Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Past & Pieces
•
ติดตาม
6 ต.ค. เวลา 13:57 • ประวัติศาสตร์
มนุษย์ชาติเดียวกัน แต่ต้องแยกจากกันเพราะ??? 🇩🇪
จากประเทศที่พ่ายแพ้ในสงคราม สู่กำแพงที่แบ่งโลก และวันที่กำแพงพังลง
ลองจินตนาการว่า...
ประเทศเดียวกัน
ประชาชนพูดภาษาเดียวกัน
มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน
แต่กลับถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ
ฝั่งหนึ่งหันหน้าเข้าสู่โลกเสรี
อีกฝั่งหนึ่งอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
ครอบครัวบางครอบครัวถูกแบ่งออกจากกัน
เพื่อนบ้านกลายเป็นคนจากคนละประเทศ
และในใจกลางเมืองเบอร์ลิน
มีกำแพงคอนกรีตสูงตระหง่านกั้นผู้คนออกจากกัน
นี่คือเรื่องราวของ เยอรมนีตะวันตก หรือ FRG
และ เยอรมนีตะวันออก หรือ GDR
เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
และจบลงด้วยการพังทลายของกำแพงเบอร์ลิน
แต่ก่อนที่เราจะไปถึงวันที่เยอรมนีกลับมารวมกันอีกครั้ง...
เราต้องย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1945
จุดเริ่มต้น — เยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945
นาซีเยอรมนีพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง
ประเทศเยอรมนีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของฝ่ายสัมพันธมิตร
สหรัฐอเมริกา
สหราชอาณาจักร
ฝรั่งเศส
และสหภาพโซเวียต
ทั้งสี่มหาอำนาจแบ่งเยอรมนีออกเป็น 4 เขตยึดครอง
แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงเท่านั้น
กรุงเบอร์ลิน ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตยึดครองของโซเวียต
ก็ถูกแบ่งออกเป็น 4 เขตเช่นเดียวกัน
ในตอนแรก การแบ่งเยอรมนีถูกมองว่าเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อควบคุมประเทศที่เพิ่งก่อสงคราม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป...
ความสัมพันธ์ระหว่างอดีตพันธมิตรกลับเลวร้ายลง
โลกเริ่มเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า
สงครามเย็น
ด้านหนึ่งคือสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรของโลกเสรี
อีกด้านคือสหภาพโซเวียตและกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์
และเยอรมนี...
กำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามรบทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของความขัดแย้งครั้งนี้
ปี 1949 — เยอรมนีสองประเทศถือกำเนิดขึ้น
ในเขตตะวันตก
สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจและการเมืองมากขึ้น
จนในวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1949
เกิดประเทศใหม่ขึ้น
สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
หรือ FRG — Federal Republic of Germany
ที่เรามักเรียกว่า
เยอรมนีตะวันตก
ประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
และใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
เมืองหลวงชั่วคราวถูกตั้งขึ้นที่ บอนน์
แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมา...
ในเขตยึดครองของสหภาพโซเวียต
ก็เกิดประเทศอีกแห่งหนึ่งขึ้น
วันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1949
คือวันก่อตั้ง
สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี
หรือ GDR — German Democratic Republic
ที่รู้จักกันในชื่อ
เยอรมนีตะวันออก
GDR อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต
และระบบการเมืองถูกครอบงำโดยพรรค SED
แม้จะมีพรรคการเมืองอื่นอยู่ในโครงสร้างทางการเมือง
แต่ในทางปฏิบัติ SED เป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐ
ส่วนกรุงเบอร์ลินตะวันออกถูกกำหนดให้เป็นเมืองหลวงของ GDR
และนับจากนั้น...
เยอรมนีไม่ได้เป็นประเทศเดียวอีกต่อไป
สองเยอรมนี — สองระบบ
หลังจากนั้น เยอรมนีทั้งสองฝั่งเริ่มเดินไปในเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ทางตะวันตก
FRG พัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
และในช่วงทศวรรษ 1950 เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลานี้ถูกเรียกว่า
Wirtschaftswunder
หรือ
“ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของเยอรมนีตะวันตก”
อุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว
การจ้างงานเพิ่มขึ้น
และมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในด้านการเมือง เยอรมนีตะวันตกเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
มีการเลือกตั้งและพรรคการเมืองหลายพรรค
ในเวลาต่อมา FRG ก็กลายเป็นสมาชิกของ NATO
และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของยุโรป ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นสหภาพยุโรป
แต่ทางตะวันออก...
GDR ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง
รัฐมีบทบาทควบคุมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง
ประชาชนจำนวนมากมีสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาและบริการสังคมของรัฐ
แต่ในขณะเดียวกัน การเดินทางและเสรีภาพทางการเมืองถูกจำกัดอย่างมาก
หน่วยงานที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งคือ
สตาซี — Stasi
หรือกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ
องค์กรนี้มีหน้าที่สอดส่องและติดตามผู้ที่รัฐมองว่าเป็นภัยทางการเมือง
เมื่อความแตกต่างระหว่างสองฝั่งเพิ่มมากขึ้น...
ผู้คนจำนวนมากในเยอรมนีตะวันออกจึงเริ่มมองหาทางออก
ผู้คนกำลังหนีออกจากตะวันออก
ในช่วงปี 1949 ถึง 1961
ชาวเยอรมันตะวันออกมากกว่า 2.7 ล้านคน เดินทางออกจาก GDR ไปยังฝั่งตะวันตก
และเส้นทางสำคัญที่สุดก็คือ...
เบอร์ลิน
เพราะแม้เยอรมนีตะวันออกจะมีการควบคุมชายแดนมากขึ้น
แต่การเดินทางผ่านเบอร์ลินยังเปิดช่องให้ประชาชนสามารถเข้าสู่เบอร์ลินตะวันตกได้
สำหรับรัฐบาล GDR
นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาการเมือง
แต่มันคือการสูญเสียประชากรและแรงงานจำนวนมหาศาล
รวมถึงคนหนุ่มสาวและแรงงานที่มีทักษะ
รัฐบาลจึงตัดสินใจทำสิ่งที่โลกแทบไม่เคยเห็นมาก่อน
13 สิงหาคม 1961 — กำแพงเบอร์ลิน
ในช่วงเช้ามืดของวันที่
13 สิงหาคม ค.ศ. 1961
ถนนหลายสายรอบเบอร์ลินตะวันตกถูกปิด
ลวดหนามถูกนำมาติดตั้ง
เส้นทางรถไฟและการเดินทางหลายแห่งถูกตัดขาด
และไม่นาน...
กำแพงก็เริ่มถูกสร้างขึ้น
สิ่งที่ต่อมากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ
กำแพงเบอร์ลิน — Berlin Wall
กำแพงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนจากภายนอกเข้ามา
แต่มีจุดประสงค์หลักเพื่อ
ป้องกันประชาชนของเยอรมนีตะวันออกไม่ให้หนีออกไปทางตะวันตก
กำแพงพัฒนาจากสิ่งกีดขวางชั่วคราว
กลายเป็นระบบชายแดนที่ซับซ้อน
มีรั้วหลายชั้น
หอสังเกตการณ์
พื้นที่โล่งสำหรับตรวจจับผู้หลบหนี
และเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ
สำหรับคนจำนวนมาก
กำแพงนี้ไม่ได้เป็นเพียงคอนกรีต
แต่มันคือสัญลักษณ์ของโลกที่ถูกแบ่งออกเป็นสองค่าย
ชีวิตหลังม่านเหล็ก
ลองนึกภาพว่า...
คุณกำลังยืนอยู่ในเบอร์ลิน
แต่ถนนที่คุณเคยเดินผ่านได้
วันนี้กลับถูกกำแพงปิดกั้น
ญาติของคุณอยู่อีกฝั่ง
เพื่อนของคุณอยู่อีกฝั่ง
และคุณไม่สามารถเดินไปหาเขาได้เหมือนเมื่อก่อน
ตลอดระยะเวลาที่กำแพงเบอร์ลินตั้งอยู่
มีผู้คนพยายามหลบหนีจำนวนมาก
บางคนพยายามข้ามกำแพง
บางคนขุดอุโมงค์
บางคนซ่อนตัวในรถ
และบางคนพยายามใช้เส้นทางอื่นเพื่อข้ามพรมแดน
หลายคนเสียชีวิตจากความพยายามเหล่านั้น
จำนวนผู้เสียชีวิตขึ้นอยู่กับเกณฑ์การนับและกรณีที่นำมารวม แต่โดยทั่วไปมีการยืนยันผู้เสียชีวิตจากระบอบชายแดนของกำแพงเบอร์ลินอย่างน้อยประมาณร้อยราย
และชื่อของกำแพงนี้...
ก็กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุดของสงครามเย็น
ปี 1989 — สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้กำลังเกิดขึ้น
แต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1980
โลกคอมมิวนิสต์เริ่มสั่นคลอน
เศรษฐกิจของกลุ่มตะวันออกเผชิญปัญหา
ขณะเดียวกัน
มิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียต
กำลังดำเนินนโยบายปฏิรูป
อย่าง กลาสนอสต์ และ เปเรสตรอยกา
และที่สำคัญ...
สหภาพโซเวียตเริ่มไม่ใช้กำลังเพื่อรักษาระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศบริวารเหมือนในอดีต
สิ่งนี้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนในเยอรมนีตะวันออกออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง
การประท้วงวันจันทร์
เมืองหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญคือ
ไลพ์ซิจ — Leipzig
ประชาชนเริ่มรวมตัวกันประท้วงอย่างสงบ
พวกเขาเรียกร้องเสรีภาพในการเดินทาง
เสรีภาพทางการเมือง
และการปฏิรูป
การประท้วงเหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ
Montagsdemonstrationen
หรือ
“การประท้วงวันจันทร์”
จากคนเพียงไม่กี่คน...
จำนวนผู้ประท้วงเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่น
จากนั้นกลายเป็นหลักแสน
รัฐบาล GDR กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ไม่สามารถหยุดได้ง่าย ๆ
9 พฤศจิกายน 1989 — วันที่กำแพงพังลง
แล้ววันสำคัญก็มาถึง
9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989
ในการแถลงข่าว รัฐบาลเยอรมนีตะวันออกประกาศกฎใหม่เกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศ
แต่การประกาศดังกล่าวสร้างความสับสนอย่างมาก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
กฎใหม่นี้มีผลเมื่อใด?
โฆษกรัฐบาล Günter Schabowski
ตอบในลักษณะที่ทำให้ผู้คนเข้าใจว่า
มาตรการดังกล่าวมีผลทันที
ข่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ผู้คนจำนวนมหาศาลจึงเดินทางไปยังจุดผ่านแดน
เจ้าหน้าที่ชายแดนไม่ได้รับคำสั่งที่ชัดเจน
และในที่สุด...
ประตูชายแดนก็ถูกเปิด
ผู้คนจากทั้งสองฝั่งหลั่งไหลเข้าหากัน
บางคนร้องไห้
บางคนกอดกัน
บางคนปีนขึ้นไปบนกำแพง
และบางคนหยิบค้อนมาทุบกำแพงด้วยมือของตัวเอง
หลังจากยืนอยู่มานานเกือบสามทศวรรษ...
กำแพงเบอร์ลินกำลังพังลง
แต่การพังลงของกำแพง...
ไม่ใช่จุดจบ
มันคือจุดเริ่มต้นของการรวมประเทศ
จากกำแพงสู่การรวมชาติ
หลังจากกำแพงเบอร์ลินเปิด
เหตุการณ์ทางการเมืองดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก
ประชาชนในเยอรมนีตะวันออกเริ่มเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
และคำถามสำคัญก็เริ่มเกิดขึ้นว่า...
เยอรมนีควรกลับมารวมเป็นประเทศเดียวหรือไม่?
นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันตก
เฮลมุท โคห์ล — Helmut Kohl
สนับสนุนการรวมประเทศ
แต่การรวมเยอรมนีไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาวเยอรมันเพียงอย่างเดียว
เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
สหรัฐอเมริกา
สหราชอาณาจักร
ฝรั่งเศส
และสหภาพโซเวียต
ยังคงมีสิทธิและความรับผิดชอบบางประการเกี่ยวกับเยอรมนี
ดังนั้นจึงเกิดการเจรจาที่รู้จักกันในชื่อ
Two Plus Four Talks
หรือ
การเจรจา 2+4
สองฝ่ายคือ
เยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก
เจรจากับ
สหรัฐอเมริกา
สหราชอาณาจักร
ฝรั่งเศส
และสหภาพโซเวียต
ผลลัพธ์คือ
สนธิสัญญาว่าด้วยการระงับข้อพิพาทขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับเยอรมนี
หรือที่เรียกว่า
Two Plus Four Treaty
ซึ่งเปิดทางให้เยอรมนีกลับมาเป็นรัฐอธิปไตยอย่างสมบูรณ์และรวมประเทศได้
3 ตุลาคม 1990 — เยอรมนีกลับมาเป็นหนึ่งเดียว
ในที่สุด...
วันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1990
เยอรมนีตะวันออกเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
เยอรมนีจึงกลับมาเป็นประเทศเดียวอีกครั้ง
วันนี้ถูกกำหนดให้เป็น
German Unity Day — วันเอกภาพเยอรมัน
และกลายเป็นวันชาติของเยอรมนีในปัจจุบัน
การแบ่งประเทศที่ดำเนินมานานกว่า 40 ปีสิ้นสุดลง
และกรุงเบอร์ลิน...
เมืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งโลก
กำลังจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการรวมโลกอีกครั้ง
แต่การรวมชาติไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเท่าเทียมทันที
การรวมประเทศอาจเกิดขึ้นในวันเดียว
แต่การรวมสังคมและเศรษฐกิจ...
ต้องใช้เวลานานกว่านั้นมาก
เยอรมนีตะวันออกมีโครงสร้างเศรษฐกิจแตกต่างจากตะวันตกอย่างสิ้นเชิง
โรงงานจำนวนมากไม่สามารถแข่งขันในระบบตลาดได้
กิจการของรัฐจำนวนมากถูกแปรรูปหรือปิดตัวลง
และเกิดการว่างงานในบางพื้นที่อย่างรุนแรง
เยอรมนีจึงต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ตั้งแต่ถนน
ทางรถไฟ
ระบบโทรคมนาคม
ไปจนถึงเมืองและอุตสาหกรรม
มีการจัดเก็บ Solidarity Surcharge หรือ “ภาษีสมทบเพื่อความเป็นเอกภาพ” ในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรวมประเทศ
แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ...
ความแตกต่างระหว่างอดีตเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกก็ยังไม่หายไปทั้งหมด
ทั้งด้านรายได้
โอกาสทางเศรษฐกิจ
โครงสร้างประชากร
และทัศนคติทางการเมือง
“กำแพงในหัว”
มีคำหนึ่งที่ใช้พูดถึงความแตกต่างนี้
Mauer im Kopf
แปลตรงตัวว่า
“กำแพงในหัว”
เพราะแม้กำแพงคอนกรีตจะถูกทำลายไปแล้ว
แต่ประสบการณ์กว่า 40 ปีที่ผู้คนใช้ชีวิตภายใต้ระบบที่แตกต่างกัน
ไม่สามารถหายไปได้ภายในคืนเดียว
คนรุ่นหนึ่งเติบโตขึ้นมาในโลกประชาธิปไตยและทุนนิยม
ขณะที่อีกคนเติบโตขึ้นมาภายใต้รัฐสังคมนิยมและการควบคุมของรัฐบาล
พวกเขามีประสบการณ์ชีวิต
ความทรงจำ
และมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน
กำแพงจึงอาจหายไปจากแผนที่
แต่ร่องรอยของมัน...
ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน
บทส่งท้าย
ประวัติศาสตร์ของเยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก
จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของประเทศหนึ่งที่ถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ
แต่มันคือภาพสะท้อนของโลกทั้งใบในยุคสงครามเย็น
โลกที่ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์แข่งขันกัน
โลกที่มหาอำนาจใช้ประเทศอื่นเป็นพื้นที่ต่อสู้ทางอุดมการณ์
และโลกที่กำแพงคอนกรีตสามารถกลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งระดับโลกได้
แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ...
กำแพงที่ครั้งหนึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อแบ่งผู้คน
กลับไม่สามารถอยู่ได้ตลอดไป
วันที่ 9 พฤศจิกายน 1989
ผู้คนไม่ได้เพียงทำลายกำแพงคอนกรีต
แต่พวกเขากำลังทำลายเส้นแบ่งที่บอกว่า
“เราคือคนละฝั่ง”
และไม่ถึงหนึ่งปีต่อมา
วันที่ 3 ตุลาคม 1990
เยอรมนีก็กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
บางครั้ง...
ประวัติศาสตร์อาจสร้างกำแพงขึ้นมาด้วยอำนาจของรัฐบาล
แต่สุดท้าย
กำแพงเหล่านั้นก็อาจพังลงได้
เมื่อผู้คนจำนวนมากตัดสินใจว่า...
พวกเขาไม่ต้องการอยู่คนละฝั่งอีกต่อไป
เยอรมัน
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Germany
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย