•
5 ต.ค. เวลา 13:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Avengers Endgame: Encore อะไรใหม่ๆ ในหนังที่ 7 ปีที่แล้วทำเราร้องไห้ฟูมฟาย ปีนี้เป็นยังไงไปดูกัน

กลับมาอีกครั้งกับงานกำกับของ สองพี่น้องรุสโซ (Anthony & Joe Russo) หนังที่เคยเป็นบทสรุปของ Infinity Saga เมื่อปี 2019 ถูกนำกลับเข้าโรงอีกรอบในชื่อ Avengers Endgame: Encore แต่คราวนี้มี ฟุตเทจใหม่ถ่ายเพิ่ม เพื่อต่อสะพานไปสู่ Avengers: Doomsday ที่จะเข้า 18 ธันวาคม 2026 โดยเวอร์ชันเต็มมีถึง 4 ฉาก (แล้วดันมีแบบไม่เต็มด้วย มาเวลหน๊อออ)
นำแสดงโดยทีมเดิมทั้งหมด คริส อีแวนส์, มาร์ก รัฟฟาโล, คริส เฮมส์เวิร์ธ ฯลฯ และที่สำคัญที่สุด โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ที่กลับมา แต่ไม่ได้กลับมาเป็นโทนี่ สตาร์ก (เตรียมไปกันต่อ)
ความยาว 3 ชั่วโมง 6 นาที (ยาวกว่าเวอร์ชันเดิม 5 นาที) เข้าฉาย 25 กันยายน 2026
🔥 86 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขนั้นคือรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกทั่วโลก สูงสุดในประวัติศาสตร์สำหรับหนังที่เอากลับมาฉายใหม่ และกลายเป็นหนังรีรันเรื่องแรกที่ขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกานับตั้งแต่ The Lion King 3D เมื่อปี 2011
warning :
คำเตือนพิเศษของรอบนี้ ถ้าคุณดู Endgame มาแล้ว เนื้อหา 99% ใครที่ได้ติดตามมาเวลมาตลอดคงจำได้กันอยู่แล้ว ของใหม่จริงๆ คือฉากกลางเครดิตและหลังเครดิตที่เติมเข้ามา เพราะงั้นบทความนี้จะรวบเนื้อเดิมให้สั้นที่สุด แล้วไปเจาะของใหม่เลยละกัน
start >>>
เรื่องย่อ Endgame (ฉบับดั้งเดิม)
เรื่องต่อจาก Infinity War ที่ ธานอส ดีดนิ้วลบล้างสิ่งมีชีวิตครึ่งจักรวาลไปเป็นผุยผง
ทีมที่เหลือรอดพยายามตามล่าธานอสเพื่อเอาสโตนคืน แต่ทุกอย่างสายไปแล้ว ธานอสทำลายสโตนทิ้งและไปใช้ชีวิตบั้นปลายในทุ่น ธอร์ตัดหัวมันทิ้งด้วยความแค้น แต่ไม่มีอะไรที่สามารถแก้ไขเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วได้
ทีมอเวนเจอร์หมดหวัง และใช้ชีวิตที่เหลือกับประชากรที่เหลือเพียงครึ่งเดียว ต่างทำใจยอมรับสภาพและเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป
ข้ามไป 5 ปี โลกจมอยู่ในความเศร้า จนกระทั่ง สก็อตต์ แลง (แอนท์แมน) หลุดออกมาจากควอนตัมเรล์มแล้วเสนอไอเดีย "ย้อนเวลาไปแก้ไขอดีต"
ทีมที่เหลือรวมตัวกันทำ "Time Heist" แยกย้ายไปตามห้วงเวลาต่างๆ เพื่อเก็บสโตนทั้งหกกลับมาก่อนที่ธานอสจะได้ไป ระหว่างทาง นาตาชา (แบล็ควิโดว์) สละชีวิตตัวเองแลกกับโซลสโตนบนดาววอร์เมียร์
พวกเขาทำสำเร็จ รวบรวมอัญมณีมาได้ สมาร์ตฮัลค์ ดีดนิ้วเรียกทุกคนกลับคืนมา
แต่ธานอสเวอร์ชันปี 2014 เล็ดลอดตามมาถึงปัจจุบัน (จากการเชื่อมต่อจิตของ เนบิวลา) บุกถล่มฐานอเวนเจอร์สราบเป็นหน้ากลอง
แล้วก็มาถึงฉากที่คนทั้งโรงลุกขึ้นกรี๊ด ตอนที่กัปตันอเมริกาได้พูดอีกครั้งว่า "Avengers... Assemble." ประตูมิติเปิดพร้อมกันทั่วสนามรบ
ฮีโร่ทุกคนที่เคยหายไปกลับมาหมด
1
สุดท้าย โทนี่ สตาร์ก คว้าสโตนทั้งหมดมาใส่ถุงมือตัวเอง
ดีดนิ้วลบธานอสกับกองทัพของมันเป็นผุยผง
แล้วพูดประโยคสุดท้าย
"I am Iron Man."
แล้วก็จากไป
หนังปิดด้วยงานศพของโทนี่ ธอร์ไปกับการ์เดียนส์ และ แคปตันอเมริกา ที่เอาสโตนไปคืนทุกไทม์ไลน์ แล้วเลือกอยู่ในอดีตเพื่อใช้ชีวิตกับ เพ็กกี้ คาร์เตอร์ ก่อนกลับมาในร่างชายชรา ส่งโล่ให้ แซม วิลสัน
เป็นการจบอย่างสมบูรณ์ของ ทีม Avengers Originals ในปี 2019
แล้วมันยังไงล่ะ Avengers Endgame: Encore
อธิบายก่อน Encore มีอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน
และโรงที่คุณเลือกเป็นตัวตัดสินว่าจะได้ดูอะไร
โรงธรรมดา ได้ฟุตเทจทีเซอร์ Doomsday แค่ราว 2 นาที แปะไว้ท้ายเรื่องเฉยๆ
โรง IMAX / Infinity Vision ได้ของเต็ม 5 นาที กระจายเป็น 4 ฉาก ทั้งแบบกลางเครดิตและหลังเครดิต
(Infinity Vision คือมาตรฐานจอใหญ่แบบใหม่ ที่มาร์เวลไฟเขียวให้ฉายเวอร์ชันยาวสุดได้ แปลว่าจอต้องใหญ่พอระดับหนึ่งถึงจะได้ดูครบ)
เท่ากับว่าจ่ายราคาพอๆ กัน แต่คนดูโรงเล็กได้ของน้อยกว่าเกือบครึ่ง
ซึ่งก็มีคนบ่นกันอยู่ไม่น้อย
บทความนี้เล่าจากเวอร์ชันเต็ม 4 ฉาก เพราะงั้นถ้าใครจะไปดู แนะนำให้เลือกโรงใหญ่ไว้ก่อน จะได้ไม่พลาด
(ส่วนตัวตอนแรกไม่รู้ว่าต้องดูโรงใหญ่ถึงจะได้ดูเต็ม แต่ด้วยความอยากได้โปสเตอร์เลยไปจองแบบ Infinity vision เลยได้เก็บฉากเสริมครบ)
เอาละ ไล่ทีละฉาก
ฉากใหม่ที่ 1 :
ฉากนี้ต่อจากตอนจบดั้งเดิมของ Endgame เป๊ะ
หลังสตีฟ โรเจอร์ส เอาสโตนไปคืนทุกไทม์ไลน์เสร็จ แล้วเลือกอยู่ในอดีตกับ เพ็กกี้ คาร์เตอร์ ได้จูบและได้เต้นรำกับคนที่เขารักที่สุดสักที
คราวนี้ช่วงเวลาหวานๆ นั้นถูกขัดด้วย เสียงเคาะประตู
คนที่มาเคาะคือ โลกิ ที่น่าจะอยู่ในร่าง God of stories
ไม่ใช่โลกิตัวร้ายที่สตีฟเคยสู้ด้วย
ในซีรีส์ Loki บน Disney+ เขากลับตัวเป็นฮีโร่ไปแล้ว
ตอนนี้เป็นคนที่ค้ำจุนมัลติเวิร์สทั้งหมดไว้ และทำงานให้ TVA
โลกิเคาะประตู สตีฟที่ "ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้" รีบหลบหลังกำแพง
ปล่อยให้เพ็กกี้ไปเปิดประตู
"มีอะไรให้ช่วยไหมคะ" เพ็กกี้ถามโลกิ ที่เธอไม่รู้จัก
โลกิเดินเข้ามา แล้วตอบว่า
"ไม่ แต่ผมต่างหากที่จะมาช่วยพวกคุณสองคน"
พอดีกับที่สตีฟก้าวออกมาจากหลังกำแพง
***นักวิเคราะห์หลายแห่งระบุว่า การที่สตีฟไปหลบและมีท่าทีหวาดระแวงนั้น เพราะสตีฟและเพ็กกี้รู้ดีว่าสตีฟคนนี้ไม่ควรอยู่ในช่วงเวลานี้ และการที่โลกิมาหาด้วยตัวเองอาจจะเป็นเพราะสตีฟนี่แหละเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ incursion (เหตุการณ์ที่จักรวาลหรือมิติเวลาตั้งแต่สองแห่งขึ้นไปพุ่งเข้าชนหรือทับซ้อนกัน จนทำให้โครงสร้างของความเป็นจริงเสียหาย และเสี่ยงต่อการล่มสลายอย่างสิ้นเชิง)
ฉากใหม่ที่ 2 :
ฉากนี้เป็นเรื่องของ บรูซ แบนเนอร์ (ฮัลค์) และเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ใน Spider-Man: Brand New Day
ตอนนี้บรูซปลีกตัวไปขังตัวเองอยู่ในบังเกอร์สบายๆ ที่ลึกลงไปใต้ดินกว่า 2 ไมล์ ทำการทดลองเพื่อคุมไม่ให้ตัวเองกลายเป็น The Hulk!!!!!!
เขามั่นใจว่าตัวเองออกไปไม่ได้ และไม่มีใครเข้ามาได้
จนกระทั่งจอคอมพิวเตอร์กับไฟในห้องเริ่มกระพริบรวน
พร้อมอักขระรูนสีเขียนปรากฎขึ้น
มีใครบางคนเดินเข้ามา
"ข้ามารับเจ้า" เสียงจากร่างที่เรายังไม่เห็นหน้าพูด
แต่ทุกคนรู้ว่ามันคือ ด็อกเตอร์ดูม (ทุกคนที่มาดู Encore เพื่อไปดู Doomdays 555)
คำถามที่ทุกคนเดินออกจากโรงพร้อมกัน: ดูมจะเอาบรูซไปทำอะไร
***หลายนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ดูมอาจจะอยากเก็บคนที่เป็นกำลังหลักใน 616 ไป และเผลอๆรังสีแกรมม่าในตัวฮัลค์อาจจะมีประโยชน์อะไรบางอย่างใน battle world ที่กำลังจะสร้างขึ้น
ฉากใหม่ที่ 3 : TVA และจักรวาล 3,000 ใบที่ดับไปแล้ว (กลางเครดิต)
ฉากนี้เป็นฉากกลางเครดิต พาเราไปที่ TVA (Time Variance Authority) องค์กรลับที่อยู่นอกกาลเวลา คอยดูแลมัลติเวิร์สทั้งหมด ที่เราเคยเห็นในซีรีส์ Loki สองซีซัน
ในฉากมีลูกทีมของโลกิอยู่หลายคน ทั้ง โมเบียส เพื่อนซี้ และ โอโรโบรอส (O.B.) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ TVA
เปิดมาด้วย มิสมินิตส์ นาฬิกาการ์ตูนมีชีวิตที่น่ารักแต่น่าขนลุก ที่เตือนทุกคนด้วยสำเนียงใต้หวานๆ ว่า "อยู่ในจักรวาลของตัวเองซะ" ไม่งั้น TVA จะต้อง "ตามล่าคุณ เหมือนล่าหมา"
แล้วเธอก็พูดจริงด้วย
ทีม TVA ยืนดูหน้าจอ ที่ จักรวาลกำลังชนกันจริงๆ และในบางเคส ก่อนจะชน โลกสองใบพยายามทำลายกันเองด้วยซ้ำ เพื่อเอาตัวรอด (แต่สุดท้ายก็ไม่รอด)
พวกเขานับไปจนถึง 3,000 จักรวาลที่ถูกทำลาย ก่อนที่อูโรโบรอสจะพูดประโยคที่ปูทางไปสู่ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Doomsday
"มัลติเวิร์สกำลังล่มสลาย"
***มีคนวิเคราะห์ว่า 3000 จักรวาลนี้ล้อไปกับ "I Love you 3000" ของโทนี่ที่พูดกับลูกสาวด้วย บางแหล่งวิเคราะห์ถึงตัวเลขของจักรวาลที่ถูกทำลายให้หายไป และกำลังพุ่งเข้าชนกัน
ฉากสุดท้าย :
ฉากนี้คือฉากหลังเครดิตของจริง
เกิดขึ้นตอนโลโก้ Marvel Studios กำลังจางหายไปจากจอ
เป็นเสียง "ก๊อง ก๊อง ก๊อง" เสียงใครบางคนตีโลหะ
คนที่ดู Endgame เวอร์ชันเดิมจะจำได้ทันที มันคือเสียงเดียวกับที่ปิดท้าย Endgame ตอนฉายปี 2019 และเป็นเสียงจากฉากสำคัญในหนังที่เปิดจักรวาลนี้ทั้งหมด นั่นคือ Iron Man (2008) ตอนโทนี่ สตาร์ก ตีเกราะไอรอนแมนตัวแรกในถ้ำ
7 ปีที่ผ่านมา ทุกคนเข้าใจว่ามันคือการคารวะจุดเริ่มต้นของโทนี่
แต่คราวนี้ กล้องแวบไปให้เห็นสั้นๆ ว่า หน้ากากที่กำลังถูกตีอยู่นั้น คือหน้ากากของด็อกเตอร์ดูม
ล้อกับฉากตีหน้ากากในถ้ำเป๊ะ คนที่เริ่มจักรวาลด้วยการตีหน้ากากในถ้ำ กับคนที่จะมาปิดจักรวาลด้วยการตีหน้ากากในเงามืด คือหน้าเดียวกัน
เสียงเคาะแก๊งๆเก่าที่อยู่มา 7 ปี จากการ tribute จุดเริ่มต้นของ IRON MAN สู่จุดเริ่มต้นของ Dr. Doom
ความรู้สึกหลังดู +++
พูดตรงๆ Encore คือโฆษณา Doomsday ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่ในฐานะโฆษณา มันทำงานได้โคตรดี
และถ้าจะให้พูดจากใจจริงๆ เราไม่ได้ดู Endgame มาหลายปีแล้ว เอาเข้าจริงตอนต้นเรื่องนี่แทบจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นั่งดูไปก็เหมือนดูเรื่องใหม่เป็นช่วงๆ
แต่พอภาพของตัวละครเก่าที่เราคิดถึงโผล่ขึ้นมาบนจอ...
น้ำตามันรื้นขึ้นมาเองโดยไม่ทันตั้งตัว
ไม่ใช่เพราะฉากนั้นมันเศร้าหรืออลังการอะไรเป็นพิเศษ แต่เพราะมันคือ คนที่เราคิดถึง คนที่อยู่กับเรามาเป็นสิบปี คนที่เราโตมาด้วยกัน พอได้เห็นหน้าอีกครั้งบนจอใหญ่ มันมีบางอย่างในอกที่มันตื้อขึ้นมาเอง
และนี่แหละคือสิ่งที่เรายังรักในความเป็น Avengers Classic
ฉากที่เติมเข้ามาจะมีไม่มากก็จริง แต่การได้กลับมานั่งอยู่ตรงนั้น ได้เห็นตัวละครเก่าๆ ได้กลับไปอยู่ในช่วงเวลาเก่าๆ ที่เราคิดถึง มันเป็นความอิ่มเอมใจแบบที่ยังอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก
เพราะการได้กลับไปนั่งดู "Avengers Assemble" บนจอใหญ่อีกครั้ง พร้อมคนทั้งโรงที่ยังกรี๊ดเหมือนเดิม เราได้ยินเสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นระยะ มันคือความรู้สึกที่สตรีมมิงที่บ้านให้ไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่มาร์เวลขายจริงๆ ไม่ใช่ฟุตเทจใหม่ 5 นาที แต่คือ ความทรงจำของการได้อยู่ในโรงวันนั้น
ฉากที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือฉากตีหน้ากาก เพราะมันไม่ได้เพิ่มอะไรใหม่เลย มันแค่เอาเสียงเก่าที่อยู่มา 7 ปี มาให้ความหมายใหม่ แล้วจู่ๆ ตอนจบที่เราดูมาเป็นร้อยรอบก็หลอนขึ้นมาทันที
ส่วนเรื่องแบ่งเป็นสองเวอร์ชัน คนดูโรงเล็กได้แค่ 2 นาที โรงใหญ่ได้ครบ 4 ฉาก — อันนี้เข้าใจว่าเป็นกลยุทธ์ดันคนไปจอพรีเมียม แต่ในแง่คนดู มันคือการเอาชิ้นส่วนเรื่องราวมาผูกกับราคาตั๋ว ซึ่งก็มีคนไม่โอเคอยู่พอควร ถ้าจะไปดู เลือกโรงใหญ่ไว้ก่อนจะคุ้มกว่า
8.5/10 จาก BFYG >>>>>
(ถ้าให้คะแนนเฉพาะ Endgame ตัวหนังคือ 9.5 แต่นี่ให้คะแนน "ประสบการณ์ Encore" — หักเพราะของใหม่น้อยไปหน่อย และหักเพราะเรื่องแบ่งเวอร์ชันโรงเล็กโรงใหญ่)
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
1. Infinity Vision คืออะไร คือมาตรฐานจอพรีเมียมแบบใหม่ที่ดิสนีย์เพิ่งปั้นขึ้น การันตีจอใหญ่ ภาพสว่าง เสียงดี Encore คือหนังเรื่องแรกที่เปิดตัวมาตรฐานนี้
2. ทำไมดูมหน้าเหมือนโทนี่ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ กลับมา MCU แต่คราวนี้เล่นเป็น วิกเตอร์ ฟอน ดูม วายร้ายหลักของ Doomsday ไม่ใช่โทนี่ที่ฟื้นคืนชีพ เป็นตัวละครคนละตัวจากคนละมิติ ที่หน้าบังเอิญเหมือนกัน (ซึ่งหนังน่าจะมีคำอธิบายใน Doomsday)
3. โลกิกลายเป็นฮีโร่ไปแล้ว ใครไม่ได้ดูซีรีส์ Loki บน Disney+ อาจงงว่าทำไมตัวร้ายคนเดิมมาเคาะประตูบ้านแคป คำตอบคือตอนจบซีรีส์ โลกิสละตัวเองขึ้นไปนั่งกุมเส้นเวลาทั้งหมดไว้ด้วยมือเปล่า กลายเป็นคนที่ค้ำจุนมัลติเวิร์สและทำงานให้ TVA การที่เขาโผล่มาคือสัญญาณว่าเรื่องเวลา/มิติจะเป็นแกนของ Doomsday
4. ตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศ
เปิดตัวทั่วโลก 86 ล้าน สูงสุดตลอดกาลสำหรับหนังรีรัน
ในอเมริกา 26 ล้าน ดีเป็นอันดับ 3 ของหนังรีรัน รองจาก Star Wars (1997) และ The Lion King 3D (2011)
ต่างประเทศ 60 ล้าน อันดับ 2 รองจาก Titanic 3D (2012)
IMAX อย่างเดียวทำไป 13.7 ล้าน คิดเป็นเกือบ 14% ของรายได้ทั้งหมด
5. Endgame แซงหน้าใครบ้างหลัง Encore รายได้สะสมตลอดกาลขยับเป็น 2,885 ล้านดอลลาร์ ตามหลัง Avatar (2,920 ล้าน) มาติดๆ และแซงหน้า Spider-Man: Brand New Day ที่เพิ่งทำสถิติเมื่อต้นปี
6. Doomsday เข้า 18 ธันวาคม 2026 ส่วน Avengers: Secret Wars ตามมา 17 ธันวาคม 2027
สงครามกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ใครบ้างล่ะไม่อยากดู Doomdays เราล่ะคนนึงที่ hype ไม่ไหว อยากดูแล้วโว้ย!
Before You Go
5.10.2026
ตัวอย่าง Avengers: Doomsday
โฆษณา