22 ต.ค. เวลา 04:06 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 175: ถ้วยที่ยังไม่ถูกยก

เช้าวันนั้น แสงข้างนอกเปลี่ยนก่อนที่ฝนในหน้ากระดาษจะเปลี่ยน
แสงสีเงินอ่อนผ่านหน้าต่างสูงของห้องสมุด
ไม่สว่างพอจะเรียกว่าเช้าแดด
ไม่หม่นพอจะเรียกว่าฝน
หยดน้ำที่ค้างอยู่บนกระจกค่อย ๆ รวมกัน
ไหลลงเป็นเส้นบาง
แล้วหายไปที่ขอบหน้าต่าง
อีรินนั่งอยู่ที่เดิมข้างหน้าต่าง
ถ้วยชาของเขาอุ่นอยู่
แต่ยังไม่ถูกยกขึ้นดื่ม
เด็กในผลึกนั่งหันออกไปทางแสง
มือเงาถ่านและมือแสงทองวางแยกกันบนตัก
เช้าวันนี้เขามองถ้วยชาว่างบนถาดไม้ของเรนาอยู่นานกว่าปกติ
ถ้วยใบนั้นยังไม่มีเจ้าของ
ไม่มีใครย้ายมันไปใกล้ประตู
ไม่มีใครยกมันไปวางตรงธรณี
ไม่มีใครเติมชาให้มัน
มันเพียงอยู่บนถาด
ข้างถ้วยอีกใบที่มีไออุ่นบาง ๆ ลอยขึ้นช้า ๆ
“ถ้วยนั้นยังว่างอยู่” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“มันจะอยู่ว่างนานแค่ไหน?”
เรนามองถ้วยใบนั้น
ก่อนตอบอย่างสงบ
“ข้าไม่รู้”
“แล้วถ้ามันเย็นหมดล่ะ?”
“มันก็เป็นถ้วยที่เย็น”
เด็กในผลึกนิ่งไป
“แล้วเจ้าจะไม่เสียใจหรือ?”
เรนายิ้มอ่อนมาก
“ข้าอาจเสียดายนิดหนึ่ง” นางตอบ
“แต่ไม่ใช่เพราะถ้วยไม่ได้ถูกยก”
“เพียงเพราะชาอุ่น ๆ เป็นสิ่งที่น่าดื่ม”
เด็กในผลึกก้มมองมือของตัวเอง
“เจ้าชอบชาอุ่น”
“ใช่”
“แต่เจ้าไม่ต้องให้ใครดื่ม เพื่อพิสูจน์ว่ามันอุ่น”
“ใช่”
อีรินมองเรนา
แล้วมองถ้วยชาในมือของตน
“บางอย่างดูแลได้ โดยไม่ต้องถูกใช้ทันที” เขาพูด
เด็กในผลึกพยักหน้าช้า ๆ
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนยังตกละเอียด
ไม่ได้หนัก
ไม่ได้หยุด
เพียงตกพอให้พื้นหินยังเปียก
พอให้น้ำไหลผ่านรอยแตกเล็ก ๆ
พอให้พนักเก้าอี้ไม้มีหยดน้ำเกาะอยู่ตามขอบ
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้เช่นเดิม
ประตูสีซีดอยู่ไกลออกไป
ปิดสนิท
เงียบ
ไม่เรียกร้องให้ใครมอง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่
ผ้าพับสีเทายังอยู่ข้างผนัง
ก้อนกรวดเล็กในรอยแตกยังให้น้ำแยกไหลผ่านสองทาง
แต่วันนี้ มีหยดน้ำหนึ่งเกาะอยู่บนปลายพนักเก้าอี้
หยดนั้นใหญ่กว่าหยดอื่นเล็กน้อย
สั่นไหวอยู่เมื่อฝนตกกระทบไม้
เหมือนจะหยดลง
แต่ยังไม่หยด
เด็กผมขาวมองเห็นมันก่อน
“หยดน้ำกำลังจะตก” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำมองตาม
“อาจจะ”
“มันจะตกเมื่อไร?”
“ข้าไม่รู้”
“เรารอได้ไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำไม่ตอบทันที
ผู้เฝ้าคำถามจึงพูดขึ้นเบา ๆ
“เรารอได้ ถ้าเราไม่ได้ทำให้หยดน้ำต้องตกเพราะเรารอ”
เด็กผมขาวคิดอยู่พักหนึ่ง
“ถ้าเรามองมันนาน ๆ มันจะรู้ไหม?”
“ข้าไม่คิดว่าหยดน้ำรู้” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
“แต่บางครั้ง คนที่กำลังมองอาจเหนื่อย”
เด็กผมขาวพยักหน้า
แล้วละสายตาจากหยดน้ำนั้น
เขาหันไปมองหน้าต่างแทน
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนไม่ได้มองหยดน้ำบนเก้าอี้
เขากำลังมองปลายรองเท้าของตัวเอง
ปลายรองเท้าเปียก
มีโคลนสีเทาบางติดอยู่ที่ขอบ
และมีเศษเส้นด้ายเล็กมากเส้นหนึ่งพันอยู่ตรงเชือกรองเท้า
เด็กใต้ฝนก้มลงช้า ๆ
มือของเขาไม่เอื้อมไปแก้เชือก
ไม่ดึงเส้นด้าย
เพียงยกปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย
มองมันครู่หนึ่ง
แล้ววางลงบนพื้นหินตรงเดิม
ไม่มีรอยเท้าใหม่
ไม่มีการก้าวไปทางพื้นที่แห้ง
ไม่มีการขยับเข้าใกล้เก้าอี้
แต่เมื่อเขาวางเท้าลง
น้ำตื้นใต้รองเท้ากระเพื่อมเป็นวงกว้างออกไป
วงน้ำนั้นชนกับรอยแตก
แยกออกเป็นสองทาง
แล้วค่อย ๆ หายไป
เด็กในผลึกเห็นภาพนั้น
แต่ไม่ได้พูดทันที
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาจึงถาม
“เขาดูรองเท้าของตัวเองทำไม?”
อีรินตอบตามจริง
“ข้าไม่รู้”
“เขาอาจอยากถอดมันไหม?”
“อาจเป็น”
“หรือเขาอาจแค่เห็นว่ามันเปียก?”
“อาจเป็น”
เด็กในผลึกมองวงน้ำที่หายไปแล้ว
“เราปล่อยให้เขาดูรองเท้าได้”
“ใช่”
“โดยไม่ต้องรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับมัน”
“ใช่”
ทางเดินข้างห้องสมุดยังเงียบ
ประตูไม้เก่ายังเปิดอยู่
เก้าอี้คดในห้องเล็กยังหันออกจากหน้าต่างนิดหนึ่ง
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังวางอยู่บนโต๊ะเตี้ย
ดินสอแท่งสั้นยังชี้ไปทางเส้นโค้งจาง ๆ
ผ้าแห้งผืนเล็กบนชั้นล่างยังพับอยู่
แล้วมีเสียงจากในห้องเล็กดังขึ้น
กึก
เบามาก
เหมือนก้นแก้วแตะพื้นไม้
หรือถ้วยเปล่าวางลงบนโต๊ะ
หรือขาเก้าอี้ขยับเพียงเล็กน้อย
ไม่มีใครหันไปทันที
เรนาไม่ได้ยกถาดชา
อีรินไม่ได้ลุกจากหน้าต่าง
อาเรียไม่ได้ทำให้ด้ายเงินลอยขึ้น
ผู้รักษาความต่อเนื่องไม่ได้เอื้อมไปหาไม้บรรทัดเก่า
เด็กในผลึกมองอีริน
“เสียงนั้นเหมือนถ้วย”
“อาจเหมือน” อีรินตอบ
“แล้วถ้าเป็นถ้วยล่ะ?”
“มันก็อาจเป็นถ้วยที่ถูกขยับ”
“แล้วเราจะถามไหมว่าเขาอยากได้ชา?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าไม่อยากให้เสียงหนึ่งเสียงกลายเป็นคำสั่งที่เขาไม่ได้พูด”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“แต่ถ้าเขาอยากได้จริงล่ะ?”
“เขาอาจบอกเราได้”
“แล้วถ้าเขาไม่อยากพูด?”
อีรินมองถ้วยว่างบนถาดไม้
“เรามีเวลาให้เขาหาวิธีของเขา” เขาตอบ
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดขึ้นพอดี
“เรนา”
“ข้าอยู่นี่” เรนาตอบ
“ถ้วยว่างใบนั้น ยังอยู่ไหม?”
เรนามองถาดไม้ในมือ
“ยังอยู่”
“มันมีอะไรอยู่ข้างในไหม?”
“ไม่มี”
เงียบไป
“มันสะอาดไหม?”
“สะอาด”
“มันอุ่นหรือเย็น?”
เรนาลองวางปลายนิ้วใกล้ขอบถ้วยโดยไม่แตะเข้าไปด้านใน
“ตอนนี้ อุ่นนิดหน่อยจากห้อง”
เด็กในห้องเล็กเงียบไปนาน
ไม่มีใครขยับ
ไม่มีใครยกถ้วยเข้าใกล้ประตู
ไม่มีใครถามว่าเขาจะเอาไหม
จากนั้นเสียงนั้นจึงพูดว่า
“ถ้ามันเย็นกว่านี้ เจ้าจะล้างไหม?”
เรนายิ้มอ่อน
“ถ้าเจ้าอยากให้ข้าล้าง ข้าจะล้าง”
“แล้วถ้าข้าไม่อยากให้ล้าง?”
“ข้าก็ปล่อยไว้ได้”
“แม้มันจะว่าง?”
“แม้มันว่าง”
ความเงียบที่ตามมาไม่ได้เหมือนการรอคำตอบ
มันเหมือนพื้นที่บนโต๊ะ
ที่ยังมีถ้วยใบหนึ่งวางอยู่
และไม่มีใครต้องรีบทำอะไรกับมัน
ในหน้ากระดาษภาพฝน หยดน้ำบนพนักเก้าอี้ในที่สุดก็หล่นลง
มันตกลงบนพื้นหินข้างเก้าอี้
กระเด็นเป็นหยดเล็ก
แล้วไหลไปตามร่องแคบ ๆ
เด็กใต้ฝนไม่ได้หันไปดู
เขายังคงมองปลายรองเท้าของตัวเอง
ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นจับชายเสื้อคลุมตรงหัวเข่า
ไม่ได้ดึง
ไม่ได้จัด
เพียงจับผ้าไว้ครู่หนึ่ง
แล้วปล่อย
เด็กหญิงผู้จดจำมองเขาอย่างเงียบ ๆ
เด็กผมขาวถาม
“เขาปล่อยมืออีกแล้ว”
“ใช่” นางตอบ
“มันเหมือนตอนก่อนหรือเปล่า?”
เด็กหญิงผู้จดจำส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าไม่รู้”
“แต่เขาปล่อยมือเหมือนกัน”
“ใช่”
“แล้วเราต้องจำไหม?”
นางมองสมุดที่ปิดอยู่บนตัก
“เราจำได้เท่าที่จำได้” นางตอบ
“แต่เราไม่ต้องเอาความจำไปวางบนมือของเขา”
เด็กผมขาวพยักหน้า
ราวกับคำตอบนั้นทำให้เขาวางมือของตนเองลงได้สบายขึ้น
เมื่อบ่ายคล้อย แสงในห้องสมุดเริ่มอุ่นขึ้นทีละน้อย
โคมอำพันส่องลงบนถาดไม้
ถ้วยชาที่มีไอยังอยู่
ถ้วยว่างยังอยู่ข้างกัน
ไม่มีใครดื่มจากถ้วยว่าง
ไม่มีใครเติมชา
ไม่มีใครย้ายมันไปไหน
แต่อีรินเห็นว่าเรนาวางถาดลงบนโต๊ะเล็ก
ไม่ใช่ใกล้ประตู
ไม่ใช่ไกลจากประตู
อยู่ตรงที่เดิมซึ่งคนเดินผ่านได้
และคนไม่เดินผ่านก็ไม่ต้องสนใจ
เด็กในผลึกมองตำแหน่งนั้น
“ถ้วยยังอยู่”
“ใช่” เรนาตอบ
“แล้วเจ้าจะไม่เอากลับไปเก็บ?”
“ยังไม่เอา”
“เพราะเจ้าคิดว่าเขาจะมาเอา?”
เรนาส่ายหน้า
“เพราะตอนนี้ ข้ายังอยากให้มันอยู่ตรงนี้”
เด็กในผลึกคิดอยู่พักหนึ่ง
ก่อนยิ้มเล็กน้อย
“ถ้วยว่างอาจอยู่เพื่อตัวมันเองได้”
“อาจได้” เรนาตอบ
เมื่อค่ำมาถึง ฝนในหน้ากระดาษยังตกอยู่
เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
พื้นที่แห้งยังว่าง
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
หยดน้ำบนพนักเก้าอี้หายไปแล้ว
แต่ปลายรองเท้าของเด็ก
ยังวางอยู่บนพื้นหินตรงเดิม
ไม่ใช่เพราะเขาติดอยู่
ไม่ใช่เพราะใครกำลังเฝ้าดู
เพียงเพราะตรงนั้นเป็นที่ที่เขาเลือกให้อยู่ในตอนนี้
ในห้องสมุด ถ้วยชาว่างยังอยู่บนโต๊ะเล็ก
ไม่มีใครถามว่าเมื่อไรจะถูกใช้
ไม่มีใครเรียกมันว่าความหวัง
ไม่มีใครเรียกมันว่าการรอ
มันเป็นถ้วยที่ยังไม่ถูกยก
และเพียงเท่านั้น
ก็เพียงพอสำหรับคืนนี้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา