Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
OVERLOOX
•
ติดตาม
6 ต.ค. เวลา 00:30 • การศึกษา
เราคุยกันทุกวัน เจอกันทุกวัน
ทำงานด้วยกัน หรืออยู่ด้วยกันมาหลายปี
แต่กลับมีเรื่องที่เข้าใจกันผิดอยู่เรื่อย ๆ
.
พูดอย่างหนึ่ง แต่อีกฝ่ายเข้าใจไปอีกอย่าง
อธิบายแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจ
จนบางเรื่องต้องกลับมาคุยกันซ้ำแล้วซ้ำอีก
.
เพราะการสื่อสารไม่ได้มีแค่ สิ่งที่เราพูดออกไป
แต่มันมีการตีความ ของอีกฝ่ายด้วย
.
แต่ละคนมีประสบการณ์ ความคาดหวัง ความกังวล และมุมมองที่ไม่เหมือนกัน
ดังนั้นคำพูดเดียวกัน
จึงอาจแปลความหมายต่างกันไป
.
เช่น เราพูดว่า“ช่วยรีบจัดการเรื่องนี้หน่อยนะ”
.
สำหรับเราอาจหมายถึง
“ช่วยจัดลำดับความสำคัญให้งานนี้ก่อน”
.
แต่อีกฝ่ายอาจรู้สึกว่า “กำลังถูกเร่งหรือถูกตำหนิ”
.
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า เราพูดชัดหรือไม่
แต่อยู่ที่ว่า อีกฝ่ายเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่ออย่างไร
.
อีกเรื่องที่ทำให้เราเข้าใจกันผิดบ่อย
คือการคิดว่าอีกฝ่าย “น่าจะรู้”
.
น่าจะรู้ว่าเราหมายถึงอะไร
น่าจะรู้ว่าเราต้องการให้ทำอะไร
.
แต่สิ่งที่ชัดเจนอยู่ในหัวเรา
ไม่ได้แปลว่าจะชัดเจนอยู่ในหัวของอีกคน
.
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากสื่อสารให้เข้าใจกันมากขึ้น
อาจไม่ใช่การพูดให้มากขึ้น
.
แต่คือการ พูดให้ชัดขึ้น
.
บอกให้ชัดว่าเราต้องการอะไร
คาดหวังอะไร หรือรู้สึกอย่างไร
แทนการปล่อยให้อีกฝ่ายต้องเดา
.
และในมุมของคนฟัง
ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
ก็ลองถามกลับก่อนที่จะตีความไปเอง เช่น
.
“เมื่อกี้ที่พูดแบบนี้ หมายถึงแบบนี้รึเปล่า”
.
คำถามสั้น ๆ อาจช่วยป้องกันความเข้าใจผิด
ที่ลากยาวไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น
.
เพราะสุดท้ายแล้ว การสื่อสารที่ดี
ไม่ใช่การพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาทั้งหมด
.
แต่คือการที่เราสองคน
เข้าใจตรงกัน มากขึ้นกว่าเดิม
การทำงาน
จิตวิทยา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย