•
6 ต.ค. เวลา 02:30 • ประวัติศาสตร์
ฟินแลนด์

ซีโม แฮยแฮ — “ความตายสีขาว”

ลองจินตนาการว่า...
คุณกำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ
อุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท
ไม่มีเสียงเครื่องยนต์
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีแม้แต่เงาของศัตรู
แต่ในความเงียบงันนั้น...
อาจมีใครบางคนกำลังเล็งปืนมาที่คุณอยู่
และคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเขาอยู่ตรงไหน
ชายคนหนึ่งที่ทำให้ทหารโซเวียตหวาดกลัวในสมรภูมิหิมะเช่นนี้
คือพลทหารชาวฟินแลนด์คนหนึ่ง
ชื่อว่า...
ซีโม แฮยแฮ
ชายผู้ได้รับฉายาว่า
“มัจจุราชสีขาว”
หรือ The White Death
ตำนานเล่าว่าเขามีสถิติการสังหารทหารโซเวียตที่ได้รับการยืนยันสูงถึง 505 นาย
ภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนของสงครามฤดูหนาว
แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น
คือเรื่องราวของชายธรรมดาคนหนึ่ง
ที่เติบโตมากับธรรมชาติ
และกลายเป็นหนึ่งในพลซุ่มยิงที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์
---
จากพรานป่าสู่สนามรบ
ซีโม แฮยแฮ เกิดในปี ค.ศ. 1905
ในพื้นที่ชนบทของฟินแลนด์ใกล้ชายแดนรัสเซีย
เขาเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร
และใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ
ตั้งแต่ยังเด็ก
เขาทำงานในฟาร์ม
ออกล่าสัตว์
และฝึกยิงปืน
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาคุ้นเคยกับสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับนักแม่นปืน
การสังเกต
การสะกดรอย
การประเมินระยะ
การควบคุมร่างกาย
และที่สำคัญที่สุด...
ความอดทน
ก่อนที่จะกลายเป็นทหาร
แฮยแฮเคยเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนในท้องถิ่น
และมีชื่อเสียงด้านความแม่นยำ
ต่อมาเขาเข้ารับราชการทหารตามเกณฑ์
และยังเข้าร่วมกองกำลังรักษาดินแดนของฟินแลนด์ หรือ Civil Guard
ที่นั่นเขายังคงฝึกฝนทักษะการยิงปืนอย่างต่อเนื่อง
โดยไม่มีใครรู้ในเวลานั้นว่า...
ทักษะเหล่านี้กำลังจะถูกนำไปใช้ในสงครามที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของฟินแลนด์
---
สงครามฤดูหนาว
วันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1939
สหภาพโซเวียตเปิดฉากบุกฟินแลนด์
สงครามครั้งนี้ถูกเรียกว่า
สงครามฤดูหนาว — Winter War
กองทัพโซเวียตมีจำนวนทหารและยุทโธปกรณ์เหนือกว่าฟินแลนด์อย่างมาก
แต่ภูมิประเทศของฟินแลนด์กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ
ป่าทึบ
ทะเลสาบ
หิมะ
และอุณหภูมิที่ลดต่ำอย่างรุนแรง
ทำให้การรบเป็นเรื่องยากสำหรับกองทัพที่มีขนาดใหญ่กว่า
แฮยแฮถูกส่งไปประจำการในแนวรบ Kollaa
หนึ่งในพื้นที่การรบสำคัญของสงคราม
และที่นั่น...
ชื่อของเขาเริ่มกลายเป็นตำนาน
---
ชายที่ซ่อนตัวอยู่ในหิมะ
แฮยแฮไม่ได้มีอาวุธที่ล้ำสมัยที่สุด
เขาใช้ปืนไรเฟิล M/28-30
ซึ่งเป็นปืนไรเฟิลฟินแลนด์ที่พัฒนาจากตระกูล Mosin–Nagant
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวปืน...
คือวิธีที่เขาใช้มัน
แฮยแฮเลือกใช้ ศูนย์เหล็ก หรือ Iron Sights
แทนที่จะติดกล้องเล็งแบบขยาย
เหตุผลหนึ่งคือกล้องสามารถสะท้อนแสงและเปิดเผยตำแหน่งของมือปืนได้
นอกจากนี้ ในสภาพอากาศหนาวจัด
กล้องยังอาจเกิดฝ้า หรือน้ำแข็งเกาะได้
การใช้ศูนย์เหล็กยังช่วยให้เขาไม่จำเป็นต้องยกศีรษะขึ้นสูงมากนักขณะเล็ง
ทำให้ร่างกายเปิดเผยต่อศัตรูน้อยลง
แต่สิ่งสำคัญที่สุด...
ไม่ใช่แค่ความแม่นยำ
มันคือการทำให้ศัตรู มองไม่เห็นเขา
---
พรางตัวจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของหิมะ
แฮยแฮสวมชุดพรางสีขาว
และใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวให้เป็นประโยชน์
เขาเลือกตำแหน่งซุ่มอย่างระมัดระวัง
บางครั้งขุดหลุมในหิมะ
บางครั้งซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้หรือกองหิมะ
และรอ...
รอเป็นเวลานาน
โดยแทบไม่ขยับตัว
มีเรื่องเล่าที่โด่งดังเกี่ยวกับวิธีที่เขาพยายามควบคุมลมหายใจในอากาศหนาว
รวมถึงเรื่องการอมก้อนหิมะเพื่อช่วยลดไอจากลมหายใจ
แต่รายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับเทคนิคเหล่านี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัด
สิ่งที่เรารู้แน่นอนคือ...
ในสนามรบที่เต็มไปด้วยหิมะ
ความสามารถในการพรางตัว
ความอดทน
และความเข้าใจภูมิประเทศ
มีความสำคัญอย่างยิ่ง
สำหรับแฮยแฮ
หิมะไม่ได้เป็นเพียงสภาพอากาศ
แต่มันคือ เกราะกำบัง
---
ความตายที่มองไม่เห็น
ทหารโซเวียตจำนวนมากต้องเผชิญกับศัตรูที่พวกเขาแทบมองไม่เห็น
เสียงปืนดังขึ้น
หนึ่งนัด
แล้วเงียบ
ไม่มีใครรู้ว่ากระสุนมาจากไหน
จากนั้น...
อาจมีทหารอีกคนล้มลง
แฮยแฮกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ
ฝ่ายโซเวียตพยายามตามล่าและกำจัดเขา
มีทั้งการยิงตอบโต้
การใช้ปืนใหญ่
และการส่งพลซุ่มยิงมาตามหาเขา
แต่ชายที่สวมชุดสีขาวกลับสามารถซ่อนตัวอยู่ในภูมิประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จนศัตรูจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ตรงไหน
ตำนานของ “The White Death”
จึงเริ่มแพร่กระจาย
---
วันที่กระสุนเปลี่ยนชีวิตเขา
แต่แม้แต่พลซุ่มยิงที่มีชื่อเสียงที่สุด...
ก็ไม่สามารถหลีกหนีจากกระสุนได้ตลอดไป
วันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1940
แฮยแฮถูกยิงเข้าที่ใบหน้าโดยกระสุนจากฝ่ายโซเวียต
บาดแผลรุนแรงมาก
กระสุนทำลายบริเวณกรามและใบหน้าของเขาอย่างหนัก
เขาถูกพบในสภาพบาดเจ็บสาหัส
และถูกนำตัวไปรักษา
แฮยแฮหมดสติอยู่เป็นเวลาหลายวัน
ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1940
ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สงครามฤดูหนาวสิ้นสุดลง
เขารอดชีวิต
แต่ต้องใช้เวลาหลายปีในการรักษาและฟื้นฟูใบหน้า
บาดแผลครั้งนั้นกลายเป็นรอยที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต
---
จากพลทหารสู่ร้อยตรี
หลังสงคราม
ความกล้าหาญและผลงานของแฮยแฮได้รับการยอมรับจากกองทัพฟินแลนด์
เขาได้รับการเลื่อนยศอย่างรวดเร็วจากพลทหารขึ้นเป็น ร้อยตรี
ซึ่งมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในการเลื่อนยศที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพฟินแลนด์
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ...
แม้เขาจะกลายเป็นวีรบุรุษสงคราม
แฮยแฮกลับไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างโอ่อ่า
หลังสงคราม เขาถอยห่างจากชีวิตสาธารณะ
กลับไปใช้ชีวิตเรียบง่าย
ทำฟาร์ม
ล่าสัตว์
และเพาะเลี้ยงสุนัขล่าสัตว์
เขาแทบไม่พูดถึงชื่อเสียงของตัวเอง
หรือพยายามทำให้ตัวเองดูยิ่งใหญ่
เมื่อมีคนถามเขาในภายหลังว่า
“อะไรคือเคล็ดลับของความแม่นยำ?”
คำตอบของเขาสั้นมาก
“การฝึกฝน”
และเมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกอย่างไรกับจำนวนคนที่เขาสังหารในสงคราม
เขามักตอบในทำนองว่า
เขาเพียงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
และพยายามทำมันให้ดีที่สุด
---
จุดจบของมัจจุราชสีขาว
หลังจากใช้ชีวิตอย่างสงบมาหลายสิบปี
ซีโม แฮยแฮ เสียชีวิตในปี ค.ศ. 2002
ด้วยวัย 96 ปี
ชายผู้เคยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงปืน
กลับจากโลกนี้ไปอย่างสงบ
เขาไม่ได้ทิ้งหนังสือมากมาย
ไม่ได้สร้างอาณาจักร
และไม่ได้พยายามสร้างตำนานให้ตัวเอง
แต่ชื่อของเขากลับถูกจดจำ
ซีโม แฮยแฮ
ชายผู้ซ่อนตัวอยู่ในหิมะ
ชายผู้ทำให้ศัตรูหวาดกลัวต่อสิ่งที่พวกเขามองไม่เห็น
และชายผู้ได้รับฉายาว่า...
“มัจจุราช”
เรื่องราวของเขาอาจเต็มไปด้วยตัวเลขและตำนาน
แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ
ในฤดูหนาวอันโหดร้ายของปี 1939–1940
ชายคนหนึ่งได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ
ความอดทน
การฝึกฝน
และความแม่นยำ
เปลี่ยนตัวเองจากพรานป่าธรรมดา
ให้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามฤดูหนาว
และบางครั้ง...
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสนามรบ
อาจไม่ใช่กองทัพขนาดใหญ่
ไม่ใช่รถถัง
และไม่ใช่เสียงปืนที่ดังสนั่น
แต่อาจเป็นเพียง...
ความเงียบของหิมะ
ที่ซ่อนใครบางคนเอาไว้.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา