24 ต.ค. เวลา 02:15 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 184: ที่วางชั่วคราว

เช้าวันนั้น ดินสอยังอยู่บนพื้นไม้
แสงจากหน้าต่างสูงขยับผ่านขาโต๊ะ
ตอนแรกแตะเพียงปลายไม้ของมัน
พอสายขึ้นอีกนิด แสงก็คลุมดินสอทั้งแท่ง
มันยังไม่ถูกเก็บ
ยังไม่ถูกเหยียบ
ยังไม่ถูกเลื่อนด้วยลม
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังอยู่บนโต๊ะ
รอยดินสอสองเส้น จุดเล็ก และเส้นสั้นที่โค้งเข้ามาแล้วหยุด
ยังอยู่ข้างกันเหมือนเดิม
ประตูไม้เก่ายังคงเปิด
เด็กในผลึกนั่งเงียบอยู่ในเก้าอี้
มือเงาถ่านกับมือแสงทองวางแยกกันบนตัก
เขามองดินสอบนพื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนถามว่า
“เมื่อคืน เด็กคนนั้นไม่ได้ขออะไร”
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วดินสอยังอยู่”
“ใช่”
“ถ้าวันนี้เขาขอ เราจะยังช่วยได้ไหม?”
“ได้”
“แม้เขาจะปล่อยให้มันอยู่บนพื้นทั้งคืน?”
“ได้”
เด็กในผลึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะการขอไม่ได้หมดอายุไปพร้อมกับคืนก่อน”
อีรินยิ้มบาง ๆ
“ข้าคิดว่าไม่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนตกอย่างบางเบา
พื้นหินยังชื้น
แอ่งน้ำตื้นยังสะท้อนกำแพงสีเทา
ประตูไม้ซีดไกลออกไปยังปิด
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้เช่นเดิม
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
ปลายหนึ่งติดอยู่กับรอยแตก
ปลายรองเท้ายังหันเฉียงออกจากมัน
ใบไม้แห้งยังติดอยู่ในช่องพื้น
และน้ำยังเลือกไหลอ้อมไปตามทางของมัน
วันนี้ น้ำที่ไหลอ้อมใบไม้พาเม็ดทรายเล็ก ๆ มาด้วย
เม็ดทรายไม่ได้ใหญ่พอจะขวางทางน้ำ
มันเพียงมาติดข้างใบไม้
แล้วทำให้ทางน้ำแคบลงนิดหนึ่ง
เด็กผมขาวมองเห็นก่อน
“มีอะไรเพิ่มข้างใบไม้” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำมองตาม
“เม็ดทราย”
“น้ำพามาหรือ?”
“อาจใช่”
“แล้วใบไม้จะขยับอีกไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามมองทางน้ำเล็ก ๆ
“ข้าไม่รู้”
เด็กผมขาวมองเด็กใต้ฝน
เด็กคนนั้นมองพื้นอยู่
แต่ไม่ได้มองตรงจุดเดิมตลอดเวลา
“เขาเห็นเม็ดทรายไหม?”
“ข้าไม่รู้” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แล้วเม็ดทรายต้องให้เขาเห็นไหม?”
นางส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่จำเป็น”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“มันอยู่ตรงนั้นได้ แม้เขาไม่เห็น”
“ใช่”
ในห้องเล็กข้างทางเดิน เงียบอยู่นาน
เรนาวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะไกลจากประตู
อาเรียปล่อยด้ายเงินไว้ในแนวโค้งหลวม ๆ
ผู้รักษาความต่อเนื่องยังไม่หยิบไม้บรรทัดเก่าขึ้นมา
ไม่มีใครมองดินสอบนพื้นนานเกินไป
จากนั้น เด็กหลังประตูก็พูดขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าข้าอยากให้ดินสอไม่อยู่บนพื้นแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าควรวางตรงไหนล่ะ?”
อีรินมองดินสอ
มองโต๊ะเตี้ย
มองประตูที่เปิด
ก่อนตอบว่า
“เราหาที่วางชั่วคราวได้”
“ที่วางชั่วคราวคืออะไร?”
“ที่ที่มันอยู่ได้ก่อน” อีรินตอบ
“โดยไม่ต้องแปลว่ามันจะอยู่ตรงนั้นตลอดไป”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“แล้วถ้าข้าไม่อยากให้มันอยู่บนโต๊ะ?”
“มันไม่ต้องอยู่บนโต๊ะ”
“ไม่อยากให้มันอยู่ในมือเจ้า”
“มันไม่ต้องอยู่ในมือข้า”
“ไม่อยากให้มันอยู่ใกล้ประตู”
“มันก็ไม่ต้องอยู่ใกล้ประตู”
เด็กในผลึกเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง
แต่ยังไม่พูดแทรก
จากหลังประตู เด็กคนนั้นถามต่อ
“ถ้ามันอยู่บนผ้าล่ะ?”
อีรินหันไปมองผ้าสีเทาที่พับอยู่ข้างผนัง
“เจ้าหมายถึงผ้าผืนนั้นหรือ?”
“อาจใช่”
“ผ้านั้นอยู่ไกลจากประตู” อีรินพูด
“อยู่บนพื้นเหมือนเดิม แต่ไม่ได้อยู่ตรงใต้ขาโต๊ะ”
“แล้วเจ้าจะเอาดินสอไปวางบนผ้าให้ไหม?”
อีรินไม่ได้ลุกทันที
“เจ้าต้องการให้ข้าทำตอนนี้ไหม?”
จากในห้องเล็กเงียบไปอีกครั้ง
แสงเช้าบนพื้นไม้ค่อย ๆ เคลื่อนไปถึงขอบผ้าสีเทา
“ตอนนี้” เด็กคนนั้นตอบเบามาก
อีรินพยักหน้า
“ข้าจะเข้าไปหยิบเฉพาะดินสอ” เขาพูด
“แล้ววางไว้บนผ้าตามที่เจ้าบอก”
“ข้าจะไม่แตะโต๊ะ ไม่แตะแก้ว ไม่แตะเก้าอี้ และจะออกมาทันที”
ไม่มีคำตอบอยู่พักหนึ่ง
ก่อนที่เด็กหลังประตูจะพูดว่า
“อย่าเดินผ่านวงบนพื้น”
อีรินมองวงดินสอที่วาดไว้ไม่สมบูรณ์
“ได้”
“อย่าวางดินสอทับผ้า”
“ได้”
“วางข้าง ๆ ผ้า”
“ได้”
“แล้วอย่ามองเข้ามาไกล”
อีรินตอบโดยไม่ช้า
“ได้”
เด็กในผลึกขยับนิ้วบนตักเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น
เพียงเพราะเขากำลังฟังคำขอที่ชัดขึ้นทีละนิด
อีรินลุกจากเก้าอี้
เขาเดินไปถึงธรณีประตู
หยุดตรงนั้นหนึ่งลมหายใจ
ไม่ได้มองเข้าไปลึกกว่าแสงบนพื้นไม้
จากนั้น เขาก้าวเข้าไปเพียงเท่าที่จำเป็น
เขาหลีกวงดินสอบนพื้น
ก้มลงหยิบดินสอแท่งสั้นข้างขาโต๊ะ
ไม่แตะแก้วนํ้า
ไม่แตะโต๊ะ
ไม่แตะเก้าอี้
แล้วเดินไปวางมันบนพื้นไม้ข้างผ้าสีเทาที่พับอยู่
ไม่ทับผ้า
ไม่วางตรงกลาง
เพียงอยู่ข้างกัน
โดยมีระยะเล็ก ๆ ระหว่างปลายดินสอกับขอบผ้า
จากนั้น อีรินก็เดินกลับออกมา
เขาไม่หันกลับไปมอง
“เสร็จแล้ว” เขาพูดเบา ๆ เมื่อกลับมานั่งที่เดิม
“ดินสออยู่ข้างผ้า”
ในห้องเล็กเงียบ
ไม่มีเสียงขอบคุณทันที
ไม่มีคำพูดว่าถูกหรือผิด
ไม่มีใครถามว่าเด็กคนนั้นเห็นหรือไม่
เด็กในผลึกมองประตูที่ยังเปิดอยู่
“อีรินเข้าไป” เขาพูด
“ใช่”
“แต่เข้าไปเท่าที่เด็กคนนั้นขอ”
“ใช่”
“แล้วออกมา”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองมือของตัวเอง
“การช่วยมีขอบได้”
อีรินพยักหน้า
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยกมือขึ้นอีกครั้ง
มือของเขาเคลื่อนผ่านเข่า
ผ่านขอบแอ่งน้ำ
แล้วหยุดเหนือเส้นด้าย
เด็กผมขาวไม่ได้พูดทันที
ปลายนิ้วของเด็กใต้ฝนอยู่ใกล้เส้นด้าย
แต่ไม่ได้แตะ
ฝนตกผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างมือกับเส้นใย
หยดหนึ่งเกาะบนหลังมือ
แล้วค่อย ๆ ไหลลงตามข้อนิ้ว
เด็กใต้ฝนมองหยดน้ำนั้น
จากนั้น เขาไม่หยิบเส้นด้าย
ไม่ขยับมัน
เพียงใช้มืออีกข้างดึงชายเสื้อคลุมมาคลุมเข่ามากขึ้นเล็กน้อย
มือที่อยู่เหนือเส้นด้ายกลับมาวางบนเข่า
ข้างใต้ผ้าคลุมที่ดึงลงมาใหม่
เด็กผมขาวพูดแผ่วเบา
“เขาไม่ได้จับด้าย”
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่เขาจัดเสื้อคลุม”
“ใช่”
“เราไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันไหม”
“เราไม่รู้”
ผู้เฝ้าคำถามมองฝนที่ตกผ่านช่องว่างนั้น
“และเราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกการขยับเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“มืออยู่ใกล้ด้ายได้” เขาพูด
“แล้วมือก็อาจทำอย่างอื่น”
“ใช่”
ช่วงบ่าย เรนายกถ้วยว่างใบเดียวกลับมาวางบนถาดเดิม
ไม่ได้วางไว้ที่เดิมเป๊ะ
เพียงอยู่บนถาด
ใกล้ขอบด้านที่มั่นคงกว่า
เด็กในผลึกมอง
“เจ้าวางถ้วยใหม่”
“ใช่”
“เป็นที่วางชั่วคราวหรือ?”
เรนายิ้ม
“อาจเป็น”
“แล้วถ้าเจ้าจะย้ายอีกที?”
“ข้าก็ย้ายได้”
“โดยไม่แปลว่าที่แรกผิด?”
“ใช่” เรนาตอบ
“บางที่ไม่ได้ผิด เพียงแค่ไม่ใช่ที่ที่เราอยากให้ของสิ่งนั้นอยู่ตอนนี้”
เด็กในผลึกพยักหน้าช้า ๆ
“เหมือนดินสอ”
“อาจเหมือน”
เมื่อเย็นมาถึง แสงสีเงินนอกหน้าต่างเริ่มกลืนไปกับสีน้ำเงินเข้มของฟ้า
โคมอำพันทีละดวงสว่างขึ้น
แต่แสงของมันยังไม่ส่องเป็นทางตรงเข้าไปในห้องเล็ก
ประตูยังเปิด
แก้วนํ้ายังอยู่บนโต๊ะ
เส้นดินสอยังเว้นช่องว่าง
เก้าอี้คดยังหันเฉียงออกจากหน้าต่าง
ดินสอไม่ได้อยู่ข้างขาโต๊ะแล้ว
มันอยู่ข้างผ้าสีเทา
มีระยะเล็ก ๆ ระหว่างกัน
ไม่ใกล้ประตู
ไม่อยู่บนโต๊ะ
ไม่อยู่ในมือของใคร
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ดินสออยู่ข้างผ้าจริงไหม?”
“จริง”
“เจ้าไม่ได้วางทับผ้า?”
“ไม่ได้”
“แล้วเจ้าออกมาแล้ว?”
“ออกมาแล้ว”
เงียบไป
คราวนี้ ความเงียบไม่ได้ยาวเพราะไม่มีอะไรจะพูด
แต่มันเหมือนกำลังตรวจดูสิ่งที่เพิ่งถูกทำไป
แล้วเด็กคนนั้นก็พูดเบามาก
“ขอบใจ”
อีรินไม่ได้รีบตอบ
เขาเพียงก้มศีรษะเล็กน้อย
แม้เด็กหลังประตูจะมองไม่เห็น
“ยินดี” เขาพูด
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
เส้นด้ายยังอยู่ที่พื้น
ใบไม้และเม็ดทรายยังอยู่ในรอยแตก
น้ำยังไหลอ้อมไปตามทางใหม่
ประตูไกลยังปิด
พื้นที่แห้งยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
แต่ชายเสื้อคลุมของเด็กใต้ฝน
ถูกดึงมาคลุมเข่ามากขึ้นเล็กน้อย
ไม่ใช่สัญญาณ
ไม่ใช่คำตอบ
ไม่ใช่สิ่งที่ใครต้องแปล
เพียงเป็นสิ่งที่เขาทำ
ในเวลาที่มือของเขาอยู่ใกล้เส้นด้าย
และเลือกทำอย่างอื่น
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นยังลอยอยู่เหนือห้องสมุด
เว้นระยะห่างกันอย่างสงบ
ไม่มีหน้าใดบันทึกว่าดินสอย้ายกี่ก้าว
ไม่มีหน้าใดบอกว่าผ้าสีเทาเป็นที่วางที่ถูกต้อง
ไม่มีหน้าใดเขียนว่าคำว่า “ขอบใจ” ต้องหมายถึงอะไรต่อไป
เพราะบางความช่วยเหลือ
อาจเป็นเพียงการทำตามคำขอ
อย่างพอดี
และบางที่วาง
ไม่ต้องเป็นที่ถาวร
เพื่อให้สิ่งหนึ่งอยู่ได้อย่างปลอดภัย
ในตอนนี้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา