14 ต.ค. เวลา 10:40 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

"สมมติฐานการถ่ายทอดอักษรจีน 8,000-1,800 ปี ข้ามซีกโลก" ผ่านเครือข่ายพ่อค้าไปผสมผสานกับอักษรโปรโต-ไซนายติก อักษรฟีนีเซียน อักษรกรีก &โรมันโครงสร้างลายเส้นเรขาคณิตอักษรจีนซ้อนทับกับอักษรละติน (A-Z)

แนวคิดดั้งเดิม (ศตวรรษที่ 17-19): ในยุคที่ชาติตะวันตกเริ่มศึกษาอารยธรรมจีน นักปรัชญาชื่อดังอย่าง Gottfried Wilhelm Leibniz และนักวิชาการบางกลุ่มเคยตั้งสมมติฐานว่า อักษรภาพจีนและอักษรภาพอียิปต์โบราณอาจจะมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน หรือได้รับการถ่ายทอดผ่านพ่อค้าชาวฟีนีเซียน ทว่าในยุคนั้นยังไม่มีการค้นพบ "อักษรจารึกกระดูกเสี่ยงทาย (Oracle Bone Script)" อักษรหลิ่วหลินซี อักษรเจี่ยหูและอักษรปั้นปัว-หยางเสาของจีน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
หลักฐานปัจจุบันที่อาจเชื่อมโยงสอดคล้อง :
"อักษรเซรามิกปั้นปัว" (半坡陶符) จากแหล่งโบราณคดีปั้นปัว -หยางเสา (Banpo Site) มณฑลส่านซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมหยางเสา (Yangshao Culture) มีอายุประมาณ 6,000–6,700 ปี
อักษรคือ "A กลับหัว" 𐤀 / A
รูปทรงนี้ไปพ้องกับอักษรฟินิเชียตัวแรกคือ Aleph (𐤀) ในยุคเริ่มต้น
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
"อักษรเซรามิกปั้นปัว" (半坡陶符) จากแหล่งโบราณคดีปั้นปัว (Banpo Site) มณฑลส่านซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมหยางเสา (Yangshao Culture) มีอายุประมาณ 6,000–6,700 ปี
ฟูซี เป็นผู้คิดค้นสัญลักษณ์บนกระดองเต่า • ยุคริเริ่มสัญลักษณ์ภาพ (สัญลักษณ์เจี่ยหู / ฟูซี) -> มนุษย์เริ่มเปลี่ยนมาสลักเส้นขีดลงบนกระดองเต่าและกระดูกสัตว์ เริ่มแยกแยะความหมายเป็นตัวๆ ได้
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ตัวสัญลักษณ์โบราณ (Public Domain): เส้นขีดรูปสัญลักษณ์เจี่ยหูทั้ง 17 ตัว เป็นสมบัติทางโบราณคดีและวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่มีอายุกว่า 8,000 ปี ภาพนี้ ได้กลายมาเป็นรากฐานในการประดิษฐ์อักษรจีนยุคประวัติศาสตร์ต่อมา ; ที่มาภาพ : Sohu
ข้อสังเกตของผู้เขียน: อักษรเจี่ยหู อายุ 8,000 ปีก่อน จำนวน 17 ตัวเป็นเส้นขีดและการประสมคำ "เส้นขีดหลายเส้น" ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง เช่น 𓁹 อักษร o +ใบไม้, "日" (Rì - พระอาทิตย์) คล้ายอักษร E + E หมุน 180 องศา
เส้น |, สองเส้น ||,+ หรือเส้นนอน —, = เส้น / เส้น \ คล้ายตัวเลขและเครื่องหมายคณิศาสตร์🧮 บางคำคล้ายอักษร J , X , I , L และเลข 4 กลับหัว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สัญลักษณ์แถวที่ 3 ตัวที่สาม: มีลักษณะเป็นแกนตรงกลางและมีโครงสร้างแตกกิ่งก้านคล้ายพืชหรือโครงสร้างซ้าย-ขวา
การประดิษฐ์ตัวอักษรในประเทศจีน ยุค 8,000–5,000 ปีที่แล้ว กระจายตัวแบบ "พหุศูนย์กลาง" (Pluralistic Origins) เกิดจากการลองผิดลองถูกของมนุษย์ในหลากภูมิภาคพร้อมๆ กัน
โดย "การสลักรอยบนเซรามิก (陶文 - Táo Wén)" , หยก กระดูก และไม้ ทำหน้าที่แทนกระดาษ ไม่ใช่แบบตำนานฟู่ซีและซ่างเจี๋ย ที่เล่ามุขปาฐะว่า อักษรจีนถูกประดิษฐ์ขึ้นจาก "ศูนย์กลางเดียว"
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การประดิษฐ์ตัวอักษร ในประเทศจีน ในช่วง 8,000 - 5,000 ปีก่อน
"เครือข่ายแลกเปลี่ยนของฟุ่มเฟือยของชนชั้นสูง" (Elite Prestige Goods Exchange Network) ณ แม่น้ำเหลือง แยงซี และชายฝั่งตะวันออก
1. ลุ่มแม่น้ำเหลือง (เหนือ):
อักษรเผยหลี่กัง (เจี่ยหู 8,000 ปี) พบอักษร 17 -21 แบบ เช่น 目,日 คล้ายอักษร E, I, U
อักษรหยางเสา (ปั้นปัว) 6,000–5,000 ปีมาแล้ว พบรอยสลักประมาณ 27 รูปแบบ อยู่บนขอบหรือผิวของ เครื่องปั้นดินเผาเขียนสี (Painted Pottery) เช่น ∥, ×, I
อักษรหลงซาน 5,000–4,000 ปีมาแล้ว รอยสลัก 11 สัญลักษณ์ เรียงกันเป็น 5 แถว ลายเส้นมีความพลิ้วไหวคล้ายการเขียนหวัด (Cursive-like script) "ข้อความหรือประโยคที่ร้อยเรียงกัน"
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
2. ลุ่มแม่น้ำแยงซี (ใต้):
อักษรคั่วหูเฉียว (Kuahuqiao ~8,000–7,000 ปี) เส้นโค้งคว่ำต่อเนื่องกันบริเวณคอขวดภาชนะ, 田, 🗴 [คล้ายอักษร E, U, X, I],เส้นหกขีด "หยิน-หยาง" สัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์ (Sun Symbol),
อักษรเหอมู่ตู้ (Hemudu) อายุ 7,000–5,500 ปี "ภาพสลักนกคู่หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์" (Double Birds Facing the Sun) บนงาช้างและกระดูกสัตว์
และส่งต่อสู่อักษรเหลียงจู่ (Liangzhu) อายุ 5,300–4,300 ปี สลัก "ลายหน้าเทพ-อสูร" (God-and-beast mask)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
3. ลุ่มแม่น้ำฮั่น汉江 (สาขาที่ยาวที่สุดของแม่น้ำแยงซีและไหลพาดผ่านพื้นที่หูเป่ยและฉ่านซี): มีการพบอักษรอักษรอายุ 7,000 ปี จำนวน 232 ตัวกว่า 1,000 ชิ้น โครงสร้างประโยคยุคแรกเริ่มสัญลักษณ์ 5 ตัวเรียงร้อยต่อกันในลักษณะกลุ่มคำหรือประโยค 7,000 ปีก่อน เก่ากว่าอักษรลิ่มเมโสโปเตเมีย อักษรภาพอียิปต์โบราณ อักษรสินธุของ ชาวดราวิเดียนโบราณ ราว 2,000 -3,000 ปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
1
พื้นที่รอยต่อลุ่มน้ำหวยเหอ (Huai River Valley) ประเทศจีน: คือ "ชุมทาง" ที่ วัฒนธรรมต้าเหวินโข่ว (สายตะวันออก) ขยายอิทธิพลทางตะวันตกเข้ามาตามลำน้ำหวยเหอ จนมาบรรจบและเกิดปฏิสัมพันธ์กับวัฒนธรรมหยางเสา/ปั้นโป (สายตะวันตก/กลาง) จึงรับอิทธิพลทางใต้จากลุ่มน้ำแยงซีเข้ามา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
จักรวรรดิยิ่งใหญ่ที่สามารถ "ครองโลก" ด้วยกำลังทหาร อย่างมองโกลหรือโรมัน กลับไม่สามารถสร้างนวัตกรรมการเขียนประโยคอักษรภาพขึ้นมาได้เองตั้งแต่ต้นเหมือนอย่างอักษรหลิ่วหลินซีแม่น้ำฮั่น แผ่นดินจีนเมื่อ 7,000 ปีก่อน
#มุมมองใหม่ของผู้เขียน
เครือข่ายคมนาคมทางเรือในประเทศจีน: เทคโนโลยีเรือขุดไม้และการลงรักกันซึมที่ส่งทอดจากคว้าเฉียวหูสู่เหอหมู่ตู้และเหลียงจู่ ช่วยให้สายตอนใต้และสายตะวันออกสามารถล่องเรือเลียบชายฝั่งและขนส่งเซรามิก หยกที่จารึกอักษรและความคิดขึ้นเหนือเข้าสู่เขตต้าเหวินโข่วได้อย่างรวดเร็ว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
จารึกอักษรหยางเสา ประเทศจีน : ช่วงเวลา 6,800-6,000 ปีก่อน รอยสลักภาพประสมคำ 27 รูปแบบบนเซรามิก ซึ่งเก่าแก่กว่าตัวอักษรลิ่มที่พัฒนาเป็นระบบที่ใส่เสียง ไวยากรณ์ และประกอบเป็น "ประโยคสมบูรณ์" ในมหากาพย์กิลกาเมช 4,600 - 4,700 ปีที่แล้ว และ อักษรไฮเออโรกลิฟิกของอียิปต์ ขั้นที่อ่านเป็นประโยคได้ เมื่อ 4,800 ปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การเชื่อมโยงระหว่าง Proto-Writing (ระบบเขียนเบื้องต้น), มุขปาฐะ (การเล่าปากต่อปาก) และบันทึกราชวงศ์โจว ทำให้คนรุ่นหลังสามารถ "อ่านและศึกษา" อดีตได้จนถึงทุกวันนี้
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การค้นพบหลักฐานโบราณจีน ทำให้ "อ่านอักษรหยางเสาที่เก่าแก่กว่า เมโสโปเตเมียและอียิปต์ได้"
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรหยางเสา-ปานโพของจีน อายุ 6,200 - 6,800 ปีก่อน : จะดัดแปลง 22 - 27 สัญลักษณ์ เลือกแตกตัวอักษรออกตาม "ภาพอุดมคติและการผสมคำ" (Ideogram & Compound Characters) (เช่น เอาภาพดวงอาทิตย์ ผสมภาพดวงจันทร์ ในแบบเดียวกับอักษรอียิปต์ (Hieroglyphs) ใช้
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
อักษรฟีนิเซียน (Phoenician: 3,000 ปีก่อน [1,000 ปีก่อนคริสตกาล]: ประกอบด้วยตัวอักษร 22 ตัว เช่นกัน แต่ทำหน้าที่เป็น "อักษรแทนเสียงพยัญชนะ" (Abjad) ไม่ใช่อักษรภาพ และอักษรฟีนิเซียนยุคแรกมีเฉพาะเสียงพยัญชนะ (ไม่มีสระ)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สมมติฐาน ปั้นโป สัญลักษณ์เด่น ๆ ทั้ง 22 ตัว ให้เป็น "ภาพรากศัพท์" (Radicals) มักมีลักษณะเป็นเส้นตรง เส้นไขว้ และรูปทรงเรขาคณิต (เช่น Ⅰ, Ⅱ, Ⅴ, 𝞠, ➕, ✳️) เราสามารถกำหนดให้สัญลักษณ์พื้นฐานเหล่านี้แทน "สิ่งของหรือแนวคิดหลักในธรรมชาติ"
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• Ⅰ (เส้นตั้ง) = มนุษย์ / ต้นไม้
• ➕ (เส้นไขว้) = ทางแยก / พื้นดิน / ดวงดาว
• 𝞠 (ง่าม) = พืชพันธุ์ / ผลผลิต
• ◯ (วงกลม/รูปทรงปิด) = ดวงอาทิตย์ / กลางวัน / อาณาเขต
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
สว่าง / พรุ่งนี้ เอาภาพ ดวงอาทิตย์ + ดวงจันทร์ แสงสว่าง หรือ การข้ามผ่านวัน (เหมือนอักษรจีนคำว่า 明 Míng)
ป่าไม้ / อุดมสมบูรณ์ เอาภาพ ต้นไม้ (Ⅰ) + ต้นไม้ (Ⅰ) นำสัญลักษณ์เดียวกันมาวางคู่กันเพื่อบอกปริมาณที่มาก (เหมือนอักษรจีนคำว่า 林 Lín)
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
เพาะปลูก / เกษตรกรรม เอาภาพ พืชพันธุ์ (𝞠) + พื้นดิน (➕) สัญลักษณ์พืชที่อยู่บนดิน หมายถึง การทำกสิกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของวัฒนธรรมหยางเสา
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
ผู้ปกครอง / หัวหน้าเผ่า เอาภาพ มนุษย์ (Ⅰ) + ดวงดาว (✳️) มนุษย์ที่อยู่ใต้แสงดาว หรือผู้ได้รับโองการจากฟ้า
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
ในยุคราชวงศ์โจว ประเทศจีน ประมาณ 800 ปีก่อนคริสตกาล หรือราว 2,800 ปีมาแล้ว ในฝั่งตะวันตก ชาวกรีกได้รับอักษรฟีนิเซียนไปใช้ดัดแปลงใช้เสียงสระในการแยกแยะความหมายของคำ ชาวกรีกได้ "ประดิษฐ์สระ" (Vowels) ขึ้นมาเติมเต็มระบบตัวอักษรเป็นครั้งแรกของโลก (เช่น เปลี่ยนตัว Aleph ที่เคยเป็นเสียงพยัญชนะกักในลำคอให้กลายเป็นสระ "อา" หรือตัว Alpha) จนกลายเป็นต้นกำเนิดของอักษรละตินในปัจจุบัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ราชวงศ์โจวปฏิวัติอักษร 2,800 ปี-2,200 ปี : การสร้างมาตรฐานเพื่อรวมใจประชาราษฎร์#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การปฏิวัติอักษรของโจว: ราชวงศ์โจวได้ปฏิวัติอักษรกระดูกพยากรณ์ที่ดูสะเปะสะปะและเข้าใจยากของราชวงศ์ซาง ดัดแปลงและจัดระเบียบใหม่ให้กลายเป็น "อักษรสำริด" (Jinwen - 金文) และพัฒนาต่อมาเป็น "อักษรจ้วนโบราณ" (Dazhuan - 大篆)
อักษรของโจวถูกปรับให้มีโครงสร้างที่เป็นระบบ มีระเบียบแบบแผน และหลุดพ้นจากสัญลักษณ์ทางไสยศาสตร์ของราชวงศ์เก่า กลายเป็นเครื่องมือในการบริหารบ้านเมือง
การจดบันทึกตำราความรู้ (เช่น ตำราขงจื๊อ เล่าจื๊อ ในยุคต่อมา) ทำให้ผู้คนจากต่างลุ่มน้ำ ต่างภาษาถิ่น สามารถ "อ่านอักษรเดียวกันแล้วเข้าใจความหมายตรงกัน" แม้จะออกเสียงต่างกันก็ตาม นี่คือรากฐานที่ทำให้อารยธรรมจีนโดดเด่นและไม่เคยแตกสลายจากกัน
ในช่วง 2,800 ปีที่แล้ว (ศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล) การเติมสระของกรีก และการปฏิวัติอักษรของราชวงศ์โจว ประเทศจีน ทำให้ "ชาวบ้านและคนทั่วไป" เข้าถึงความรู้ได้ง่าย #Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรภาพ (หยางเสาของจีน & อียิปต์) — แตกตัวสู่ "ภาพอุดมคติและการผสมคำ" (Logographic System)
แนวคิดของผู้เขียนที่เปรียบเทียบการผสมคำของอักษรจีนปานโพ-หยางเสาจีนกับอียิปต์นั้นสอดคล้องทั้งสองอารยธรรมเลือกที่จะไม่หยุดอยู่แค่สัญลักษณ์ 22 ตัว แต่ใช้มันเป็น "รากฐาน/ก้อนอิสระเบื้องต้น" แล้วนำมาผสม ขยาย และเพิ่มพูนจนกลายเป็นระบบอักษรภาพนับพันตัว
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• จีนโบราณ (จากหยางเสาสู่อักษรกระดูกเสี่ยงทาย): คนจีนเลือกที่จะขยายขอบเขตโดยการดัดแปลงสัญลักษณ์พื้นฐานเหล่านั้น ควบคู่ไปกับการวาดภาพสิ่งรอบตัวเพิ่ม แล้วใช้หลักการ "ผสมคำตามความหมาย" (Ideogram / Compound Indicative)
• ตัวอย่าง: เอาภาพ พระอาทิตย์ (日) มารวมกับภาพ พระจันทร์ (月) กลายเป็นคำว่า "สว่าง" (明 - มิง)
• เอาภาพ ผู้หญิง (女) มารวมกับภาพ ลูก (子) กลายเป็นคำว่า "ดี/ชอบ" (好 - ห่าว)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อียิปต์โบราณ (Hieroglyphs): อียิปต์ก็ใช้วิธีคล้ายกันมากครับ พวกเขามีระบบอักษรภาพที่เป็นคำโดด ๆ และเมื่อต้องการสื่อถึงแนวคิดที่เป็นนามธรรม ก็นำภาพสองภาพมาชนกัน หรือใส่เครื่องหมายกำหนดบริบท (Determinatives) ไว้ท้ายคำ เพื่อบอกว่าคำนี้อยู่ในหมวดหมู่ไหน (เช่น ใส่รูปขาเดินไว้ท้ายคำ เพื่อบอกว่าคำนี้หมายถึงกริยาการเคลื่อนไหว)
ผลลัพธ์ของเส้นทางนี้: ตัวอักษรจะผูกติดกับ "ความหมายและภาพ" ทำให้ระบบอักษรขยายตัวมหาศาล (มีเป็นหมวดหมู่ เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ตัว) แต่มันมีข้อดีคือ คนต่างภาษาพูดก็สามารถมองภาพแล้วเข้าใจตรงกันได้
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
การที่อักษรภาพอียิปต์และอักษรหยางเสาของจีนอยู่รอดและพัฒนาจนอ่านออกเสียงได้ เป็นเพราะพวกเขาก้าวข้ามการเป็นแค่ "ภาพวาดธรรมดา" ด้วย 2 วิธีนี้ ซึ่งคุณสามารถนำไปใส่ในระบบอักษรปั้นโปที่ดัดแปลงได้:
1. การยืมเสียง (Rebus Principle): สมมติว่าคำว่า "ตระกร้า" ออกเสียงว่า บาน และคำว่า "แบ่งปัน" ก็ออกเสียงว่า บาน เหมือนกัน คนโบราณจะใช้ภาพ ตระกร้า แทนความหมายว่า แบ่งปัน ไปเลย (อียิปต์ใช้บ่อยมาก)
ตัวกำหนดบริบท (Determinatives): ใส่สัญลักษณ์ปั้นโปตัวเล็ก ๆ ไว้ท้ายคำ เพื่อบอกว่าคำนี้อยู่ในหมวดหมู่ไหน เช่น ถ้าเกี่ยวกับน้ำ ให้ใส่รอยขีดรูปคลื่นไว้ข้าง ๆ เพื่อไม่ให้คนอ่านสับสน
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
สมมติฐานทางเลือก การเชื่อมโยงตัวเลข "232 ตัว" ของ วัฒนธรรมหลิ่วหลินซี (Liulinxi Culture) เข้ากับการลดรูปให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นระบบระเบียบตามแบบ สัญลักษณ์เจี่ยหู (Jiahu symbols) จนกลายมาเป็น 22 สัญลักษณ์ประสมในวัฒนธรรมหยางเสา-ปั้นโป
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
แหล่งโบราณคดีหลิ่วหลินซี (ริมแม่น้ำหยางซี มณฑลหูเป่ย อายุราว 7,000 ปี) มีการค้นพบรอยจารึกถึง 232 สัญลักษณ์ บนแท่นเซรามิก เช่น 朱, 爻, 𪚥/龍, 田
แรงบันดาลใจในการปฏิรูป: "ต้นแบบจากเจี่ยหู" เพราะวัฒนธรรมเจี่ยหู (มณฑลเหอหนาน อายุราว 8,000 ปี) ใช้ระบบสัญลักษณ์จำนวนน้อยกว่ามาก (พบเด่นชัดและสลักแน่นอนราว 11–17 กลุ่มสัญลักษณ์) เช่น สัญลักษณ์รูปดวงตา (目) หรือดวงอาทิตย์ (日) บนกระดองเต่า
1
ผลลัพธ์ที่ "ปั้นโป-หยางเสา": สถาปนาระบบ 22 คำประสมโดยใช้วิธี "ผสมคำ" (Compound characters) แทนการสร้างอักษรใหม่โดด ๆ เป็น"สังเคราะห์และลดรูป"
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
ศ. อวี๋ เสิ่งอู๋ - 于省吾) ได้พยายามแกะรอยสัญลักษณ์บนเครื่องปั้นดินเผาหยางเสาที่พบใน แหล่งโบราณคดีปันปัว (Banpo Symbols อายุราว 6,000 ปีก่อน) โดยใช้วิธีเปรียบเทียบรูปทรงที่ส่งต่อมายังอักษรกระดูกเสี่ยงทายในยุคหลัง ดังนี้:
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน) ❌
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 五 wǔ (อู่)
เลขห้า (5)
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน)➕
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 七 qī (ชี)
เลขเจ็ด (7)
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน)┃
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 十 shí (สือ)
เลขสิบ (10)
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน)┃┃
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 廿 (二 十) niàn (เนี่ยน)
ยี่สิบ (20)
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน) ⬆️
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 矛 máo (เหมา) หอก / อาวุธ
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน) 🟎 หรือ ✳️
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 示 shì (ซื่อ) การเซ่นไหว้ / บวงสรวงเทพเจ้า
สัญลักษณ์หยางเสา (6,000 ปีก่อน) รูปปลา (🐟)
ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน 魚 yú (หยู) ปลา (สัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• ระบบอักษรภาพที่มีรากเหง้าจากหยางเสาจึงมีความเสถียรสูงมาก มันถูกส่งต่อมา 6,000 ปีโดยไม่ขาดสาย เพราะมันข้ามขีดจำกัดของ "เสียงพูด" ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
เปรียบเทียบกับยุคโจว: ในขณะที่โลกตะวันตกใช้ภาษากรีก (รากฟีนีเซียน) บนศิลาโรเซตต้ามาช่วยไขปริศนาอักษรภาพอียิปต์... ฝั่งประเทศจีนในยุคโจว ปราชญ์อย่าง ขงจื๊อ หรืออาลักษณ์หลวง ก็กำลังทำหน้าที่คล้ายกัน คือการฟังเรื่องเล่าโบราณ (มุขปาฐะ) แล้วใช้ อักษรภาพจีน บันทึกเสียงและเรื่องราวเหล่านั้นลงบนไม้ไผ่เพื่อไม่ให้มันสูญหายไปเช่นกัน
มนุษย์สองฝั่งโลกคิดวิธีแก้ปัญหาการลืมเรื่องราวในอดีต (มุขปาฐะ) ด้วยวิธีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝั่งหนึ่งเลือกบันทึก "ภาพความคิด" ส่วนอีกฝั่งเลือกบันทึก "คลื่นเสียง" แต่ทั้งสองวิธีต่างก็ทำให้คนในอีกหลายพันปีต่อมา (รวมถึงพวกเราในวันนี้) สามารถอ่านและเข้าใจความคิดของพวกเขาได้เหมือนกัน
ตราประทับหินสีดำพร้อมสัญลักษณ์ขูดขีดอายุประมาณ 4,300 ปีที่แล้ว [2,300–2,200 ปีก่อนคริสตกาล] ที่เมืองโบราณ Gonur Depe และบางชิ้นที่อานาอู พื้นที่ ออกซัส (BMAC - Bactria-Margiana Archaeological Complex) ทางใต้ของอุซเบกิสถานและเติร์กเมนิสถาน
ภูมิศาสตร์ ใกล้จีนมากกว่าอียิปต์: อุซเบกิสถานอยู่กึ่งกลางทวีปเอเชีย (เอเชียกลาง) เป็นจุดผ่านหลักของ "เส้นทางสายไหม" ในอนาคต ทำให้มันใกล้พรมแดนจีนทางตะวันตก (ซินเจียง) มากกว่าที่จะไปถึงอียิปต์ในแอฟริกา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ไทม์ไลน์
: ตราประทับอุซเบกิสถานอายุ 4,300 ปี
รูปทรงเรขาคณิตสี่เหลี่ยมและขีดที่ คล้ายกับอักษรหลงซาน ฯลฯ ประเทศจีน อายุ 4,600 ปี ซึ่งในประเทศจีนพบอักษร >600 ตัว และจารึกติ่งกง (Dinggong Inscription) อายุราว 4,300 ปีเป็นประโยคจำนวน 11 ตัวอักษร (แบ่งเป็น 5 แถว)
ส่วนอักษรโปรโตไซนายติกเกิดขึ้นโดยทาสของอียิปต์ ชาวเซมิติกผมดำ ผิวสีน้ำตาล(ยีนJ1) เมื่อประมาณ 3,900 ปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
วัฒนธรรมหยางเสา (Yangshao Culture): เริ่มต้นขูดขีดสัญลักษณ์เดี่ยว ๆ บนเครื่องปั้นดินเผาเป็นกลุ่มแรก ๆ
และแพร่กระจายไปเอเชียกลาง: ความใกล้ชิดระหว่างอักษรหลงซานกับตราประทับอายุ 4,400 ปีในอุซเบกิสถาน (อารยธรรมออกซัส) ชี้ให้เห็นว่า ในยุคหินใหม่ตอนปลายเข้าสู่ยุคสำริด ระบบสัญลักษณ์จากแผ่นดินจีนได้เดินทางไปทางทิศตะวันตกตามแนวระเบียงเศรษฐกิจโบราณ (เส้นทางก่อนสายไหม) ไปถึงเอเชียกลางจริง
วัฒนธรรมหลงซาน (Longshan Culture): เกิดขึ้นทีหลังและได้ "หลอมรวม" เอาวัฒนธรรมและระบบสัญลักษณ์จาก 3 ลุ่มน้ำหลักของจีน (ลุ่มแม่น้ำเหลือง ลุ่มแม่น้ำแยงซี และลุ่มแม่น้ำเหลียว) เข้าด้วยกัน ทำให้ระบบอักษรของหลงซานมีความซับซ้อน เป็นระเบียบ และเริ่มพัฒนาเข้าใกล้ระบบการเขียนที่แท้จริง (True Writing) มากขึ้นอย่างชัดเจน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรโปรโตไซนายติก(Proto-Sinaitic Script)" เมื่อประมาณ 3,800–3,900 ปีก่อน (ราว 1,900 BC) กลุ่มคนงานเหมืองและทาสชาวเซมิติก ยีนJ1 (Semitic)ในอียิปต์
เป็น "ต้นตระกูลของระบบอักษร (Alphabet) ทุกชนิดบนโลกนี้" (รวมถึงอักษรฟีนีเซียน กรีก ละติน อาหรับ ฯลฯ)
ข้อสังเกต "การผสมผสานและการดัดแปลงอักษรเพื่อสลัดแอกทางอำนาจ"
"ดังนั้นชาวชาวเซมิติกและฟินิเชียนจึงยืมอักษรผสมระหว่างจีนและอียิปต์ เหมือนเวียดนาม มองโกล เติร์ก หรือชาวอุยกูร์ทาสช่างเหล็กที่สยบโหลวหลาน" ตามแนวคิด "อักขรวิทยาเชิงวิพากษ์เพื่อการปลดแอก" (Subversive Epigraphy / Alphabet for Liberation)
ข้อสังเกต :
ระบบผสมผสาน: ยืม "รูปภาพ" จากอียิปต์ + ยืม "วิธีจัดการคำ" แบบจีน
Mr. Naruphon Phen-on's alternative hypothesis.
ในยุค 3,900 ปีก่อน ชุมชนโบราณทั่วโลกไม่ได้ปิดแยกขาดจากกัน เส้นทางการค้าโบราณและเครือข่ายทางเรือเลียบชายฝั่งเชื่อมต่อสัญลักษณ์เข้าหากัน:
ตรวจพบ "เส้นใยไหม" (Silk) สืบทอดมาจากยุคหยางเสาและหลงซาน ประเทศจีนพันอยู่บนเส้นผมและในหลุมศพของมัมมี่อียิปต์โบราณที่มีอายุราว 4,000 ปีมาแล้ว (ยุคอาณาจักรกลาง)
ตราประทับและรังไหมในอุซเบกิสถาน (BMAC) 4,300 ปี
ทางตอนใต้ของอุซเบกิสถาน ติดกับประเทศจีนโบราณ
ทำไมเซรามิกจีน ที่มีตราประทับเรขาคณิต หรือผ้าไหมจีน ถึงอาจ "ตกถึงมือทาส" ได้
ประมาณ 4,700 4,400 ปีล่วงมาแล้ว [2,700 -2,400 ปีก่อนคริสตกาล]
ค้นพบไหเซรามิกหรือแอมโฟรา (Amphorae) ฐานแบน กว่า 30 ใบที่จมอยู่ใต้ทะเลใกล้แนวโขดหินใต้ทะเล ลึกประมาณ 30 เมตร นอกชายฝั่งเกาะเคโควา (Kekova) จังหวัดอันตัลยา (Antalya) ประเทศตุรกี ไหเซรามิกเมืองท่าในเลแวนต์ มีหูจับด้านข้างและฐานแบน ผลวิเคราะห์เนื้อดินเหนียวเบื้องต้นชี้ชัดว่า ดินเหนียวที่ใช้ทำไหผลิตมาจากโรงงานแถบ หุบเขาจอร์แดน (Central Jordan Valley) แถบเลแวนต์" (Levantine jars)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สหราชอาณาจักร (UK): ช่วง 4,700 -4,400 ปีที่แล้ว (ประมาณ 2,700 - 2,400 ปีก่อนคริสตกาล) ตรงกับยุคที่ "วัฒนธรรมเบลล์บีเกอร์" (Bell Beaker Culture)
ค้นพบรูปถ้วยทรงระฆังคว่ำ" (Bell Beaker Pottery) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าไหของชาวเซมิติก ขึ้นรูปด้วยมือโดยไม่มีแป้นหมุนระบบ Hand-builtใช้เชือกทาบ (Cord-impressed) และกดเปลือกหอย มีความเปราะและทนทานน้อยกว่าไหขนส่งของชาวเซมิติก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• อักษรบนเซรามิกที่แตก "ทิ้งขว้าง" หรือโยนให้ทาสเอาไปใช้ประโยชน์ต่อเป็นเศษขยะ ผ้าไหมจีนผืนงามที่ส่งให้ฟาโรห์ เมื่อเวลาผ่านไปจนเก่า ขาด หรือเป็นเศษด้าย ชนชั้นสูงอาจจะโละทิ้ง และเศษสิ่งทอเหล่านั้นก็อาจจะถูกนำมาทำความสะอาด เป็นผ้าเศษขยะที่ทาสนำมาซับเหงื่อ หรือผูกผม (ซึ่งตรงกับหลักฐานที่นักวิทยาศาสตร์พบเศษเส้นใยไหมโบราณติดอยู่ระหว่างปอยผมมนุษย์ยุคเก่าในอียิปต์
เมื่อทาสกลุ่มนี้ได้เห็นทั้งสองอย่างปะปนกัน จึงเริ่มสังเกตเห็นอักษรภาพอียิปต์ (ฮีโรกลิฟิก): สลักหรูหราอยู่บนผนังถ้ำ/เสาหินที่ขุนนางอียิปต์สั่งให้ทำ (เป็นวัตถุดิบรูปภาพ) และเห็นเศษลายเส้นขีดเรขาคณิต (เฉลยข้อสอบที่รั่วมาจากสายจีน/เอเชียกลาง): จากเศษซากตราประทับขนส่งสินค้า หรือเศษสิ่งของคัดทิ้งที่ง่ายต่อการขูดขีด
เมื่อเกิดภาวะ "ไม่มีเวลาเพราะเป็นทาส" ประกอบกับการเห็นสิ่งของคัดทิ้งเหล่านั้น สมองของทาสชาวเซมิติกจึงทำการ "ฟิวชัน" (Fusion) ทันที! พวกเขาจึงดัดแปลงอักษรภาพอันซับซ้อนของอียิปต์ ให้กลายเป็นลายเส้นขีดที่เรียบง่ายและหยาบที่สุด (คล้ายวิธีคิดแบบเส้นเรขาคณิตของหลงซาน) เพื่อให้สามารถขูดสลักลงบนผนังเหมืองหินได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ผู้คุมจะมาเห็น
#Mr. Naruphon Phen-on's alternative hypothesis.
• เมื่อชาวเซมิติกเห็นอักษรหลิ่วหลินซี/หยางเสา/หลงซาน) จึงเกิด "แก่นความคิด" (Structural Concept): วิธีการนำภาพเดี่ยวหลาย ๆ ภาพมารวมเข้าด้วยกันในลักษณะกลุ่มคำหรือการตัดทอนรูปภาพให้เหลือเพียงลายเส้นเรขาคณิต (Abstract/Geometric Lines) แบบที่พบในหยางเสา (ปั้นปัว) และหลิ่วหลินซี คือกลไกที่ทำให้ตัวอักษร "เบาและคล่องตัว" ชาวเซมิติกจึงนำสองสิ่งนี้มารวมกัน เกิดเป็น "อักษรภาพสลักที่ง่ายต่อการสะกดเสียง" ซึ่งทำลายความซับซ้อนของอักษรภาพยุคเก่าลงอย่างสิ้นเชิง
#Mr. Naruphon Phen-on's alternative hypothesis.
ยีนชาวฟีนีเซียน (Phoenician DNA) — พ่อค้าทางเรือ เช่น ตูนิเซีย, ซาร์ดิเนีย)
ยีนผิวสีน้ำตาล-มะกอก (Light-to-Medium/Olive skin tone) บริเวณแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ยีนชาวอียิปต์ (Egyptian DNA) — "เจ้าของอักษรไฮเออโรกลีฟ"
ในยุคอาณาจักรเก่า (ประมาณ 2,686 – 2,181 BC) ตามภาพวาดผู้ชาย (ผิวสีแดงอิฐ / Reddish-Brown): ประกอบอาชีพทำนา การรบ หรือการคุมงานก่อสร้าง
ส่วนผู้หญิงชนชั้นสูง (ผิวสีเหลืองอ่อน/สีครีม): วาดด้วยสีผิวที่อ่อนกว่าผู้ชายมาก เพราะใช้ชีวิตอยู่แต่ในร่ม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ดังนั้น ชาวอียิปต์โบราณผิวน้ำตาลแดง มียีนเกษตรกรแอฟริกาเหนือโบราณ เช่นชาวเอธิโอเปีย E1b1b ผิวสีน้ำตาลเข้ม หรือช็อกโกแลต (North African Neolithic) ราว 78% + ยีนเมโซโปเตเมีย (Mesopotamian Neolithic) ยีน J1 ผิวสีมะกอก อีกราว 20% + ยีน E1b1b ชาว "นูเบีย" (ผิวดำ) เช่น ยุคราชวงศ์ที่ 18: ราชินีอาโมส-เนเฟอร์ตารี (Queen Ahmose-Nefertari) และยุคราชวงศ์ที่ 25: ยุคแห่ง "ฟาโรห์และราชินี" (The Black Pharaohs)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
"ยีนสีผิวและชาติพันธุ์" ของ 4 แหล่งอารยธรรมต้นน้ำ
2
1. สายแม่น้ำเหลืองตอนกลาง: วัฒนธรรมเจี่ยหู (Jiahu Culture)
• ช่วงอายุ: ประมาณ 9,000 – 7,800 ปีก่อน (มณฑลเหอหนาน) ยีน O2 ผิวสีเหลืองนวลปานกลาง (Intermediate to Light-Yellowish Skin) สัญลักษณ์จารึกบนกระดูกเต่า (Jiahu Symbols) 17 แบบ
2. สายปากแม่น้ำแยงซี: วัฒนธรรมคว้าเฉียวหู (Kuahuqiao Culture)
• ช่วงอายุ: ประมาณ 8,000 – 7,000 ปีก่อน (มณฑลเจ้อเจียง)
: ยีน O1a-M119 ผิวสีน้ำตาลอ่อนนวลถึงผิวสีน้ำผึ้ง (Tan to Light-Brown Skin) "สัญลักษณ์เลข卦" (Digital Trigrams / 刻划符号) ระบบเศษส่วนและเลขยันต์พยากรณ์ (สัญลักษณ์เลขศาสตร์) ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บนพื้นผิวของไม้พายเรือ (Wooden Paddles) และเครื่องมือที่ทำจากเขากวาง (Deer Antlers) มีการใช้เครื่องมือมีคม "ขีดข่วนเป็นรอยลึก" (Incised Marks)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
3. สายแม่น้ำแยงซีตอนล่าง: วัฒนธรรมเฉียวโถว (Qiaotou Culture) ช่วงอายุ: ประมาณ 9,000 ปีก่อน (เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมซ่างซาน - Shangshan Culture มณฑลเจ้อเจียง) คือ ต้นตระกูลยีน O1 และส่งต่อยีน O1a-M119 : ผิวสีน้ำผึ้ง/ผิวแทน (Warm Tan Skin) ก่อนจะส่งไม้ต่อให้คั่วหูเฉียว (8,000 ปี) เหอมู่ตู้ (7,000 ปี) และเหลียงจู่ (5,300 ปี) อักษรเฉียวโถว (Qiaotou Culture) พบรอยขีดเขียนภาพดวงตะวันและเส้นหกเหลี่ยมอี้จิ้ง บนเซรามิกเพ้นท์สีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
4. สายแม่น้ำแยงซีตอนกลาง: วัฒนธรรมหลิ่วหลินซี (Liulinxi Culture) ยีน O2a2b-M7 ผิวสีน้ำตาลอ่อน เส้นผมดำตรงสลับหยักศก
• ช่วงอายุ: ประมาณ 7,000 ปีก่อน (บริเวณพื้นที่สามผา - Three Gorges มณฑลหูเป่ย์)
ลักษณะผิว: ผิวสีน้ำตาลเหลืองปานกลาง (Medium-Yellowish Brown/Olive-like) พบสัญลักษณ์ขีดเขียนมากกว่า 232 ตัวบนเซรามิก และสลักกลุ่มคำ
"五 田 文"
(อู่-เถียน-เหวิน) (Liulinxi Symbols)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สัญลักษณ์บนเครื่องปั้นดินเผาวัฒนธรรมหมาเจียเหยา (Ma Jiayao Culture) • บริเวณมณฑลกันซู่และชิงไฮ่) • อายุ: ประมาณ 4,000 – 5,000 ปี • คำอธิบาย: เป็นสัญลักษณ์ขีดเขียนรุ่นแรก ๆ (Proto-writing) บนเครื่องปั้นดินเผา彩陶 ก่อนจะพัฒนามาเป็นตัวอักษรจีนในยุคต่อมา
อักษรซีลัน (Célan Script) / อักษรรูนส์• อายุ: ประมาณ 2,500 – 3,000 ปี • คำอธิบาย: สัญลักษณ์ในภาพแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของระบบการนับเลขแบบขีด (I, II, III)
จารึกอักษรฟินิเชียน (Phoenician Inscription) ข้อความภาษาจีนด้านบนระบุชัดเจนว่าศตวรรษที่ 11–10 ก่อนคริสตกาล)
อักษรอี๋โบราณ และ อักษรอี๋มาตรฐาน (Ancient & Standard Yi Script) มณฑลเสฉวนและยูนนาน 1,000 – 3,000 ปี อักษรด้านล่างคือ "規範彝文" (อักษรอี๋มาตรฐาน) ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงให้เป็นระบบสากลเมื่อปี พ.ศ. 2523
จารึกบนสัมฤทธิ์ยุคราชวงศ์โจว (Chinese Bronze Inscription / จินเหวิน 金文) • อายุ: ประมาณ 2,800 – 3,000 ปี • คำอธิบาย: "อักษรจินเหวิน" หรืออักษรที่หล่อบนเครื่องสัมฤทธิ์สามขา, (ส่วนตัวอักษรสีเหลืองและข้อความภาษาไทยในภาพ เปรียบเทียบสัญกับอักษรกรีกหรืออังกฤษโดยผู้ศึกษา)
ภาพถ้วยเซรามิกกรีกโบราณ• ตัวอักษรกรีกยุคแรกเริ่ม (Archaic Greek Alphabet) เช่น อักษร A B Γ Δ E • อายุ: ประมาณ 2,500 – 2,800 ปี
ภาพจารึกสัญลักษณ์วัฒนธรรมหยางเช่า • ประมาณ 5,000 – 7,000 ปี ตารางเปรียบเทียบสัญลักษณ์ที่ขีดเขียนบนเครื่องปั้นดินเผาประเภทป้านพัว (半坡类型陶器刻划符号) หรือวัฒนธรรมหยางเช่า (Yangshao Culture) บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง : ภาพถ่ายโบราณด้านขวา : ภาพซูมรอยขีดสัญลักษณ์สีขาวที่หลงเหลืออยู่บนเศษเซรามิก
ภาพจารึกอักษรอียิปต์โบราณ : ภาพจำลองอักษรภาพ ไฮเออโรกลิฟิก (Egyptian Hieroglyphs) ที่เขียนเรียงในแนวตั้ง ประกอบด้วยสัญลักษณ์รูปสัตว์ เช่น นกฮูก นกกระทา วัว ตลอดจนรูปสัญลักษณ์คล้ายลอนน้ำและดวงตา • อักษรภาพอียิปต์มีอายุ ประมาณ 3,500 – 5,000 ปี
• ภาพแท่นจารึกตัวอักษรจีนโบราณประเภท "จินเหวิน" (金文 - Bronze Inscriptions) หรืออักษรที่ปรากฏบนเครื่องสัมฤทธิ์ระฆังในยุคราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว ลายเส้นมีความโค้งมนและเป็นอักษรภาพมากกว่าอักษรจีนในปัจจุบัน • อายุ: ประมาณ 2,700 – 3,100 ปี
คำอธิบาย: ทั้งสองภาพนี้คือ "ตารางหมวดนำอักษรจีน" (部首表 - ปู้โส่ว) ที่ใช้ในพจนานุกรมภาษาจีนปัจจุบัน (เช่น หมวดอักษร 瓜 หยก, 田 นา, 目 ตา) โดยการนำอักษรภาษาอังกฤษสีชมพูและสีฟ้ามาเขียนทับเพื่อระบุตำแหน่งหรือเปรียบเทียบตัวอักษร
ภาพหมวดหมู่ตารางหมวดอักษรจีน • คำอธิบาย: ทั้งสองภาพนี้คือ "ตารางหมวดนำอักษรจีน" (部首表 - ปู้โส่ว) ที่ใช้ในพจนานุกรมภาษาจีนปัจจุบัน (เช่น หมวดอักษร 瓜 หยก, 田 นา, 目 ตา) โดยมีผู้นำอักษรภาษาอังกฤษสีชมพูและสีฟ้ามาเขียนทับเพื่อระบุตำแหน่งหรือเปรียบเทียบรูปทรง• อายุ ประมาณ 3,000 – 3,500 ปี
ตารางเทียบตัวอักษรภาพอียิปต์โบราณ (Hieroglyphs A-Z) ที่มาจากบทความเรื่อง Mental Health Terminology Demystified ทาง HealthyPlace
ลวดลายสัญลักษณ์เส้นหกเหลี่ยมอี้จิ้ง,ดวงตะวัน,x มีขีดบน-ล่าง อารยธรรมจีน เซรามิกเฉียวโถว 9,000 ปี มณฑลเจ้อเจียง จากรายงานข่าวการค้นพบทางโบราณคดี 重大考古成果!中华文明การเผยแพร่ทาง Guancha
จดหมายอามาร์นาอักษรรูปลิ่ม (Amarna Letter Cuneiform) จารึกดินเหนียวบันทึกอักษรคูนิฟอร์ม (Cuneiform Tablet) หรืออักษรรูปลิ่มโบราณ อายุ 3,360 ถึง 3,380 ปี [ตรงกับยุคราชวงศ์ซาง (Shang Dynasty) ของจีน] ซึ่งเป็นจดหมายทางการทูตจากกษัตริย์แห่งเมืองไทร์ (Abi-milku of Tyre) ส่งถึงฟาโรห์แห่งอียิปต์ ค้นพบที่เมืองอามาร์นา (Amarna letter)จากฐานข้อมูลทางโบราณคดี Amarna letter บน Reddit OutoftheTombs
ชามดินเผาเขียนสีลายปลา (Basin with Fish Motifs) แหล่งปั้นปัว ประเทศจีน 5,000 – 7,000 ปี : อักษรภาพบนเซรามิก
ภาพวาดสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายโบราณบนเครื่องเซรามิกหยางเสา ประเทศจีน 5,000 – 7,000 ปี
แผนภาพเครื่องหมายสัญลักษณ์ "อักษรหยางเซา 7,000 - 5,000 ปี"
โถเซรามิกเขียนสีทรงสูง ลายคลื่นและวงกลม แหล่งปั้นปัวประเทศจีนประมาณ 5,000 – 7,000 ปี
โถเซรามิกลายถักและสัญลักษณ์ สวัสดิกะโบราณ (Swastika Motif)ประมาณ 4,000 – 5,000 ปี (ปลายหยางเซา-หม่าเจียเหยา) ประเทศจีน ที่มา Wikimedia
โถดินเผาเขียนสีดำ ลายวงกลมและจุด (Cowrie-shell/Circle designs) คล้ายอักษร O ประมาณ 4,500 – 5,000 ปี (วัฒนธรรมหม่าเจียเหยา) ที่มา Wikimedia
ชามดินเผามีหูจับ ด้านในเขียนสีลายเส้นเรขาคณิตและลายตาข่าย คล้ายอักษร Vอายุประมาณ 4,500 – 5,000 ปี ที่มาจากภาพถ่ายวัตถุในพิพิธภัณฑ์
โถเซรามิกขนาดใหญ่เขียนสีลาย "หน้าคนผสมร่างปลา" (Human-masked Fish Design)ประเทศจีน อายุประมาณ 5,000 – 7,000 ปีคล้ายอักษรภาพประสมคำ : ที่มาภาพถ่ายวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
ภาพ โถเซรามิกขนาดใหญ่เขียนสีลาย "หน้าคนผสมร่างปลา" (Human-masked Fish Design) ประเทศจีน ถูกวาดขึ้นประมาณ 5,000 – 7,000 ปีที่แล้ว ภาพลายหน้าคนร่างปลาบนเครื่องเซรามิกชิ้นนี้ มีความเก่าแก่กว่าอักษรภาพอียิปต์โบราณ โดยอาจเก่ากว่าได้มากถึงเกือบ 1,000-2,000 ปี
เนื่องจาก อักษรภาพอียิปต์โบราณ (Hieroglyphs): จุดเริ่มต้นที่เก่าแก่ที่สุดพบร่องรอยเมื่อประมาณ 5,200 ปีที่แล้ว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ลายประสมคำ (Compound Ideograph)
ถูกวาดขึ้นในประเทศจีนประมาณ 5,000 – 7,000 ปีที่แล้ว (คล้ายหลักการสร้างอักษรจีนในยุคต่อมาที่เรียกว่า 會意 / 会意 - Huìyì)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ภาพถ่ายบริเวณส่วนหัวหรือหน้าตัดวงกลม อักษรหลิ่วหลินซี ประเทศจีน เมื่อ 7,000 ปีก่อน
[又一重大发现,湖北秭归出土迄今所知最早的汉字]
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ภาพถ่ายส่วนหัวเซรามิกจารึกสัญลักษณ์โบราณ อายุ 7,000 ปี จากแหล่งโบราณคดีหลิวหลินซี (Liulinxi Site) มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน : • ที่มาภาพถ่ายในพิพิธภัณฑ์ที่เผยแพร่เพื่อการศึกษาและการรายงานข่าวสารคดีทางประวัติศาสตร์ของจีน [中国最早的文字不是甲骨文?听专家怎么说]
ภาพลำตัวขาตั้งเซรามิกจารึกสัญลักษณ์บนลำตัวทรงกรวยจะถูกกรีดเป็นรอยลึกด้วยเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่าง ๆ [中国最早汉字”已发现八个单字湖北日报] อายุ 7,000 ปี จากแหล่งโบราณคดีหลิวหลินซี (Liulinxi Site) มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน : • ที่มาภาพถ่ายในพิพิธภัณฑ์ที่เผยแพร่เพื่อการศึกษาและการรายงานข่าวสารคดีทางประวัติศาสตร์ของจีน [中国最早的文字不是甲骨文?听专家怎么说]
ขาตั้งเซรามิก อายุ 7,000 ปี บริเวณลำตัวทรงกรวยจะถูกกรีดเป็นรอยลึกด้วยเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่าง ๆ [中国最早汉字”已发现八个单字湖北日报]
• ภาพถูหมึก (Ink Rubbing หรือ 拓片) ที่สถาบันโบราณคดีทำขึ้นเพื่อประกอบรายงานวิจัยเผยแพร่สู่สาธารณะ [又一重大发现,湖北秭归出土迄今所知最早的汉字] ที่มาภาพภาพจำลองลอกลายหมึก (Ink Rubbing) แสดงตัวอักษรภาพแรกเริ่มบนขาตั้งดินเผาหลิวหลินซี โดยสถาบันโบราณคดีมณฑลหูเป่ย
สายธารองค์ความรู้ที่เก่าแก่ที่สุด: จากอักษรเจี่ยหูและอักษรหลิ่วหลินซี สู่อักษรหยางเสา
เมื่อนำอักษร "232 ตัว ของหลิ่วหลินซี และอักษรเจี่ยหู 17 - 21 ตัว " มาเปรียบเทียบกับ "22 สัญลักษณ์ของอักษรหยางเสา (ปานโพ)" สมมติฐานของผู้เขียนที่ว่า "หยางเสาอาจจะนำมาริเริ่มบุกเบิก/พัฒนาเพื่อลดรูปให้เหลือ 22 ตัว" เป็นทฤษฎีที่มีน้ำหนักสูงมากในเชิงวิวัฒนาการทางภาษา (Language Optimization) ด้วยเหตุผลดังนี้:
#Mr. Naruphon Phen-on's alternative hypothesis.
1. ปรากฏการณ์ "ถอดรหัสและจัดหมวดหมู่" (Optimization Process)
ในทางภาษาศาสตร์ เมื่อมนุษย์เริ่มมี "คลังสัญลักษณ์" จำนวนมากในยุคแรก (เช่น คลังสัญลักษณ์ 232 ตัวในหลิ่วหลินซีที่ใช้บันทึกระบบจักรวาล เกษตรกรรม และทิศทาง) สังคมรุ่นต่อมาอย่าง วัฒนธรรมหยางเสา จะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า การจัดระเบียบข้อมูลใหม่ (Data Rationalization)
• หลิ่วหลินซี (7,000 ปีที่แล้ว): สลักคำเดี่ยว ๆ และกลุ่มคำ ที่สะท้อนอุดมการณ์เข้มข้น เช่น คำว่า 五 (ห้า), 田 (นา), 文 (อักษร/ลาย), 龍 (มังกร) สัญลักษณ์เหล่านี้ยังมีความเป็น "ภาพ" หรือรหัสเฉพาะกลุ่มอยู่มาก มีปริมาณเยอะถึง 232 แบบเพราะเป็นการลองผิดลองถูกในยุคบุกเบิกอารยธรรม
• หยางเสา (6,000 - 5,000 ปีที่แล้ว): เมื่ออารยธรรมขยายตัว ข้อมูลต้องเคลื่อนย้ายผ่านลุ่มน้ำและหุบเขาอย่างรวดเร็ว คนหยางเสาจึงจำเป็นต้อง "คัดกรอง ยุบรวม และสกัดรหัสภาพ" จากคลังคำเดิมของหลิ่วหลินซีและเจี่ยหู ให้เหลือเพียง 22 ตัวหลัก (Core Symbols) เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและการขูดขีดบนเครื่องปั้นดินเผาเพื่อทำสัญลักษณ์คลังสินค้าหรือระบุชนเผ่าได้อย่างรวดเร็ว
2. ตัวเลข 22 กับจุดเปลี่ยนสู่ "สลักทิศและปฏิทิน"
นักวิชาการจีนโบราณคดีบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่า เลข 22 ที่พบในสัญลักษณ์หยางเสา แตกตัวไปเป็นระบบที่คนจีนใช้คำนวณจักรวาลและเวลาในยุคต่อมา นั่นคือ "กิ่งฟ้า-ก้านดิน" (天干地支 - Tiangan Dizhi) ซึ่งประกอบด้วย:
• กิ่งฟ้า 10 ตัว (ตารางคำนวณสุริยคติ)
• ก้านดิน 12 ตัว (ตารางคำนวณจันทรคติ / ปีนักษัตร)
• รวมกันได้ 22 ตัวอักษรพอดี!
หากสมมติฐานนี้เป็นจริง หมายความว่า หยางเสาไม่ได้ลดจำนวนคำเพราะสมองเสื่อมถอย แต่เป็นการ "ปฏิวัติรหัส" เปลี่ยนจากภาพสะเปะสะปะ 232 ภาพในหลิ่วหลินซี ให้กลายเป็น "22 รหัสคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์สากล" ที่ชนเผ่าในทุกหุบเขาสามารถใช้ร่วมกันเพื่อดูฤดูกาลเพาะปลูกและทำมาค้าขายได้ทันที โดยไม่ต้องมานั่งจำภาพทั้งสองร้อยกว่าตัว
ปริศนา "การหายไป" และจุดตัดคำว่า "ทาสยังประดิษฐ์อักษรได้"
ผู้เขียนเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า กลุ่มแรงงานเหมืองหรือทาสชาวเซมิติกในอียิปต์โบราณยังสามารถหยิบอักษรไฮเออโรกลิฟิกมาลดรูปเพื่อบันทึกภาษาตัวเองจนกลายเป็น อักษรโปรโต-ไซนายติก (Proto-Sinaitic) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของฟีนิเซียนได้ แล้วทำไมชนชั้นปกครองและวิศวกรของหยางเสาจะทำไม่ได้?
คำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดในทางโบราณคดีปัจจุบันมี 2 ประเด็น:
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• ปัญหาด้านวัสดุ (Material Perishability):
สัญลักษณ์ที่เหลือรอดมาถึงมือเราในปัจจุบัน (เช่น 22 ตัวของหยางเสา หรือสัญลักษณ์เจี่ยหู) อยู่บน "เซรามิกและกระดูก" ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนทานถาวร
แต่ในชีวิตประจำวัน การบริหารเมือง การทำบัญชีค้าขาย หรือการสั่งการชลประทาน พวกเขาอาจจะเขียนลงบน "แผ่นไม้ ไผ่ หรือหนังสัตว์" ซึ่งผุพังไปตามกาลเวลาในชั้นดินที่มีความชื้นของจีน ทำให้หลักฐานประวัติศาสตร์ช่วงต่อระหว่างหยางเสาไปจนถึงราชวงศ์ซางขาดหายไป (ต่างจากเมโสโปเตเมียที่ใช้แผ่นดินเหนียวตากแห้ง ซึ่งทนทานกว่ามาก)
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
สมมติฐานเรื่อง "เรือขุดคู่และการชลประทาน" ในแผ่นดินจีน
แผ่นดินเต็มไปด้วยป่าทึบและสัตว์ร้าย “แม่น้ำ” คือซูเปอร์ไฮเวย์สายเดียวที่ปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
คำถามว่า ระบบ 232 ตัวจากลุ่มน้ำแยงซี (ใต้) เดินทางขึ้นเหนือไปส่งอิทธิพลต่อหยางเสาที่ลุ่มน้ำฮวงโห (เหนือ) ได้อย่างไร?
1. พาหะขับเคลื่อน: "เรือขุดคู่" (Dugout Canoes) ถนนสายน้ำยุคหินใหม่
ในแคว้นหูเป่ยอันเป็นที่ตั้งของ แหล่งโบราณคดีหลิ่วหลินซี (Liulinxi) นักโบราณคดีขุดพบหลักฐานเรือขุดโบราณและพายไม้จำนวนมาก ชนเผ่าแถบนี้เชี่ยวชาญการต่อเรือเพื่อหาปลาและเดินทางข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง
• เทคโนโลยีเรือคู่ (Double-hulled/Catamaran): เมื่อต้องขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น เครื่องปั้นดินเผา ข้าวสาร หรือแร่ธาตุ ข้ามกระแสน้ำเชี่ยว การนำเรือขุดสองลำมาผูกขนานกันแล้ววางแผ่นไม้พาดตรงกลาง จะช่วยเพิ่มการทรงตัวและความจุได้อย่างมหาศาล
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• เรือเหล่านี้ไม่ได้วิ่งแค่ในแม่น้ำสายหลัก แต่เจาะลึกเข้าไปตาม "ระบบแม่น้ำสายย่อย" (Tributaries) ที่แตกแขนงคล้ายเส้นเลือด
2. ทางเชื่อมทางธรรมชาติ: ร่องน้ำและคลองธรรมชาติตอนกลาง
แม้แผนที่ปัจจุบันจะดูเหมือนแม่น้ำฮวงโหและแยงซีเกียงแยกขาดจากกัน แต่ในภูมิศาสตร์โบราณ ยุคหินใหม่มีช่วงที่ภูมิอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้นสูง (Holocene Climatic Optimum)
• พื้นที่ชุ่มน้ำฮั่นสุ่ย (Han River Corridor): แม่น้ำฮั่น (Han River) เป็นสาขาใหญ่ของแม่น้ำแยงซีเกียงที่ทอดตัวขึ้นไปทางทิศเหนือจนเกือบจะชนกับระบบแม่น้ำเว่ย (Wei River) ซึ่งเป็นสาขาหลักของแม่น้ำฮวงโห
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
แผนที่นี้แสดงให้เห็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญตั้งแต่ "วัฒนธรรมหลิ่วหลินซี" บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงทางตอนใต้ เชื่อมโยงผ่านไฮเวย์สายน้ำธรรมชาติ (ลุ่มน้ำฮั่น) ขึ้นสู่ "วัฒนธรรมหยางเสา" บริเวณลุ่มแม่น้ำฮวงโหทางตอนเหนือ
#จัดทำโดย Naruepon Peng-on
จุดยุทธศาสตร์สำคัญตั้งแต่ "วัฒนธรรมหลิ่วหลินซี" บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงทางตอนใต้ เชื่อมโยงผ่านไฮเวย์สายน้ำธรรมชาติ (ลุ่มน้ำฮั่น) ขึ้นสู่ "วัฒนธรรมหยางเสา" บริเวณลุ่มแม่น้ำฮวงโหทางตอนเหนือ เพื่อให้เห็นภาพสายธารการส่งต่อแนวคิดปฏิทินและรหัสตัวอักษร 232 ตัวจากใต้ขึ้นเหนือได้อย่างชัดเจน จัดจำหน่าย #Naruepon Peng-on
• พ่อค้าและวิศวกรชลประทานโบราณใช้ร่องน้ำธรรมชาติเหล่านี้ บวกกับการ "ขุดทางน้ำเชื่อมสายสั้น ๆ" เพื่อลากเรือหรือเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามสันปันน้ำขนาดเล็ก ทำให้เกิดเส้นทางการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจากใต้ขึ้นเหนืออย่างเป็นระบบ
3. ทำไมต้องส่งต่อ "อักษร"? : สัญญาการค้าปฏิทินและเทคโนโลยีควบคุมน้ำ
เมื่อชนเผ่าจากหลิ่วหลินซีล่องเรือขึ้นเหนือเพื่อแลกเปลี่ยนหยกหรือเทคโนโลยีสัมฤทธิ์ สิ่งที่พวกเขาพกติดตัวไปด้วยไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือ "องค์ความรู้บนขาตั้งเซรามิก (Pottery Supports)" ฯลฯ ที่สลักสัญลักษณ์ 232 ตัว
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• ภาษาเทคโนโลยี: ชนเผ่าทางเหนือ (หยางเสา) กำลังเริ่มพัฒนาระบบชลประทานเพื่อปลูกข้าวฟ่างและจัดการน้ำท่วม พวกเขาต้องการ "รหัส" ในการคำนวณทิศทาง ลมฟ้าอากาศ และการนับจำนวน
• เมื่อได้รับระบบสัญลักษณ์จากใต้ที่พัฒนามาก่อน เช่น สัญลักษณ์คำว่า 田 (นา), 五 (ห้า), 八 (แปด), 爻 (การเปลี่ยนแปลง/ดาราศาสตร์) คนหยางเสาจึงรับเอาโครงสร้างความคิดนี้ไปดัดแปลง รวบยอด และ ลดรูปให้เหลือ 22 ตัว เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจัดการความมั่นคงทางอาหารและดาราศาสตร์ปฏิทินของตนเอง
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
⚖️ บทสรุปเชิงวิพากษ์
ข้อสมมติฐานทางเลือก แผ่นดินจีนโบราณมีระบบ "การสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ขั้นสูง" (Advanced Symbolic Communication) มาตั้งแต่ก่อนยุคหยางเสา มันทำหน้าที่รองรับระบบเศรษฐกิจ การชลประทาน และผังเมืองที่ซับซ้อนอย่างสมบูรณ์แบบ
Mr. Naruphon Peng-on's alternative hypothesis
วัฒนธรรมต้าเวินโข่ว (Dawenkou)
6,000 ปี จำนวนสัญลักษณ์ที่พบ น้อยมาก (พบหลักสิบตัว)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
วัฒนธรรมเหลียงจู่ (Liangzhu) ประเทศจีน อายุ 5,000 - 4,200 ปี นักวิชาการจีนระบุว่ามีการค้นพบโบราณวัตถุกว่า 554 ชิ้นที่มีสัญลักษณ์ รวมแล้ว มีรหัสรูปแบบต่าง ๆ ถึง 656 ตัว และในหมู่นักสะสมหยกโบราณบางสำนักรายงานว่าพบอักขระขูดขีดที่กระจายตัวอยู่บนหยกเหลียงจู่รวมกันได้มากกว่า 915 ตัวอักษร
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
มีการพบเซรามิกสีดำของเหลียงจู่ ประเทศจีน อายุ 4,500 ถึง 5,000 ปี ที่สลัก สัญลักษณ์ร้อยเรียงกันเป็นกลุ่มต่อเนื่อง 12 ตัว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นักอักษรศาสตร์โบราณอย่าง หลี่ เสวียฉิน (Li Xueqin) สามารถแกะความหมายเซรามิกสีดำของเหลียงจู่ ประเทศจีน อายุ 4,500 ถึง 5,000 ปี ออกมาในเชิงบรรยายเป็นประโยคข้อความสั้น ๆ เช่น "Yan Jian Shi, Wang Hu Shi Feng" (สื่อความหมายถึงผู้นำเผ่าที่เดินทางข้ามพรมแดนไปทำภารกิจล่าเสือ) เป็น "ระบบอักษรภาพที่มีประโยคไวยากรณ์ขั้นต้น" (Narrative Proto-writing)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
3 จุดบรรจบสุด: จาก 3 สายน้ำข้างต้น สู่ "อักษรวัฒนธรรมหลงซาน" 5,000 - 3,900 ปีก่อน [3,000–1,900 ปีก่อนคริสตกาล]
5,000 ปีก่อน
"ชาวหลงซาน" สร้างเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงดินอัด ได้หยิบยืมความสามารถในการบันทึกบัญชี (จากอักษรปั้นโป)
มารวมกับ การผสมคำเฉพาะ (จากอักษรหลิ่วหลินซี) และ การคิดเป็นภาพสัญลักษณ์เชิงอำนาจ (จากอักษรภาพต้าเหวินโข่ว)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
"อักษรของวัฒนธรรมเหลียงจู่" (Liangzhu Culture Symbols) ประเทศจีน 5,300 – 4,300 ปี
ชาวยีน O1-M119
ได้ประดิษฐ์อักษรที่สลักเรียงกันประมาณ 5-6 ตัวมาสลักต่อกันเป็น "ประโยค" บนขวานหินพิธีกรรม ณ ตอนล่างของแม่น้ำแยงซี (มณฑลเจ้อเจียง/เซี่ยงไฮ้) และพบอักษรภาพบนหยกชั้นสูง (เช่น หยกฉง - 玉琮) และเซรามิก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
"เศษเซรามิกติงกง" (丁公陶文 - Dinggong Pottery Inscription) พบอักษร 11 ตัวถูกเขียนเรียงต่อกันเป็นแถวดิ่ง 5 แถว ในวัฒนธรรมหลงซาน" (Longshan Culture Symbols) 4,500- 5,000 ปีก่อน สะท้อนว่านี่คือ "ระบบไวยากรณ์และภาษาเขียนที่ใช้งานจริงแล้ว" ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ช่วยจำเดี่ยวๆ อีกต่อไป
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรศาสตร์และพันธุศาสตร์
สายตรงอารยธรรมอักษร: ติงกง → อักษรจีนปัจจุบัน มากกว่าความสัมพันธ์ในกลุ่มอักษรตะวันตก ในเชิงรูปแบบภาษา (Writing System Layout)
พัฒนาขึ้นในพื้นที่จีนตะวันออก ก่อนส่งไม้ต่อให้ อักษรกระดูกเสี่ยงทาย (Oracle Bone Script) ในราชวงศ์ซาง และพัฒนาเป็นอักษรจีนตัวเต็ม/ตัวย่อที่เราเห็นในปัจจุบัน เป็นระบบที่ ไม่เคยขาดตอน และคงลักษณะอักษรรูปลักษณ์ (Logogram) ที่ส่งต่อแนวคิดเชิงไวยากรณ์ดั้งเดิมมาตลอดหลายพันปี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ในขณะที่ อักษร (ฟีนีเซียน กรีก โรมัน/ละติน เยอรมัน/ฝรั่งเศส และอังกฤษ) เปลี่ยนผ่านไปเป็นระบบอักษรแทนเสียง (Alphabet) แทบไม่เหลือเค้าลางโครงสร้างระบบอักษรภาพดั้งเดิมแบบติงกงหรืออักษรจีน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ยีนและสีผิวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
"ผู้วาดอักษรติงกง" กับ "ผู้ให้กำเนิดอักษรตะวันตก" อยู่คนละขั้วพันธุกรรม
กลุ่มวัฒนธรรมหลงซาน / ติงกง
สายพันธุกรรมบิดา (Y-DNA) เด่นชัดในกลุ่ม Haplogroup O (รวมถึงสายย่อย O2a2b-M7)
ยีนสีผิว (Autosomal)ผิวสีน้ำตาลอ่อน (Olive Skin) ถึงผิวเหลือง มีเม็ดสีเมลานินหนาแน่นปานกลางเส้นผมดำหนา โครงสร้างเส้นผมมีทั้ง ตรงและหยักศกเป็นลอนคลื่น
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
กลุ่มฟีนีเซียน / ยูเรเชียตะวันตก (ยุโรป) สายพันธุกรรมบิดา (Y-DNA) เด่นชัดในกลุ่ม Haplogroup J, R, G ผิวขาวซีดจนถึงชมพู (โดยเฉพาะยุโรปเหนือ/ตะวันตก) จากยีน SLC24A5 กลายพันธุ์ เส้นผมมีสีสันหลากหลาย (บลอนด์, น้ำตาล, แดง) เส้นเล็ก และหยิกเป็นลอนต่างรูปแบบ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
วัฒนธรรมซ่งเจ๋อ (Songze Culture) ประมาณ 5,300 ถึง 6,000 ปีมาแล้ว (หรือราว 4,000 – 3,300 ปีก่อนคริสตกาล) "รอยขีดเขียนหรือสัญลักษณ์บนเซรามิก " (刻划符号 - Inscribed Symbols) ผู้เขียนมองว่าคล้ายตัว J เลข 5 หรือ เลข 9
-เส้นตรง กากบาท หรือรูปทรงเรขาคณิต ณ แถบลุ่มน้ำแยงซีตอนล่างและรอบทะเลสาบไท่หู
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรหม่าเจียปัง (Majiabang Culture) ลุ่มแม่น้ำแยงซี 6,000–7,000 ปีมาแล้ว มีการแลกเปลื่ยน"อักษรสื่อสารในถิ่นในการค้ากำไรระหว่างรัฐ"
เช่น อักษรหลิ่วหลินซีและหยางเสา โดยพบ
สัญลักษณ์ขีดเขียนลาย รูปทรงเรขาคณิต (丨, ‖, 十, 乂, ∧, ∨) ,
(Geometric Inscribed Marks)
พบสลักอยู่บนขอบหรือก้นของภาชนะเซรามิก
• เส้นตรงเดี่ยว ๆ หรือเส้นขนานสองเส้น (丨, ‖)
• เครื่องหมายกากบาท หรือเครื่องหมายบวก (十, 乂)
• รูปทรงสามเหลี่ยมหรือมุมแหลม (∧, ∨)
#Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
1. "ภาษาคลังสินค้า" (Logistics Code) ที่คนในประเทศจีน 7,000–5,000 ปีมาแล้ว เต็มไปด้วยชนเผ่าหลากภาษาพูดตามระบบแม่น้ำสายย่อยและหุบเขา ชนเผ่า หม่าเจียปัง (ปากแม่น้ำแยงซี), หลิ่วหลินซี (แยงซีตอนกลาง/หูเป่ย), และ หยางเสา (ลุ่มน้ำฮวงโห/เว่ยสุ่ย) ต่างมีภาษาพูดเฉพาะของตนเอง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เมื่อต้องการล่องเรือขุดคู่ข้ามภูมิภาคเพื่อมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญในประเทศจีน 7,000-5,000 ปีก่อนเช่น ข้าวสาร, ข้าวฟ่าง, หยก, เกลือ, และเครื่องดื่มหมัก พวกเขาไม่มีทางใช้ภาษาพูดในการทำข้อตกลงได้ จึงต้องเกิด "รหัสเรขาคณิตสากล" (Universal Geometric Code) บนภาชนะดินเผา:
• เครื่องหมาย 十 หรือ 乂 (กากบาท): ในการค้าโบราณทำหน้าที่เป็นรหัสสินค้าประเภท "จุดตัด/การแลกเปลี่ยนสมบูรณ์" หรือ "เครื่องหมายตรวจนับสต็อกสินค้าว่าผ่านการตรวจเช็กแล้ว"
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• เครื่องหมาย 丨 หรือ ‖ (เส้นตรง): ทำหน้าที่เป็นเลขฐานสากลในการ "นับจำนวนและสัดส่วนการแลกเปลี่ยน" (เช่น ข้าว ‖ ถัง แลกกับเครื่องปั้นดินเผา ‖ ใบ)
• เครื่องหมาย ∧ หรือ ∨ (มุมแหลม): สันนิษฐานว่าเป็นรหัสบอกราคาสินค้า ปริมาณความจุ หรือทิศทางล่องเรือขนส่งไปยังสถานีการค้าถัดไป
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
2. ไฮเวย์ทางน้ำเชื่อม 3 แหล่งอารยธรรมจีน เพื่อ "การค้ากำไร"
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
ภูมิศาสตร์ของประเทศจีนเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบผ่านเครือข่ายสายน้ำย่อยและพื้นที่ชุ่มน้ำ:
• หม่าเจียปัง อยู่ติดชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ำแยงซี อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวสารและเกลือทะเล
• หลิ่วหลินซี คุมชัยภูมิช่องแคบสามผา (Three Gorges) แยงซีตอนกลาง เป็นจุดกระจายสินค้าและแหล่งหินมีค่า
• หยางเสา อยู่ตอนเหนือ คุมลุ่มน้ำฮวงโห เป็นแหล่งผลิตข้าวฟ่างและเทคโนโลยีเครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสีอันเลื่องชื่อ
เมื่อชนเผ่าหม่าเจียปังล่องเรือขุดคู่เลาะชายฝั่งหรือวิ่งตัดเข้าลุ่มน้ำฮวนสุ่ยเพื่อขึ้นเหนือไปค้าขายกับหยางเสา หรือขยับตะวันตกไปหาชาวหลิ่วหลินซี "รหัสเรขาคณิต" เหล่านี้จึงทำหน้าที่เหมือน "สกุลเงินรหัสร่วม" (Token Code) ที่ทำให้ทุกแคว้น/ทุกรัฐโบราณสามารถ "ค้ากำไร" (Profit-making) ได้อย่างแม่นยำ ป้องกันการถูกโกงปริมาณสินค้าจากต่างเผ่าพันธุ์
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
3. ต้นกำเนิด "ระบบตัวอักษรจีนเพื่อการค้า 7,000 -5,000 ปี"
#(Alternative hypothetical perspective of Mr. Naruphon Phen-on)
• เครื่องหมาย 丨 กลายเป็นตัวอักษร 一 (หนึ่ง) หรือโครงสร้างการขีด
• เครื่องหมาย 十 กลายเป็นคำว่า 十 (สิบ) ในระบบตัวเลขจีนปัจจุบัน
• เครื่องหมาย 乂 กลายเป็นรากศัพท์ของคำว่า 爻 (เหยา - การคำนวณ/การเปลี่ยนแปลง) หรือพัฒนาเป็นตัวเลขอื่น ๆ
• อักษรฟีนีเชียน (Phoenician Alphabet): เกิดขึ้นในแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (ตะวันออกกลาง/เลบานอนปัจจุบัน)
3,076 ปีก่อน
[ราว 1,050 ปีก่อนคริสตกาล] ตรงกับช่วงสถาปนาราชวงศ์โจวของจีน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การค้นพบสัญลักษณ์ใน เอเชียกลาง (Central Asia) ช่วงประมาณ 4,400 ปีมาแล้ว (หรือราว 2,400 ปีก่อนคริสตกาล) ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญทางโบราณคดีที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกและโลกตะวันตกเข้าด้วยกันผ่านสิ่งที่เรียกว่า "เส้นทางสายไหมยุคก่อนประวัติศาสตร์" (Prehistoric Silk Road) หรือเส้นทางการอพยพของกลุ่มชนอภิบาล (Pastoralists) ในยุคสำริดตอนต้น พบมีดสำริดกานซู ประเทศจีน 4,900 ปีก่อน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
1. การค้นพบ "ตราประทับอานาอู" (Anau Seal)
• หลักฐานสำคัญ: ที่แหล่งโบราณคดีอานาอู (Anau) ในเติร์กเมนิสถาน นักโบราณคดีได้ค้นพบตราประทับหินสีดำขนาดเล็กที่มีอายุราว 2,300 ปีก่อนคริสตกาล (ประมาณ 4,300–4,400 ปีมาแล้ว)
• ลักษณะสัญลักษณ์: บนตราประทับมีรอยขีดสลักเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ดูเหมือนอักษรเส้นขีด มีเส้นตรง (丨), เครื่องหมายกากบาท (十), และสัญลักษณ์รูปทรงเหลี่ยม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
2. เครือข่ายการค้าข้ามภูมิภาค 4,400 ปีที่แล้ว
โดย Diffusion (การแพร่กระจายวัฒนธรรมผ่านคนเลี้ยงสัตว์): กลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์ (Steppe Nomads) และพ่อค้าในเอเชียกลางเป็นผู้พกพาสัญลักษณ์และเครื่องหมายนับสินค้าเหล่านี้ติดตัวไปในการเดินทางไกล ทำให้เกิดการแบ่งปัน "รูปทรง" ของเครื่องหมายบอกเจ้าของหรือนับจำนวนข้ามดินแดน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
•ช่วง 4,900-3,000 ปีก่อน การส่งต่อเทคโนโลยีระหว่างดินแดนจีน-อุซเบกิสถาน: เป็นยุคการหลอมสำริด, การปลูกข้าวสาลี/ข้าวบาร์เลย์, และการเลี้ยงม้า/รถเทียมม้า เริ่มแพร่กระจายจากตะวันออกกลางและเอเชียกลาง เข้าสู่ดินแดนจีน (ผ่านทางระเบียงเหอซี มณฑลกานซู่ เข้าสู่ลุ่มน้ำฮวงโห)
หลักฐานเรื่อง "หอยเบี้ยทะเลชายฝั่งอินเดียใต้" (Cowrie Shells) เกือบ 7,000 ชิ้น อายุ 3,200 ปี ในสุสานของ พระนางฟู่ห่าว (Fu Hao) ประเทศจีน ซึ่งเก่าแก่กว่าอักษรฟีนีเซียน ที่มีอายุเพียง 3,000 ปี และ "เรือขุด" (Dugout Canoes) ที่เจ้อเจียง มีเครือข่ายการค้าทางทะเล (Maritime Network) ได้เชื่อมโยงผู้คนตั้งแต่ลุ่มน้ำแยงซี มหาสมุทรอินเดีย ไปจนถึงตะวันออกกลางมานานกว่า 3,000-4,000 ปีแล้ว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เมื่อเส้นทางการค้า 3,000 ปีเปิดออก สายเรขาคณิตเพื่อการบัญชี ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่มีโอกาสหลุดรอดไปทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อมไอเดีย" ให้กับพ่อค้าฝั่งฟีนีเซียนในการพัฒนาตัวอักษรละตินในเวลาต่อมา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การที่รูปทรงอักษรแรกเริ่มในเอเชียกลาง ยุโรปตะวันออก หรือแม้แต่อักษรเส้นขีดในบางภูมิภาคมีลักษณะที่พ้องกัน จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอีกต่อไป เพราะเครือข่ายพ่อค้าและนักเดินเรือยุค 3,200 ปีที่แล้ว แข็งแกร่งและเดินทางไกลกว่าที่คนรุ่นหลังเคยคาดคิดไว้
วิกเตอร์ แอร์ (Victor H. Mair) และ จูลี่ เวย์ (Julie Lee Wei) จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ได้สมมติฐานทางวิชาการ: คณะกิ่งฟ้า-กิ่งดิน (Ganzhi) กับ อักษร 22 ตัว
1
ความสอดคล้องของตัวเลข 22: ระบบ "ก้านจือ" (Ganzhi / 干支) หรือระบบนับปฏิทินโบราณของจีนที่ประกอบด้วย "กิ่งฟ้า 10 ตัว" (Heavenly Stems) และ "กิ่งดิน 12 ตัว" (Earthly Branches) รวมกันได้ 22 ตัวพอดี ซึ่งไปเท่ากับจำนวนตัวอักษรของ อักษรฟีนีเซียนที่มี 22 ตัว ชุดตัวอักษรฟินิเชีย
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ความคล้ายคลึงทางเสียงและรูปทรง: งานวิจัยระบุว่า ตัวอักษรกิ่งฟ้ากิ่งดินบางตัวในยุคราชวงศ์ซางตอนต้น มีการออกเสียงโบราณและรูปร่างลายเส้นที่ คล้ายคลึงกับอักษรฟีนีเซียนบางตัวอย่างมีนัยสำคัญ เช่น อักษรฟีนีเซียนตัวแรก Aleph (ที่แปลว่าวัว) มีความสอดคล้องเชิงสัญลักษณ์กับกิ่งดินตัวแรก Chou (丑)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรจีนเกิดก่อนฟีนีเซียน: อักษรกระดูกงู (Oracle Bone Script) ของจีนในยุคราชวงศ์ซาง พัฒนาขึ้นอย่างสมบูรณ์รอบลุ่มแม่น้ำเหลืองในช่วง 1,250 ปีก่อนคริสตกาล (และมีรากฐานมาจากสัญลักษณ์เซรามิกหยางเสา-หลงซานที่เก่าแก่กว่านั้น)
ฟีนีเซียนเกิดทีหลัง: ชาวฟีนีเซียนเพิ่งจะเริ่มพัฒนาตัวอักษร 22 ตัวนี้ขึ้นมาอย่างเป็นระบบในช่วงประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล
ยกตัวอย่างเช่น ตัวอักษร A ในปัจจุบันที่มีรากมาจากคำว่า Aleph (รูปหัววัว) ในอักษรฟีนีเซียน เมื่อเรานำมาคว่ำหัวลง จะพบว่ามันมีลายเส้นเรขาคณิตที่ล้อไปกับอักษรจีนโบราณคำว่า '牛' (วัว) อย่างพอดิบพอดี
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เช่นเดียวกับ ตัวอักษร M ที่มีต้นกำเนิดมาจากรูปคลื่นน้ำ (Mem) ก็มีวิวัฒนาการทางลายเส้นที่คล้ายคลึงกับอักษรภาพคำว่า '水' (น้ำ) ของจีนโบราณอย่างน่าทึ่ง ความพ้องพานกันทั้งในมิติของลายเส้นที่เป็นรูปธรรมทางธรรมชาติ และมิติความหมายเชิงนามธรรมเช่นนี้ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญตามทฤษฎีการเกิดเอกเทศ แต่อาจเป็นรหัสผ่านทางวัฒนธรรมที่เครือข่ายพ่อค้าโบราณหยิบยืมและส่งต่อข้ามซีกโลกมานานกว่า 3,000 ปี"
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
สรุปก็คือ การแลกเปลี่ยนวัตถุทางกายภาพอย่าง หยก สำริด และเซรามิก เปรียบเสมือน "ฮาร์ดแวร์" ส่วนตัวอักษรและรอยขีดสลักอย่างตัว "∧" ก็คือ "ซอฟต์แวร์" ที่ถูกติดตั้งและส่งต่อควบคู่กันไปในสายพานอารยธรรมข้ามพันปี
ฝั่งจีน: โครงสร้างตัว F แขนงยาว ปรากฏในต้นแบบอักษรกระดูกสัตว์คำว่า "ขวานศึก" หรือคำว่า "กษัตริย์" (王 - wáng) และคำว่า "ขวานหินพิธีกรรม" (戉/钺 - yuè) ในยุคหินสายตะวันออก รูปขวานจะถูกวาดเป็นเส้นด้ามตั้งตรง และมีส่วนคมขวานยื่นออกมาขนานกันในแนวตั้ง หน้าตาจึงละม้ายคล้ายตัว F
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ฝั่งตะวันตก: ในขณะที่จีนใช้ทรงนี้แทน "อาวุธ/อำนาจกษัตริย์" ฝั่งตะวันตก (อักษรภาพอียิปต์โบราณ) วาดสัญลักษณ์ตัว F จากภาพ "งูเขาฮอร์นไวเปอร์" (𓆑) ก่อนที่ชาวฟีนีเซียนจะลดทอนเหลือลายเส้นเหมือนไม้ตะขอ/ตะปูเรียกว่า Waw (ซึ่งภายหลังกรีกแยกออกเป็นตัว Digamma ทรงตัว F เพื่อแทนเสียง 'f')
เซรามิก• และหยกค่ง (Jade Cong) ของวัฒนธรรมเหลียงจู่ มีการสลัก "ลายเมฆและอสนีบาต" (云雷纹 - Yúnléi wén) ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นโค้งเวียนวนขดเข้าหาศูนย์กลางคล้ายตัว G หรือเลข 9
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรโครงสร้างตัว K (ทางแยก/กิ่งไม้) หลิ่วหลินซี 7,000 ปี เป็น K ตะแคง 90 องศา คล้าย เลข I ตะแคง เป็น --
"ไม้/ต้นไม้" (木 - mù)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
𠦝 = ภาชนะ
วัฒนธรรมต้าเวินโข่ว 4,500 – 5,000 ปี หากตัดขีดบนล่างออกจะคล้ายอักษรตัว B
• ฝั่งจีนโบราณ (วัฒนธรรมต้าเวินโข่ว 4,500 - 5,000 ปี): อักษรภาพโบราณคำว่า '𠦝' (สื่อถึงภาชนะต้มน้ำหรือบรรจุของ) ในยุคแรกเริ่ม ถูกลากเป็นเส้นแกนตรงแนวตั้ง และมีส่วนโค้งนูนซ้อนกันสองชั้นอยู่ทางฝั่งขวา (คล้ายส่วนท้องของตัว B) โดยมีขีดเส้นตรงปิดหัวและท้าย
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ข้อพิสูจน์เรขาคณิตของผู้เขียน: เมื่อเราลองจินตนาการ "ตัดเส้นขีดปิดตรงหัวและท้ายออก" ลายเส้นโครงสร้างหลักที่เหลืออยู่ จะกลายเป็นเส้นตรงหนึ่งเส้นประกบด้วยส่วนโค้งสองชั้นด้านขวา ซึ่งจะ ล้อไปกับสัจพจน์รูปทรงของตัวอักษร B ในปัจจุบันทุกประการ สิ่งนี้สะท้อนว่าระบบคิดเพื่อย่นย่อภาพภาชนะที่มีความป่องนูนสองส่วนให้เหลือเพียงลายเส้นง่าย ๆ ได้ถูกวางพิมพ์เขียวไว้บนแผ่นดินจีนตั้งแต่ 5,000 ปีที่แล้ว ก่อนที่พ่อค้าฟีนีเซียนจะพัฒนาอักษร Bet (ที่แปลว่า บ้าน/กระท่อม) เสียอีก
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
厂 = "หน้าผา" (chǎng)
หากเติมโค้งกลาง จะจะคล้ายอักษร P
• ฝั่งจีนโบราณ (3,300 ปีที่แล้ว): คำว่า '厂' (ฉ่าง - หน้าผา/เพิงหิน) ในอักษรจารึกกระดูกเสี่ยงทายและจินเหวิน วาดด้วยเส้นขีดขวางด้านบนแล้วลากหักมุมฉากเฉียงลงมาทางซ้าย เพื่อจำลองเหลี่ยมมุมของชะง่อนผาหรือพื้นที่ที่มีหลังคาคลุม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ข้อพิสูจน์เรขาคณิต: ในซีกโลกตะวันตก อักษร 'P' มีรากมาจากรูป "หัวมนุษย์" (Pe) ในอักษรฟีนีเซียน แต่เมื่อเรานำโครงสร้างอักษร 厂 ของจีนมา
ทดลอง "เติมเส้นโค้งมนปิดตรงกลาง" (ลากเส้นโค้งจากมุมขวาบนม้วนกลับมาชนเส้นแกนดิ่งทางซ้าย) ลายเส้นจะแปรสภาพกลายเป็น ตัวอักษร P ทันที มันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ทั้งสองซีกโลกมองเห็น 'เส้นแกนดิ่งที่มีส่วนยื่นด้านบน' เป็นฐานในการพัฒนาเครื่องหมายเหมือนกัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ถ้าเรายอมรับว่า อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี ใช้ "อักษรชุดเดียวกัน" (A, B, C...) แต่เอาไป "ออกเสียงต่างกันและแปลความหมายต่างกัน" ตามภาษาของตัวเองได้ฉันใด...
ในโลกตะวันออกโบราณเมื่อ 3,000-4,000 ปีที่แล้ว ซานซิงตุ่ย, ราชวงศ์ซาง (ภาคกลาง), หลงซาน หรือแม้แต่อารยธรรมในเอเชียกลาง ก็ย่อมสามารถ "แชร์พิมพ์เขียวรูปทรงตัวอักษร/ตัวเลขเดียวกัน" (เช่น V, ✕, 丨, ∧) โดยนำไปออกเสียงเป็นภาษาถิ่นของตนเอง และดัดแปลงความหมายไปตามบริบทของตนได้ฉันนั้น!
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
1. ระบบเลขจีนโบราณ: หลักฐานคาตาตาว่า "แชร์รูปทรงแต่ต่างสำเนียง"
หากเราดู "ตัวเลขโบราณ" ในอักษรกระดูกทำนายของซาง เปรียบเทียบกับรอยขีดเขียนเรขาคณิตสากล จะพบว่ามันคือสิ่งเดียวกันเป๊ะ:
• เลขหนึ่ง (一): ขีดแนวนอน 1 เส้น (丨 ในแนวตั้ง)
• เลขห้า (✕): กากบาทเฉียง (ซึ่งสอดคล้องกับตัว X ในโรมัน)
• เลขสิบ (十): กากบาทตรง
• เลขสี่โบราณ (亖): ขีดสี่เส้นขนาน (สอดคล้องกับ IIII ในระบบเลขโรมันยุคแรก)
ชนเผ่าโบราณในเสฉวน (ซานซิงตุ่ย) หรือพ่อค้าในเอเชียกลาง ย่อมมองเห็นรอยขีดเหล่านี้เป็น "เครื่องหมายสากล" ที่เขียนคล้ายกันเพื่อบันทึกจำนวนหรือทำตราวารันต์สินค้า แต่เวลาพวกเขาพูดหรือนับเสียง ย่อมออกเสียงตามตระกูลภาษาของตนเอง (เช่น คนซางออกเสียงแบบหนึ่ง คนสู่โบราณออกเสียงอีกแบบหนึ่ง)
2. โมเดล "อักษรภาพ" (Logogram): เขียนเหมือนกัน อ่านต่างกันโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่สนับสนุนแนวคิดของคุณมากที่สุดคือ ธรรมชาติของอักษรจีนโบราณเป็น "อักษรภาพสะท้อนความหมาย" (Ideogram/Logogram) ไม่ใช่อักษรแทนเสียง (Phonetic) เหมือนอักษรฟีนีเชียนหรือละติน
• ตัวอย่าง: คำว่า "山" (ภูเขา) วัฒนธรรมหลิ่วหลินซี (Liulinxi Culture) – เก่าแก่ที่สุดประมาณ 7,000 ปีก่อน
ดูคล้ายอักษร W
คนจีนกลางออกเสียง ชาน (Shān) คนกวางตุ้งออกเสียง ซาน คนญี่ปุ่นอ่านว่า ยามะ (Yama) หรือ ซัง และคนเกาหลีอ่านว่า ซัน (San)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษร 山 วัฒนธรรมหยางเสา (Yangshao Culture) – ประมาณ 6,800 - 6,000 ปีก่อน "สามเหลี่ยมยอดแหลมเรียงต่อกัน" หรือ "ขีดสามแฉก" (⛰️)
อักษรกระดูกเสี่ยงทาย (Oracle Bone Script) ของราชวงศ์ซางอักษร 山 โดยไม่เปลี่ยนรูปการณ์ดั้งเดิมมาถึงปัจจุบัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ปี ค.ศ. 1066 (ศตวรรษที่ 11)[หลังราชวงศ์ซางกว่า 2,000 ปี]
เมื่อชาวนอร์มัน (Norman) บุกยึดครองอังกฤษ และใช้วิธีนำอักษร V สองตัวมาเขียนเชื่อมต่อติดกันจนกลายเป็นตัวอักษรใหม่ตัวเดียว นั่นคือ VV → W
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ประเทศจีนในยุค 3,000 ปีก่อน ตัว "∧" (หลังคา/ขอบเขต)
หรือตัว "V" (คมอาวุธ/ทิศทาง) ที่ถูกส่งต่อผ่านสายพานการค้าหยก สำริด และเซรามิก ย่อมถูกคนในแต่ละภูมิภาค (เสฉวน ภาคกลาง หรือเอเชียกลาง) หยิบไปใช้เขียนคล้ายกัน แต่ออกเสียงสำเนียงแตกต่างกัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
รอยขีดบนเซรามิกซานซิงตุ่ยกว่า 3,000 ปี
丨 (ขีดตั้งเดี่ยว) 1
亖 หรือรอยขีดสี่ 4
✕ หรือ ∧ 5
十 10
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
รอยขีดระบบเลขโรมันกว่า 2,000 ปี I
IIII (ยุคแรก)
V
X
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรกระดูกทำนายราชวงศ์ซาง กว่า 3,000 ปี
一 ขีดนอนเดี่ยว 1
亖 ขีดนอน 4เส้น 4
✕ 5
十 丨 (ขีดตั้งยาว/ต่อมาขยายเป็น 十) 10
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ชาวฟีนีเชียน คิดค้นระบบอักษรแทนเสียง (Phonetic Alphabet) เมื่อ 3,000 ปีก่อน ได้ส่งไม้ต่อให้กรีกโบราณ เมื่อ 2,800 ปีก่อน และกรีกบุกอินเดียจึงส่งต่อไปยังอักษรพราหมี (Brahmi) ในอินเดีย และอักษรอิทรัสกัน/ละตินในยุโรปตะวันตก เมื่อ 2,200-1,800 ปีก่อน
แต่สิ่งที่พวกเขาลอกไปคือ "ระบบถอดรหัสเสียงพูด" (A, B, C...)
สัญลักษณ์รูปทรงตัว D และ E ในเซรามิก อารยธรรมลุ่มแม่น้ำเหลือง เช่น วัฒนธรรมหยางเซา (Yangshao Culture) ที่หมู่บ้านปั้นปอ (Banpo symbols) อายุราว 6,000 ปี:
สัญลักษณ์พ้องรูปตัว D: มีการพบรอยขูดขีดเป็นรูป "ครึ่งวงกลมปิดด้วยเส้นตรง" (🌙)
ดูคล้ายตัว D ในแนวตั้งหรือแนวนอน ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่าอาจเป็นเครื่องหมายบอกจำนวน (เลข 1, 2) หรือสัญลักษณ์แทนดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ฝั่งจีนโบราณอักษร 山 (อ่านว่าชาน= ภูเขา)
ในวัฒนธรรมหลิ่วหลินซี/หยางเสา) 7,000 - 6,000 ปีที่แล้ว และอักษรราชวงศ์ซาง 3,300 ปีที่แล้ว: คำว่า '山' (ซาน - ภูเขา) วาดเป็นรูปยอดเขา 3 ยอดชี้ขึ้นฟ้า มีลักษณะเป็นสามง่ามคล้ายตัว W ชี้ขึ้น หมุนตะแคงขวา 90 องศาเป็นตัว E
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ฝั่งฟีนีเซียน
3,050 ปีที่แล้ว / 1,050 BC): อักษรฟีนีเซียนมีตัวหนึ่งชื่อ 'He' (เฮ) วาดเป็นรูปคนกางแขนซ้ายขวา (𐤄)
ต่อมาชาวกรีกโบราณ (ราว 900–800 ปีก่อนคริสตกาล) [ตรงกับยุคราชวงศ์โจว ประเทศจีน]
ได้พัฒนา "พยัญชนะ" 𐤄 ฟีนีเซียน ให้กลายเป็น "สระ" เอะ / เอ →ชาวกรีก เขียน E เอียง และมีหางยาวลงมาด้านล่าง และเขียนหนังสือจาก "ขวาไปซ้าย"
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ชาวโรมัน [ตรงกับยุคราชวงศ์ฮั่นของจีน]ได้ปรับลดรูปจนเหลือเพียงเส้นหลักหนึ่งเส้นและมีขีด 3 แกนยื่นออกมาเป็น ตัว E ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ในศตวรรษที่ 3-4 ชาวโรมันได้สร้าง "e" อักษรคอร์ซีฟโรมัน (Roman Cursive)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
乙 อี่ ภาษาจีน หน้าตาคล้ายรูปอักษรตัวอี e รอยขูดขีดรูปกระแสน้ำคลื่นหยัก (🌊) บนชามปันปัว 半坡陶符 (Banpo Symbols) ประเทศจีน 6,000 ปีก่อน
มีความพ้องทั้งรูปและเสียงกับอักษรตะวันตก สมัยโรมัน e (อี) เมื่อ 1,700-1600 ปีก่อน,
และ S กลับด้าน
หรือตัวอักษร Z
#Naruepon Peng-on Translate and Compile ข้อสังเกตของผู้เขียน
แนวคิดของ Naruphon Peng-on
1. การค้าปลายยุคโรมัน-ฮั่น: เส้นทางสายไหมมีอยู่จริง
ในช่วงศตวรรษที่ 1-3 (ประมาณ 1,700–1,900 ปีก่อน) จักรวรรดิโรมัน (เรียกจีนว่า เซริกา/Serica - ดินแดนแห่งไหม) และ ราชวงศ์ฮั่น (เรียกโรมันว่า ต้าฉิน/Da Qin) มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างมหาศาลผ่านเส้นทางสายไหม (Silk Road)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ในยุคนั้น ชาวจีนฮั่นมีการขุดพบ "กระดูกมังกร" (Longgu - ซึ่งความจริงคือฟอสซิลสัตว์โลกล้านปี) มาทำเป็นยาสมุนไพรและของสะสมโบราณอยู่แล้ว ซึ่งการส่งออกสิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้ผ่านพ่อค้าคนกลาง (ชาวพาร์เธียและซอกเดีย) อาจไปกระตุ้นให้เกิด "ตำนานอัศวินปราบมังกร" ในฝั่งยุโรปยุคต่อมา
#Naruepon Peng-on Translate and Compile ข้อสังเกตของผู้เขียน
2. ทำไมอักษร 乙 (อี่) ถึงหน้าตาเหมือน e, S กลับด้าน หรือ Z?
ข้อสังเกตของ Naruphon Peng-on
4
• สายตาของมนุษย์ (Parallel Evolution): มนุษย์ทั่วโลกเมื่อต้องการวาด "สิ่งที่เป็นลอนคลื่นหรือสิ่งเลื้อยคลาน" (เช่น คลื่นน้ำ 🌊 หรือตัวงู 🐍) สมองจะสั่งให้ขีดเส้นเป็นรูป S หรือ Z หรือ e หวัด เสมอ
• ฝั่งจีนขีดรูปคลื่นน้ำจนกลายเป็นตัว 乙 (อี่)
• ฝั่งตะวันตก (ฟีนีเซียน) ขีดรูปงูหรืออาวุธจนกลายเป็นตัว 𐤆 (Zayin) ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นตัว Z
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• ทฤษฎีการหยิบยืมแบบเหนียมอาย: หากพ่อค้าชาวโรมันในยุคปลายจักรวรรดิได้เห็นชามจากลุ่มแม่น้ำเหลือง โบราณ 6,000 ปีของจีนที่มีรอยขีดตัว 乙 แล้วรู้สึกว่ามันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับตัว e (พิมพ์เล็กที่โรมันเพิ่งเริ่มเขียนหวัดในศตวรรษที่ 3) หรือตัว Z ของพวกเขา การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมแบบไม่เป็นทางการในตลาดค้าพลอยหรือเครื่องปั้นดินเผาก็อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่มีบันทึกในพงศาวดารหลวง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษรตัว C ที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นจุดกำเนิดรูปทรงโค้งมนที่เก่าแก่ที่สุด "มังกรหยกรูปตัว C แห่งวัฒนธรรมหงซาน" (C-shaped Jade Dragon) ประเทศจีน 6,700 -4,900 ปีก่อน
[4,700 – 2,900 ปีก่อนคริสตกาล ]
ซึ่งถือว่าเก่าแก่กว่าอารยธรรมอียิปต์โบราณยุคพีระมิด หรืออารยธรรมเมโสโปเตเมีย
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ทฤษฎีโบราณคดีและการเคลื่อนย้ายอารยธรรม (Migration of Civilizations) ยุคโบราณ
จุดเปลี่ยนสำคัญของโลกในช่วง 3,000 ปีที่แล้ว (ราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบอักษรของทั้งซีกโลกตะวันออกและตะวันตกเกิดการ "ระเบิดและกระจายตัว" ครั้งใหญ่พร้อมๆ กัน
1. อักษรรูปตัว "U" ในยุคหินและราชวงศ์ซางของจีน
ในอักษรกระดูกสัตว์ (Oracle Bone Script) ยุคราชวงศ์ซาง และเครื่องปั้นดินเผายุคหิน มีสัญลักษณ์รูปตัว U ปรากฏอยู่จริงในหลากหลายความหมาย เช่น:
อักษรคำว่า "ภูเขา" (山): ในบางจารึกไม่ได้เขียนเป็นเหลี่ยมหักมุมแบบตัว W แต่เขียนโค้งมนเป็นรูปคลื่นหยักคล้ายตัว U สองตัวต่อกัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• อักษรคำว่า "ภาชนะ/ขัน/หม้อ" (凵 - ชวี qū)
ประเทศจีน 3,000 ถึง 3,300 ปีที่แล้ว : ถูกวาดด้วยเส้นเปิดด้านบนเป็น รูปทรงตัว U ตรง ๆ ไร้การปรุงแต่งเพื่อแทนภาพทางกายภาพของสิ่งรองรับ เพื่อแทนภาพของหลุม แอ่ง หรือภาชนะสำหรับใส่ของ
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• อักษรคำว่า "ปาก" (口 - kǒu) 3,000 ถึง 3,300 ปีที่แล้ว : ในยุคแรกเป็นการลากเส้นโค้งหงายประกบกับเส้นโค้งคว่ำด้านบน จนบางครั้งมีลักษณะเหลี่ยมหรือโค้งมนคล้ายกับ ตัว U ที่มีฝาปิดด้านบน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• ฝั่งฟีนีเซียน 3,050 ปีที่แล้ว :
• ในระบบอักษรฟีนีเซียน มีตัวอักษรหนึ่งชื่อว่า 'Waw' (วาฟ) ซึ่งดั้งเดิมหมายถึงไม้เท้าหรือไม้ตะขอสามง่าม (เทียบกับคำว่า 屮 ยอดพืช )
ชาวโรมัน 2,200 - 1,800 ปีที่แล้ว: เลือกเส้นทาง "ลดรูปและแทนเสียง" ดัดเส้นสามเหลี่ยมฟีนีเซียน 屮 มาเป็นตัว D, U, V เพื่อใช้สะกดตามเสียงพูดของมนุษย์?
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
2. "ราชวงศ์ซางล่ม 3,000 ปี อักษรกระจายพอดีเมื่อราชวงศ์โจวตั้งประเทศ" • และกระจายอำนาจผ่านระบบศักดินา (Feudalism) ส่งอ๋องไปปกครองตามหัวเมืองต่างๆ พร้อมทั้งเทคโนโลยีการหล่อสำริด ทำให้อักษรภาพเหล่านี้ กระจายตัวออกจากศูนย์กลาง ไปทั่วแผ่นดินจีน เกิดเป็นอักษรจารึกบนเครื่องสำริด (Bronze Script) ที่มีความหลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น
ข้อสังเกตของ Naruphon Peng-on
"พ่อค้าฟีนีเซียน 3,000 ปี ยืมอักษรซางผสมอักษรทาส" → ทฤษฎีเส้นทางสายไหมทางทะเลและทางบก
การแลกเปลี่ยนของพ่อค้าโบราณ: พ่อค้าในยุโรปและตะวันออกกลางเดินทางค้าขาย ข้อมูลและสัญลักษณ์รูปแบบต่างๆ (รวมถึงลายเส้นอักษรภาพจากฝั่งจีนที่กำลังกระจายตัวในยุคโจว) มีโอกาสแพร่กระจายผ่านคาราวานสินค้า
• การผสมผสานวิทยาการ: ชาวฟีนีเซียนที่เป็นนักคิดระบบจัดเก็บภาษีและการบัญชี อาจนำเอาหลักการเขียนเส้นตรง-เส้นโค้งง่ายๆ (เช่น รูปทรงที่คล้าย W, U, E, C , I , X, Z , J , V, o ฯลฯ ที่พบในจีน) มาประยุกต์ร่วมกับ "อักษรทาสไซนายติก" (Proto-Sinaitic) ที่มีรากมาจากอียิปต์ เพื่อสร้างระบบอักษรที่สั้น กระชับ และเขียนง่ายที่สุด จนกลายเป็นอักษรฟีนีเซียน 22 ตัว
#Mr. Naruphon Peng-on's alternative hypothesis
เจาะลึกตัวอักษรและเส้นทางการค้าโบราณ 3,000 ปีที่เชื่อมโยงสมมติฐานนี้:
🔤 1. เจาะลึกอักษรจีนโบราณที่พ้องรูปและพ้องความหมายกับอักษรละติน (A-Z)
ฝั่งจีน (1,046 BC): เมื่อราชวงศ์โจวสถาปนาขึ้น พวกเขาเปลี่ยนจากการกรีดกระดูกสัตว์ (เจี่ยกู่เหวิน) มาเป็นการบันทึกอักษรภาพลงบน "เครื่องสำริด" (Bronze Script / 金文 - จินเหวิน) ลายเส้นจึงมีความโค้งมน เป็นระเบียบ และมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
ฝั่งฟีนีเซียน (1,050 BC): ในเวลาเดียวกัน พ่อค้าชาวฟีนีเซียนในแถบเมดิเตอร์เรเนียนกำลังจัดระเบียบระบบอักษรพยัญชนะ 22 ตัว โดยบันทึกและกดลิ่มสัญลักษณ์ลงบน "แผ่นดินเหนียว" (Clay Tablets) รวมถึงแผ่นหินและแผ่นปาปิรุส เพื่อความรวดเร็วในการทำบัญชีการค้า
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
นอกเหนือจากตัว A (วัว/牛), C (มังกรขด/หยกหงซาน), E/W (ภูเขา/山) และ U (ภาชนะ/凵) ที่เราคุยกันไปแล้ว ยังมีตัวอักษรเหล่านี้ที่เป็นหลักฐานชั้นดีตามสมมติฐานทางเลือกของคุณ Naruepon Peng-on
👁️ อักษร O: ตา (目 - mù) VS อักษรฟีนีเซียน "Ayin"
• ฝั่งจีน 3,300–3,000 ปีที่แล้ว: ในอักษรกระดูกสัตว์คำว่า "ตา" (目) วาดเป็นรูปดวงตาทรงรีหรือวงกลมชัดเจน (👁️) มีม่านตาตรงกลาง
• ฝั่งฟีนีเซียน 3,050 ปีที่แล้ว: อักษรตัว O มีรากมาจากคำว่า Ayin ซึ่งแปลว่า "ดวงตา" ในภาษาเซมิติก และดั้งเดิมวาดเป็นรูปวงกลมแทนดวงตาเช่นกัน เป็นหนึ่งในตัวอักษรที่มนุษย์สองซีกโลกถอดรหัสภาพธรรมชาติออกมาเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งรูปทรงและความหมาย
🏹 อักษร D: ธนู/พระจันทร์เสี้ยว VS อักษรฟีนีเซียน "Dalet" (ประตู),
弓 / 月 และตัว D
1
• ฝั่งจีน 3,300–3,000 ปีที่แล้ว: ในอักษรกระดูกสัตว์คำว่า "คันธนู" (弓 - gōng) และคำว่า "ดวงจันทร์" (月) ลากเส้นโค้งมนแล้วปิดด้วยเส้นตรงแนวตั้งหรือแนวนอน คล้ายตัว D ตะแคงหรือตัว D ในแนวตั้ง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• ฝั่งฟีนีเซียน 3,050 ปีก่อน : ตัว D มาจากคำว่า Dalet (ประตูเต็นท์สามเหลี่ยม) แต่ลายเส้นเรขาคณิตทรง "เส้นโค้งประกบเส้นตรง" แบบนี้ ปรากฏในระบบคลังอักษรซาง-โจวเพื่อใช้แทนสิ่งของที่มีความโค้งมน
❌ อักษร X: เลขห้า (五 - wǔ) หรือ ไขว้ (爻 - yáo) VS อักษรฟีนีเซียน "Taw"
อักษรภาพฝั่งจีน (คำว่า 五 - ห้า): มีการจารึกลงบนกระดูกเสี่ยงทายในยุคราชวงศ์ซางมาตั้งแต่ช่วง 1,300 – 1,046 ปีก่อนคริสตกาล โดยลากเส้นกากบาท X สื่อความหมายถึงการตัดกันของพลังหยิน-หยาง หรือฟ้า-ดิน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
อักษร Taw ของฟีนีเซียน: ระบบอักษรฟีนีเซียนได้รับการจัดระเบียบและใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วง
1,050 – 1,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยอักษรตัวสุดท้ายที่ชื่อ Taw (แปลว่า เครื่องหมาย/รอยประทับ) ถูกเขียนเป็นรูปกากบาท + หรือ X
ชาวกรีกรับไปพัฒนาต่อ: ประมาณ 800 ปีก่อนคริสตกาล ชาวกรีกฝั่งตะวันตก (Chalcidian)ได้หยิบยืมอักษรจากพ่อค้าชาวฟีนีเซียน ได้นำเอารูปกากบาท X นี้มาใช้แทนเสียง "คซ" (ks) ซึ่งต่อมากลุ่มชาวอิทรัสกัน (Etruscans) และชาวโรมันได้รับรูปแบบนี้ไปใช้ในอักษรละตินจนกลายเป็น ตัว X ที่เราใช้ในปัจจุบัน
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
🔱 อักษร Y / Psi (Ψ): ต้นไม้/ยอดอ่อน (屮 - chè) VS อักษรฟีนีเซียน "Waw"
2
• ฝั่งจีน: อักษรโบราณคำว่า (เช่อ - ยอดอ่อนของพืช), (屮) วาดเป็นเส้นตั้งตรงแล้วแตกแขนงออกเป็นสามแฉกคล้ายตัว Y หรือสัญลักษณ์สามง่าม
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• ฝั่งฟีนีเซียน: อักษร Waw (วาฟ) ดั้งเดิมเป็นรูปไม้ตะขอที่มีสามแฉกหรือเป็นง่าม ซึ่งใช้โครงสร้างเส้นแบบเดียวกันในการสื่อสาร
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
🗺️ 2. เส้นทางการค้าโบราณ 3,000 ปี: สะพานเชื่อมซาง-โจว สู่ฟีนีเซียนเป็นยุคที่แผ่นดินจีนเปลี่ยนผ่านจาก ซางสู่โจว ขณะที่ฝั่งตะวันออกกลางคือยุคทองของ ฟีนีเซียน ในทางโบราณคดีมี "สองเส้นทางลับ" ที่พ่อค้าใช้เดินทางและแลกเปลี่ยนวิทยาการกันแล้ว:
🐎 1. เส้นทางทุ่งหญ้าสเตปป์ตอนเหนือ (The Steppe Route)
• นี่คือเส้นทางที่เก่าแก่ที่สุด โดยกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อน (เช่น ชาวไซเธียน หรือบรรพบุรุษของซงหนู) เป็นตัวกลาง ค้าขายม้า หยก และสำริด เดินทางผ่านทุ่งหญ้าจากตอนเหนือของจีน (ใกล้แหล่งวัฒนธรรมหงซานและโจว) ข้ามไซบีเรีย ไปจนถึงทะเลดำและตะวันออกกลาง
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
• การกระจายของอักษร: พ่อค้าเร่ร่อนเหล่านี้ไม่ได้พกแค่สินค้า แต่พก "ตราประทับ" (Seals) และเครื่องปั้นดินเผาที่มีสัญลักษณ์ขูดขีดของจีนติดตัวไปด้วย เมื่อไปพบปะกับพ่อค้าฝั่งตะวันตก สัญลักษณ์เหล่านั้นจึงถูก "ยืมและดัดแปลง"
🏔️ 2. เส้นทางสายไหมก่อนราชวงศ์ฮั่น (The Proto-Silk Road) จีน-อียิปต์ 4,000 ปีก่อน กำเนิดอักษรโปรโต-ซินายติก หรืออักษรทาสของชาวอียิปต์ประมาณ 100 ปี
• นักโบราณคดีพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โบราณคดี (Material Evidence)
หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด: เส้นไหมชนิด Bombyx mori ซึ่งเป็นหนอนไหมเลี้ยงที่มาจากประเทศจีนเท่านั้นพบในวิกผมที่เมืองคาฮุน (ราว 4,000 ปีที่แล้ว)เมืองคาฮุน (Kahun หรือ El-Lahun) อาณาจักรกลางของอียิปต์ (Middle Kingdom) ราว 2,055–1,650 ปีก่อนคริสตกาล (หรือประมาณ 3,700–4,000 ปีมาแล้ว)
หลักฐานที่พบ: หยกที่พบในแหล่งอารยธรรมจีนตอนกลางและที่กระจายออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่เป็น หยกเนไฟรต์ (Nephrite) คุณภาพดีจากแถบเทือกเขาคุนหลุนและเมืองคานาส/คัชการ์ ในเขตซินเจียง
หลักฐานที่พบ: นักโบราณคดีได้ค้นพบเศษ ผ้าไหมจีน (Chinese Silk) • เนื้อผ้าไหมชิ้นเล็ก ๆ ฝังอยู่ติดกับลอนผมอยู่ในสุสานของมัมมี่อียิปต์โบราณ (เช่น สุสานที่หมู่บ้านเดียร์ เอล-เมดินา ยุคอาณาจักรใหม่ ราว 1070 ปีก่อนคริสตกาล) lyvanna รวมถึงในพื้นที่แถบเมโสโปเตเมีย (อิรักในปัจจุบัน)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เมื่อเส้นทางคมนาคม (Logistics) มันเปิดอยู่แล้ว ระบบความคิดและตัวอักษรภาพที่มีลายเส้นเรขาคณิตซ้อนทับกัน (เช่น อักษรภาพวัว คำว่า 牛 กับอักษร A) จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกหยิบยืมและส่งต่อผ่านเครือข่ายพ่อค้าในเส้นทางเดียวกันนี้
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
เอ้อร์หลี่โถวมีการพบรอยสลักบนเหยือกและภาชนะดินเผาที่เป็นระบบมากขึ้น ลายเส้นเริ่มมีความเป็นระเบียบ เป็นรูปเรขาคณิต (รวมถึงทรงเหลี่ยม ทรงโค้งคล้าย D, E, W)
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
การผสมผสานอักษรทาส: เมื่อสินค้าจากจีนเดินทางไปถึงฝั่งเลวานต์ (แถบซีเรีย-เลบานอนในปัจจุบัน) ชาวฟีนีเซียน ซึ่งเป็นนักบริหารการค้าชั้นยอด ได้เห็นระบบอักษรภาพของจีนที่เน้นลายเส้นตัดทอนสั้นๆ (ระบบอักษรจารึกสำริดของราชวงศ์โจว) พวกเขาจึงเกิดไอเดียในการนำ "รูปทรงเส้นตรงและเส้นโค้งที่เขียนง่าย" เหล่านั้น มาแมตช์เข้ากับระบบออกเสียงพยัญชนะของ "อักษรทาสอียิปต์" ที่พวกเขามีอยู่เดิม เกิดเป็นอักษรฟีนีเซียน 22 ตัวที่ผสมผสานวิทยาการของสองซีกโลกได้อย่างลงตัว
#Naruepon Peng-on Translate and Compile
บรรณานุกรมและแหล่งอ้างอิงทางโบราณคดี นิรุกติศาสตร์ และประวัติศาสตร์โลกโบราณ
🇨🇳 1. บรรณานุกรมภาษาจีน (หลักฐานโบราณคดี 3 ลุ่มแม่น้ำ และอักษรกระดูกสัตว์)
郭大顺 [Guo Dashun]. (1995). 红山文化 [Hongshan Culture]. 文物出版社 [Cultural Relics Publishing House].
(อ้างอิงข้อมูล: มังกรหยกรูปตัว C แห่งวัฒนธรรมหงซาน และการเปลี่ยนผ่านเชิงสัญลักษณ์)
• 张居中 [Zhang Juzhong], & 李学勤 [Li Xueqin]. (2003). 贾湖厾刻符号与汉字起源的再思考 [Rethinking of the Jiahu Incised Symbols and the Origin of Chinese Characters]. 东天文物 [Oriental Cultural Relics].
(อ้างอิงข้อมูล: สัญลักษณ์กระดองเต่าอายุ 8,000 ปีที่แหล่งเจี่ยหู)
• 中国社会科学院考古研究所 [Institute of Archaeology, CASS]. (2014). 二里头 : 1999~2006 [Erlitou: 1999–2006]. 文物出版社 [Cultural Relics Publishing House].
(อ้างอิงข้อมูล: แหล่งอารยธรรมเอ้อร์หลี่โถว ยุคสำริดตอนต้น และรอยสลักเรขาคณิตบนเครื่องปั้นดินเผา)
高明 [Gao Ming]. (2020). 古文字类编 [Compilation of Ancient Chinese Characters]. 中华书局 [Zhonghua Book Company].
(อ้างอิงข้อมูล: วิวัฒนาการลายเส้นอักษรกระดูกสัตว์ของตัวอักษร 𠦝, 厂, 山, 目)
🌍 2. บรรณานุกรมภาษาอังกฤษ (วิวัฒนาการอักษรตะวันตก และการค้าหยกโบราณ)
Darnell, J. C., Dobbs-Allsopp, F. W., Lundberg, M. J., McCarter, P. K., & Chang, B. (2005). Two Early Alphabetic Inscriptions from the Wadi el-Hôl: New Evidence for the Origin of the Alphabet from the Western Desert of Egypt. American Schools of Oriental Research.
(อ้างอิงข้อมูล: การค้นพบอักษรทาสไซนายติก/อียิปต์โบราณ หรือ Proto-Sinaitic Script)
• McGovern, P. E., Zhang, J., Tang, J., Zhang, Z., Hall, G. R., & Wang, C. (2004). Fermented beverages of pre- and proto-historic China. Proceedings of the National Academy of Sciences, 101(51), 17593-17598.
(อ้างอิงข้อมูล: การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เรื่องเบียร์และไวน์หมักสูตรโบราณ 9,000 ปีที่แหล่งเจี่ยหู)
Robinson, A. (2007). The Story of Writing: Alphabets, Hieroglyphs & Pictograms. Thames & Hudson.
(อ้างอิงข้อมูล: ประวัติศาสตร์และการลดทอนลายเส้นจากอักษรภาพสู่อักษรฟีนีเซียนและอักษรละติน A-Z)
Sass, B. (2005). The Alphabet at the Turn of the First Millennium BC: The West Semitic Alphabet and the Invention of the Greek Alphabet. Tel Aviv University Institute of Archaeology.
(อ้างอิงข้อมูล: ไทม์ไลน์ 3,000 ปีของชาวฟีนีเซียนและบทบาทพ่อค้าในการกระจายตัวอักษร)
📑 3. แหล่งข้อมูลออนไลน์และฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์
• National Museum of China (Beijing). C-shaped Jade Dragon of Hongshan Culture Collection Database.
(อ้างอิงข้อมูล: โครงสร้างและการคำนวณความสมดุลของมังกรหยกหมายเลขหนึ่งของจีน)
โฆษณา