Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
22 ต.ค. เวลา 04:09 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 176: ทางที่ยังไม่ต้องเลือก
เช้าวันนั้น ห้องสมุดสว่างขึ้นช้ากว่าทุกวัน
ไม่ใช่เพราะเมฆหนา
ไม่ใช่เพราะฝนกลับมา
แต่เพราะทุกคนปล่อยให้โคมอำพันสว่างอยู่เพียงเท่าที่จำเป็น
แสงสีเงินจากหน้าต่างสูงยังทอดลงบนพื้นขาวขัดมัน
หยดน้ำที่เหลือจากเมื่อคืนเกาะอยู่บนกระจกเป็นทางยาว
บางหยดไหลลง
บางหยดหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
และบางหยดหายไป โดยไม่มีใครทันเห็น
บนโต๊ะเล็กใกล้ทางเดิน ถาดไม้ยังอยู่
ถ้วยชาที่มีชาอุ่นอยู่ใบหนึ่ง
ถ้วยสะอาดว่างเปล่าอีกใบหนึ่ง
วางข้างกันเหมือนเมื่อวาน
วันนี้ ไม่มีไอชาลอยจากถ้วยที่มีชาแล้ว
มันเย็นลงอย่างเงียบ ๆ
แต่เรนายังไม่ได้เก็บถาดกลับ
เด็กในผลึกมองถ้วยทั้งสองใบอยู่ครู่หนึ่ง
“ชาเย็นแล้ว” เขาพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“แล้วถ้วยว่างยังสะอาดอยู่ไหม?”
“ยังอยู่”
“ถ้าไม่มีใครใช้ทั้งสองใบล่ะ?”
เรนามองถ้วยชาเย็น
แล้วมองถ้วยว่าง
“ถ้วยหนึ่งก็เป็นถ้วยที่มีชาเย็น” นางตอบ
“อีกใบก็เป็นถ้วยว่าง”
เด็กในผลึกขมวดคิ้วนิดหนึ่ง
“มันไม่เสียหายหรือ?”
“ไม่เสียหาย”
“แต่ชาที่อุ่นกว่านี้ดีกว่า”
“อาจดีกว่า” เรนายิ้มอ่อน “แต่ชาที่เย็นลงก็ยังเป็นชา”
เด็กในผลึกเงียบไป
อีรินซึ่งนั่งใกล้หน้าต่างพูดขึ้นเบา ๆ
“บางอย่างไม่ได้ต้องอยู่ในสภาพเดิม เพื่อจะยังเป็นสิ่งนั้น”
เด็กในผลึกมองมือของตัวเอง
มือเงาถ่านกับมือแสงทองยังวางแยกกันบนตัก
“เหมือนด้ายเงินที่ไม่ลอยแล้ว”
อาเรียพยักหน้า
“ใช่”
“เหมือนดินสอที่ยังอยู่ แต่ไม่มีใครวาด”
“ใช่” อีรินตอบ
“เหมือนเด็กใต้ฝนที่ยังนั่งอยู่ตรงเดิม แต่ไม่จำเป็นต้องกำลังรออะไร”
ไม่มีใครตอบทันที
เพราะไม่มีใครอยากเติมคำว่า ถูกต้อง
ให้ประโยคนั้นกลายเป็นสิ่งที่เด็กใต้ฝนต้องเป็น
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนยังตกอย่างละเอียด
พื้นหินเปียกเป็นเงา
รอยแตกบนพื้นยังพาน้ำไหลผ่าน
ก้อนกรวดเล็กยังแบ่งทางน้ำออกเป็นสองสาย
ประตูสีซีดไกลออกไปยังปิด
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ตรงเดิม
เด็กใต้ฝนนั่งหลังเก้าอี้ไม้
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
รอยฝ่ามือชื้นบนพนักเก้าอี้จากเมื่อวานจางไปเกือบหมดแล้ว
หลงเหลือเพียงสีไม้ที่เข้มกว่าเดิมเล็กน้อย
จนถ้าไม่มองตรง ๆ ก็อาจไม่เห็น
วันนี้ เด็กใต้ฝนไม่ได้มองพนักเก้าอี้
เขามองทางน้ำสองสายที่ไหลผ่านก้อนกรวด
สายหนึ่งไหลเลียบผนัง
อีกสายไหลผ่านใกล้ปลายรองเท้าของเขา
ทั้งสองสายไม่ได้แข่งกัน
ไม่ได้พยายามกลับมารวมกัน
เพียงหายเข้าไปในรอยแตกคนละทาง
เด็กผมขาวมองตาม
“น้ำแยกไปสองทาง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แล้วทางไหนถูก?”
นางมองน้ำที่ไหล
“ข้าไม่คิดว่าน้ำกำลังเลือกทางที่ถูก”
“แต่มันไปคนละที่”
“ใช่”
เด็กผมขาวเงียบไป
ก่อนถามอีก
“แล้วถ้ามันอยากกลับมาเจอกันล่ะ?”
ผู้เฝ้าคำถามซึ่งนั่งเงียบอยู่ใกล้หน้าต่างกล่าวขึ้น
“บางทีน้ำอาจกลับมาเจอกันที่อื่น”
“หรือบางทีอาจไม่เจอ”
“แต่มันไม่จำเป็นต้องตัดสินเรื่องนั้นตอนที่กำลังไหล”
เด็กผมขาวมองแอ่งน้ำตรงหน้า
“ข้าชอบที่มันไม่ต้องรีบรู้”
เด็กหญิงผู้จดจำยิ้มบาง ๆ
“ข้าก็ชอบ”
ในห้องเล็กข้างทางเดิน ประตูไม้เก่ายังเปิดอยู่
ไม่มีใครยืนหน้าประตู
ไม่มีใครถือถาดชาเข้าไป
ไม่มีใครขยับเก้าอี้คดที่หันออกจากหน้าต่างเพียงนิดเดียว
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังวางอยู่บนโต๊ะเตี้ย
ดินสอแท่งสั้นยังชี้ไปยังเส้นโค้งจาง ๆ
ผ้าแห้งบนชั้นล่างยังพับเรียบ
แล้วเสียงเด็กหลังประตูก็ดังขึ้น
“เรนา”
“ข้าอยู่นี่”
“ชาที่เย็นแล้ว รสชาติเป็นยังไง?”
เรนามองถ้วยชาบนถาด
“มันอ่อนลงนิดหนึ่ง” นางตอบ
“กลิ่นไม่ลอยมากเหมือนตอนอุ่น”
“แต่ยังดื่มได้”
“เจ้าจะดื่มไหม?”
“อาจดื่ม”
“ทั้งที่มันไม่อุ่นแล้ว?”
“ใช่”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ทำไม?”
เรนายิ้ม
“เพราะข้าอยากรู้ว่ามันรสชาติเป็นอย่างไรในตอนนี้”
คำตอบนั้นไม่ได้ดัง
แต่เด็กในผลึกเงยหน้าขึ้นจากมือของตัวเอง
“เจ้าไม่ดื่มเพราะหวังว่ามันจะกลับมาอุ่นใช่ไหม?” เขาถาม
“ไม่” เรนาตอบ “ชาไม่ต้องกลับมาอุ่น เพื่อให้ข้าดื่มมันได้”
จากห้องเล็ก เงียบไปอีกพักหนึ่ง
จากนั้นเด็กคนนั้นพูดว่า
“ถ้าเจ้าดื่มแล้วไม่ชอบล่ะ?”
“ข้าก็รู้ว่าไม่ชอบ”
“แล้วเจ้าจะโกรธถ้วยไหม?”
เรนาหัวเราะเบามาก
“ไม่โกรธ”
“แล้วจะโกรธชาไหม?”
“ไม่โกรธ”
“แล้วจะโกรธตัวเองไหม?”
รอยยิ้มของเรนาค่อย ๆ จางลงเป็นความอ่อนโยน
“ข้าหวังว่าจะไม่”
ไม่มีใครพูดแทรก
อีรินมองแสงเงินบนพื้น
อาเรียปล่อยมือจากด้ายที่วางอยู่บนโต๊ะ
ผู้รักษาความต่อเนื่องไม่ได้หยิบไม้บรรทัดขึ้นมา
เด็กหญิงผู้จดจำยังคงปิดสมุดไว้
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับมือข้างหนึ่งออกจากเข่า
เขาไม่ได้เอื้อมไปหาเก้าอี้
ไม่ได้เอื้อมไปหาพื้นที่แห้ง
ไม่ได้แตะร่ม
ไม่ได้แตะพื้น
มือของเขาหยุดอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง
ราวกับกำลังฟังเสียงฝนบนปลายนิ้ว
แล้วเขาวางมือลงบนเข่าอีกข้างของตัวเอง
มือทั้งสองข้างวางอยู่ใกล้กันกว่าเดิมนิดเดียว
ไม่ได้จับกัน
ไม่ได้ประสาน
ไม่ได้แปลว่าเขาตัดสินใจอะไร
เพียงอยู่ใกล้กันพอให้ชายเสื้อคลุมเปียก ๆ สัมผัสหลังมือ
เด็กผมขาวเห็น
“มือเขาใกล้กันขึ้น”
เด็กหญิงผู้จดจำมองตาม
“ใช่”
“เราควรจำไหม?”
นางมองมือของเด็กใต้ฝนอยู่ครู่หนึ่ง
“เราจำได้” นางตอบ
“แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ความจำพาเขาไปไหน”
เด็กผมขาวพยักหน้าอย่างตั้งใจ
“เหมือนเราจำได้ว่าน้ำมีสองทาง” เขาพูด
“แต่ไม่ต้องเลือกแทนน้ำ”
“ใช่”
ช่วงบ่าย เรนาหยิบถ้วยชาที่เย็นแล้วขึ้นมาจากถาด
เด็กในผลึกมองตาม
แต่ไม่ได้ถามว่าทำไม
เรนายกถ้วยขึ้นจิบช้า ๆ
เพียงคำเดียว
ไม่มีสีหน้าว่าชอบหรือไม่ชอบ
ไม่มีใครรอคำตัดสิน
นางวางถ้วยลงที่เดิม
ข้างถ้วยว่างสะอาด
จากห้องเล็ก เด็กคนนั้นถาม
“เป็นยังไง?”
เรนามองถ้วยชา
“มันเย็น” นางตอบ
“และข้าดื่มได้”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
เด็กหลังประตูเงียบไปนาน
จากนั้นมีเสียงแผ่วเบา
ไม่ใช่เสียงแตะ
ไม่ใช่เสียงแก้ว
ไม่ใช่เสียงเก้าอี้
เป็นเสียงคล้ายลมหายใจที่ปล่อยออกช้ากว่าปกติ
ไม่มีใครเรียกมันว่าคำตอบ
ไม่มีใครทำให้มันกลายเป็นสัญญาณ
อีรินเพียงนั่งอยู่ตรงเดิม
และพูดขึ้น โดยไม่ได้หันไปทางประตูมากนัก
“ข้าอยู่นี่”
ไม่มีคำตอบกลับมา
แต่ไม่มีใครคาดหวังให้มี
เมื่อเย็นลง แสงในหน้ากระดาษภาพฝนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหม่น
น้ำสองสายที่แยกจากก้อนกรวดหายเข้าไปในรอยแตกแล้ว
เด็กใต้ฝนยังนั่งหลังเก้าอี้ไม้
พื้นที่แห้งยังว่าง
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
มือของเขายังวางอยู่ใกล้กันบนตัก
ไม่เหมือนเมื่อเช้าทั้งหมด
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นสิ่งใหม่
ในห้องสมุด ถ้วยที่มีชาเย็นยังอยู่บนถาด
ถ้วยว่างยังอยู่ข้างมัน
ทั้งสองใบไม่ได้ใช้ไปในแบบเดียวกัน
แต่ก็ไม่มีใบใดต้องถูกย้าย
ถูกตีความ
หรือถูกทำให้กลายเป็นคำสัญญา
นอกหน้าต่าง หยดน้ำสุดท้ายไหลลงจากกระจก
และในความเงียบที่ตามมา
ทุกคนปล่อยให้ทางสองทาง
ยังเป็นทางสองทาง
โดยไม่บังคับให้มันต้องกลับมารวมกัน
นิยาย
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย