Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTVHD36
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
17 ต.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ
6 วิธีดูแลสุขภาพสมอง ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ ความจำดีเมื่ออายุมากขึ้น
อัลไซเมอร์อาจเริ่มเปลี่ยนแปลงในสมองก่อนมีอาการ 15–20 ปี ชวนรู้จัก Brain Healthspan พร้อม 6 แนวทางดูแลสมอง ลดปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมความจำในระยะยาว
Brain Healthspan ช่วงเวลาที่สมองยังทำงานได้ดี ต่างจาก Lifespan ที่นับเพียงจำนวนปีของชีวิต การป้องกันอัลไซเมอร์จึงมุ่งให้สมองแข็งแรงไปพร้อมกับอายุที่ยืนยาวขึ้นในอดีตการดูแลโรคอัลไซเมอร์มักเริ่มต้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการหลงลืมหรือความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นเป็นเวลานานก่อนที่อาการจะปรากฏให้เห็น แนวคิดในการดูแลสุขภาพสมองจึงเปลี่ยนจาก “รอให้เกิดโรคแล้วจึงรักษา” ไปสู่การประเมินความเสี่ยงและดูแลปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ
ป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ แต่คือการยืด Brain Healthspan ให้สมองยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านความจำ การคิด การเรียนรู้ การควบคุมอารมณ์ และความสามารถในการใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระให้นานที่สุด
สังคมสูงวัย กับความเสี่ยงสมองเสื่อม ทำไมต้องป้องกันอัลไซเมอร์ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) สุขภาพสมองจึงเป็นเรื่องที่ควรเริ่มดูแลตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยเฉพาะภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้สูงวัย โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม คิดเป็นประมาณ 60–70% ของผู้ป่วยทั้งหมด
ม้ปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าในการรักษาที่ช่วยชะลอการดำเนินโรคในผู้ป่วยบางกลุ่มได้ แต่ช่วงเวลาที่สมองยังทำงานได้ดีคือโอกาสสำคัญในการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ ทั้งการออกกำลังกาย โภชนาการ การนอน การควบคุมโรคเรื้อรัง สุขภาพจิต และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
อัลไซเมอร์อาจเริ่มก่อนมีอาการหลายปี รู้ความเสี่ยงเร็ว เพื่อดูแลสมองได้เร็วขึ้น
หลายคนอาจคิดว่าโรคอัลไซเมอร์เริ่มต้นเมื่อมีอาการหลงลืม แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับโรคอาจเกิดขึ้นในสมองเป็นเวลานานก่อนที่อาการจะปรากฏ หนึ่งในกระบวนการสำคัญคือการสะสมของโปรตีน Amyloid-β และ Tau ในสมอง ซึ่งอาจเริ่มขึ้นก่อนที่จะสังเกตเห็นความผิดปกติด้านความจำหรือการคิด นานถึง 15–20 ปี ในระยะนี้ คนส่วนใหญ่ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้การเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสมองอาจเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
วิธีดูแลสุขภาพสมอง - Magnific/amirunbegum93
ใครบ้างที่ควรประเมินความเสี่ยงอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม ?
●
ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาประเมินสุขภาพสมองและปัจจัยเสี่ยง ได้แก่
●
ผู้ที่มีอายุประมาณ 45–50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย
●
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อม
●
เคยตรวจพบยีน APOE ε4
●
มีโรคเบาหวาน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือโรคอ้วน
●
มีปัญหาการนอน เช่น นอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
●
สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
●
เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้าน ความจำ สมาธิ การเรียนรู้ หรือการคิดวิเคราะห์
อายุและพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยที่เราเปลี่ยนไม่ได้ แต่ความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ปัจจัยด้านสุขภาพและพฤติกรรมหลายประการสามารถปรับเปลี่ยนได้ การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพสมองได้อย่างเหมาะสม
สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์
หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยไม่ต้องรอ เพราะอาการหลงลืมบางอย่างเกิดจากภาวะที่รักษาได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า การขาดวิตามินบี 12 หรือไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
●
ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือถามเรื่องเดิมซ้ำจนคนใกล้ชิดสังเกตได้
●
หลงทางในสถานที่ที่คุ้นเคย
●
ทำกิจวัตรที่เคยทำได้ยากขึ้น เช่น จัดการเงิน ทำอาหาร หรือใช้โทรศัพท์
●
นึกคำพูดไม่ออกบ่อยขึ้น หรือตามบทสนทนาไม่ทัน
●
อารมณ์ บุคลิกภาพ หรือการตัดสินใจเปลี่ยนไปจากเดิม
ตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์ด้วย Biomarkers มีอะไรบ้าง
การประเมินสุขภาพสมองในปัจจุบันก้าวไปไกลกว่าการทดสอบความจำเพียงอย่างเดียว แพทย์สามารถพิจารณาข้อมูลจาก Biomarkers ร่วมกับประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง การประเมินด้านความจำและการคิด รวมถึงการตรวจทางรังสี เพื่อช่วยให้เห็นภาพสุขภาพสมองได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
Biomarkers และการตรวจที่อาจนำมาใช้ประกอบการประเมิน ได้แก่
●
APOE Genotyping เพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม ที่สัมพันธ์กับโรคอัลไซเมอร์
●
Plasma pTau217 ซึ่งสัมพันธ์กับการสะสมของ Tau protein และเป็นหนึ่งใน Biomarkers ที่มีความแม่นยำสูงในปัจจุบัน
●
Amyloid β42/40 Ratio เพื่อประเมินการสะสมของ Amyloid ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญของโรคอัลไซเมอร์
●
Neurofilament Light Chain (NFL) สะท้อนการบาดเจ็บหรือเสื่อมของเซลล์ประสาท
●
Glial Fibrillary Acidic Protein (GFAP) ซึ่งบ่งชี้การอักเสบของเซลล์เกลียในสมอง
การประเมินสมรรถภาพด้านความจำและการคิด (Cognitive Assessment)
MRI Brain และการตรวจเพิ่มเติม พิจารณาตามอาการ ปัจจัยเสี่ยง และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
นอกจาก Biomarkers ที่เกี่ยวข้องกับสมองโดยตรงแล้ว การประเมิน สุขภาพเมตาบอลิก หลอดเลือด และภาวะอักเสบ เช่น HbA1c, HOMA-IR, ApoB, hs-CRP และ Homocysteine รวมถึงข้อมูลด้านโภชนาการและสุขภาพโดยรวม อาจช่วยให้แพทย์เห็นปัจจัยที่สามารถนำมาวางแผนดูแลสุขภาพสมองได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
ผลตรวจ Biomarkers บอกอะไรได้บ้าง
ผลตรวจ Biomarkers ช่วยให้รู้ว่าสมองของเรามีแนวโน้มความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด แต่ไม่ได้ใช้ตัดสินว่าใครเป็นหรือไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ค่าที่สูงไม่ได้แปลว่าจะเป็นอัลไซเมอร์แน่นอน ส่วนผู้ที่ผลปกติก็ยังควรดูแลสุขภาพสมองต่อเนื่อง นอกจากนี้ บางภาวะ เช่น โรคไต อาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้
แพทย์จึงแปลผลร่วมกับประวัติ อาการ และผลการประเมินด้านการรู้คิด ผู้ตรวจจึงควรได้รับคำอธิบายทั้งก่อนและหลังตรวจ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร การดูแลปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การกินอาหารที่ดีต่อสมอง ออกกำลังกาย นอนหลับให้พอ และควบคุมโรคประจำตัว ยังเป็นหัวใจของการยืด Brain Healthspan
6 หลัก Lifestyle Medicine
การดูแลสุขภาพสมองไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง งานวิจัยอย่าง FINGER Trial สนับสนุนแนวคิดการดูแลหลายด้านร่วมกัน (Multidomain Intervention) เพื่อช่วยคงประสิทธิภาพด้านการรู้คิดในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง แนวทาง Lifestyle Medicine จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแล Brain Healthspan ในระยะยาว ดังนี้
รับประทานอาหารที่ช่วยปกป้องสมอง
เน้นอาหารรูปแบบ Mediterranean หรือ MIND Diet ซึ่งเน้นการรับประทานอาหารธรรมชาติที่ผ่านการแปรรูปน้อย (Whole Foods) เช่น
●
ผักใบเขียวและผักหลากสี
●
ผลไม้โดยเฉพาะกลุ่มเบอร์รี
●
ปลาโดยเฉพาะปลาทะเลที่มีไขมันดี
●
น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์
●
ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช
●
ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วเมล็ดแห้ง
อาหารเหล่านี้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไขมันไม่อิ่มตัว และสารต้านการอักเสบ ช่วยส่งเสริมสุขภาพของหลอดเลือด ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน และสนับสนุนการทำงานของสมอง
ควรลดการบริโภค
●
อาหารแปรรูป (Ultra-processed Foods)
●
เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
●
อาหารทอด
●
ไขมันทรานส์
●
เนื้อสัตว์แปรรูป
●
การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
เพราะอาหารเหล่านี้เพิ่มการอักเสบ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และความเสี่ยงของโรคหลอดเลือด ซึ่งล้วนเร่งการเสื่อมของสมอง
เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายแบบแอโรบิกร่วมกับการฝึกแรงต้านอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยเพิ่มการสร้าง Brain-Derived Neurotrophic Factor (BDNF) ส่งเสริมการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง และช่วยคงประสิทธิภาพของความจำและการเรียนรู้
นอนหลับให้สมองได้ซ่อมแซมตัวเอง
การนอนหลับ 7–8 ชั่วโมงต่อคืน โดยเฉพาะช่วง Deep Sleep มีความสำคัญต่อระบบ Glymphatic System ซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียและโปรตีน Amyloid ออกจากสมอง การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
ความเครียดเรื้อรังสัมพันธ์กับระดับ Cortisol ที่สูง ซึ่งส่งผลเสียต่อบริเวณ Hippocampus ที่เกี่ยวข้องกับความจำ การฝึกสติ (Mindfulness) การทำสมาธิ โยคะ การฝึกหายใจ และการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เป็นวิธีที่ช่วยลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพสมองในระยะยาว
เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ (Lifelong Learning)
การอ่านหนังสือ เรียนภาษา เล่นดนตรี หรือฝึกทักษะใหม่ ช่วยกระตุ้นสมองและเสริม Cognitive Reserve หรือความสามารถของสมองในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น
รักษาความสัมพันธ์และการเข้าสังคม
สุขภาพสมองไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารและการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างสม่ำเสมอ มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมน้อยกว่าผู้ที่แยกตัวหรือรู้สึกโดดเดี่ยว การใช้เวลากับครอบครัว พบปะเพื่อน เข้าร่วมกิจกรรมชุมชน หรือทำงานอาสาสมัคร ช่วยลดความโดดเดี่ยว กระตุ้นการทำงานของสมอง และส่งเสริมสุขภาวะโดยรวม
วิตามินและอาหารเสริมป้องกันอัลไซเมอร์ได้จริงหรือ ?
ปัจจุบันยังไม่มีวิตามินหรืออาหารเสริมชนิดใดที่มีหลักฐานเพียงพอว่าสามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ในคนทั่วไปได้โดยตรง
แต่การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและแก้ไขภาวะขาดสารอาหาร ยังคงมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองและสุขภาพโดยรวม สารอาหารที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
●
Vitamin D โดยเฉพาะในผู้ที่ตรวจพบภาวะขาด
●
Vitamin B12 และ Folate ในผู้ที่มีระดับต่ำ หรือมี Homocysteine สูง
●
Omega-3 (DHA) จากการรับประทานปลาที่มีไขมันดี
หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพสมองจึงไม่ใช่การพึ่งอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว แต่คือ การรับประทานอาหารที่สมดุล ร่วมกับการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม หากจำเป็นต้องเสริมวิตามินหรือสารอาหาร ควรพิจารณาจากภาวะสุขภาพ ระดับสารอาหาร และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานอาหารเสริมเป็นประจำ
ดูแลสมองวันนี้ เพื่อ Brain Healthspan ที่ยืนยาว
อัลไซเมอร์ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น แม้พันธุกรรมและอายุจะเปลี่ยนไม่ได้ แต่ปัจจัยเสี่ยงหลายด้านสามารถดูแลและปรับเปลี่ยนได้
การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพและปรับวิถีชีวิตอย่างเหมาะสม จึงเป็นก้าวสำคัญของการดูแลสุขภาพสมองในระยะยาว
เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียง “อายุยืน” แต่คือการมี Brain Healthspan ที่ยืนยาว เพื่อให้เรายังคงคิด จำ เรียนรู้ และใช้ชีวิตกับคนที่เรารักได้อย่างเต็มศักยภาพให้นานที่สุด ประเมินสุขภาพสมองและความเสี่ยงอัลไซเมอร์ ที่สมิติเวช สุขุมวิท การประเมินความเสี่ยงอัลไซเมอร์ให้เห็นภาพครบ ต้องใช้ข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน ตั้งแต่ประวัติสุขภาพ การประเมินความจำและการคิด ไปจนถึงการตรวจทางรังสีเมื่อมีข้อบ่งชี้
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสมอง ได้รับการยกระดับเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ของสมิติเวช สุขุมวิท ดูแลตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามในระยะยาว โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท พร้อมเครื่องมือตรวจอย่าง MRI, CT scan, EEG และเครื่องตรวจความผิดปกติขณะหลับ ซึ่งช่วยประเมินปัญหาการนอนที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้ด้วย
หากคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัว หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมา สามารถนัดหมายปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพสมอง และวางแผนดูแล Brain Healthspan ของคุณได้
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/health/care/8031
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
ข่าว
สุขภาพ
health
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย