Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:50 • การเมือง
แก้มลิง และความคุ้มค่า ยังไงดีล่ะ
ตอนนี้หลายส่วนของสังคม กำลังเล่นงานผู้ว่ากรุงเทพฯ
เรื่องประเด็นว่ามีพื้นที่แก้มลิงรับน้ำนั้นหายไป
ต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่าไม่ได้จะมาแก้ตัวให้ผู้ว่าแต่อย่างใด
อยากให้อ่านให้จบก่อนที่จบก่อนจะเม้นท์อะไรลงไป
เพราะผมเข้าใจดี ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่
ซ่อนความอ่อนไหวเอาไว้
…ที่จะเขียน ไม่ใช่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น…
…แต่จริงๆ มันมีการพูดถึงกันมานานแล้วในวงการสถาปนิก
นักผังเมือง และทางเศรษฐศาสตร์….
…เพียงแต่มันไม่มีใครกล้าเขียนเท่านั้นเอง….
เราต้องเข้าใจคอนเซ็ปท์ของแก้มลิงโดยรวมก่อน
ว่าหลักๆ มันเกิดขึ้นเพราะอะไร
โดยจุดกำเนิดจริงๆ มันเกิดเพราะสิ่งเดียว
คือ การปัองกันกรุงเทพจากน้ำท่วมให้ได้มากที่สุด
โดยเฉพาะจากน้ำหลากทางเหนือ
มันถูกวางเป็นชั้นๆ คือ เพื่อกันกรุงเทพทั้งหมด
ก็จะผันน้ำเข้าทุ่งแถวอยุธยา และปริมณฑล
ส่วนถ้าแถวนั้นไม่ไหว ก็คือเสียสละกรุงเทพชั้นนอก
เพื่อรักษาพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในเอาไว้ให้ได้
จากนั้น แนวคิดนี้ก็กระจายออกไปจากกรุงเทพฯ
โดยแทบทุกจังหวัด ก็ทำตามแนวทางเดียวกัน
เพื่อรักษาเขตเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของเมืองเอาไว้
…โดยคอนเซ็ปท์มันเป็นแบบนี้ โดยยืนอยู่บนแนวคิดว่า
ถ้าน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ ความเสียหายมันจะมาก
ต้องป้องกันเอาไว้ โดยเสียสละพื้นที่ ที่สำคัญน้อยกว่านั่นเอง…
มันเคยได้ผล แต่เมืองและสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนตลอด
จึงต้องมาตั้งคำถามใหม่ เรื่องความคุ้มค่า
และพื้นที่ที่จะรองรับน้ำ ว่าจุดที่เคยอยู่ในโครงการนั้น
ยังใช้ได้หรือไม่
ก็เหมือนกับทุกอย่างบนโลกนี้ เวลานั้นเปลี่ยนได้ทุกอย่าง
สิ่งที่ไม่ใช่ความจริงอันติมะ ย่อมต้องถูกเปลี่ยนแปลง
ตีความ ทบทวนใหม่ได้เช่นกัน การยึดติดไม่ใช่สิ่งถูกต้อง
…มันจึงผิด ถ้าจะบอกว่าแตะต้องไม่ได้เลย….
…และนี่คือสิ่งที่หลายฝ่ายต้องถกเถียงกันหนักมาตลอด….
…แม้แต่หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ก็อยากให้ทบทวน
และรู้สึกลำบากในการทำงานเช่นกัน….
…แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเพราะอะไร เราก็รู้กันดี….
เพราะเมืองนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ตามสภาพเศรษฐกิจที่โตขึ้น
การก่อสร้างต่างๆทุกแบบ มีผลต่อทิศทางของน้ำทุ่ง
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและผลจากการจัดการน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ ก็มีผลอย่างมากต่อน้ำท่าเช่นกัน
มันจึงเป็นประเด็นทางเทคนิคด้านพื้นที่รับน้ำ
ว่าทำไมมันจึงต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนกันใหม่
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
ที่ที่เคยใช้ได้ มันอาจใช้ไม่ได้แล้วในปัจจุบัน
เนื่องจากทางน้ำนั้นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
นี่คือการสรุปทางเทคนิคที่เข้าใจง่ายที่สุดแล้ว
ยังมีประเด็นย่อยๆอีกมาก เช่น กรณีของบางบาล
ที่รับน้ำได้น้อยลงมาก เนื่องจากสภาพดินได้เปลี่ยนไป
จากการรับน้ำทุกๆปีจนอิ่มตัว ซึ่งก็เช่นเดียวกับหลายพื้นที่
แบบนี้เป็นต้น….
ประเด็นความคุ้มค่าน่าจะสำคัญที่สุด เพราะพื้นที่เศรษฐกิจ
กระจายตัวมากขึ้นตามการเติบโตของเมือง
บางจุด นอกเมือง หากเสียหาย จะมีมูลค่ามากกว่า
ตัวเมืองชั้นในเสียด้วยซ้ำไป
แนวคิดแรกเริ่มนั้น คำว่าเขตเศรษฐกิจ
จะมุ่งเน้นไปที่จุดที่มีห้างร้าน ออฟฟิศมากๆ
รวมถึงสถานที่ราชการ คนหนาแน่นเป็นหลัก
ถ้ากรุงเทพก็นั่นแหละ สีลม ดุสิต ราชเทวี อะไรงั้น
แต่ถ้ามองปัจจุบัน ด้วยความที่เขตอุตสาหกรรม
มันถูกบีบให้อยู่นอกเมืองจากผังเมืองและราคาที่ดิน
ดังนั้นมันจึงไปตั้งอยู่บริเวณรับน้ำ หรือแก้มลิงนั่นเอง
เดิมมันก็มีไม่กี่แห่ง ยังพอไหว
แต่ปัจจุบันมันมีเต็มไปหมด
ความหนาแน่นของที่พักอาศัยเอง ก็มากตามไปด้วย
และว่ากันตามจริง มันหนาแน่นกว่าในเมืองด้วย
ถ้าจะพูดถึงส่วนนี้
เราลองนึกสภาพความเป็นจริงเอาแล้วกัน
ว่าถ้าน้ำท่วมออฟฟิศ กับน้ำท่วมโรงงาน
อะไรมันคือความเสียหายที่มากกว่ากับภาพรวม
ที่พักอาศัยที่หนาแน่นขึ้นในเขตรอบนอก
ก็หมายความว่า มันจะมีคนเดือดร้อนมากขึ้น
กว่าในวันที่แผนถูกกำหนด ไม่รู้กี่ร้อยเท่า
ผมอยากให้นึกสภาพนะ ถ้าเราปล่อยให้ท่วมสีลมสัก 15 เซน
เท่าฟุตบาทได้ โดยเขตรอบนอกท่วมน้อยลงมาก
โรงงานไม่เสียหาย คนพักอาศัยรอบนอกยังสัญจรได้
กับกั้นตามแผนเดิม ให้ท่วมแบบที่ผ่านมา
อะไรมันเสียหายมากกว่ากันล่ะ
คำตอบมันชัดเจนครับ และนี่คือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
เพราะถ้าคุณปล่อยให้เขตพักอาศัย โรงงานรอบนอก
รับน้ำในระดับที่สูงมากอย่างที่เป็น จนเขาคุมไม่ได้
สัญจรไม่ได้ กลายเป็นเขตภัยพิบัติ
ท้ายที่สุด รัฐก็ต้องมานั่งเยียวยาอีก มันเงินเท่าไหร่
แล้วมันแบบนี้แทบทุกปีแน่ๆ จากสภาพอากาศโลกปัจจุบัน
พูดตรงๆ สีลมถ้าปล่อยให้ท่วมสัก 30-40 เซน
คนในเขตเศรษฐกิจ เจ้าของตึกเขามีศักยภาพ
ในการเอาตัวรอด กั้นได้แน่นอน อาคารไม่เสียหาย
การสัญจรก็ยังพอทำได้ด้วยรถสาธารณะ
แล้วด้วยความที่ส่วนมากเป็นออฟฟิศงานธุรการ
จะออนไลน์ทำงานกันก็ยังได้เลย
แต่กับแบบปัจจุบัน รอบนอกท่วมกว่าเมตร
ใครมันจะไปเอาอยู่ ให้โรงงานใหญ่ๆเลยก็ไม่ไหว
ถ้าจะต้องมาทำๆรื้อๆคันกั้นน้ำกันทุกปี
โรงงานท่วม สินค้าวัตถุดิบมันก็ค้างสต๊อก
แรงงานขาดรายได้ มันแย่กว่ามาก
ง่ายๆ คือเราจะเซฟภาคธุรการมากกว่าภาคการผลิต
มันใช่เหรอ ???
…นี่แหละคือความคุ้มค่า ที่ต้องพิจารณา….
แล้วแก้มลิง ก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้น้ำท่วมได้ทุกลักษณะ
อย่างครั้งปัจจุบัน เกิดจากฝนตกในกรุงเทพชั้นในตรงๆ
ลักษณะนี้แก้มลิงจะไม่มีผลเลย
ยิ่งเมื่อน้ำทะเลหนุน มันก็ยิ่งไปกันใหญ่
การกล่าวหากันเรื่องแก้มลิงในรอบนี้ มันค่อนข้างไร้สาระมาก
เป็นการเอาความเดือดร้อนชาวบ้านมาเล่นการเมือง
ส่วนเขตน้ำหลากจริงๆ ก็ดูเถอะ ว่ามันเป็นยังไง
เมื่อฝนผสมกับน้ำหลากทั้งท่าทั้งทุ่ง คนในพื้นที่แก้มลิงหลัก
เค้าจะตายกันหมดอยู่แล้ว
แล้วอย่างบางบาล เขาท่วมทุกปี ปีละสามสี่เดือน
รัฐเคยได้เยียวยาในระดับที่เหมาะสมไหม
เด็กในพื้นที่แก้มลิงรอบนอกมากมาย
เสียโอกาสในการศึกษาปีละหลายเดือน
จึงมีเปอร์เซ็นต์สอบแข่งขันได้น้อยมาก
แทบจะที่สุดในประเทศ
คนกรุงจะเห็นแก่ตัวไปไหม ถ้าจะบอกให้เขาเสียสละ
โดยแทบจะไม่มีอะไรให้เขาอย่างสมน้ำสมเนื้อเลย
…ใจเขาใจเราบ้างเถอะ….
โดยสรุป คือแนวคิดเรื่องแก้มลิง มันถูกต้อง
ในช่วงเวลาหนึ่ง
แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะถูกต้องตลอดไป
การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ประชากร เขตเศรษฐกิจ
และสภาพอากาศ มันทำให้ตัองมาทบทวนแนวทางกันเสียที
ไม่ควรมีอะไรที่แตะต้องไม่ได้ เมื่อมันกระทบกับชีวิตคน
แนวคิดกรุงเทพชั้นในแห้งสนิท มันควรเลิกได้เสียทีแล้ว
จริงๆ ไม่มีเมืองใหญ่ที่ไหนในโลกทำแบบนี้
นิวยอร์ก โตเกียว ท่วมกันถึงดาวน์ทาวน์ทั้งนั้นแหละ
เพียงแต่เขาคุมให้มันอยู่ในระดับที่เหมาะสมมากกว่า
นอกจากจะไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ
กรุงเทพเป็นที่ลุ่ม น้ำมาทางเหนือ ออกทางใต้
และตะวันออกไปลงทะเล
ส่วนเขตเศรษฐกิจของกรุงเทพ ค่อนไปทางใต้
ดังนั้นแนวคิดการเซฟเขตเศรษฐกิจให้แห้งสนิท
คนทางเหนือกับตะวันออกจึงต้องรับภาระเต็มๆ
จนเกินศักยภาพพื้นที่
ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะมันช้าและอ้อม
หากไม่ปล่อยให้มันหลากตรงๆลงมาบ้าง
กรุงเทพ จะอย่างไรก็ท่วม ด้วยที่ตั้งของมัน
และผังเมืองที่เละเทะมานาน
การมองถึงเมืองที่แห้งสนิท เป็นเรื่องฝืนธรรมชาติเปล่าๆ
เรากำลังใช้แนวคิดที่ฝืนธรรมชาติ ผลมันจึงอย่างที่เห็น
เหนืออื่นใด ถ้ายังอยากใช้แก้มลิงจริงๆ
โดยคนกรุงเทพอยากสบายคนเดียว
…มันก็ควรถามตัวเองด้วยว่า เราได้ชดเชยให้คนเดือดร้อน
แทนเราได้คุ้มค่า และมีปัญญาจ่ายเขาได้ทุกปีรึเปล่า…
…ถ้าคิดว่าทำไมไม่ได้ บางที การเลิกเห็นแก่ตัว น่าจะง่ายกว่า…
Crภาพ : FB
เห็นคนเจนมาสวยดี และค่อนข้างทำได้จริง เหมาะกับน้ำท่วม
ผมคิดว่าถ้าจ่ายให้คนเขตแก้มลิงเขาทำได้ มันก็คงดีล่ะ
2
ความคิดเห็น
สิ่งแวดล้อม
1 บันทึก
6
2
1
1
6
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย