Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
22 ต.ค. เวลา 04:02 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 174: คำที่ยังวางอยู่
เช้าวันนั้น ฝนหยุดตกก่อนที่ใครจะทันสังเกต
ไม่มีเสียงหยดสุดท้าย
ไม่มีแสงแดดส่องลงมาทันที
ไม่มีใครลุกไปเปิดหน้าต่าง
เพียงเมื่ออีรินยกถ้วยชาขึ้น
เขาจึงได้ยินว่าเสียงบนกระจกหายไปแล้ว
เหลือเพียงหยดน้ำที่ค้างอยู่ตามขอบหน้าต่างสูง
ไหลช้า ๆ ลงสู่ร่องไม้
และแสงสีเทาเงินที่นิ่งกว่าเมื่อวาน
แก้วนํ้าบนโต๊ะเตี้ยยังอยู่ที่เดิม
น้ำในแก้วสะท้อนหน้าต่าง
ดินสอแท่งสั้นยังวางข้างเส้นโค้งเล็ก ๆ
ผ้าแห้งบนชั้นล่างยังพับอยู่
ประตูไม้เก่ายังเปิด
และเก้าอี้คดในห้องเล็กยังหันออกไปทางหน้าต่าง
เด็กในผลึกมองทางเดินด้านข้าง
“วันนี้เงียบกว่าเดิม” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“ถ้าไม่มีเสียงฝน เราจะได้ยินอะไรที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ยินไหม?”
อีรินมองแก้วนํ้า
แล้วมองหน้าต่าง
“อาจได้ยิน”
“แล้วถ้าเราไม่อยากได้ยินล่ะ?”
“เราก็ทำสิ่งอื่นได้” อีรินตอบ
“เช่น ชงชา มองหน้าต่าง หรือคุยกันเรื่องอื่น”
เด็กในผลึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“การฟังไม่ได้แปลว่าต้องรอฟัง”
“ใช่”
เด็กในผลึกพยักหน้า
แล้วหันไปมองหน้ากระดาษภาพฝน
ในโลกบนหน้ากระดาษ ฝนยังตกอยู่
แต่มันตกเบาลงกว่าหลายวันก่อน
พื้นหินยังเปียก
แอ่งน้ำยังมีทางไหลผ่านรอยแตก
ประตูสีซีดยังปิดอยู่ไกลออกไป
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันไปทางผนังที่มีฝนไหลลงมาเป็นสาย
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้เช่นเดิม
มือทั้งสองข้างวางบนเข่า
แขนเสื้อยังเปียก
ปลายรองเท้ายังอยู่บนพื้นเปียก
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
วันนี้ ไม่มีวงคลื่น
ไม่มีเส้นน้ำ
ไม่มีใบไม้ติดอยู่ในแอ่ง
มีเพียงแสงจากที่ไกลออกไป
ลอดผ่านม่านฝนบาง ๆ
ตกลงบนพื้นหินตรงหน้าของเด็กใต้ฝน
มันไม่ใช่แสงอุ่น
ไม่ใช่แสงนำทาง
เพียงเป็นแสงที่ทำให้เห็นพื้นชัดขึ้นนิดหนึ่ง
เด็กผมขาวมองมัน
“พื้นตรงนั้นสว่างขึ้น” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำพยักหน้า
“ใช่”
“เขาเห็นไหม?”
“อาจเห็น”
“แล้วถ้าเขาไม่เห็น?”
เด็กหญิงผู้จดจำมองเด็กใต้ฝน
ที่กำลังมองมือตัวเองอยู่
“แสงก็ยังอยู่ตรงนั้น”
เด็กผมขาวเงียบ
จากนั้นจึงยิ้มบาง ๆ
“ข้าชอบที่บางอย่างไม่ต้องมีคนเห็น ถึงจะอยู่”
ผู้เฝ้าคำถามมองเขา
“ข้าก็ชอบ”
ในห้องสมุด อาเรียกำลังวางด้ายเงินเส้นเดิมลงบนโต๊ะข้างตัว
นางไม่ได้ม้วนมันเก็บ
ไม่ได้ปล่อยให้ลอยอยู่ในอากาศ
เพียงวางมันเป็นเส้นหลวม ๆ ข้างถ้วยชา
เด็กในผลึกมองตาม
“วันนี้ด้ายไม่ลอยแล้ว”
“ใช่” อาเรียตอบ
“เพราะมันไม่ต้องเชื่อมอะไร?”
“อาจใช่”
“แล้วถ้าพรุ่งนี้มันลอยอีก?”
“มันก็อาจลอยอีก”
เด็กในผลึกมองด้ายเงินที่นิ่งอยู่บนโต๊ะ
“แล้วถ้ามันไม่ลอยอีกเลย?”
อาเรียยิ้มเล็กน้อย
“มันก็ยังเป็นด้ายเส้นเดิม”
ไม่มีใครรีบบอกว่าคำตอบนั้นมีความหมายอะไร
ไม่มีใครหยิบด้ายขึ้นมาเพื่อพิสูจน์มัน
เรนาเพียงเทน้ำร้อนลงในกา
และปล่อยให้ไอชาอุ่นขึ้นในห้องที่ฝนด้านนอกหยุดไปแล้ว
จากห้องเล็กข้างทางเดิน ไม่มีเสียงใดดังออกมา
นานพอที่ผู้รักษาความต่อเนื่องจะเปิดหน้ากระดาษเปล่าหนึ่งแผ่น
นานพอที่เด็กหญิงผู้จดจำจะเปลี่ยนท่านั่ง
นานพอที่เด็กผมขาวจะมองไปยังโลกฝน แล้วหันกลับมามองแก้วนํ้า
จากนั้น เสียงเด็กหลังประตูก็ดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้เจ้าไม่ได้พูดอะไรกับข้าก่อนเลย”
อีรินวางถ้วยชาลง
“ใช่”
“ทำไม?”
อีรินเงียบอยู่ชั่วครู่
“ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าต้องการให้ข้าพูดหรือไม่”
“แล้วเจ้ากลัวหรือ?”
“นิดหน่อย”
“กลัวอะไร?”
อีรินมองพื้นที่ว่างหน้าประตู
พื้นที่ที่ไม่มีใครเข้าไปยืน
ไม่มีใครวางถ้วยชา
ไม่มีใครทิ้งกระดาษไว้
“กลัวว่าถ้าข้าพูดทุกครั้ง” เขาตอบ
“เจ้าอาจรู้สึกว่าต้องตอบกลับทุกครั้ง”
เงียบไป
“แล้วถ้าข้าอยากให้เจ้าพูดล่ะ?”
“เจ้าบอกข้าได้”
“แต่ข้าไม่รู้ว่าจะบอกยังไง”
อีรินพยักหน้าเล็กน้อย
“เจ้าพูดว่า ‘พูดก็ได้’ ได้”
“แล้วถ้าข้าไม่อยากพูดคำเดิม?”
“เจ้าพูดคำอื่นได้”
“แล้วถ้าข้าไม่อยากใช้คำเลย?”
อีรินนิ่งลง
เด็กในผลึกมองเขา
แต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“เราหาทางอื่นได้” อีรินตอบในที่สุด
“แต่เราไม่ต้องรีบหาในวันนี้ก็ได้”
“ถ้าข้าไม่รีบ แล้วเจ้าจะลืมหรือเปล่า?”
“ข้าอาจลืมรายละเอียดบางอย่าง” อีรินตอบตามจริง
“แต่ข้าจะไม่ลืมว่าเจ้าเคยถาม”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
ไม่หนัก
ไม่เบา
เพียงมีคำถามวางอยู่ตรงกลาง
โดยไม่มีใครรีบเก็บมัน
จากนั้น เด็กหลังประตูพูดว่า
“ข้าวางดินสอไว้แบบนั้นเอง”
ผู้รักษาความต่อเนื่องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
มือของเขายังคงอยู่บนตัก
อีรินมองดินสอแท่งสั้น
ที่หันปลายไปทางเส้นโค้งจาง ๆ
“ข้าเข้าใจ” เขาพูด
“เจ้าไม่ถามว่าทำไม?”
“ไม่ถาม ถ้าเจ้ายังไม่อยากเล่า”
“แล้วเจ้าไม่คิดว่ามันแปลว่าอะไร?”
อีรินยิ้มบาง ๆ
“ข้าคิดว่าเจ้าวางดินสอไว้แบบนั้นเอง”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
เด็กในผลึกมองอีริน
แล้วมองดินสอ
“มันเป็นคำตอบที่เล็กมาก” เขาพูด
“ใช่”
“แต่เด็กคนนั้นอาจชอบก็ได้”
อีรินพยักหน้า
“อาจชอบ”
จากหลังประตู ไม่มีเสียงหัวเราะ
ไม่มีเสียงร้องไห้
ไม่มีคำพูดว่า ดี
แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
มีเสียงไม้เลื่อนบนพื้นเบามาก
ไม่ใช่เสียงเก้าอี้ถูกลากไกล
ไม่ใช่เสียงแก้วขยับ
เป็นเพียงเสียงขาเก้าอี้คดเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมเพียงนิดเดียว
ไม่มีใครลุกไปดู
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับตัวเช่นกัน
เขายกมือขึ้น
แตะขอบเก้าอี้ไม้ด้วยฝ่ามือเต็ม ๆ ครั้งหนึ่ง
ไม่ได้ผลัก
ไม่ได้ดึง
ไม่ได้ปีนขึ้นไปนั่ง
เพียงวางมือลงบนไม้
ให้ความเปียกจากฝ่ามือสัมผัสกับความชื้นบนพนักเก้าอี้
แล้วเขาก็ปล่อยมือออก
เด็กผมขาวกลั้นหายใจ
ก่อนถามอย่างแผ่วเบา
“เขาแตะเก้าอี้จริง ๆ ใช่ไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำมองอยู่ครู่หนึ่ง
“ใช่”
“แล้วเราจะพูดอะไรไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำส่ายหน้า
“ข้าคิดว่าเขาไม่ได้ขอให้เราพูด”
เด็กผมขาวมองเด็กใต้ฝน
ก่อนพยักหน้า
“งั้นเราก็ปล่อยให้เขาแตะเก้าอี้”
“ใช่”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มบาง ๆ
“บางครั้ง การไม่เพิ่มอะไรเข้าไป ก็เป็นวิธีหนึ่งของการอยู่ข้างกัน”
ช่วงบ่าย แสงในห้องสมุดค่อย ๆ อุ่นขึ้น
ไม่ใช่เพราะดวงอาทิตย์ออก
แต่เพราะโคมอำพันถูกจุดเพิ่มทีละดวง
แก้วนํ้ายังคงอยู่บนโต๊ะ
ดินสอยังหันไปทางเส้นโค้ง
ผ้าแห้งยังพับอยู่บนชั้นล่าง
แต่เก้าอี้คดในห้องเล็ก
หันออกจากหน้าต่างมากขึ้นนิดหนึ่ง
ไม่มากพอให้หันมาทางประตู
ไม่มากพอให้กลายเป็นการเชื้อเชิญ
เพียงมากพอให้เห็นว่า
มันไม่ได้หันไปทางเดิมเสียทั้งหมด
เรนาเดินผ่านหน้าห้องเล็ก
เห็นเก้าอี้
เห็นดินสอ
เห็นแก้วนํ้า
นางไม่หยุด
ไม่ถาม
ไม่ยกมือแตะขอบประตู
นางเพียงเดินต่อไป
พร้อมถ้วยชาสองใบในถาดไม้
ใบหนึ่งสำหรับตัวเอง
อีกใบหนึ่งยังว่าง
เด็กในผลึกมองถ้วยชาว่าง
“ถ้วยนั้นของใคร?”
เรนายิ้มอ่อน
“ตอนนี้ยังไม่มีของใคร”
“แล้วทำไมเอามาสองใบ?”
“เพราะบางครั้ง ข้าอยากมีถ้วยว่างไว้เฉย ๆ”
เด็กในผลึกคิดอยู่พักหนึ่ง
“เหมือนพื้นที่แห้งข้างเก้าอี้”
“อาจเหมือน”
“แต่มันไม่ใช่คำเชิญ?”
“ไม่ใช่” เรนาตอบ
“ถ้วยว่างก็เป็นเพียงถ้วยว่าง”
เมื่อเย็นใกล้เข้ามา ฝนในโลกบนหน้ากระดาษเริ่มเบาจนแทบมองไม่เห็น
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
พื้นที่แห้งยังว่าง
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
แต่พนักเก้าอี้มีรอยเปียกจากฝ่ามือเล็ก ๆ
และรอยนั้นค่อย ๆ จางลง
เช่นเดียวกับรอยเส้นน้ำในวันก่อน
ไม่มีใครวาดทับ
ไม่มีใครเก็บมันไว้
ไม่มีใครบอกว่ามันสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้แห้งไป
ในห้องสมุด อีรินนั่งข้างหน้าต่าง
เด็กในผลึกนั่งหันออกไปทางแสงสีเงิน
และจากในห้องเล็ก ไม่มีเสียงใดดังขึ้นอีก
แต่ดินสอยังคงวางอยู่แบบนั้น
เก้าอี้ยังหันออกจากหน้าต่างนิดหนึ่ง
และคำว่า ข้าวางดินสอไว้แบบนั้นเอง
ยังอยู่ในความทรงจำของคนที่ได้ยิน
ไม่ใช่เพื่อให้ใครตีความต่อ
ไม่ใช่เพื่อให้ใครคาดหวังอะไรในวันพรุ่งนี้
เพียงเพื่อให้มันเป็นคำหนึ่ง
ที่เคยถูกวางไว้
และไม่ต้องถูกย้ายไปไหน
นิยาย
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย