•
4 ชั่วโมงที่แล้ว • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 1: วันนี้บริษัทเลย์ออฟ แต่ฉันกดบัตรคอนไป 3,800!!

"นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อบุคคล สถานที่ และเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องเป็นสิ่งสมมติขึ้นมาทั้งสิ้น มิได้มีเจตนาพาดพิง แอบอ้าง หรือสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรืออาชีพใดอาชีพหนึ่ง หากชื่อไปตรงกับบุคคลใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย"
จ๋ายอายุ 32 ปี
เธอเป็นผู้หญิงโสด ไม่มีแฟน ไม่มีลูก ไม่มีภาระผ่อนบ้าน และไม่มีความฝันอยากแต่งงานอย่างเร่งด่วน
เธอมีเพียงภาระผ่อนโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง เงินลงทุนในหุ้นจำนวนหนึ่ง คริปโตอีกนิดหน่อย และความสามารถพิเศษในการกดบัตรคอนเสิร์ตให้ทันภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที
ถ้าถามว่าชีวิตเธอประสบความสำเร็จไหม
จ๋ายคิดว่าก็พอได้
เธอเป็นหัวหน้าทีม Data Analysis ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนดี งานมั่นคง ไม่เคยขาดงาน ไม่เคยมาสาย และไม่เคยมีประวัติทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน
ยกเว้นครั้งหนึ่งที่เธอเกือบทะเลาะกับฝ่ายบัญชี เพราะอีกฝ่ายส่งไฟล์ Excel มาให้โดยรวมเซลล์จนเธอไม่สามารถทำ Pivot Table ได้
แต่เธอก็อดทนไว้เพราะผู้ใหญ่สอนว่าในโลกการทำงาน เราต้องรู้จักควบคุมอารมณ์
ซึ่งเป็นเรื่องตลกมาก เมื่อเทียบกับโลกอีกใบที่เธออาศัยอยู่
โลกที่เธอสามารถพิมพ์ข้อความตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งประโยคได้เพียงเพราะนักแสดงชายสองคนยืนใกล้กันกว่าปกติสามเซนติเมตร
ใช่ค่ะ
จ๋ายเป็นติ่งซีรีส์วาย
และไม่ใช่ติ่งแบบดูซีรีส์จบแล้วก็จบไป
เธอเป็นติ่งแบบที่รู้ว่าศิลปินจะไปออกงานที่ไหน รู้ว่าแฟนมีตครั้งต่อไปเปิดขายบัตรวันไหน รู้ว่าควรเตรียมอินเทอร์เน็ตสำรองกี่เครือข่าย และรู้ว่าถ้าคลิปหนึ่งมียอดวิวตกลงอย่างผิดปกติ ควรเริ่มสงสัยที่อัลกอริทึมหรือแฟนคลับกำลังแอบน้อยใจอะไรบางอย่าง
แต่ถึงจะเป็นติ่งขนาดนี้ จ๋ายก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล
จนกระทั่งเช้าวันจันทร์
“จ๋ายคะ พี่ HR ขอเชิญเข้าห้องประชุมค่ะ”
จ๋ายเงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
“ประชุมเรื่องอะไรเหรอ”
“ไม่ทราบค่ะ แต่ให้เอาบัตรพนักงานไปด้วย”
จ๋ายหยุดมือ
เธอหรี่ตามองน้องในทีม
“ปกติเขาเชิญประชุมแล้วให้เอาบัตรพนักงานไปด้วยไหม”
“ไม่ค่ะ”
“แล้วปกติเขาเชิญประชุมตอนเก้าโมงสิบห้าไหม”
“ก็ไม่ค่ะ”
จ๋ายพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“โอเค พี่คิดว่าเรากำลังจะมีปัญหาทางธุรกิจ”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตบ้านแฟนคลับอย่างรวดเร็ว
จ๋าย: ทุกคนคะ วันนี้จ๋ายรู้สึกไม่ดีเลย
พี่แพรว: เกิดอะไรขึ้นลูก
จ๋าย: บริษัทเรียกประชุมด่วน ให้เอาบัตรพนักงานไปด้วย
พี่แพรว: ใจเย็น ๆ นะ อาจไม่มีอะไรก็ได้
จ๋าย: พี่แพรวคะ หนูทำ Data Analysis มาแปดปีแล้ว หนูรู้จัก Pattern ค่ะ
จ๋าย: Pattern นี้เรียกว่าโดนเชิญไปฟังข่าวร้าย
พี่แพรวส่งสติกเกอร์กอดมาให้หนึ่งตัว
จ๋ายกดหัวใจให้ แล้วเดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้าของคนที่กำลังเตรียมรับมือกับความจริงอันโหดร้าย
ยี่สิบนาทีต่อมา เธอก็เดินกลับออกมา
ไม่มีใครถามอะไร
เพราะสีหน้าของเธอตอบทุกอย่างไปหมดแล้ว
บริษัทกำลังปรับโครงสร้าง และตำแหน่งหัวหน้าบางส่วนจะถูกยุบรวมกัน
หนึ่งในนั้นคือตำแหน่งของเธอ
“บริษัทจะดูแลเรื่องเงินชดเชยตามเงื่อนไขนะครับ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ขอบคุณสำหรับความทุ่มเทตลอดเวลาที่ผ่านมา”
จ๋ายพยักหน้า
เธออยากถามกลับว่า ถ้าบริษัทขอบคุณในความทุ่มเทจริง ทำไมไม่ทุ่มเงินเดือนให้เธอต่ออีกสักหน่อย
แต่เธอก็ไม่ได้พูด
เพราะเธอเป็นมืออาชีพ
มืออาชีพที่เดินกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เปิดไฟล์งานที่ยังค้างอยู่ แล้วส่งต่องานทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนเที่ยง
หลังจากนั้นจึงเก็บของใส่กล่อง
มีแก้วกาแฟหนึ่งใบ สมุดจดสองเล่ม ปากกาสามด้าม และตุ๊กตาตัวเล็กของคิรินที่เธอซื้อมาจากงานแฟนมีตครั้งล่าสุด
จ๋ายมองตุ๊กตา
ตุ๊กตามองกลับมาอย่างไร้เดียงสา
“ไม่ต้องห่วงนะลูก” เธอพึมพำ “แม่ยังเลี้ยงหนูไหว”
เพราะถ้าพูดกันตามตรง เงินชดเชยกับเงินลงทุนของเธอไม่ได้ทำให้ชีวิตลำบากในทันที
เธอไม่มีหนี้ก้อนใหญ่ มีเงินสำรอง และไม่ได้ใช้ชีวิตเกินตัวมากนัก
อย่างน้อยก็ไม่เกินตัวจนถึงขั้นต้องขายไตเพื่อซื้อบัตรแฟนมีต
จ๋ายกลับถึงบ้านตอนบ่ายโมง
เธออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เปิดแอปธนาคาร เช็กยอดเงินในบัญชี แล้วเปิดปฏิทินงานศิลปิน
วันที่สิบห้าของเดือนหน้า
คอนเสิร์ตคู่คิรินกับธาม
บัตรราคา 3,800 บาท
จ๋ายจ้องหน้าจอ
สามพันแปด
สำหรับคนที่กำลังจะตกงาน เงินจำนวนนี้อาจนำไปซื้ออาหารได้หลายมื้อ
แต่สำหรับแฟนคลับที่รอคอนเสิร์ตนี้มาครึ่งปี เงินจำนวนนี้ซื้อประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาดูย้อนหลังได้
เธอเปิดบัญชีเงินลงทุน
เปิดบัญชีเงินสำรอง
กลับมาดูราคาบัตร
แล้วปิดทุกอย่าง
“ไม่ซื้อค่ะ”
เธอพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น
ผ่านไปสิบวินาที
เธอเปิดหน้ากดบัตรอีกครั้ง
“แต่ถ้าซื้อแล้วได้เห็นเมนใกล้ ๆ ก็ถือเป็นการลงทุนทางจิตใจ”
สามสิบวินาทีต่อมา
ทำรายการสำเร็จ
จ๋ายนั่งนิ่ง
เธอเพิ่งใช้เงินสามพันแปดซื้อบัตรคอนเสิร์ต ในวันที่ตัวเองตกงาน
ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ประมาณห้าวินาที
ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตบ้านแฟนคลับ
จ๋าย: ทุกคนคะ จ๋ายกดบัตรได้แล้ว!
พี่แพรว: กรี๊ดดดดดดดด ยินดีด้วยค่ะ!
จ๋าย: แต่จ๋ายเพิ่งตกงาน
แชตเงียบไปสามวินาที
พี่แพรว: ...
พี่แพรว: อย่างน้อยก็มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นในวันนี้นะลูก
จ๋ายมองข้อความนั้นแล้วถอนหายใจ
ใช่
อย่างน้อยวันนี้ก็มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น
เธอตกงาน แต่ได้บัตรคอนเสิร์ต
ชีวิตอาจไม่สมดุลนัก แต่ก็ยังพอมีอะไรให้ตื่นเต้น
จ๋ายวางโทรศัพท์ลง หันไปมองกล่องใส่ของจากบริษัท แล้วพูดกับตัวเองว่า
“เอาวะ หนึ่งปี”
เธอหยิบสมุดเล่มใหม่ออกมา เขียนหัวกระดาษด้วยปากกาสีฟ้า
PROJECT: 365 DAYS FULL-TIME FANGIRL
เป้าหมายข้อหนึ่ง: ดูซีรีส์ให้ครบทุกเรื่องที่ดองไว้
เป้าหมายข้อสอง: ไปงานเมนให้ได้มากที่สุดเท่าที่งบประมาณอนุญาต
เป้าหมายข้อสาม: เปิดเพจแฟนคลับอย่างจริงจัง
เป้าหมายข้อสี่: ปั่นเทรนด์ X ให้ติดอันดับ
เป้าหมายข้อห้า: มีความสุขกับชีวิต
จ๋ายขีดเส้นใต้ข้อสุดท้ายสองรอบ
จากนั้นจึงเปิดแอปธนาคารอีกครั้ง
ยอดเงินลดลงไป 3,800 บาท
เธอมองตัวเลขนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำว่า
“ไม่เป็นไร เงินหาใหม่ได้”
แล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีงาน
“โอเค เงินหาใหม่ยากหน่อย”
เธอหยุดคิด
“แต่ผู้ชายหาใหม่ยากกว่า”
นั่นเป็นวันที่จ๋ายตัดสินใจเป็นติ่งเต็มเวลาอย่างเป็นทางการ
และเป็นวันที่เธอไม่รู้เลยว่า อีก 365 วันข้างหน้า เธอจะได้รู้จักวงการที่ตัวเองรักมากพอ ๆ กับที่อยากจะเดินเข้าไปถามทุกคนว่า
พวกคุณไม่เหนื่อยกันบ้างเหรอคะ ทำไมต้องแกล้งรักกันขนาดนี้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา