24 ต.ค. เวลา 02:39 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 187: จุดที่บอกได้

เช้าวันนั้น อีรินยังมองพื้นทางเดินด้านนอก
แสงจากหน้าต่างสูงทอดเป็นแถบสีเงินบนพื้นขาว
ผ่านขาเก้าอี้ของเขา
ผ่านขอบโต๊ะชา
แล้วหยุดอยู่ก่อนถึงธรณีของห้องเล็ก
ประตูไม้เก่ายังเปิด
แต่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น
แก้วนํ้าครึ่งแก้วยังอยู่บนโต๊ะเตี้ย
รอยดินสอสองเส้น จุดเล็ก และเส้นสั้นที่หยุดก่อนถึงช่องว่าง
ยังอยู่ตรงเดิม
อีรินไม่ได้มองเข้าไปเพื่อหาดินสอ
ไม่ได้มองหาว่าเก้าอี้ในห้องเล็กหันไปทางใด
เขารู้เพียงว่า เมื่อวานเด็กหลังประตูบอกว่าเก้าอี้ขยับ
และมันยังไม่ได้หันมาทางประตู
แค่นั้น
เด็กในผลึกนั่งอยู่เงียบ ๆ
มือเงาถ่านและมือแสงทองพักอยู่บนตักเดียวกัน
มีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างปลายนิ้ว
แต่ช่องว่างนั้นดูไม่เหมือนสิ่งที่ต้องแก้
“เมื่อวานเขาบอกว่าเก้าอี้ขยับ” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แต่เขาไม่ได้บอกว่าอยู่ตรงไหน”
“ใช่”
“แล้ววันนี้ เจ้าก็ยังไม่รู้”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองประตูที่เปิดอยู่
“ถ้าเขาอยากให้เจ้ารู้ เขาจะบอกหรือ?”
“เขาอาจบอก” อีรินตอบ
“หรืออาจไม่บอกก็ได้”
“แล้วถ้าเขาบอกแค่บางส่วน?”
“ข้าก็จะรู้แค่บางส่วน”
เด็กในผลึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“บางส่วนก็เป็นสิ่งที่เล่าได้”
“ใช่”
“โดยไม่ต้องเล่าทั้งหมด”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ฝนละเอียดตกลงบนพื้นหินเก่า
เสียงของมันเบามาก
เบาจนเหมือนพื้นหินกำลังหายใจอยู่ใต้หยดน้ำ
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
ใบไม้แห้งกับเม็ดทรายยังติดอยู่ในรอยแตก
และน้ำเส้นเล็กยังไหลอ้อมมันไปตามทางเดิม
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
เก้าอี้ขยับจากที่เดิมเพียงนิดเดียว
ยังหันไปทางกำแพงฝน
ยังไม่หันไปทางประตูไกล
ยังไม่มีใครนั่งบนมัน
เด็กใต้ฝนวางมือทั้งสองบนเข่า
เสื้อคลุมสีเทาคลุมไหล่และขาของเขาอยู่
ปลายรองเท้ายังหันเฉียงออกจากเส้นด้าย
ช่องว่างระหว่างรองเท้ากับเส้นด้ายยังคงอยู่
วันนี้ หยดน้ำใต้เก้าอี้เริ่มรวมกันมากขึ้น
มันยังไม่เป็นแอ่งใหญ่
เพียงแผ่เป็นเงาบาง ๆ
ล้อมขาเก้าอี้ด้านหนึ่งไว้ห่าง ๆ
เด็กผมขาวมองเงาน้ำนั้น
“น้ำใต้เก้าอี้มากขึ้น” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“ถ้ามันมากขึ้นอีก เก้าอี้จะเปียกไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามมองภาพอยู่พักหนึ่ง
“ขาเก้าอี้อาจเปียกมากขึ้น” เขาตอบ
“แต่ตอนนี้ เราเห็นเพียงน้ำอยู่ใกล้ขาเก้าอี้”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“ใกล้ ไม่ใช่ถึง”
“ใช่”
“และถึง ก็ไม่ได้แปลว่าต้องย้ายเก้าอี้”
เด็กหญิงผู้จดจำมองเขา
“เราไม่รู้ว่าใครอยากย้ายหรือไม่อยากย้าย”
เด็กผมขาวยิ้มบาง ๆ
“งั้นตอนนี้ น้ำอยู่ใกล้ขาเก้าอี้”
“ใช่”
ช่วงสาย เรนานั่งลงที่โต๊ะชา
นางไม่ได้รินน้ำเพิ่ม
เพียงจับถ้วยอุ่นไว้ระหว่างฝ่ามือ
อาเรียยังปล่อยด้ายเงินอยู่บนโต๊ะด้านข้าง
ด้ายเส้นนั้นโค้งไปทางหน้าต่าง
ปลายหนึ่งอยู่ไกลจากถ้วยชา
อีกปลายพักอยู่ใกล้หนังสือปิดเล่มหนึ่ง
ไม่มีใครขยับมันให้เชื่อมกับสิ่งใด
ผู้รักษาความต่อเนื่องนั่งใกล้แสงหน้าต่าง
ไม้บรรทัดเก่าของเขายังพาดอยู่บนเก้าอี้ว่าง
รอยร้าวที่กลางไม้บรรทัดยังเห็นชัด
แต่ไม่มีใครยกมันขึ้นมาวัดช่องว่างของใคร
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าข้าอยากให้เจ้ามองแค่จุดหนึ่ง เจ้าทำได้ไหม?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ทำได้” เขาตอบ
“เจ้าบอกข้าได้ว่าอยากให้ข้ามองตรงไหน”
“แล้วเจ้าจะไม่มองรอบ ๆ หรือ?”
“ข้าจะพยายามไม่มองรอบ ๆ”
“พยายาม?”
“ข้าไม่อยากบอกว่าไม่มีทางพลาดเลย” อีรินตอบ
“แต่ข้าจะมองเท่าที่เจ้าบอก และถ้าข้าพลาด ข้าจะหยุดทันที”
ด้านในห้องเล็กเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าข้าบอกให้เจ้ามองพื้นใกล้ประตู” เด็กคนนั้นพูด
“เจ้าจะเห็นไหม?”
“ข้าจะเห็นพื้นใกล้ประตู”
“ไม่เห็นโต๊ะ?”
“ไม่เห็นโต๊ะ ถ้าเจ้าบอกว่าไม่ให้เห็น”
“ไม่เห็นเก้าอี้?”
“ไม่เห็นเก้าอี้”
“ไม่เห็นผ้า?”
“ไม่เห็นผ้า”
เสียงเด็กหลังประตูเบาลง
“แล้วเจ้าจะเห็นแค่ตรงธรณี?”
“ใช่”
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เด็กคนนั้นจึงพูดว่า
“ตอนนี้ มองได้”
ไม่มีใครในห้องสมุดขยับ
อีรินลุกจากเก้าอี้ช้า ๆ
เดินไปที่ประตู
แล้วหยุดก่อนถึงธรณี
เขาไม่ได้ก้าวเข้าไป
ไม่ได้เอื้อมมือ
ไม่ได้เงยหน้ามองไปไกลกว่าเส้นแสงบนพื้นไม้
สายตาของเขามองลง
ตรงพื้นที่เล็ก ๆ ใกล้ประตูตามที่ถูกขอ
บนพื้นนั้น มีดินสอแท่งสั้นวางอยู่
มันอยู่ใกล้ธรณีกว่าเมื่อก่อน
แต่ยังอยู่ด้านใน
หันเฉียงไปทางขอบแสง
ปลายดินสอชี้เข้าหาวงดินสอที่วาดไม่สมบูรณ์
โดยยังมีระยะห่างจากขอบวง
อีรินมองเพียงเท่านั้น
“ข้าเห็นดินสออยู่ใกล้ธรณี” เขาพูดเบา ๆ
“มันยังอยู่ด้านในห้อง”
เงียบไปชั่วครู่
“เจ้าเห็นอย่างอื่นไหม?” เด็กคนนั้นถาม
“ไม่เห็น”
“เจ้าเห็นว่ามันหันไปทางไหนไหม?”
อีรินตอบตามจริง
“ข้าเห็นว่าปลายมันชี้ไปทางเส้นบนพื้น”
“แต่ข้าไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ไกลกว่านั้น”
ด้านในห้องเงียบอีกครั้ง
จากนั้น เด็กคนนั้นพูดว่า
“พอแล้ว”
อีรินก้มศีรษะเล็กน้อย
“ได้”
เขาถอยกลับออกมาจากธรณี
กลับไปนั่งที่เดิมข้างหน้าต่าง
เด็กในผลึกมองเขา
“เจ้าเห็นดินสอ” เขาพูด
“ใช่”
“แต่เจ้าไม่ได้เห็นห้องทั้งห้อง”
“ใช่”
“แล้วเด็กคนนั้นบอกว่า พอแล้ว”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างมือของตน
“จุดหนึ่งก็พอได้” เขาพูด
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับมือข้างหนึ่งออกจากเข่า
ฝนยังตก
น้ำยังอยู่ใกล้ขาเก้าอี้
เส้นด้ายยังนอนอยู่บนพื้น
ใบไม้และเม็ดทรายยังทำให้น้ำไหลโค้งไปอีกทาง
มือของเด็กใต้ฝนเลื่อนไปตามพื้นหิน
แต่ไม่ได้ไปหาเส้นด้าย
ไม่ได้ไปหาเก้าอี้
ไม่ได้ไปหาประตู
ปลายนิ้วของเขาหยุดอยู่ที่ขอบแอ่งน้ำตื้น
ตรงจุดที่ผิวน้ำสะท้อนแสงจากช่องกำแพงเป็นเส้นสีขาว
เขาแตะขอบน้ำเพียงปลายนิ้ว
วงน้ำเล็ก ๆ ขยายออก
ชนกับเงาของขาเก้าอี้
แล้วค่อย ๆ จางไป
เด็กผมขาวมองภาพนั้น
“เขาแตะน้ำอีกแล้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“ครั้งนี้ใกล้เก้าอี้กว่าเดิม”
ผู้เฝ้าคำถามส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าเห็นว่า มืออยู่ใกล้ขอบน้ำ” เขาตอบ
“ส่วนเก้าอี้ก็อยู่ตรงนั้น”
เด็กผมขาวนิ่งคิด
“เราจะพูดแค่สิ่งที่เห็น”
“ใช่”
“แล้วสิ่งที่ยังไม่รู้ ก็ยังไม่รู้”
“ใช่”
เด็กใต้ฝนยกปลายนิ้วออกจากน้ำ
มือของเขาไม่ได้เปียกมากขึ้นจนเห็นชัด
เขาวางมือกลับบนเข่า
แล้วมองฝนที่ตกผ่านระหว่างกำแพงสองด้าน
ไม่มีใครเรียกวงน้ำเล็ก ๆ นั้นว่าข้อความ
ไม่มีใครเรียกมันว่าคำขอ
มันเป็นเพียงวงน้ำ
ที่เกิดขึ้น แล้วจางไป
ช่วงบ่าย เด็กหลังประตูเรียกอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เมื่อกี้ เจ้าเห็นดินสอแล้ว”
“ใช่”
“ตอนนี้ เจ้าจะยังจำไหมว่าอยู่ตรงไหน?”
อีรินมองแสงบนพื้นด้านนอก
“ข้าจำได้ว่าอยู่ใกล้ธรณี” เขาตอบ
“และอยู่ด้านใน”
“แล้วถ้าข้าไม่อยากให้เจ้าจำมากกว่านั้น?”
“ข้าจะไม่พยายามเก็บรายละเอียดมากกว่านั้น”
“ทำได้ด้วยหรือ?”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าอาจยังจำภาพที่เห็นอยู่บ้าง” เขาตอบตรง ๆ
“แต่ข้าจะไม่เอามันมามองซ้ำ ไม่ใช้มันเดาเรื่องอื่น และไม่เล่าให้คนอื่นฟัง”
ความเงียบหลังจากนั้นยาวนิดหนึ่ง
“แล้วถ้าข้าถามเจ้าอีก?”
“ข้าจะตอบเท่าที่เจ้าขอให้ตอบ”
“ถ้าข้าถามว่า ดินสออยู่ใกล้ประตูไหม?”
“ข้าจะตอบว่าใช่”
“ถ้าข้าถามว่ามันอยู่ใกล้ผ้าไหม?”
อีรินไม่ตอบเร็วเกินไป
“ข้าไม่เห็นผ้า” เขาพูด
“ข้าจึงไม่รู้”
เด็กในผลึกหลับตาลงชั่วครู่
“เขาเห็นจุดหนึ่ง” เด็กในผลึกพูด
“แล้วไม่เอาจุดนั้นไปทำเป็นแผนที่ของทั้งห้อง”
“ใช่” อีรินตอบ
เมื่อเย็นมาถึง แสงนอกหน้าต่างเข้มเป็นสีน้ำเงินลึก
โคมอำพันสว่างขึ้นทีละดวง
แสงของมันยังคงหยุดอยู่บนพื้นทางเดินด้านนอก
ไม่ส่องตรงเข้าห้องเล็ก
เรนายกถ้วยชาที่เย็นลงไปล้าง
อาเรียวางด้ายเงินให้อยู่เป็นเส้นโค้งเดิม
ผู้รักษาความต่อเนื่องปล่อยไม้บรรทัดเก่าไว้บนเก้าอี้ว่าง
ไม่มีใครถามว่าเด็กหลังประตูจะขอให้มองอีกหรือไม่
จากหลังประตู เด็กคนนั้นพูดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของวัน
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าพรุ่งนี้ ข้าอยากให้เจ้ามองจุดเดิมอีกล่ะ?”
“เจ้าบอกข้าได้”
“แล้วถ้าดินสอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว?”
“ข้าก็จะเห็นเท่าที่เจ้าขอให้เห็น” อีรินตอบ
“ไม่ใช่เท่าที่ข้าอยากตามหา”
เงียบไป
“ถ้าข้ายังไม่อยากให้เจ้ามองล่ะ?”
“ข้าก็จะไม่มอง”
ประตูยังเปิด
ดินสออยู่ที่ไหนสักแห่งด้านใน
แก้วนํ้ายังอยู่บนโต๊ะ
เส้นดินสอยังเว้นช่องว่าง
และเก้าอี้คดยังอยู่ในห้องที่ไม่มีใครขอให้มองทั้งหมด
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
น้ำอยู่ใกล้ขาเก้าอี้
เส้นด้ายยังอยู่ใกล้รองเท้า
ประตูไกลยังปิด
พื้นที่แห้งยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
แต่วงน้ำเล็ก ๆ ที่เคยเกิดขึ้นข้างปลายนิ้ว
เคยสะท้อนแสงสีขาวได้ชั่วครู่
ก่อนจะจางกลับไปเป็นน้ำเหมือนเดิม
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุด
เว้นช่องว่างมากพอให้เงาของมันไม่ทับกัน
ไม่มีหน้าใดบันทึกว่าดินสออยู่ห่างจากธรณีเท่าไร
ไม่มีหน้าใดขยายจุดเล็ก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องทั้งหมด
ไม่มีหน้าใดเรียกร้องให้การมองหนึ่งครั้ง
กลายเป็นสิทธิ์ที่จะมองได้ทุกครั้ง
เพราะบางจุด
อาจถูกบอกให้เห็นได้
โดยยังไม่ต้องกลายเป็นประตู
ให้เราเดินผ่านเข้าไปไกลกว่านั้น

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา