27 ต.ค. เวลา 03:13 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 195: สิ่งที่ยังไม่ต้องตอบ

เช้าวันนั้น แสงบนพื้นห้องสมุดมาถึงก่อนเสียงใด
มันลอดผ่านกระจกหน้าต่างสูง
ผ่านหยดน้ำที่ยังติดอยู่ตามขอบกระจก
แล้วทอดเป็นเส้นสีฟ้าเงินยาวไปบนพื้นขาว
โคมอำพันบางดวงยังดับอยู่
บางดวงมีแสงอ่อนเหลืออยู่จากเมื่อคืน
ไม่มีใครรีบจุดเพิ่ม
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างในเก้าอี้ตัวเดิม
แก้วน้ำสองใบยังวางอยู่บนโต๊ะเตี้ย
ใบหนึ่งเหลือน้ำน้อยกว่าเดิม
อีกใบมีรอยไอน้ำจาง ๆ ที่ใกล้หายไปแล้ว
กาน้ำวางอยู่ด้านข้าง โดยไม่มีมือใครจับอยู่
เขาวางมือบนตัก
ไม่ได้หยิบแก้ว
ไม่ได้รินน้ำ
ไม่ได้มองไปทางประตูห้องเล็ก
ประตูไม้เก่ายังเปิด
แสงจากทางเดินหยุดอยู่ก่อนถึงธรณี
เหมือนทุกวัน
และวันนี้ก็ไม่มีใครถามว่าเหตุใดแสงจึงหยุดตรงนั้น
เด็กในผลึกนั่งอยู่ไม่ไกล
มือเงาถ่านของเขาวางหงายไปทางหน้าต่าง
มือแสงทองวางหงายเข้าหาตัว
มือทั้งสองไม่ได้หันไปในทิศเดียวกัน
แต่ก็ไม่ได้พยายามหนีจากกัน
“เมื่อวาน เด็กคนนั้นถามได้หลายอย่าง” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าไม่ตอบสิ่งที่เขาไม่ได้ถาม”
“ข้าพยายาม”
เด็กในผลึกมองกาน้ำบนโต๊ะ
“วันนี้ ถ้าเขาไม่ถามอะไรเลย เจ้าจะทำอย่างไร?”
อีรินมองแสงที่ค่อย ๆ ขยับบนพื้น
“ข้าจะอยู่ตรงนี้” เขาตอบ
“และทำสิ่งที่เป็นของข้า”
“เช่นดื่มน้ำ?”
“ถ้าข้าอยากดื่ม”
“เช่นมองหน้าต่าง?”
“ถ้าข้าอยากมอง”
“แล้วถ้าเขาเงียบ เพราะกำลังคิดคำถามอยู่ล่ะ?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าไม่รู้ว่าเขาเงียบเพราะอะไร” เขาตอบ
“ข้าจึงไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดแทนความเงียบนั้น”
เด็กในผลึกพยักหน้าเบา ๆ
“ความเงียบไม่ใช่คำถามที่ยังพูดไม่เสร็จเสมอไป”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นเย็น
ไม่มีฝนใหม่ตกลงมา
ไม่มีลมผ่าน
แอ่งน้ำตื้นบนพื้นนิ่งพอจะสะท้อนกรอบประตูไกลที่ยังปิดอยู่
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันไปทางกำแพงฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เส้นด้ายสีอ่อนยังวางอยู่ใกล้รองเท้า
ปลายหนึ่งยังติดอยู่ในรอยแตกตื้นของพื้น
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้
มือข้างหนึ่งวางเปิดอยู่บนเข่า
มืออีกข้างยังอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม
ปลายนิ้วสี่นิ้วมองเห็นอยู่
นิ้วกลางยังเว้นระยะเล็กน้อยจากนิ้วนาง
เด็กใต้ฝนไม่ขยับ
ไม่ใช่ท่าทีที่กำลังรอ
ไม่ใช่ท่าทีที่กำลังปฏิเสธ
เพียงเป็นร่างเล็ก ๆ ที่นั่งอยู่บนพื้นเปียก
ในช่วงเวลาที่ไม่มีสิ่งใดต้องเกิดขึ้น
เด็กผมขาวมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง
“วันนี้ มือเขายังเหมือนเมื่อวาน” เขาพูด
“ตอนนี้ ดูเหมือนอย่างนั้น” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“ข้าถามได้ไหมว่าเขาจะขยับอีกเมื่อไร?”
ผู้เฝ้าคำถามมองเด็กใต้ฝน
“ถามได้” เขาตอบ
“แต่เราอาจไม่มีคำตอบ”
เด็กผมขาวนิ่งคิด
“ถ้าไม่มีคำตอบ ข้าต้องถามไหม?”
“ไม่ต้อง”
“แล้วถ้าข้าอยากรู้?”
“เจ้าก็อยากรู้ได้” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
“โดยไม่ต้องทำให้ความอยากรู้นั้นกลายเป็นคำสั่งให้ใครขยับ”
เด็กผมขาวมองมือที่พักอยู่บนเข่า
“งั้นตอนนี้ ข้าแค่อยากรู้” เขาพูด
“ได้” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
ช่วงสาย เรนาเดินผ่านโต๊ะของอีริน
นางไม่ได้ถือกาน้ำมาเพิ่ม
ไม่ได้เก็บแก้ว
ไม่ได้ถามว่าเขาต้องการอะไร
นางเพียงหยุดดูแสงบนพื้นข้างโต๊ะครู่หนึ่ง
แล้วขยับเก้าอี้ของตนเองให้ออกห่างจากแสงสะท้อนที่เข้าตา
เสียงขาเก้าอี้ครูดพื้นเบามาก
ครืด
อีรินหันไปมองเพียงชั่วครู่
แล้วหันกลับไปที่หน้าต่าง
เด็กในผลึกฟังเสียงนั้น
“เรนาขยับเก้าอี้” เขาพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“เพราะแสงเข้าตา?”
“ใช่”
“เจ้าต้องบอกทุกคนก่อนขยับไหม?”
เรนายิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องทุกครั้ง”
“แล้วทำไมเมื่อก่อนอีรินบอกก่อน?”
“เพราะตอนนั้น เสียงของเก้าอี้อยู่ใกล้คนที่อาจไม่พร้อมได้ยิน” เรนาตอบ
“แต่วันนี้ เก้าอี้ของข้าอยู่ในพื้นที่ของข้า และไม่มีใครอยู่ใกล้จนเสียงนั้นต้องกลายเป็นภาระของเขา”
เด็กในผลึกคิดตาม
“การดูแลคนอื่น ไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดขยับตัวเอง”
“ใช่” อีรินพูด
“แล้วการขยับตัวเอง ก็ไม่ได้แปลว่าเรากำลังส่งข้อความ”
“ใช่”
จากหลังประตู ไม่มีเสียงเรียก
เวลาผ่านไปช้า ๆ
หน้ากระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งลอยลงมาใกล้โต๊ะของอีริน
มันไม่หยุดเหนือแก้วน้ำ
ไม่หมุนเป็นสัญญาณ
ไม่เคลื่อนไปทางประตู
มันเพียงลอยผ่านไประหว่างแสงหน้าต่างกับโคมอำพันที่ยังไม่ถูกจุด
อีรินมองมันผ่านไป
แต่ไม่พูดอะไร
เด็กในผลึกหันมามองเขา
“เจ้าจะไม่เล่าว่ากระดาษผ่านไปหรือ?”
“ไม่มีใครถาม” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าอยากเล่าไหม?”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าเห็นมัน และข้าชอบที่เห็นมัน” เขาตอบ
“แต่ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้สิ่งที่ข้าชอบกลายเป็นสิ่งที่คนอื่นต้องรับรู้”
เด็กในผลึกมองกระดาษที่ลอยไกลออกไป
“ของที่สวยอยู่ได้” เขาพูด
“โดยไม่ต้องถูกเล่า”
“ได้”
ตอนบ่าย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ตอนนี้ เจ้ากำลังทำอะไร?”
อีรินไม่ได้ตอบทันที
เขามองมือของตนเอง
มองแก้วน้ำทั้งสองใบ
มองหน้าต่างที่มีแสงเริ่มอ่อนลง
“ข้านั่งอยู่ข้างหน้าต่าง” เขาตอบ
“กำลังมองแสงบนพื้น”
“และยังไม่ได้ดื่มน้ำเพิ่ม”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“แค่นั้นหรือ?” เด็กคนนั้นถาม
“แค่นั้น”
“เจ้าไม่ได้รอให้ข้าถามหรือ?”
อีรินตอบอย่างสงบ
“ข้าอยู่ตรงนี้”
“แต่ข้าไม่ได้ทำให้การอยู่ของข้าเป็นการรอคำถามจากเจ้า”
ห้องเล็กเงียบลง
ไม่ใช่ความเงียบที่ตัดบท
แต่เป็นความเงียบที่วางคำตอบไว้ตรงกลาง
โดยไม่รีบเก็บไป
“ถ้าข้าไม่ถามอีกล่ะ?” เด็กคนนั้นพูดในที่สุด
“ข้าก็จะยังมีวันของข้า” อีรินตอบ
“และเจ้าก็ยังมีเวลาของเจ้า”
“แล้วพรุ่งนี้ล่ะ?”
“พรุ่งนี้ เราค่อยเห็นอีกที”
เด็กในผลึกฟังอยู่เงียบ ๆ
มือแสงทองของเขาขยับปลายนิ้วเล็กน้อยบนตัก
ไม่เข้าไปหามือเงาถ่าน
ไม่ถอยออกจากมัน
เพียงขยับให้พ้นรอยยับของผ้า
“เราไม่ต้องตอบพรุ่งนี้ตั้งแต่วันนี้” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
ในหน้ากระดาษภาพฝน แสงบนพื้นหินเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะมีลม
ไม่ใช่เพราะมีฝน
เพียงเพราะเวลาผ่านไป
เงาของกำแพงจึงยาวขึ้นจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้
ปลายนิ้วสี่ยังคงมองเห็น
มืออีกข้างยังเปิดอยู่บนเข่า
เส้นด้ายยังอยู่ห่างจากรองเท้า
ประตูไกลยังปิด
เด็กผมขาวมองเงาที่เคลื่อนอย่างช้า ๆ
“เงาเปลี่ยน” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่เด็กใต้ฝนยังอยู่ที่เดิม”
“ใช่”
“เงาเปลี่ยนเองหรือ?”
ผู้เฝ้าคำถามตอบว่า
“เราเห็นว่าเวลาผ่านไป และเงาเปลี่ยน”
“เราไม่จำเป็นต้องให้เด็กใต้ฝนเป็นคนทำให้มันเปลี่ยน”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“บางอย่างเปลี่ยน โดยไม่ใช่เพราะใคร”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นวางเป็นวงเล็ก ๆ บนพื้นห้องสมุด
อยู่รอบเก้าอี้ของเรนา
อยู่รอบโต๊ะน้ำของอีริน
อยู่รอบเก้าอี้ว่างหลายตัว
แต่ไม่เข้าไปในห้องเล็ก
อีรินหยิบแก้วน้ำอุ่นกว่าใบที่สองขึ้นมา
ดื่มเพียงหนึ่งอึก
แล้ววางลงเบา ๆ
คราวนี้ไม่มีเสียงเกินกว่าปลายนิ้วจะรับรู้ได้
เขาไม่ได้บอกเด็กหลังประตู
ไม่ได้ปิดบัง
เพียงไม่เปลี่ยนการดื่มน้ำของตัวเองให้กลายเป็นข่าว
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เมื่อกี้ เจ้าทำอะไร?”
อีรินมองแก้วน้ำ
“ข้าดื่มน้ำหนึ่งอึก”
“เจ้าไม่ได้บอกก่อน”
“ไม่ได้บอก”
“ทำไม?”
“เพราะข้าไม่คิดว่าเสียงหรือการขยับนั้นไปถึงเจ้า” อีรินตอบ
“แต่ตอนนี้เจ้าถาม ข้าจึงตอบ”
เงียบไปชั่วครู่
“ถ้าข้าไม่ถาม เจ้าจะเล่าไหม?”
“ไม่”
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรรู้ไหม?”
“ข้าไม่คิดแทนเจ้า” อีรินตอบ
“ข้ารอให้เจ้าบอกหรือถามได้”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
แล้วเด็กคนนั้นพูดเบามาก
“วันนี้ ข้าไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะถามอะไร”
“ไม่เป็นไร”
“เจ้าไม่ต้องเตรียมคำตอบไว้?”
“ไม่ต้อง”
“แล้วถ้าข้าเปลี่ยนใจ?”
“เจ้าก็เปลี่ยนใจได้”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ไม่มีสิ่งใดขยับอีก
แต่พื้นหินยังชื้น
แสงยังค่อย ๆ จาง
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มยังไม่กาง
ประตูไกลยังปิด
และเส้นด้ายยังอยู่ที่เดิม
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่ในความเงียบ
ที่ไม่ต้องแปลว่าเขากำลังเก็บคำตอบไว้
และไม่ต้องแปลว่าเขาไม่มีคำตอบ
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุด
ไม่มีหน้าใดเขียนว่าเด็กหลังประตูจะถามเรื่องอะไรในวันพรุ่งนี้
ไม่มีหน้าใดเขียนว่าอีรินควรเตรียมคำตอบอย่างไร
ไม่มีหน้าใดบอกว่าความเงียบต้องถูกเติม
เพื่อพิสูจน์ว่าคนสองคนยังอยู่ตรงนั้น
เพราะบางคำตอบ
ยังไม่ต้องมี
และบางคำถาม
ก็ยังไม่ต้องถูกถาม
ตราบใดที่ยังมีพื้นที่
ให้ใครสักคนเลือกกลับมา
เมื่อเขาพร้อมจะพูด

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา