Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 01:00 • สุขภาพ
PM2.5 กลับมาแล้ว ขณะที่กฎหมายอากาศสะอาดยังไปไม่ถึงเส้นชัย
ซากความเสียหายจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศยังไม่ทันจาง ปัญหาเก่าที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ฝุ่น PM2.5 ก็กลับมาเยือนอีกครั้ง
รายงานของกรุงเทพมหานครในเดือนตุลาคม 2569 พบว่า ค่า PM2.5 เฉลี่ยทั่วกรุงเทพฯ อยู่ที่ 29.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่บางเขตสูงถึง 48 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานรายวันที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแล้ว
แม้สถานการณ์ยังไม่รุนแรงทั่วทั้งเมือง แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า ฤดูฝุ่นกำลังกลับมา พร้อมพ่วงด้วยความกังวลอีกหลายเรื่องตามติดมาเป็นเงา
และในวันที่ฝุ่นเริ่มกลับมา กฎหมายสำคัญที่จะช่วยวางระบบจัดการมลพิษทางอากาศอย่างจริงจังกลับยังไปไม่ถึงเส้นชัย
ปัญหาฝุ่น PM2.5 นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยทั้งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ มาตรการควบคุมแหล่งกำเนิด และความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน
และการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก็มีเพื่อสร้างเครื่องมือจัดการมลพิษให้เป็นระบบมากกว่าการรอให้ค่าฝุ่นสูงแล้วค่อยออกมาตรการรับมือ
ในกฎหมายอากาศสะอาด มีหลายประเด็นที่ระบุไว้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าการควบคุมแหล่งกำเนิดและกำหนดความรับผิดชอบได้ชัดเจนขึ้น มีประเด็นที่ต้องพิจารณาตั้งแต่เรื่องอำนาจของคณะกรรมการอากาศสะอาดระดับจังหวัด การเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษ หรือระบบ PRTR การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การจัดการในระดับจังหวัด ไปจนถึงการกำหนดความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน
หากไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ การระบุแหล่งกำเนิดมลพิษก็ยาก หรือหากหน่วยงานต่างๆ ไม่มีกลไกประสานงานที่ชัดเจน การแก้ปัญหาก็อาจสะดุด
เช่นเดียวกับเรื่องบทลงโทษหรือแรงจูงใจ หากกำหนดไว้ต่ำไม่เหมาะสม โอกาสลดมลพิษก็อาจต่ำตาม
บางเรื่องมีฉันทามติกันแล้ว แต่บางเรื่องยังถกเถียงกันอยู่ และทำให้เส้นทางของกฎหมายฉบับนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ
ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคม 2568 ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน ทำให้เกิดความเห็นต่างระหว่างสองสภา
และเมื่อเดือนกันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรมีมติ 414 ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา จึงต้องตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาเพื่อพิจารณาข้อแตกต่างอีกครั้ง
และไม่นานมานี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยังเสนอให้มีการประเมินผลกระทบของกฎหมายโดยหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระ เพื่อพิจารณาต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และความซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่มีอยู่
พูดง่ายๆ การผลักดันกฎหมายยังมีรายละเอียดที่ต้องหาข้อยุติ
แต่เมื่อฤดูฝุ่นเวียนมาทักทายกันแล้ว ก็ยิ่งต้องรีบพิจารณากฎหมาย เพราะยิ่งกระบวนการยืดเยื้อ ก็ยิ่งต้องพึ่งพาการแก้ปัญหาภายใต้เครื่องมือที่มีอยู่ไปก่อน
คนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เด็กที่ไปโรงเรียนทุกวัน และครอบครัวที่ไม่มีทางเลือกมากนักในการป้องกันตัวเอง ล้วนต้องรับความเสี่ยงจากอากาศที่ปนเปื้อน ขณะที่การซื้อหน้ากากหรือเครื่องฟอกอากาศก็เป็นภาระที่แต่ละครอบครัวต้องจ่ายเพิ่ม
แต่นั่นล่ะ การเร่งให้ผ่านโดยไม่หาข้อยุติในสาระสำคัญก็อาจทำให้ได้กฎหมายที่มีข้อจำกัดตั้งแต่เริ่มต้น
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือการพิจารณาอย่างจริงจังและมีกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยไม่ลดทอนเครื่องมือที่จำเป็นต่อการคุ้มครองประชาชน และไม่ละเลยข้อกังวลเรื่องการบังคับใช้จริง
และหวังว่ามันคงไม่นานเกินรอ
เรื่องเล่า
สิ่งแวดล้อม
สุขภาพ
16 บันทึก
5
1
8
16
5
1
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย