Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 02:09 • การเมือง
10 ปีในคุกนรก! ชะตากรรมของชายที่รวยที่สุด ผู้กล้าเปิดศึกกับ Vladimir Putin
ลองจินตนาการดูว่าถ้าเราเกิดมาเป็นคนที่รวยที่สุดในประเทศ มีเงินทองล้นฟ้าแทบจะเนรมิตได้ทุกอย่าง
แต่จู่ๆ ชีวิตกลับพลิกคว่ำหน้าคะมำ ต้องไปนอนหนาวทรมานอยู่ในคุกที่ไซบีเรียถึง 10 ปีเต็ม โดนยึดสมบัติแทบหมดตัว
เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะผู้ชายคนนี้ดันไปวิจารณ์ผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดในประเทศ
ผมกำลังพูดถึงเรื่องราวชีวิตของ Mikhail Khodorkovsky อดีตมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของรัสเซีย
คนที่กล้าท้างัดข้อกับ Vladimir Putin แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
ที่พีกคือเขายังมีชีวิตรอดมานั่งจิบชาที่ London และกำลังวางแผนทวงคืนความยุติธรรมแบบเงียบๆ…
เพื่อจะอินกับเรื่องนี้แบบสุดๆ เราต้องพากันย้อนเวลากลับไปยุค 1990s
ยุคนั้นคือช่วงที่สหภาพโซเวียต เพิ่งล่มสลายไปหมาดๆ ประเทศรัสเซียตอนนั้นคือวุ่นวายขั้นสุด
รัฐบาลเริ่มเอาธุรกิจยักษ์ใหญ่ของชาติมาเทขายให้เอกชนแบบถูกๆ หรือที่เรียกว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
จังหวะชุลมุนวุ่นวายนี้เองที่ทำให้เกิดชนชั้นใหม่ที่รวยแบบก้าวกระโดดขึ้นมาชั่วข้ามคืน
คนกลุ่มนี้มีอิทธิพลมหาศาลและถูกเรียกว่า “Oligarch” หรือกลุ่มนายทุนผูกขาดนั่นเอง
ตัวท็อปในวงการยุคนั้นก็อย่างเช่น Boris Berezovsky หรือ Roman Abramovich ที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี
แต่สำหรับ Mikhail Khodorkovsky โปรไฟล์ของเขาไม่ได้มาสายเจ้าสัวตั้งแต่เกิดเหมือนคนอื่น…
พ่อแม่ของเขาเป็นแค่วิศวกรโรงงานธรรมดาที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ
ตัวเขาเองก็ตั้งใจเรียนจนจบมาทางด้านวิศวกรรมเคมี หวังจะมีชีวิตที่มั่นคง
แต่ด้วยความหัวใสบวกกับคอนเนกชันในยุคที่ประเทศเพิ่งเปิดเสรี เขาเลยเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ
เปิดคาเฟ่ให้คนมานั่งชิลบ้าง นำเข้าคอมพิวเตอร์มาขายทำกำไรบ้าง
จนเริ่มเก็บหอมรอมริบก้อนใหญ่และขยับขยายไปเปิดธนาคารของตัวเองได้สำเร็จในยุคที่ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง
1
แต่จุดที่ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีระดับประเทศคือจังหวะที่เขาเข้าซื้อบริษัทน้ำมัน “Yukos”
ตอนนั้นรัฐบาลรัสเซียกำลังถังแตกอย่างหนัก เลยคิดแคมเปญเอาหุ้นรัฐวิสาหกิจมาค้ำประกันเงินกู้จากนายธนาคาร…
พอถึงเวลาที่รัฐไม่มีเงินมาคืน หุ้นบริษัทระดับชาติพวกนี้ก็ตกเป็นของกลุ่มทุนในราคาถูกแสนถูก
ชั่วพริบตาเดียว Mikhail Khodorkovsky เลยกลายเป็นหนึ่งในคนที่มีอำนาจและอิทธิพลที่สุดในแผ่นดินรัสเซีย
แต่อำนาจในประเทศนี้มันมาพร้อมกับกฎเหล็กที่ไม่ได้ถูกเขียนไว้ข้อหนึ่ง
นั่นคือห้ามปีนเกลียวหรือท้าทายทำเนียบ Kremlin โดยเด็ดขาดไม่ว่าคุณจะรวยหรือเก่งแค่ไหน
แต่คนจริงที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงอย่างเขาดันเลือกที่จะเดินหน้าแหกกฎข้อนี้แบบไม่เกรงใจใคร
ในปี 2001 เขาตัดสินใจตั้งมูลนิธิ Open Russia ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมเรื่องประชาธิปไตยในประเทศ
การขยับตัวทำกิจกรรมแบบนี้เริ่มทำให้ผู้มีอำนาจในรัฐบาลรู้สึกเหม็นขี้หน้าขึ้นมาบ้างแล้ว…
แต่เรื่องที่ทำเอาวงการการเมืองสะเทือนคือเขาดันไปเปิดแผลแฉเรื่องคอร์รัปชันในรัฐบาล
แถมยังเป็นการพูดจี้จุดต่อหน้า Vladimir Putin กลางรายการทีวีแบบสดๆ
ในระบบการปกครองที่ความจงรักภักดีคือทุกสิ่ง การกระทำแบบนี้คือการประกาศสงครามชัดๆ
ผลกรรมเลยตามมาติดจรวดแบบไม่ต้องรอชาติหน้าให้เสียเวลา
ในปี 2003 กองกำลังพิเศษบุกรวบตัวเขาถึงสนามบินกลางเมืองไซบีเรียแบบไม่ทันตั้งตัว
ข้อหาบังหน้าที่ศาลตั้งให้คือเรื่องเลี่ยงภาษีและฉ้อโกงบริษัท
แต่วงในและประชาชนทั่วไปรู้กันดีว่าเหตุผลจริงๆ คือเขาดันไปล้ำเส้นผู้มีอำนาจต่างหาก…
บทสรุปของการงัดข้อครั้งนั้นคือเขาโดนศาลสั่งจำคุกรวดเดียว 14 ปี
ก่อนที่กระบวนการทางกฎหมายจะลดโทษให้เหลือราวๆ 10 ปีในเวลาต่อมา
ชีวิตเศรษฐีพันล้านที่เคยกินหรูอยู่สบายต้องมาจบลงที่ค่ายแรงงานสุดโหด
ค่ายพวกนี้ถูกจงใจสร้างมาเพื่อบดขยี้และทำลายสภาพจิตใจนักโทษให้แหลกสลาย
มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาถึงขั้นโดนนักโทษด้วยกันลอบแทงที่หน้าตอนนอนหลับจนเป็นแผลฉกรรจ์
แต่เขากัดฟันเอาชีวิตรอดผ่านช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดนั้นมาได้แบบปาฏิหาริย์…
ระหว่างที่เขาถูกจองจำ โลกภายนอกไม่ได้นิ่งเฉยปล่อยผ่านเรื่องนี้เลย
ผู้นำหลายประเทศทั่วโลกออกมากดดันรัสเซียอย่างหนักให้ปล่อยตัวเขาทันที
เพราะทุกคนมองเห็นตรงกันว่านี่คือการกลั่นแกล้งทางการเมืองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
จนกระทั่งในปี 2013 จู่ๆ Vladimir Putin ก็ใจดีประกาศอภัยโทษให้เขาออกแบบงงๆ
จริงๆ มันไม่ใช่ความเมตตาปรานีอะไรหรอกนะครับ ทุกอย่างมีวาระซ่อนเร้นเสมอ
ตอนนั้นรัสเซียกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพงานกีฬาประวัติศาสตร์อย่าง Sochi Winter Olympics
รัฐบาลเลยอยากสร้างภาพลักษณ์หล่อๆ ให้สายตาชาวโลกเห็นว่าประเทศนี้ใจกว้างและให้อภัยคนเป็น…
แต่การปล่อยตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้ก็มาพร้อมเงื่อนไขลับๆ
นั่นคือต้องรีบออกไปจากรัสเซียและห้ามกลับมาสร้างความวุ่นวายอีก
Mikhail Khodorkovsky เลยต้องเก็บกระเป๋าบินไปตั้งหลักที่ Switzerland
ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะย้ายมาลงหลักปักฐานอย่างถาวรที่ London
ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักที่เงียบสงบ ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจที่เขาเคยมีในอดีต
แต่ถ้าใครคิดว่าเขาจะยอมถอดใจแล้วนอนใช้เงินบั้นปลายชีวิต ขอบอกเลยว่าคิดผิดมหันต์…
เขายังคงหมกมุ่นกับการวิเคราะห์การเมืองรัสเซียแบบเจาะลึกทุกวัน
แถมยังคอยส่งท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนกลุ่มฝ่ายค้านที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เขามองว่า Vladimir Putin ไม่ใช่นักการเมืองทั่วไปที่เราเห็นตามหน้าข่าว
แต่เป็นเหมือน “Mafia Boss” หรือหัวหน้าแก๊งอาชญากรระดับชาติมากกว่า
รัสเซียในสายตาของเขาคือประเทศที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบมาเฟียเต็มขั้น
ลูกน้องต้องซื่อสัตย์แบบถวายหัว ใครคิดคดทรยศต้องโดนเชือดทิ้งเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู
ทฤษฎีนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีกจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในช่วงกลางปี 2023…
ตอนนั้น Yevgeny Prigozhin ผู้นำกองกำลังทหารรับจ้างดันนำลูกน้องก่อกบฏบุกเมืองหลวง
วินาทีนั้นแหละที่ Mikhail Khodorkovsky ออกมาโพสต์เชียร์ให้คนลุกฮือผสมโรงไปด้วย
ไม่ใช่ว่าเขาชื่นชอบหรือสนับสนุนแนวทางของหัวหน้ากบฏหรอกนะครับ
แต่เขามองเกมขาดว่าความวุ่นวายระดับนี้แหละคือบันไดสวรรค์สู่การเปลี่ยนแปลง
แต่การกบฏครั้งนั้นก็จุดติดแค่วันเดียวแล้วก็จบสลายตัวไปแบบดื้อๆ
หลังจากนั้นแค่สองเดือน Yevgeny Prigozhin ก็เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกตายแบบปริศนา
ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเลย เพราะรู้ดีว่านี่คือวิธีจัดการคนทรยศตามสไตล์ของระบบนี้…
พอมานั่งคุยเรื่องกลยุทธ์การโค่นอำนาจ แนวคิดของเขาก็เริ่มมีความดิบเถื่อนนิดๆ
เขาเชื่อหัวปักหัวปำว่าการเดินขบวนประท้วงชูป้ายแบบโลกสวยไม่มีทางล้มเผด็จการได้เลย
เขาชี้ให้ดูเคสของ Alexander Lukashenko ผู้นำเผด็จการของ Belarus
ที่ต่อให้ม็อบจะออกมาชุมนุมประท้วงมืดฟ้ามัวดินแค่ไหน เขาก็ไม่ยอมลงจากอำนาจ
บทสรุปของเขามันโหดร้ายแต่ตั้งอยู่บนโลกความจริงสุดๆ
คือถ้าไม่มีการขู่ด้วยกองกำลังทหารหรืออาวุธ เผด็จการก็ไม่มีวันลุกจากเก้าอี้ไปเอง…
เขาวิเคราะห์ต่อว่าอำนาจเบ็ดเสร็จของ Vladimir Putin ถูกค้ำยันอยู่ด้วยเสาหลัก 3 ต้น
ต้นแรกคือกลุ่มลูกน้องคนสนิทวงในที่ยอมตายถวายชีวิตให้แบบไม่ตั้งคำถาม
ต้นที่สองคือพวกชนชั้นนำทางการเมืองระดับสูงในรัฐสภาและหน่วยงานรัฐ
ยกตัวอย่างเช่น Mikhail Mishustin หรือนายกเทศมนตรีอย่าง Sergey Sobyanin
บุคคลพวกนี้มีอำนาจบริหารก็จริงแต่อาจจะไม่ได้ภักดีจากใจจริงเสมอไป…
ส่วนเสาหลักต้นที่สามคือตัวแปรที่สำคัญที่สุด นั่นคือกองทัพและหน่วยสืบราชการลับ
เขาฟันธงเลยว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ทหารหรือสายลับระดับสูงเริ่มรู้สึกว่าผู้นำกำลังคุมเกมไม่อยู่
หรือกำลังพาประเทศชาติพุ่งลงเหว พวกเขานี่แหละที่จะหันกระบอกปืนกลับมาจัดการผู้นำซะเอง
และนั่นจะเป็นวินาทีประวัติศาสตร์ที่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น
แต่เป้าหมายสูงสุดของการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเตะ Vladimir Putin ออกจากตำแหน่ง
เขามองทะลุไปถึงแก่นว่าปัญหาที่แท้จริงคือตัว “ระบบ” ที่รวมอำนาจไว้ที่คนๆ เดียวต่างหาก…
ลองคิดดูว่าต่อให้เปลี่ยนตัวผู้นำไป เดี๋ยวคนใหม่ขึ้นมาก็หลงระเริงและบ้าอำนาจเหมือนเดิม
ทางออกเดียวที่ยั่งยืนคือต้องทุบระบบผูกขาดทิ้งแล้วสร้างกติกาใหม่ให้มีการกระจายอำนาจ
เปลี่ยนไปใช้ระบบรัฐสภาที่ทุกฝ่ายสามารถคานอำนาจกันได้และผู้นำต้องถูกตรวจสอบได้จริง
แม้ว่าตัวเขาเองจะรู้อยู่เต็มอกว่าภารกิจระดับชุบชีวิตประเทศแบบนี้อาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีก็ตาม
หลายคนอาจจะแอบสงสัยว่าแล้วเขามีความสัมพันธ์ยังไงกับ Alexei Navalny แกนนำฝ่ายค้านชื่อดังที่เพิ่งเสียชีวิตไปในคุกเมื่อไม่นานมานี้…
ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ค่อนข้างซับซ้อนและมีสไตล์การทำงานที่ต่างกันคนละขั้ว
Alexei Navalny คือสายบู๊ชอบลงถนน เป็นเหมือนสัญลักษณ์ดึงมวลชนให้ออกมาต่อสู้
แต่ Mikhail Khodorkovsky คือสายบุ๋น เป็นเสมือนเสนาธิการคอยวางแผนอยู่หลังม่าน
ความขัดแย้งและแตกแยกในกลุ่มฝ่ายค้านนี่แหละที่ทำให้การรวมพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงมันโคตรยาก
คำถามสำคัญที่นักข่าวชอบถามคือ เขาจะยอมเสี่ยงตายกลับไปเหยียบแผ่นดินเกิดอีกมั๊ย
เขาให้คำตอบแบบแมนๆ เลยว่าพร้อมกลับเสมอ ถ้าการกลับไปมันสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ…
เขารู้ตัวดีว่าถ้ากลับไปตอนนี้ก็ต้องเจอคุกรออยู่ หรืออาจจะโดนอุ้มหายไปเลย
แต่แววตาของเขากลับไม่มีความกลัวตายหลงเหลืออยู่แล้ว
สำหรับผู้ชายที่เคยปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดและตกลงมาในจุดต่ำสุด เรื่องเงินหรืออำนาจมันไร้สาระไปเลย
สิ่งที่เขาแคร์มากที่สุดในตอนนี้คือการทิ้งมรดกทางความคิดไว้เป็นตำนานให้คนรุ่นหลังต่างหาก
เขาเชื่อสุดหัวใจว่าความกดดันในสังคมรัสเซียตอนนี้มันเหมือนหม้อต้มน้ำที่ปิดฝาแน่นและรอวันระเบิด
รอยร้าวในระบบเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีใครสามารถอุดรอยรั่วนี้ได้ตลอดไป…
References : [bbc,reuters,theguardian,amnesty,carnegieendowment]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/10-years-in-hellish-prison/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ความรู้รอบตัว
ธุรกิจ
การเมือง
4 บันทึก
7
1
4
7
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย