15 ต.ค. เวลา 14:57 • หุ้น & เศรษฐกิจ
คำว่า สติ . พอดีก็มีเรื่องราว ที่พระท่านสอน ทำให้ดู .เรื่องราวในการกราบพระ พระสมัยต้นพุทธกาล ท่านสอน แล้วก็ยังมีเรื่องราวมัคคาทายกใหญ่ ท่านสอน . เรื่องของการกราบ ที่เริ่มต้น การสวดมนต์ การปฏิบัติ . ที่ไม่เอาอารมณ์นึกคิดอะไรเลย มากราบพระ เอาจิตมากราบ กราบอย่างไรให้เกิด แสงรัตนะ กราบด้วยสติสัมปชัญญะ รู้สึกตัว
.ท่านก็สอนง่ายๆ ก็ใช้เวลา ฝึกหัด อ้อ .เป็นสิบปี .กราบทั้งเช้าเย็น .เอาจิตมากราบพระ ก็ฝึกหัดทำ .แหม บ้างที่จะก้มลงกราบ จิตก็ไปตามอารมณ์ นึกคิด บางที่มีเสียง นกร้อง จิตก็ไปอยู่กับเสียงนก เสียแล้ว ..ขาดสติ
พระท่านสอนให่นั่งพับเพียบ กายตรงไ คอตั้งตรง ตามองดูที่มือ . มือซ้ายมือขวา ของพ่อแม่ที่พนมที่หน้าอก ก็เอาตามามองมือทั้งสองข้าง มองที่มือ ตลอดการกราบ ปากก็พูด ไปด้วย กราบใคร .ตามองมืที่จะ ถึงพื้น หยุดก่อนถึงพื้น ค่อยๆแยกมือ พ่อแม่ออกไป ซ้ายขวา จิตของลูก กราบพระ ก้มลงไป ระหว่างมือซ้ายมือของของพ่อแม่
แล้วก็เปล่งว่า กราบใคร . เสร็จแล้ว ก็ยกศีรษะขึ้นมา ค่อยๆรวบมือ เข้ามาพนม ยกตัวขึ้นมา มาพนมมือที่หน้าอก ตามองที่มือตลอด ไม่เคลื่อนที่ไปไหน จะกราบต่อไป ก็ทำเหมือนเดิม .อย่างนี้ เค้าเรียกว่า เอาจิตมากราบพระ ที่ว่า จิตของข้าพเจ้า อาศัยอยู่ในกายของคุณบิดามารดา
ยังมีเรื่องราว ว่า ดราบทั้งที จิตได้อะไร .กราบทั้งที เกิดมาแสงรัตนะ ส่องลงมา ที่กายที่จิต .มีเรื่องราว แสงสีปรากฏขึ้น เรื่องราวเหล่านี้ กายกรรม ยากจะทำได้ ต้องมีกายเป็นบุญ ช่วยหนุนกาย และจิต มีสติสัมปชัญญะในการกราบ .ต้องใช้กิริยากายวจะใจ ดีๆมากราบพระ
เราเอากายมากราบพระ ที่ว่า จิตอาศัยอยู่ในกายบิดามารดา สตังค์ไม่มากราบด้วย มันเป็นเพียววัตถุ ไม่มีจิต .แต่คนก็ไปยึดถือ ว่ามีความสำคัญต่อชีวิต เรื่องสติ เป็นเรื่องรางของจิต .แต่คนส่วนมาก ร่ำรวยอารมณ์นึกคิด .ละหรือหยุดยั้บอารมณ์นึกคิดไม่ได้เลย จิตก็ตามอารมณ์ สตินั้นก็ยึดอารมณ์ มาเป็นจิต. แยกออกจากกันไม่ได้เลย
คราวนี้ มาดูเรื่องหายใจ เค้าบอกว่า ให้เอาสติ มาอยู่ที่ปลายจมูก ไม่เคลื่อนที่ไปไหน .มีสติอยู่ลมหายใจเข้าออก มีขันติ ดูลมเข้าออก หายใจยาวหายใจสั่น . ไม่เคลื่อนที่ไปไหน ทำกายนิ่งนิ่ง จิตเฉยๆ มีสติอยู่ลมเข้าออก ของบอกกันง่ายๆ มีสติ หายใจเข้า หายใจออก .น่าจะทำได้ไม่ยาก หากไปนึกคิดถึงตังค์ จิตไปอยู่ที่สตังค์ .ไม่อยู่กับลมเข้าออกไป ที่ว่างเปล่า เป็นอากาศ ไม่มีอะไรให้ยึด ..
โฆษณา