24 ต.ค. เวลา 02:19 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 185: ระยะข้างผ้า

เช้าวันนั้น ดินสออยู่ข้างผ้าสีเทา
ไม่ได้อยู่บนผ้า
ไม่ได้แตะขอบผ้า
ไม่ได้อยู่ใต้โต๊ะ
และไม่ได้อยู่ใกล้ประตู
มีระยะเล็ก ๆ ระหว่างปลายดินสอกับผ้าที่พับไว้
ระยะนั้นไม่ได้กว้างพอจะเป็นทางเดิน
ไม่ได้แคบพอให้ของสองสิ่งแตะกันโดยบังเอิญ
มันเป็นเพียงระยะหนึ่ง
ที่เด็กหลังประตูเคยบอกไว้
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังอยู่บนโต๊ะเตี้ย
แสงเช้าสะท้อนผ่านน้ำเป็นเงาใสบนไม้เก่า
ข้างแก้วมีเส้นโค้งสองเส้น จุดเล็กหนึ่งจุด และเส้นสั้นที่หยุดก่อนถึงช่องว่าง
ไม่มีเส้นใดเพิ่มขึ้นในคืนนั้น
ประตูไม้เก่ายังเปิด
ในห้องเล็ก เก้าอี้คดยังหันเฉียงออกจากหน้าต่าง
กระดาษขาวฉีกยังค้ำขาเก้าอี้
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังอยู่ข้างผนัง
และไม่มีใครยืนอยู่ตรงธรณี
เด็กในผลึกมองดินสออยู่พักหนึ่ง
“มันอยู่ข้างผ้าแล้ว” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“เด็กคนนั้นบอกให้วางข้างผ้า”
“ใช่”
“แล้วเจ้าวางตามนั้น”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองระยะเล็ก ๆ ระหว่างสิ่งทั้งสอง
“ถ้าเจ้าวางใกล้กว่านี้ เขาจะรู้ไหม?”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เขาอาจรู้ หรืออาจไม่รู้” เขาตอบ
“แต่เขาบอกว่าต้องการให้มีระยะ ข้าจึงพยายามให้มีระยะ”
“แม้ระยะนั้นจะเล็ก?”
“แม้เล็ก”
“แม้เจ้าไม่รู้ว่าต้องเล็กแค่ไหน?”
“แม้ข้าไม่รู้ทั้งหมด”
เด็กในผลึกพยักหน้าช้า ๆ
“บางครั้ง เราทำตามสิ่งที่รู้” เขาพูด
“โดยไม่แกล้งทำเป็นรู้มากกว่านั้น”
อีรินยิ้มบาง ๆ
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนยังตกเป็นเส้นละเอียด
พื้นหินเย็นและเปียก
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่
ใบไม้แห้งและเม็ดทรายเล็ก ๆ ยังค้างอยู่ในรอยแตก
น้ำไหลอ้อมสิ่งทั้งสองอย่างเงียบ ๆ
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ไม่ได้มองประตู
ไม่ได้มองเส้นด้ายตลอดเวลา
เส้นด้ายสีอ่อนยังวางอยู่บนพื้นใกล้รองเท้า
ปลายหนึ่งเกี่ยวอยู่กับรอยแตก
ปลายรองเท้ายังหันเฉียงออกจากมัน
ช่องว่างระหว่างรองเท้ากับเส้นด้ายยังอยู่
ชายเสื้อคลุมถูกดึงมาคลุมเข่ามากขึ้นเล็กน้อย
แต่ไม่มีใครพูดถึงมันก่อน
เด็กผมขาวมองสายน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านพื้น
“น้ำยังไหลอ้อมใบไม้” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แล้วเม็ดทรายยังอยู่”
“ใช่”
“น้ำไม่พาไปหรือ?”
“ยังไม่พาไป”
เด็กผมขาวเงียบไปครู่หนึ่ง
“มันอยู่ข้างกันไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำมองใบไม้กับเม็ดทราย
“อยู่ใกล้กัน” นางตอบ
“แล้วเกี่ยวกันไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามตอบอย่างสงบ
“ข้าเห็นเพียงว่าน้ำไหลผ่านทั้งสองสิ่ง”
เด็กผมขาวยิ้มบาง ๆ
“ใกล้กัน ไม่ได้แปลว่าเรารู้ทุกอย่าง”
“ใช่” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
ช่วงสาย เรนาวางผ้าสะอาดผืนเล็กลงบนโต๊ะชา
นางไม่ได้วางเพิ่มในห้องเล็ก
ไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งของผ้าสีเทา
ไม่ได้เดินไปตรวจดูดินสอ
ผ้าผืนใหม่นั้นอยู่ข้างกาน้ำชา
สำหรับเช็ดหยดน้ำที่อาจตกจากปากกา
เด็กในผลึกมองแล้วถาม
“เจ้ามีผ้าสองผืนแล้ว”
“ใช่” เรนาตอบ
“ผืนหนึ่งอยู่ข้างดินสอ”
“ใช่”
“แต่อีกผืนไม่ใช่ของเด็กคนนั้น”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองผ้าทั้งสองจากระยะไกล
“ของเหมือนกัน อยู่คนละที่ได้”
“ได้”
“แล้วมีความหมายไม่เหมือนกัน”
“อาจไม่เหมือนกัน”
“แม้ทั้งคู่เป็นผ้า”
เรนายิ้ม
“แม้ทั้งคู่เป็นผ้า”
ในห้องเล็ก เงียบอยู่พักหนึ่ง
แสงจากหน้าต่างขยับไปบนพื้นไม้
ผ่านขอบวงดินสอที่ยังไม่สมบูรณ์
ผ่านขาเก้าอี้
ไปหยุดใกล้ปลายดินสอ
แต่ยังไม่แตะผ้าสีเทา
จากนั้น เด็กหลังประตูก็พูดขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ ดินสอยังอยู่ข้างผ้าหรือ?”
“ยังอยู่”
“ระยะยังอยู่ไหม?”
“ยังอยู่”
“เจ้าเข้าไปดูหรือ?”
“ไม่ได้เข้าไป” อีรินตอบ
“ข้าเห็นมันจากตรงนี้พอจะรู้ว่าดินสอยังอยู่ข้างผ้า”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าข้าอยากให้เจ้าไม่มองเข้าไปเลยล่ะ?”
อีรินมองประตูที่เปิด
แล้วลดสายตาลงมาที่พื้นทางเดินด้านนอก
“ข้าทำได้” เขาตอบ
“ข้าจะไม่มองเข้าไป เว้นแต่เจ้าจะขอให้ข้ามอง”
“แล้วถ้าดินสอขยับ?”
“ข้าอาจไม่รู้”
“แล้วถ้ามันกลับไปอยู่ใต้โต๊ะ?”
“ข้าก็อาจไม่รู้”
“แล้วเจ้ายังอยู่ไหม?”
“ยังอยู่”
เด็กในผลึกฟังคำตอบนั้นอย่างตั้งใจ
“อยู่” เขาพูด “ไม่ได้แปลว่าต้องเห็นทุกอย่าง”
“ใช่” อีรินตอบ
จากหลังประตู ไม่มีคำตอบทันที
แล้วเสียงไม้เบามากก็ดังขึ้น
ครืด
เหมือนสิ่งเล็ก ๆ ถูกเลื่อนผ่านพื้นเพียงนิดเดียว
อีรินยังมองพื้นด้านนอก
เรนายังจับกาน้ำชาอยู่
อาเรียไม่ได้ขยับด้ายเงิน
ไม่มีใครเดินเข้าไป
เด็กในผลึกหันไปทางประตู
“ดินสอขยับหรือเปล่า?” เขาถาม
อีรินส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าไม่รู้”
“เจ้าไม่อยากรู้หรือ?”
“ข้าอยากรู้ได้” อีรินตอบ
“แต่ตอนนี้ ข้าไม่คิดว่าความอยากรู้ของข้าสำคัญกว่าที่เขาขอ”
เด็กในผลึกมองมือของตัวเอง
มือเงาถ่านกับมือแสงทองยังแยกกัน
แต่วันนี้ เขาวางไว้ใกล้ขอบตักด้านเดียวกัน
ไม่ได้แตะ
ไม่ได้จงใจให้ห่าง
เพียงอยู่ในที่ที่มือทั้งสองมาถึงเอง
“บางครั้ง” เขาพูดช้า ๆ “เราอยากรู้สิ่งหนึ่ง และยังเลือกไม่รู้ได้”
“ใช่” อีรินตอบ
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับรองเท้า
ไม่ใช่การก้าว
ไม่ใช่การถอย
เขาเพียงหมุนปลายรองเท้าที่หันเฉียงอยู่แล้ว ให้หันออกไปอีกนิด
ช่องว่างระหว่างรองเท้ากับเส้นด้ายจึงไม่ลดลง
แต่เปลี่ยนรูป
เส้นด้ายยังอยู่ตรงเดิม
น้ำยังไหลผ่านใต้เส้นใย
ใบไม้กับเม็ดทรายยังอยู่ในรอยแตก
เด็กผมขาวมองอยู่เงียบ ๆ
“รองเท้าเขาหันอีกแล้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“มันห่างจากด้ายเท่าเดิมไหม?”
นางมองพื้นหินเปียก
“ข้าไม่แน่ใจ”
ผู้เฝ้าคำถามพูดเบา ๆ
“ข้าเห็นว่า มันไม่ได้แตะกัน”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“แค่นั้นก็พอ”
“ใช่”
เด็กใต้ฝนไม่ได้มองรองเท้าของตนเองนาน
เขาเงยหน้าขึ้นไปมองฝนที่ตกผ่านช่องทางแคบ ๆ ระหว่างกำแพง
เม็ดฝนกระทบพื้น
บางหยดรวมกัน
บางหยดหายไปตามรอยแตก
ไม่มีหยดใดถูกขอให้ตกตรงเดิม
ช่วงบ่าย จากในห้องเล็กมีเสียงเด็กพูดขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เมื่อกี้ ข้าขยับดินสอ”
อีรินยังไม่ได้หันไปมอง
“ข้าได้ยินเสียงบางอย่าง” เขาตอบ
“ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้าขยับดินสอ”
“มันไม่ได้อยู่ข้างผ้าเท่าเดิมแล้ว”
“ข้าจะไม่เดาว่ามันอยู่ตรงไหน” อีรินตอบ
“เจ้าต้องการเล่าไหม?”
เงียบไปพักหนึ่ง
“มันอยู่ห่างจากผ้ามากขึ้น”
“ข้าเข้าใจ”
“เจ้าไม่ถามว่าเท่าไรหรือ?”
“ไม่ถาม ถ้าเจ้ายังไม่อยากบอก”
“แล้วถ้ามันไกลเกินไปล่ะ?”
อีรินเงียบไปนิดหนึ่ง
“ถ้าเจ้าคิดว่ามันไกลเกินไป เจ้าขอให้ข้าช่วยได้” เขาตอบ
“หรือเจ้าอาจปล่อยให้มันอยู่แบบนั้นก่อนก็ได้”
“แล้วถ้าข้าไม่รู้ว่ามันไกลเกินไปหรือไม่?”
“เราก็ยังไม่ต้องตัดสินตอนนี้”
เด็กในผลึกมองพื้นใต้ประตู
แม้เขาไม่เห็นดินสอแล้ว
“ที่วางชั่วคราว ขยับได้” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วถ้ามันขยับ ก็ยังเป็นที่วางชั่วคราวได้”
“ใช่”
“โดยไม่ต้องมีใครทำผิด”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันสว่างขึ้นทีละดวง
ทางเดินด้านนอกประตูดูอุ่นขึ้น
แต่แสงยังหยุดก่อนถึงธรณี
อีรินไม่มองเข้าไปในห้องเล็ก
ตามที่เด็กคนนั้นขอ
เรนาไม่ได้ย้ายถาด
อาเรียไม่ได้จัดด้ายเงินให้เป็นรูปใด
ผู้รักษาความต่อเนื่องยังวางไม้บรรทัดเก่าไว้บนเก้าอี้ว่าง
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดเป็นครั้งสุดท้ายของวัน
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“คืนนี้ เจ้าไม่ต้องรู้ว่าดินสออยู่ตรงไหน”
อีรินพยักหน้าเบา ๆ
“ได้”
“แต่ถ้าพรุ่งนี้ ข้าอยากให้เจ้ารู้ล่ะ?”
“พรุ่งนี้ เจ้าบอกข้าได้”
เงียบไป
“แล้วถ้าพรุ่งนี้ ข้าไม่อยากให้เจ้ารู้เหมือนเดิม?”
“ข้าก็จะไม่รู้เหมือนเดิม”
ความเงียบหลังจากนั้นไม่ใช่คำตอบที่ต้องรีบตีความ
มันมีประตูเปิด
มีดินสอที่อาจอยู่ห่างจากผ้ามากขึ้น
มีผ้าสีเทาที่ยังอยู่ที่เดิม
และมีคนที่ยังอยู่ข้างนอก
โดยไม่พยายามเปลี่ยนความไม่รู้ให้กลายเป็นการมอง
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
เส้นด้ายยังไม่ถูกแตะ
ประตูไกลยังปิด
พื้นที่แห้งยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
ใบไม้และเม็ดทรายยังทำให้น้ำไหลอ้อมไปอย่างเงียบ ๆ
ปลายรองเท้าหันออกไปอีกนิด
ไม่ใช่คำสัญญา
ไม่ใช่การหนี
ไม่ใช่แผนที่
เพียงเป็นตำแหน่งใหม่
ที่ยังไม่ต้องบอกว่าจะมีอะไรต่อจากนั้น
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าลอยอยู่เหนือห้องสมุด
เว้นช่องว่างมากพอให้แสงจากโคมอำพันลอดผ่าน
ไม่มีหน้าใดเขียนตำแหน่งใหม่ของดินสอ
ไม่มีหน้าใดวัดระยะจากผ้าสีเทา
ไม่มีหน้าใดบอกว่าความไม่รู้เป็นช่องว่างที่ต้องเติม
เพราะบางระยะ
อาจมีไว้เพื่อให้สิ่งหนึ่งอยู่ได้โดยไม่ถูกแตะ
และบางการอยู่ใกล้
อาจเริ่มต้นจากการยอมรับว่า
เราไม่จำเป็นต้องเห็นทุกอย่าง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา