Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
28 ต.ค. เวลา 01:00 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 198: สิ่งที่บอกได้เมื่อเปลี่ยนใจ
เช้าวันนั้น หน้าต่างบานสูงด้านทิศตะวันออกเปิดอยู่เพียงรอยเล็ก ๆ
ไม่กว้างพอให้ลมพัดแรง
ไม่กว้างพอให้กระดาษเปล่าปลิวไปไกล
แต่กว้างพอให้กลิ่นหินเปียกจากด้านนอกเข้ามา
และกว้างพอให้ผ้าม่านสีขาวขยับช้า ๆ อยู่ใกล้กรอบหน้าต่าง
อีรินนั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวเดิม
กาน้ำวางอยู่บนโต๊ะ
แก้วน้ำสองใบยังอยู่ห่างกันพอดี
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองยังพักอยู่ใกล้ขอบโต๊ะ
หนังสือปกสีเทาเล่มบางกลับเข้าไปอยู่บนชั้นแล้ว
ไม่มีสิ่งใดดูเหมือนกำลังรอให้ใครมาหยิบใช้
ประตูไม้เก่ายังเปิด
แสงจากทางเดินทอดมาถึงธรณี
หยุดอยู่อย่างสงบ
ไม่ล้ำเข้าไปในห้องเล็ก
ไม่ถอยกลับออกไป
เด็กในผลึกนั่งอยู่ใกล้หน้าต่างอีกตัว
มือเงาถ่านกับมือแสงทองวางแยกกันบนตัก
ปลายนิ้วของทั้งสองมือยังหันไปทางคล้ายกัน
แต่ไม่ได้แตะกัน
“เมื่อวาน เด็กคนนั้นถามว่า ถ้าเจ้าไม่ได้ยินจะเป็นอย่างไร” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าตอบว่า เจ้าจะไม่ทำเหมือนได้ยิน”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองแสงที่สะท้อนบนพื้น
“ถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ?” เขาถาม
“ถ้าเมื่อวานเขาไม่อยากบอกอะไร แต่วันนี้อยากบอก”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“เขาก็บอกได้” อีรินตอบ
“และข้าก็ฟังได้”
“แม้เมื่อวานเขาไม่ได้บอก?”
“แม้เมื่อวานเขาไม่ได้บอก”
“แล้วเจ้าจะถามว่า ทำไมเมื่อวานไม่บอกไหม?”
อีรินส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่จำเป็น” เขาพูด
“วันนี้อาจเป็นเวลาที่เขาอยากพูด”
“แค่นั้นก็พอแล้ว”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“คนเราเปลี่ยนใจได้” เขาพูด
“โดยไม่ต้องอธิบายว่าทำไมใจเดิมถึงเคยอยู่ตรงนั้น”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นอยู่
ประตูไม้ซีดไกลออกไปยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เส้นด้ายสีอ่อนยังไม่แตะรองเท้า
ใบไม้แห้งยังอยู่ในตำแหน่งใหม่จากเมื่อวาน
เม็ดทรายอยู่ที่เดิม
ก้อนกรวดสีเทาอยู่ที่เดิม
และน้ำบาง ๆ ยังคงไหลผ่านรอยแตกของพื้นหินอย่างเงียบงัน
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
มือข้างหนึ่งเปิดอยู่บนเข่า
มืออีกข้างอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม
ปลายนิ้วสี่ยังมองเห็น
ข้อนิ้วก้อยยังเห็นอยู่เล็กน้อย
วันนี้ เขาไม่ได้ขยับผ้า
ไม่ได้ขยับมือ
ไม่ได้มองประตูไกล
แต่ศีรษะของเขาเงยขึ้นนิดหนึ่ง
ไม่มากพอให้มองเห็นดวงตาชัดเจน
ไม่มากพอให้บอกว่าเขากำลังมองสิ่งใด
เพียงมากพอให้เห็นว่า
ใบหน้าที่เคยก้มอยู่ใกล้พื้น
ไม่ได้ก้มเท่าเดิม
เด็กผมขาวมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง
“หัวเขาเปลี่ยนตำแหน่ง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เขาเงยหน้าขึ้นหรือ?”
ผู้เฝ้าคำถามมองอย่างสงบ
“เราเห็นว่าใบหน้าของเขาไม่ก้มเท่าเดิม” เขาตอบ
“แต่เราไม่รู้ว่าเขากำลังมองอะไร”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“เขาอาจกำลังมอง” เขาพูด
“อาจ” ผู้เฝ้าคำถามตอบ
“หรืออาจแค่นั่งให้สบายขึ้น”
“ก็อาจ”
เด็กผมขาวมองเด็กใต้ฝนต่ออีกครู่หนึ่ง
“งั้นตอนนี้ ใบหน้าเขาไม่ก้มเท่าเดิม”
“ใช่”
ช่วงสาย เรนาเดินไปเปิดหน้าต่างบานสูงอีกนิด
ลมอ่อนผ่านเข้ามา
กระดาษเปล่าสามแผ่นลอยขึ้น
ผ้าม่านขยับมากกว่าเดิมเล็กน้อย
แสงบนพื้นเปลี่ยนเป็นเส้นยาวขึ้น
แต่เรนาไม่ปิดหน้าต่างทันที
นางยืนอยู่ข้างกรอบหน้าต่าง
ฟังเสียงลมเพียงชั่วครู่
“วันนี้ เจ้าเปิดนานกว่าเมื่อวาน” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” เรนาตอบ
“เพราะวันนี้ลมต่างจากเมื่อวานหรือ?”
เรนายิ้มบาง ๆ
“อาจต่าง” นางตอบ
“หรือข้าอาจอยากให้มันอยู่ต่ออีกนิด”
“แล้วเจ้าต้องรู้เหตุผลที่แน่ชัดไหม?”
“ไม่เสมอไป”
เด็กในผลึกมองกระดาษที่ลอยผ่านไป
“เจ้าทำต่างจากเมื่อวานได้” เขาพูด
“แม้ไม่มีใครขอให้ทำเหมือนเดิม”
“ใช่” เรนาตอบ
จากหลังประตู มีเสียงเด็กคนนั้นเรียกขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ หน้าต่างเปิดอยู่ไหม?”
อีรินมองหน้าต่างบานสูง
“เปิดอยู่เล็กน้อย” เขาตอบ
“เมื่อวานเปิดไหม?”
“เมื่อวาน เปิดอยู่ช่วงหนึ่ง” อีรินตอบ
“แล้วเรนาปิดมัน”
“วันนี้ ทำไมยังเปิดอยู่?”
อีรินนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ข้าไม่รู้ทั้งหมด” เขาตอบ
“แต่ตอนนี้เรนากำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง และยังไม่ได้ปิดมัน”
เงียบไปพักหนึ่ง
“เจ้าบอกว่าไม่รู้” เด็กคนนั้นพูด
“ใช่”
“แล้วเจ้าบอกสิ่งที่เจ้ารู้”
“ใช่”
“ข้าชอบแบบนั้น”
อีรินก้มศีรษะเล็กน้อย
“ขอบใจ”
จากด้านในห้องเล็ก เงียบไปอีกครั้ง
อีรินไม่ได้รีบถามว่ามีอะไรอีกหรือไม่
ไม่ได้ถามว่าเด็กคนนั้นกำลังคิดอะไร
เขาเพียงวางมือบนตัก และปล่อยให้ลมผ่านหน้าต่างต่อไป
จากนั้น เสียงเด็กคนนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เมื่อวาน ข้าบอกว่าอาจเงียบอีก”
“ใช่”
“แต่วันนี้ ข้าไม่ได้อยากเงียบทั้งหมด”
อีรินไม่ได้ตอบทันที
เขามองแสงที่ขยับบนพื้น
มองประตูที่ยังเปิด
แล้วพูดด้วยเสียงเดิม
“ข้าได้ยิน”
“ข้าไม่รู้ว่าข้าอยากพูดอะไร” เด็กคนนั้นพูดต่อ
“แต่ข้าไม่อยากเงียบทั้งหมด”
“ได้” อีรินตอบ
“เจ้าไม่ต้องรู้ทั้งหมดก่อนพูด”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าข้าพูดแค่คำเดียวล่ะ?”
“ก็พูดแค่คำเดียวได้”
“แล้วถ้าข้าหยุด?”
“เราก็หยุดได้”
“แล้วเจ้าจะไม่ถามต่อหรือ?”
“ข้าจะไม่ถามต่อ ถ้าเจ้าไม่ได้อยากให้ข้าถาม”
เสียงจากห้องเล็กเบาลง
“ข้าอยากถามเอง”
“ได้”
“ข้างนอกยังมีลมหรือ?”
อีรินมองผ้าม่านที่ไหวช้า ๆ
“ยังมี”
“แรงไหม?”
“อ่อน”
“มันเข้ามาถึงโต๊ะของเจ้าหรือ?”
อีรินมองปลายกระดาษแผ่นหนึ่งที่ขยับใกล้โต๊ะ
มองผิวน้ำในแก้วที่สั่นน้อยมาก
“มาถึง” เขาตอบ
“แต่ไม่แรงพอให้แก้วขยับ”
เด็กในผลึกฟังคำตอบนั้น
“ลมมาถึง” เขาพูด
“แต่ไม่ต้องพาของทุกอย่างไปด้วย”
“ใช่” อีรินตอบ
ในหน้ากระดาษภาพฝน ลมอ่อนผ่านทางเดินหินเช่นกัน
ชายเสื้อคลุมของเด็กใต้ฝนขยับเพียงนิดเดียว
ไม่พอให้มือโผล่ออกมาเพิ่ม
แต่พอให้ปลายผ้าพ้นจากพื้นเปียกขึ้นเล็กน้อย
เส้นด้ายสีอ่อนสั่นเบา ๆ
แต่ยังไม่ขยับเข้าใกล้รองเท้า
ใบไม้แห้งไหวหนึ่งครั้ง
แล้วพักอยู่ที่เดิม
เด็กผมขาวมองผ้าคลุมของเด็กใต้ฝน
“ผ้าพ้นพื้นนิดหนึ่ง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เพราะลม”
“เราเห็นว่ามันขยับตอนลมผ่าน” ผู้เฝ้าคำถามพูด
“แค่นั้น”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“มือยังอยู่บนเข่า”
“ใช่”
“เส้นด้ายยังไม่แตะรองเท้า”
“ใช่”
“แล้วผ้าก็ขยับได้ โดยไม่ต้องเป็นสัญญาณ”
“ใช่”
ตอนบ่าย อีรินลุกไปยืนใกล้หน้าต่าง
เขาไม่ได้ออกจากห้องสมุด
ไม่ได้เดินไปที่ประตู
เพียงยืนอยู่ห่างจากเก้าอี้ไม่กี่ก้าว
เขายกมือขึ้นแตะกรอบหน้าต่างด้านใน
รับลมเย็นผ่านปลายนิ้ว
แล้วลดมือลง
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกขึ้นทันที
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เจ้าอยู่ตรงเก้าอี้ไหม?”
“ตอนนี้ ไม่อยู่ตรงเก้าอี้” อีรินตอบ
“ข้ายืนอยู่ใกล้หน้าต่าง”
“เจ้าออกไปหรือ?”
“ยังไม่ได้ออกไป”
“เจ้าแตะหน้าต่างหรือ?”
“แตะกรอบหน้าต่างด้านใน”
“ทำไม?”
อีรินคิดอยู่ชั่วครู่
“ข้าอยากรู้ว่าลมเย็นแค่ไหน”
“แล้วเป็นอย่างไร?”
“เย็นนิดหนึ่ง”
เงียบไปพักหนึ่ง
“เจ้าเปลี่ยนที่ได้” เด็กคนนั้นพูด
“ได้”
“แล้วข้าถามเจ้าได้ว่าอยู่ตรงไหน”
“ได้”
“แต่ข้าไม่ต้องถามว่า ทำไมเจ้าต้องเปลี่ยนที่ทุกครั้ง”
“ไม่ต้อง” อีรินตอบ
“เว้นแต่เจ้าจะอยากรู้จริง ๆ”
“แล้วถ้าข้าอยากรู้จริง ๆ?”
“เจ้าก็ถามได้”
เด็กในผลึกมองอีรินที่ยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง
“เมื่อเช้า เจ้าบอกว่า ถ้าเด็กคนนั้นเปลี่ยนใจ เขาไม่ต้องอธิบายใจเดิม” เขาพูด
“ใช่”
“แล้วถ้าเจ้าลุกจากเก้าอี้ เจ้าก็ไม่ต้องอธิบายทุกครั้งเหมือนกัน”
“ใช่”
“แต่ถ้ามีคนถาม เจ้าตอบได้”
“ใช่”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“การอธิบายกับการถูกบังคับให้แก้ตัว ไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนกัน”
เมื่อเย็นมาถึง เรนาปิดหน้าต่างบานสูงลงครึ่งหนึ่ง
ยังเหลือช่องอากาศเล็ก ๆ
ยังมีลมผ่านได้บ้าง
แต่ผ้าม่านขยับน้อยลงแล้ว
โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นกระจายบนพื้น
อยู่รอบเก้าอี้ของอีริน
รอบโต๊ะน้ำ
รอบพื้นที่ว่าง
แต่ไม่ข้ามธรณีประตู
อีรินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกเป็นครั้งสุดท้ายของวัน
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ ข้าบอกว่าไม่อยากเงียบทั้งหมด”
“ใช่”
“พรุ่งนี้ ข้าอาจอยากเงียบอีก”
“ได้”
“แล้วถ้าพรุ่งนี้ ข้าอยากพูดมากกว่าวันนี้?”
“ก็ได้”
“เจ้าไม่ต้องให้ข้าสัญญาว่าจะเหมือนวันนี้?”
“ไม่ต้อง”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นความเงียบที่ต้องรักษาไว้ให้คงเดิม
ไม่ได้เป็นความเงียบที่ต้องกลัวว่าจะหายไป
มันเพียงเป็นความเงียบหลังจากมีคำพูดไม่กี่คำ
และก่อนที่วันใหม่จะมาถึง
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
พื้นที่แห้งยังว่าง
เส้นด้ายยังไม่แตะรองเท้า
มือทั้งสองยังอยู่บนเข่า
แต่ใบหน้าของเขายังไม่ก้มเท่าเดิม
ลมอ่อนผ่านไปแล้ว
ชายผ้าคลุมกลับมานิ่ง
และพื้นหินเปียกก็ยังสะท้อนแสงไว้เล็กน้อย
คืนนั้น หน้ากระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุด
บางแผ่นขยับตามลม
บางแผ่นหยุดอยู่ในแสงอุ่น
ไม่มีแผ่นใดถูกบังคับให้ลอยเป็นจังหวะเดียวกัน
ไม่มีหน้าใดเขียนว่า เด็กหลังประตูต้องพูดให้มากขึ้นในวันพรุ่งนี้
ไม่มีหน้าใดเขียนว่า คนที่เคยเงียบต้องอธิบายก่อนจะพูด
และไม่มีหน้าใดเขียนว่า การเปลี่ยนใจ
ต้องใช้เหตุผลที่ทุกคนเข้าใจ
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่บอกได้เมื่อเปลี่ยนใจ
อาจเป็นเพียงว่า
วันนี้
เราไม่อยากเงียบทั้งหมด
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย