•
18 ต.ค. เวลา 02:29 • ความคิดเห็น
ปี54 น้ำเหนือที่ไหลลงมา ตอนนั้นที่บ้านก็ไม่รอด
ปี69 เป็นน้ำฝนตกหนัก แต่แถวบ้านไม่หนัก รอด
บทเรียนปี 54 ทำให้เกิดการทำเขื่อนกันคลอง ทำประตูกั้นน้ำ มีประตูปิดเปิดคลอง กันน้ำเข้า กันน้ำออก
ปีนี้น้ำฝนน้อย คลองแห้ง ฝนตกหนัก คลองเอาอยู่ ประตูกั้นน้ำทำงาน จึงไม่มีปัญหา น้ำไม่ท่วม
แต่คนที่ปี54 น้ำไม่ท่วม จึงไม่ได้ทำการป้องกัน เคยรอด กลายเป็นไม่รอด แล้วปีนี้ ฝั่งตะวันออกเป็นลูกรัก พระพิรุณ จึงหนักหน่อย ต่างกับฝั่งธน ลูกเมียน้อย พระพิรุณไม่ค่อยรัก ฝนน้อย ก็รอด ความต่างคือ พระพิรุณรัก กทม.ไม่เท่ากัน
เมื่อก่อนเคยคิดว่า กทม.ไม่จมน้ำ น้ำไม่ท่วมหรอก เพราะฉันอาจจะมองเห็น กทม. แค่ใจกลางเมือง ที่ป้องกันดี ใจกลางเศรษฐกิจ ที่ไม่เคยท่วม มองเห็น กทม.แค่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กั้นเขื่อนแล้ว ตอนนี้รู้แล้วว่าคิดผิด เพราะน้ำไม่ได้มาจากแม่น้ำอย่างเดียว
1
ปีนี้ทำให้เห็นว่า ฝนที่เคยหนักในอดีตที่เอาอยู่ แป๊บเดียวก็ลด กลายเป็นฝนที่ตกหนักจนเอาไม่อยู่ ระบบระบายน้ำของ กทม. ที่ว่าดี มันก็ดีแค่ตรงกลาง มันไปไม่ถึง กทม.อีกฝั่ง ที่ไกลแม่น้ำ
แม้ปีนี้จะไม่ได้เจ็บ แต่ก็ทำให้รู้ว่า น้ำฝนใน กทม. มันไม่ใช่แค่สกปรก มันทำเมืองจมได้จริงๆ ไม่ใช่จมจากน้ำหลาก แต่จมเพราะน้ำจากฟ้าเนี่ยแหละ ประสบการณ์ในอดีต มันแก้ปัญหาอนาคตไม่ได้จริงๆ
1
โฆษณา