•
9 ต.ค. เวลา 13:13 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

LANTERNS: อย่ากลัวที่จะกลัว!

สรุปแก่นทั้งหมดจาก “Lanterns” สำหรับคนที่ดูซีรีส์จบแล้วเท่านั้น 🟢💍
.
.
.
.
.
.
.
นี่อาจเป็นหนึ่งในซีรีส์ DC ที่มาเงียบกว่าที่ควรเป็น แต่พอดูจนจบกลับพบว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องของฮีโร่สวมแหวนสีเขียว บินข้ามฟ้า ปกป้องจักรวาลจากเหล่าวายร้ายอวกาศ
1
แต่คือเรื่องของคนที่กลัว คนที่พยายามชดใช้ คนที่หนีหน้าที่ คนที่ถูกเลี้ยงมาให้ห้ามอ่อนแอ คนที่รักลูกจนความกลัวกลายเป็นปืน และคนที่ต้องเรียนรู้ว่าการเป็น Green Lantern ไม่ได้แปลว่าเราต้องไร้ความกลัว
ตรงกันข้ามเลย บางทีแสงสีเขียวอาจไม่ได้เกิดจากหัวใจที่แข็งแกร่งที่สุด แต่อาจเกิดจากหัวใจที่ยอมรับว่าตัวเองสั่น แล้วก็ยังเลือกจะยืนอยู่ตรงนั้นต่อไป
1. อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าตัวเองกลัว
- หรือ “Don’t be afraid to be afraid” เพราะซีรีส์ไม่ได้บอกว่าคนกล้าคือคนที่ไม่รู้สึกอะไร ไม่สั่น ไม่หวาดหวั่น ไม่ลังเล แต่คนกล้าคือคนที่มองความกลัวของตัวเองตรง ๆ แล้วไม่ยอมให้มันถือพวงมาลัยชีวิตแทนเรา
Hal กลัว แต่ยังแบกหน้าที่ John กลัว แต่ยังเลือกไม่ฆ่า Noah Noah กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นปีศาจ แต่ Kerry กลัวจนปล่อยให้ความกลัวเป็นคนเหนี่ยวไก
นี่คือความต่างระหว่าง “มีความกลัว” กับ “ถูกความกลัวครอบงำ”
Green Lantern จึงไม่ใช่คนที่ไม่กลัวอะไรเลย แต่คือคนที่กลัว แล้วก็ยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไป
2. แหวนไม่ได้เลือกคนที่ไร้ความกลัว แต่เลือกคนที่...?
- ความเข้าใจเดิมของ Green Lantern คือแหวนเลือกคนที่มีพลังใจสูงสุด เอาชนะความกลัวได้เหนือใคร แต่ Lanterns ทำให้ความหมายนี้มีความเป็นมนุษย์ขึ้นมาก เพราะถ้าไม่มีความกลัวเลย แรงผลักดันของใจอาจไม่ได้มีค่าที่ควา
ความกล้าจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเรากำลังยืนอยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ทำให้ใจสั่น เช่น ความตาE ความผิดพลาด การสูญเสียคนรัก การถูกเกลียด หรือความจริงที่เราไม่อยากยอมรับ
แหวนสีเขียวจึงไม่ได้เป็นรางวัลของคนไร้รอยร้าว แต่มันคือสิ่งที่ส่องสว่างในมือของคนที่ยังไม่ยอมแพ้ แม้รู้ดีว่าตัวเองแตกสลายได้เหมือนกัน
2. Hal Jordan ไม่ได้หมดไฟ แค่ถูกซ่อนไว้ใต้บาดแผลมานาน
- ก่อนซีรีส์ฉาย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม DCU ต้องตีความ Hal Jordan เป็นตาลุงหมดไฟ กวน ๆ ชิล ๆ เหมือนไม่เหลือความเป็นตำนาน Green Lantern แล้ว
แต่พอดูจนจบ กลับพบว่าไฟของ Hal ไม่เคยดับ
เขาอาจดูห่าม ปากไว กวนส้นตีน เหมือนไม่แคร์อะไร แต่ลึก ๆ แล้วเขายังแบก The Jordan Boys’ Legacy ไว้ตลอด
ตั้งแต่วัยเด็กที่เล่นเบสบอลแล้วเลือกคว้าลูกไว้ เพราะเชื่อว่าตัวเองยังเห็นทางชนะ เขาไม่ยอมถูกเปลี่ยนออก ไม่ใช่แค่เพราะดื้อ แต่เพราะเขาเชื่อว่าถ้ามีโอกาสชนะอยู่ตรงหน้า เขาต้องรับผิดชอบมันให้ถึงที่สุด
จากลูกเบสบอลในมือเด็กชาย สู่แหวนในมือชายหนุ่ม และสู่ภาระหนักที่เขาแบกจนวันสุดท้ายของชีวิต
3.Hal ไม่ใช่ฮีโร่เพราะมีแหวน แต่แหวนเคยเลือกเขา เพราะเขาเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว
- ซึ่งหลังโศกนาฏกรมในเมือง Rashville หลังการไล่ล่า Manhunter ทำเอาชาวเมืองบาดเจ็บล้มตาE กันไปมากมาย และการชดใช้ของ Hal ไม่ได้ยิ่งใหญ่ มันโคตรเจ็บปวด แต่ก็ยังยิ้มสู้ทำต่อด้วยหัวใจอย่างถึงที่สุด
หลังติดคุก หลังถูกทั้งเมืองเกลียด หลังกลายเป็นหนึ่งในเหตุของโศกนาฏกรรมจากการล่า Manhunter สิ่งที่ Hal ทำไม่ใช่การประกาศตัวกลับมาเป็นฮีโร่อย่างยิ่งใหญ่
เขาแค่กลับมาเมืองเดิม เมืองที่ผู้คนไม่อยากเห็นหน้าเขา แล้วเคาะประตูไปทีละบ้าน ถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย? ทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้
มันเป็นการชดใช้ที่เล็กมากเมื่อเทียบกับภาพ Green Lantern ที่ควรจะบินข้ามจักรวาล สู้กับภัยระดับดาวเคราะห์ แต่พอถูกเล่าและขยี้ในสเกลเล็กแถบชานเมือง ภาพข้างในมันกลับปวดร้าวลึกและชัดในความรู้สึกกว่าเดิม
เพราะ Hal รู้ดีว่าเขาซ่อมอดีตไม่ได้ เขาคืนชีวิตคนที่เสียไปไม่ได้ เขาลบความเกลียดของผู้คนไม่ได้ แต่วันนี้ ถ้าเขายังพอช่วยใครสักคนได้ เขาก็จะทำ นี่คือมโนธรรมของฮีโร่ที่แท้จริง แม้ไม่มีแหวน ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีใครมองว่าเขาเป็นฮีโร่อีกแล้ว
ทว่าตลกร้ายที่สุดคือ Hal ตาEด้วยมือของคนที่เคยอยู่ข้างเขาที่สุด ความตาEของ Hal Jordan ไม่ได้เกิดจาก Sinestro ไม่ได้เกิดจาก Manhunter ไม่ได้เกิดจากศัตรูระดับจักรวาล แต่เกิดจาก Kerry คนรักที่เคยอยู่ข้างในวันที่โลกเกลียดเขา
เธอเคยปกป้อง เคยพูดแทนเขา เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสุดท้ายของชายที่ถูกทั้งเมืองหันหลังให้ แต่สุดท้าย เมื่อ Hal รู้ความจริงเรื่อง Noah และพยายามเข้าใกล้ความจริงนั้น ความกลัวของ Kerry ก็พุ่งถึงขีดสุด
สำหรับ Hal, Noah อาจเป็นภัยระดับโลก แต่สำหรับ Kerry, Noah คือลูก
เมื่อความจริงของฮีโร่ชนกับความรักของแม่ โศกนาฏกรรมจึงเกิดขึ้น
Hal ไม่ได้ตาEเพราะเขาอ่อนแอ เขาตาEเพราะยังเป็นฮีโร่พอจะเดินเข้าหาความจริง แม้ความจริงนั้นจะอยู่ใกล้คนที่เขารักที่สุด
4. Kerry ไม่ได้เป็นปีศาจ แต่เป็นคนที่ปล่อยให้ความกลัวตัดสินแทน
- นายอำเภอสาวสุดห้าวไม่ใช่ตัวร้ายแบบเลือดเย็น เธอไม่ใช่ฆาตกรที่วางแผนฆ่า Hal มาตั้งแต่แรก เธอคือแม่คนหนึ่งที่กลัวว่าจะเสียลูกไป เธอรู้ว่า Noah ไม่ได้เกิดมาแบบปกติ รู้ว่ามีบางอย่างผิดธรรมชาติอยู่ในตัวเขา รู้ว่า Hal อาจมองลูกชายของเธอเป็นภัยคุกคามที่ต้องหยุด และในวินาทีนั้น ความกลัวก็ทำให้เธอเหนี่ยวไก
Lanterns จึงไม่ได้บอกว่าความกลัวเป็นเรื่องผิด แต่บอกว่าถ้าเราไม่ยอมรับมัน ไม่รู้เท่าทันมัน และปล่อยให้มันนำหน้า มันอาจพาเราไปทำลายคนที่เรารักที่สุดได้
Kerry คือภาพของคนที่ไม่ได้เลว แต่ถูกความกลัวกลืนจนตัดสินใจผิดในเสี้ยววินาทีเดียว
5. Noah คือคำถามว่า สิ่งที่เราเกิดมาเป็น จะชนะสิ่งที่เราเลือกจะเป็นเสมอได้มั้ย?
- สิ่งนี้ยิ่งเพิ่มมิติให้ตัวละครเพราะเขาไม่ใช่ปีศาจตามโปรแกรม และก็ไม่ใช่เด็กธรรมดาในเวลาเดียวกัน
เขาคือ Manhunter hybrid เด็กหนุ่มที่มีชีวิต มีแม่ มีอนาคต มีความฝัน มีความรัก มีความอยากเป็นคนปกติ แต่ในตัวเขากลับมีโปรแกรมหรือธรรมชาติของ Manhunter ซ่อนอยู่
เขากลัวว่าด้านนั้นจะชนะ กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นเครื่องจักรทำลายล้าง กลัวว่าตัวเองจะทำร้ายคนอื่นโดยหยุดไม่ได้ นี่จึงทำให้เขายังมีความเป็นมนุษย์อยู่
เพราะการที่ Noah กลัวตัวเอง แปลว่าเขายังไม่อยากเป็นสิ่งนั้น เขายังมีหัวใจพอจะปฏิเสธความมืดในตัวเอง
คำถามของซีรีส์จึงไม่ใช่แค่ Noah คืออะไร แต่คือ เขายังมีสิทธิ์เลือกมั้ย?
มิติที่ Noah เข้าไป จึงไม่ใช่แค่พื้นที่ลึกลับน่าค้นหา แต่เป็นเหมือนภาพแทนหายนะของ Manhunter และภาพสะท้อนโลกข้างในของ Noah มันแห้งแล้ง เต็มไปด้วยสารพิษ ซากสัตว์ และความรู้สึกเหมือนดาวทั้งดวงถูกความกลัวกัดกินจนหมดชีวิต
ข้างนอก Noah คือเด็กหนุ่มที่มีอนาคต แต่ข้างในเขามีซากโลกแห่งซากปรักหักพังซ่อนอยู่
เพราะซีรีส์ไม่ได้บอกว่า Noah เป็นภัยแบบตรงๆ แต่มันให้เราเห็นว่าในตัวคนคนหนึ่งอาจมีมิติของความพังอยู่เต็มไปหมดข้างใน
และการที่ John ไม่ฆ่าเขา ก็คือการบอกว่า
ต่อให้ในใจเรามีโลกแห่ฃซากปรักหักพังอยู่สักดวง มันก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องพังไปตามมัน
6. John Stewart ไม่ได้กลับมาเพราะแหวนเรียก
- เขาเคยพยายามทิ้งชีวิตฮีโร่ไปแล้ว ไม่ใช้แหวนต่อ ไปสานฝันเป็นสถาปนิก เปิดบริษัทกับพี่ชาย สร้างชื่อ สร้างเงิน และมีชีวิตที่เหมือนเป็นของตัวเองจริง ๆ เป็นครั้งแรก
เพราะทั้งชีวิตเขาถูกเลี้ยงมาให้พร้อมเป็น Green Lantern จนแทบไม่มีพื้นที่ถามตัวเองว่า “แล้วฉันอยากเป็นอะไร?”
แต่สุดท้าย ปมค้างคาเรื่อง Hal และเสียงมโนธรรมในใจ ทำให้เขากลับมาไขคดีอีกครั้ง
การกลับมาของ John จึงไม่ใช่การยอมแพ้ต่อชะตา แต่คือการเลือกด้วยตัวเอง
เขาไม่ได้กลับมาเพราะ Guardians สั่ง ไม่ได้กลับมาเพราะพ่อแม่คาดหวัง ไม่ได้กลับมาเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไร้ความกลัว
เขากลับมาเพราะรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ และถ้าเขาไม่กลับมา เขาจะต้องอยู่กับคำถามนั้นไปตลอดชีวิต
และในวันที่ John ทิ้งแหวนทั้งที่มีโอกาสได้ครอยครองสมปรารถนา วันนั้นไม่ได้มีแค่เขาที่หลุดจากเส้นทาง Lantern แต่ยังเปิดทางให้ "Guy Gardner" อดีตครูพละฟันเคลือบทองได้กลายเป็น Green Lantern ของ Sector 2814 แทน ทั้งในหนัง Superman และการรับเชิญในซีรีส์
แต่สิ่งสำคัญคือ John ไม่ได้กลับมาเพื่อแย่งตำแหน่งใคร เขากลับมาเพื่อยอมรับว่า แสงสีเขียวในใจเขาไม่เคยมอดดับไปจริง ๆ
บางคนอาจต้องสวมแหวนก่อนถึงจะเข้าใจหน้าที่ แต่บางคนถอดแหวนไปแล้ว ก็ยังหนีมโนธรรมของตัวเองไม่พ้น และอดีตนาวิกคนนี้คือแบบหลัง
7. Guardians ไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่เห็น
- ภาพลักษณ์ของ "Guardians of the Universe" คือผู้พิทักษ์จักรวาล ผู้มอบแหวน ผู้วางระเบียบให้ Corps แต่ Lanterns ทำให้เห็นว่าอำนาจสูงสุดเหล่านี้ไม่ได้โปร่งใสเสมอไป
ตอนจะให้ John มาสืบทอดแหวนต่อจาก Hal พวกเขาไม่ได้บอก Hal ตรง ๆ แต่ปล่อยให้ John ต้องไปแย่ง ต้องพิสูจน์ ต้องเข้าไปอยู่ในเกมที่ตัวเองยังไม่เข้าใจทั้งหมด
ตรงนี้ทำให้ John รู้สึกทะแม่ง และอาจอธิบายได้ด้วยว่าทำไม Hal จึงปฏิบัติการแบบอิสระ ไม่ค่อยรายงานทุกอย่างให้ Guardians รู้
เพราะเขาอาจเข้าใจมานานแล้วว่า ผู้พิทักษ์จักรวาลไม่ได้แปลว่าจะเข้าใจหัวใจของคนที่ต้องออกไปตาEแทนจักรวาลเสมอไป
ซีรีส์จึงไม่ได้ถามแค่ว่าใครคู่ควรกับแหวน แต่ถามว่า ถ้าระบบที่มอบแหวนให้เราเองก็เทา ๆ เราจะยังใช้แสงนั้นทำสิ่งที่ถูกต้องในแบบของตัวเองได้มั้ย?
8. มรดกของ Hal ถึง John
- John ไม่ได้เป็นสายเลือดบ้าน Jordan จากเดิมที่บ้าน Stewart เป็นครอบครัวคนผิวสีที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้มีที่ยืนในสังคม ดังนั้นการที่ John ถูกจับตามองจาก Guardians จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเด็กคนหนึ่งที่อาจได้เป็น Green Lantern แต่มันกลายเป็นความหวังของทั้งบ้าน
พ่อแม่อยากให้ John ได้เป็น “Someone” เป็นคนที่พิสูจน์ว่าบ้านนี้มีคุณค่า มีที่ยืน และมีคนที่ไปได้ไกลกว่าข้อจำกัดเดิม ๆ แต่ความหวังแบบนี้ก็เป็นดาบสองคม เพราะมันทำให้ John ถูกยกไว้สูงกว่าพี่ ๆ โดยไม่ตั้งใจ จนกลายเป็นรอยร้าวในครอบครัว
พี่ชายทั้งสองจึงเขม่นเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกลดความสำคัญลง เมื่อทั้งบ้านฝากอนาคตไว้ที่น้องคนเดียวมากเกินไป ก่อนที่ความจริงใจ ซื่อตรง และรักครอบครัวของ John จะผูกสัมพัพนธ์ 3 พี่น้องได้ใหม่อีกครั้ง
มุมนี้ John ไม่ได้ต้องเป็น Green Lantern เพื่อพิสูจน์ว่าบ้าน Stewart มีคุณค่า และพี่ ๆ ของเขาก็ไม่ได้ไร้ค่า เพียงเพราะแหวนไม่ได้เลือกพวกเขา นี่แหละที่ทำให้เส้นทางของ John เจ็บปวดกว่าฮีโร่ทั่วไป เขาไม่ได้ต่อสู้แค่กับ Manhunter หรือความกลัวของตัวเอง แต่ต้องต่อสู้กับความคาดหวังที่ถูกส่งต่อมาจากครอบครัว ชุมชน และสังคมที่บอกเขามาตลอดว่า “นายต้องสำเร็จให้ได้ เพราะนายไม่ได้สำเร็จเพื่อตัวเองคนเดียว”
ขณะที่อีกมุมเขากลับได้รับมรดกทางจิตวิญญาณของ Hal ไปเต็ม ๆ ผ่านการฝึก ผ่านการปะทะ ผ่านความผิดพลาด และผ่านความผูกพันแบบอาจารย์กับลูกศิษย์ที่ไม่เคยพูดซึ้ง ๆ กันง่าย ๆ
Hal สอน John ไม่ใช่แค่เทคนิคการใช้แหวน แต่สอนวิธีถือภาระ วิธีแบกความผิด วิธีเดินต่อทั้งที่ทั้งโลกอาจไม่เข้าใจ
และประโยคท้ายที่จิตบางส่วนของ Hal ในแหวนบอกว่า “รักนายนะเว้ย จูเนียร์” มันเลยทั้งสุขปนเศร้าเคล้าน้ำตาในเวลาเดียวกัน
เพราะ Hal ไม่ใช่คนพูดหวาน เขาเป็นคนกวน ห่าม พูดดี ๆ ไม่ค่อยเป็น แต่สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในแหวนกลับไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่ภารกิจ ไม่ใช่คำเตือนจาก Lantern รุ่นพี่ แต่คือมิตรภาพต่างรุ่น
บางทีมรดกของฮีโร่จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีสายเลือดเดียวกับเรา แต่อยู่ที่ว่า หลังจากเราไม่อยู่แล้ว ยังมีใครสักคนกล้าถือแสงดวงเดิมต่อไปหรือเปล่า
9. แหวนกับตะเกียงอาจส่องสว่างอยู่ในใจเรา
- สุดท้ายแล้ว Lanterns ไม่ได้พูดถึงแค่คนที่ถูกเลือกจากแหวนเสียทีเดียว มันพูดถึงคนธรรมดาทุกคนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความกลัวของตัวเอง
เราอาจไม่ได้มีแหวนพลัง ไม่ได้มีตะเกียงชาร์จพลัง ไม่ได้ถูก Guardians เลือกให้ปกป้อง Sector ไหน ไม่ได้บินข้ามจักรวาลไปสู้กับภัยระดับดวงดาว
แต่ในวันที่ชีวิตมืดมาก ๆ วันที่กลัวจนมือสั่น วันที่ไม่รู้ว่าจะลุกไปทางไหน
ถ้าเรายังมีเจตจำนงเล็ก ๆ ที่บอกว่า
ยังไงก็ต้องไปต่อ ยังไงก็ต้องปกป้องบางอย่างไว้ ยังไงก็จะไม่ยอมให้ความกลัวตัดสินแทนเรา นั่นแหละคือแหวนที่ส่องสว่างอยู่ในใจเราแล้ว
ส่วนตะเกียง อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ไกลถึงดาว Oa
มันอาจอยู่ในครอบครัว เพื่อน คนรัก เป้าหมาย ความทรงจำ หรือแม้แต่ตัวเราในวันที่เคยผ่านเรื่องยาก ๆ มาได้
เราไม่จำเป็นต้องเป็น Green Lantern จริง ๆ เพื่อจะมีแสงสีเขียวของความกล้าอยู่ในใจ
เพราะบางที แหวนไม่ได้เลือกคนที่ไม่กลัว แต่มันเลือกคนที่ยังยืนหยัดจะทำบางสิ่งที่ถูกต้อง แม้รู้ดีว่าตัวเองกลัวมากแค่ไหน ก็จะทำอย่างสุดหัวใจให้มันดีกว่าเดิม,,,🟢
โฆษณา