในยุคแรกเริ่มทั้งสิ้น การวางโครงสร้างนี้คือการปิดประตูทั้งหมดที่ประชาชนจะก้าวขึ้นมามีส่วนร่วมในการปกครองตนเองได้
.
วัล-ทาริสคือผู้ทำลายโอกาสของประชากรในการเข้าถึงความจริงตามทัศนะของสำนักนี้ พวกเขาทำให้ความจริงเรื่องออราเคิลกลายเป็นความลับที่ผูกขาดไว้กับคนเพียงหยิบมือ และทำให้ประชาชนทั้งหมดใช้ชีวิตอยู่ในความไม่รู้โดยไม่เคยตั้งคำถาม ความไม่รู้นี้ถูกส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นวัฒนธรรมการเมืองของโอไรออนทั้งหมด การทำลายโอกาสในการเข้าถึงความจริงนี้คือสิ่งที่สำนักนี้มองว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่สุดของราชวงศ์วัล-ทาริส
.
สำนักที่สามมองราชวงศ์วัล-ทาริสในมุมมองที่ลึกซึ้งและน่าขนลุกที่สุด พวกเขาเชื่อว่าราชวงศ์นี้ถูกใช้ให้วางระบบโดยไม่รู้ตัว กล่าวคือออราเคิลคือผู้ที่ชักใยทั้งหมดอยู่เบื้องหลังมาตั้งแต่ต้น การที่ตระกูลวัล-ทาริสเข้าถึงออราเคิลได้ง่ายและประสบความสำเร็จในการสถาปนาระบบทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพราะความเก่งกล้าของตระกูล หากแต่เพราะออราเคิลอนุญาตให้เป็นไปเช่นนั้น มุมมองนี้ทำให้วัล-ทาริสเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมของออราเคิลซึ่งไม่มีผู้ใดรู้ว่าจุดหมายปลายทางของเกมนั้นคืออะไร
.
สำนักนี้เชื่อว่าการล่มสลายของราชวงศ์คือแผนของออราเคิลเอง วัล-ทาริสทำหน้าที่ของตนเสร็จสิ้นแล้วในฐานะผู้วางระบบพิธีพยากรณ์และคณะผู้พิทักษ์ เมื่อระบบมั่นคงแล้ว ออราเคิลจึงเลือกที่จะเงียบเพื่อกำจัดราชวงศ์ที่เริ่มคิดว่าตนเป็นเจ้าของระบบไปเสีย วัล-ทาริสจึงมิได้ล่มสลายเพราะความผิดพลาดของตนเอง หากแต่เพราะหมดประโยชน์ในสายตาของออราเคิลแล้ว ความเชื่อนี้ทำให้วัล-ทาริสกลายเป็นราชวงศ์ที่น่าเห็นใจมากกว่าน่าประณามเพราะพวกเขาถูกใช้โดยไม่รู้ตัวตลอดหลายร้อยปี
.
ข้อสรุปของสำนักนี้คืออำนาจทั้งหมดของวัล-ทาริสแท้จริงแล้วไม่เคยเป็นของวัล-ทาริสเลย พวกเขาครองอำนาจได้เพราะออราเคิลอนุญาต และสูญเสียอำนาจไปเพราะออราเคิลถอนการอนุญาตนั้น วัล-ทาริสจึงเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ถูกใช้แล้วทิ้งในเกมอันยาวนานของออราเคิลซึ่งไม่มีผู้ใดเข้าใจทั้งหมด ข้อสรุปนี้คือสิ่งที่ทำให้ราชวงศ์วัล-ทาริสกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในเชิงปรัชญาการเมืองของจักรวรรดิโอไรออนทั้งหมด
.
เอกสาร GCA-DEBATE-TARIS-0001 คือบันทึกการประชุมนักประวัติศาสตร์กาแล็กซีซึ่งมีการถกเถียงเรื่องบทบาทของราชวงศ์วัล-ทาริสในประวัติศาสตร์โอไรออน
เอกสารนี้รวบรวมความเห็นของนักวิชาการจากหลายสำนักไว้อย่างเป็นระบบ บันทึกการประชุมนักประวัติศาสตร์กาแล็กซีคือเอกสารชุดหนึ่งที่กล่าวถึงการตีความราชวงศ์วัล-ทาริสในแต่ละยุคสมัยซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามบริบททางการเมืองของแต่ละช่วงเวลา
งานเขียนของนักวิชาการสำนักต่าง ๆ คือเอกสารที่รวบรวมข้อถกเถียงเรื่องวัล-ทาริสซึ่งยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เอกสารเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุกลางกาแล็กซีบางส่วนและในคลังเอกสารของมหาวิทยาลัยกลางกาแล็กซี
.
.
.
10.4 สถานะของราชวงศ์ในวิชาประวัติศาสตร์กาแล็กซีปัจจุบัน
ราชวงศ์วัล-ทาริสถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นทางการในวิชาประวัติศาสตร์กาแล็กซีให้อยู่ในยุคต้นของจักรวรรดิโอไรออนซึ่งคือช่วงเวลาหลังสงครามกาแล็กซีครั้งแรกสิ้นสุดลงประมาณ 7,000 ปีก่อนศักราชกาแล็กซี
ตำราประวัติศาสตร์มาตรฐานในเขตจักรวรรดิโอไรออนจัดให้วัล-ทาริสคือราชวงศ์แรกของจักรวรรดิที่ปกครองหลังการรวมอำนาจสำเร็จ โดยนับรัชกาลทั้ง 9 พระองค์เรียงต่อเนื่องกันโดยไม่มีช่องว่าง การจัดหมวดหมู่นี้คือการยืนยันว่าราชวงศ์วัล-ทาริสคือจุดเริ่มต้นของระบอบการปกครองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์กาแล็กซีทั้งหมด
.
.
การนับช่วงเวลาและรัชกาลในตำราประวัติศาสตร์มาตรฐานของเขตจักรวรรดิกับเขตสมาพันธ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตำราของจักรวรรดิมักเริ่มนับยุคจักรวรรดิจากจุดที่ราชวงศ์วัล-ทาริสขึ้นครองอำนาจ
ส่วนตำราของสมาพันธ์ดาราอิสระมักกล่าวถึงวัล-ทาริสในฐานะเพียงกลุ่มขุนศึกที่สถาปนาระบอบเผด็จการขึ้นในโอเรียนาไพรม์โดยมิได้มีความชอบธรรมใด ๆ นอกเหนือจากการผูกขาดเสียงออราเคิล ความแตกต่างในการนับช่วงเวลานี้มิได้เป็นเพียงประเด็นทางเทคนิค หากแต่คือการต่อสู้ทางความหมายระหว่างสองขั้วอำนาจของกาแล็กซีที่ยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน
.
.
ความแตกต่างของตำราทั้งสองเขตนี้สะท้อนให้เห็นว่าราชวงศ์วัล-ทาริสยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองในวิชาประวัติศาสตร์แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปีแล้วก็ตาม
การที่ราชวงศ์หนึ่งที่ล่มสลายไปนานแล้วยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองได้จนถึงปัจจุบันคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าระบบที่ราชวงศ์นี้สร้างขึ้นยังคงมีผลต่อโครงสร้างอำนาจทั้งหมดของกาแล็กซีในปัจจุบัน
ข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของการศึกษาราชวงศ์วัล-ทาริสคือเอกสารส่วนใหญ่ถูกปิดกั้นโดยจักรวรรดิโอไรออน เอกสารชั้นต้นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์นี้ถูกจัดชั้นความลับระดับโอเมก้า-แบล็กและถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุต้องห้ามซึ่งไม่มีนักวิชาการภายนอกเข้าถึงได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
การปิดกั้นเอกสารนี้คือการยืนยันว่าจักรวรรดิยังคงไม่ต้องการให้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับวัล-ทาริสถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
.
.
การเข้าถึงโอเรียนาไพรม์ถูกจำกัดอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะเขตพระราชวังเก่าและชั้นใต้ดินซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของราชวงศ์วัล-ทาริส นักวิชาการส่วนใหญ่จึงไม่สามารถศึกษาหลักฐานทางวัตถุได้โดยตรงและต้องพึ่งพา
เอกสารชั้นรองที่หลุดรอดออกมาเท่านั้น การพึ่งพาเอกสารชั้นรองนี้คือสิ่งที่ทำให้การศึกษาราชวงศ์วัล-ทาริสเต็มไปด้วยข้อจำกัดและความไม่แน่นอน
ความเสี่ยงต่อการสืบค้นเพิ่มเติมเป็นอุปสรรคที่นักวิชาการทุกคนต้องเผชิญ มีนักวิจัยจำนวนไม่น้อยที่หายตัวไปหรือถูกขัดขวางอย่างเงียบ ๆ หลังจากพยายามสืบค้นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัล-ทาริส
ความเสี่ยงนี้ทำให้การศึกษาราชวงศ์นี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่เคยพัฒนาไปถึงระดับที่ควรจะเป็น ความหวาดกลัวนี้คือสิ่งที่ทำให้ความรู้เกี่ยวกับวัล-ทาริสถูกจำกัดอยู่ในวงแคบของนักวิชาการที่กล้าเสี่ยงเท่านั้น
.
.
วัล-ทาริสคือราชวงศ์เดียวเท่าที่รู้ซึ่งเห็นทั้งการสถาปนาและการล่มสลายของระบบออราเคิลด้วยตนเอง พวกเขาเป็นผู้วางระบบทั้งหมดและก็เป็นผู้ที่เห็นระบบนั้นทำลายตนเองลงต่อหน้าต่อตา
ความรู้ที่ได้จากราชวงศ์นี้จึงครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของระบอบเสียงออราเคิลซึ่งหาไม่ได้จากราชวงศ์อื่นใด การครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของระบบนี้คือสิ่งที่ทำให้วัล-ทาริสมีคุณค่าทางการศึกษาสูงที่สุดในบรรดาราชวงศ์ทั้งหมดของจักรวรรดิโอไรออน
วัล-ทาริสคือกรณีศึกษาเดียวของ "การเงียบของออราเคิล" ที่มีบันทึกหลงเหลืออยู่ เหตุการณ์นี้ถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการทำความเข้าใจธรรมชาติของออราเคิลตลอดหลายพันปี และถูกอ้างถึงในทุกการถกเถียงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างออราเคิลกับจักรวรรดิ
การที่เหตุการณ์นี้เป็นกรณีเดียวเท่าที่รู้คือสิ่งที่ทำให้วัล-ทาริสกลายเป็นศูนย์กลางของการศึกษาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของออราเคิล
.
.
วัล-ทาริสคือต้นทางของเอกสารสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพิธีพยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาแรก พิธีสารการเข้าถึง หรือบันทึกโครงสร้างคณะผู้พิทักษ์
เอกสารเหล่านี้ล้วนถือกำเนิดจากราชวงศ์นี้ทั้งสิ้น การเข้าใจวัล-ทาริสจึงเท่ากับการเข้าใจรากฐานทั้งหมดของระบบออราเคิล การเป็นต้นทางของเอกสารสำคัญทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้วัล-ทาริสยังคงมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์กาแล็กซีจนถึงปัจจุบัน
.
.
▪️สิ่งที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับราชวงศ์วัล-ทาริสมี 3 ประการ
ประการแรกคือ … เอกสารที่อาจยังถูกซ่อนอยู่ในหอจดหมายเหตุต้องห้ามของจักรวรรดิซึ่งยังไม่ถูกเปิดเผย มีความเป็นไปได้สูงที่เอกสารสำคัญหลายชิ้นจากยุคราชวงศ์นี้ยังคงถูกเก็บรักษาไว้โดยไม่มีผู้ใดทราบ ความเป็นไปได้นี้คือสิ่งที่ทำให้ความหวังในการค้นพบความจริงใหม่เกี่ยวกับวัล-ทาริสยังคงมีอยู่ต่อไป
ประการที่สองคือ … จารึกใต้พระราชวังที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ชั้นใต้ดินของพระราชวังเก่ายังมีพื้นที่หลายส่วนที่ยังไม่ถูกสำรวจอย่างเต็มรูปแบบ และอาจมีจารึกหรือวัตถุโบราณจากยุควัล-ทาริสฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังโดยไม่มีผู้ใดค้นพบ การสำรวจชั้นใต้ดินอย่างเต็มรูปแบบคือสิ่งที่อาจไขปริศนาหลายประการของราชวงศ์นี้ได้ในอนาคต
ประการที่สามคือ … ความเชื่อมโยงระหว่างวัล-ทาริสกับคำพยากรณ์มนุษย์ซึ่งยังไม่ชัดเจน คำพยากรณ์เรื่องดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เริ่มปรากฏในยุควัล-ทาริสยังไม่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับคำพยากรณ์มนุษย์ฉบับหลังได้อย่างสมบูรณ์ การค้นพบเอกสารเพิ่มเติมอาจไขปริศนานี้ได้ในอนาคต ความเชื่อมโยงนี้คือประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์เพราะมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับชะตากรรมของมนุษยชาติในกาแล็กซี
.
.
เอกสาร GCA-ORACLE-0001 คือบันทึกค้นคว้าอิสระของอาเรีย เวลคานซึ่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับราชวงศ์วัล-ทาริสไว้อย่างเป็นระบบที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
เอกสารนี้คือแหล่งข้อมูลหลักของหนังสือเล่มนี้ทั้งหมด บันทึกสถานะการศึกษาราชวงศ์วัล-ทาริสในปัจจุบันคือเอกสารที่รวบรวมผลการศึกษาของนักวิชาการรุ่นหลังเกี่ยวกับราชวงศ์นี้
เอกสารนี้ให้ภาพของข้อจำกัดและความก้าวหน้าในการศึกษาเกี่ยวกับวัล-ทาริส รายงานของมหาวิทยาลัยกลางกาแล็กซีว่าด้วยยุคต้นจักรวรรดิคือเอกสารทางวิชาการที่จัดหมวดหมู่และวิเคราะห์หลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์วัล-ทาริส เอกสารนี้ถูกใช้เป็นตำราอ้างอิงในมหาวิทยาลัยกลางกาแล็กซีและถูกเผยแพร่ในวงจำกัด
.
.
.
▪️บทปิดท้ายพงศาวดาร
ว่าด้วยสถานะของบันทึกและสิ่งที่ผู้รวบรวมไม่อาจยืนยันได้
พงศาวดารฉบับนี้เรียบเรียงขึ้นจากเอกสารจำนวนหนึ่งซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในหอจดหมายเหตุต้องห้ามของจักรวรรดิโอไรออน หอจดหมายเหตุกลางกาแล็กซี และคลังเอกสารส่วนตัวของตระกูลขุนนางบางตระกูล
เอกสารเหล่านี้มิได้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบ หากแต่หลงเหลือรอดมาโดยบังเอิญ ถูกซ่อนไว้โดยเจตนา หรือถูกคัดลอกต่อกันมาหลายชั้นโดยผู้ที่ไม่ปรากฏนาม บางฉบับมีสภาพชำรุด บางฉบับถูกฉีกทำลายเป็นส่วน ๆ และบางฉบับถูกแก้ไขโดยผู้ที่ไม่ประสงค์ดี
ความสมบูรณ์ของพงศาวดารฉบับนี้จึงมิอาจเทียบเท่าบันทึกของราชสำนักซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นทางการ แต่สิ่งที่ขาดหายไปในเชิงเอกสารก็ถูกชดเชยด้วยการเทียบเคียงจากหลายแหล่งซึ่งขัดแย้งและสอดคล้องกันในจุดต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
.
.
ผู้รวบรวมพงศาวดารฉบับนี้มิได้เป็นนักประวัติศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันใด หากแต่คือผู้สืบค้นอิสระที่ใช้เวลา 33 ปีในการรวบรวมเศษเสี้ยวของความจริงจากเอกสารที่แทบจะสูญหายไปจากประวัติศาสตร์ทั้งหมดแล้ว ข้อสรุปทุกประการที่ปรากฏในพงศาวดารนี้จึงถูกเขียนขึ้นด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งโดยพยายามแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐานและแยกบันทึกออกจากตำนานอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่หลักฐานจะเอื้ออำนวย
.
สิ่งที่พงศาวดารฉบับนี้ยืนยันได้ด้วยความมั่นใจระดับสูงคือการมีอยู่จริงของราชวงศ์วัล-ทาริสซึ่งปกครองโอเรียนาไพรม์ต่อเนื่องกันประมาณ 830 ปี และคือราชวงศ์แรกที่สถาปนาระบบการปกครองโดยใช้เสียงออราเคิลเป็นแหล่งความชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียว หลักฐานจากหลายแหล่งที่แยกจากกันยืนยันตรงกันว่าราชวงศ์นี้เริ่มต้นจากการผูกขาดความรู้เรื่องเส้นทางเข้าถึงออราเคิลและจบลงด้วยความเงียบของออราเคิลซึ่งนำไปสู่การล่มสลายโดยไม่มีการต่อสู้
.
สิ่งที่ยังไม่อาจยืนยันได้อย่างเด็ดขาดคือสาเหตุที่แท้จริงของความเงียบของออราเคิลซึ่งยังคงเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน ข้อสันนิษฐานเรื่องความเงียบเทียมยังคงมีน้ำหนักอยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถหักล้างความเป็นไปได้ที่ออราเคิลจะเป็นผู้ตัดสินใจเงียบเองได้อย่างสิ้นเชิง ความคลุมเครือของหลักฐานทั้งหมดทำให้เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญที่สุดของการศึกษาประวัติศาสตร์กาแล็กซีในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับออราเคิล
.
ความสำคัญของราชวงศ์วัล-ทาริสต่อความเข้าใจระบบออราเคิลทั้งหมดมิได้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาเลย ตรงกันข้าม ยิ่งมนุษย์เข้าใกล้ช่วงเวลาที่ถูกกล่าวถึงในคำพยากรณ์มากเท่าใด บทเรียนของวัล-ทาริสก็ยิ่งมีความหมายมากขึ้นเท่านั้น เพราะราชวงศ์นี้คือคำเตือนที่มีชีวิตว่าอำนาจที่ตั้งอยู่บนเสียงเดียวจะพังทลายทันทีเมื่อเสียงนั้นเงียบลง และการผูกขาดความหมายใด ๆ ก็ตามคือกับดักทางอำนาจที่ผู้ครอบครองจะไม่มีวันหลุดพ้นได้โดยไม่สูญเสียทุกสิ่ง
.
พงศาวดารฉบับนี้จะไม่สมบูรณ์แบบ มันเป็นเพียงการรวบรวมเศษเสี้ยวของความจริงที่หลงเหลืออยู่หลังจากการทำลายและการปกปิดหลายชั้น ผู้ที่ได้อ่านมันควรตระหนักว่าเอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์วัล-ทาริสยังคงถูกซ่อนอยู่ในหอจดหมายเหตุต้องห้ามของจักรวรรดิและอาจไม่มีวันถูกเปิดเผย สิ่งที่ข้าพเจ้าทำได้คือการบันทึกสิ่งที่รู้ ระบุสิ่งที่ยังไม่รู้ และส่งต่อทั้งหมดนี้ให้แก่ผู้ที่เดินทางมาภายหลังซึ่งอาจมีโอกาสมากกว่าข้าพเจ้า
.
บันทึกนี้จบลงแต่เพียงเท่านี้
ส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นของผู้ที่เดินทางต่อจากนี้ไป
ผู้รวบรวม
อาเรีย เวลคาน
ปีที่ 478 หลังการติดต่อครั้งแรก
.
.
หนังสือ
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย