28 ต.ค. เวลา 01:07 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 199: สิ่งที่ฟังได้โดยไม่ต้องรีบเข้าใจ

เช้าวันนั้น หน้าต่างบานสูงยังเปิดอยู่เพียงรอยเล็ก ๆ
ผ้าม่านสีขาวขยับช้า ๆ
ไม่ถึงกับเป็นจังหวะ
ไม่ถึงกับเงียบสนิท
ลมพาอากาศเย็นจากภายนอกเข้ามา
ผ่านหน้ากระดาษเปล่าที่ลอยอยู่เหนือห้องสมุด
ผ่านโคมอำพันที่ยังไม่ได้ถูกจุด
แล้วค่อย ๆ หายไปในพื้นที่กว้างระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
แก้วน้ำสองใบยังวางห่างกันพอดี
กาน้ำอยู่บนโต๊ะ
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองพักอยู่ข้างกระดาษเปล่า
ไม่มีสิ่งใดถูกยกขึ้นเพื่อใช้ตอบคำถาม
ประตูไม้เก่ายังเปิดอยู่
แสงจากทางเดินมาถึงธรณี
แล้วหยุด
เหมือนมันรู้ว่าพื้นที่ด้านในไม่ได้เป็นของมัน
เด็กในผลึกนั่งอยู่ใกล้กัน
มือเงาถ่านกับมือแสงทองวางแยกกันบนตัก
วันนี้ มือทั้งสองหันไปในทิศเดียวกันมากกว่าเดิมนิดหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะใครจับให้หัน
ไม่ใช่เพราะต้องเหมือนกัน
เพียงเพราะวันนี้
มันพักอยู่เช่นนั้น
“เมื่อวาน เด็กคนนั้นบอกว่าเขาไม่อยากเงียบทั้งหมด” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเขาถามเรื่องลม”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองผ้าม่านที่ขยับ
“ถ้าวันนี้ เขาพูดบางอย่างที่เจ้าไม่เข้าใจล่ะ?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าฟังได้ก่อน” เขาตอบ
“ข้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจทันที”
“แล้วเจ้าจะไม่ตอบเหรอ?”
“ข้าอาจตอบว่า ข้ายังไม่เข้าใจ” อีรินพูด
“หรือถามว่าเขาอยากให้ข้าฟังต่อ หรืออยากให้ข้าถาม”
เด็กในผลึกคิดตาม
“การไม่เข้าใจ ไม่ใช่การไม่ฟัง”
“ไม่ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นอยู่
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังคว่ำอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ห่างจากรองเท้า
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
มือข้างหนึ่งวางเปิดอยู่บนเข่า
มืออีกข้างยังอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม
ปลายนิ้วสี่นิ้วยังมองเห็น
ใบหน้าของเขายังไม่ก้มเท่าเดิม
วันนี้ ลมอ่อนผ่านทางเดินหินอีกครั้ง
ใบไม้แห้งขยับเพียงปลายหนึ่ง
เส้นด้ายสั่นนิดเดียว
ชายผ้าคลุมยกขึ้นจากพื้นเปียกชั่วครู่
แล้วกลับลงมาอย่างเดิม
เด็กผมขาวมองอยู่เงียบ ๆ
“ลมมาอีกแล้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่มันไม่เหมือนเมื่อวาน”
ผู้เฝ้าคำถามมองแอ่งน้ำตื้น
“เราเห็นว่ามันทำให้ใบไม้ขยับน้อยกว่าเดิม” เขาตอบ
“แต่เราไม่รู้ว่าลมเหมือนหรือไม่เหมือนทั้งหมด”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“งั้นข้าพูดได้ว่า วันนี้ใบไม้ขยับน้อยกว่าเดิม”
“ได้”
“ไม่ต้องพูดว่าลมเปลี่ยน”
“ไม่ต้อง”
ช่วงสาย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
เงียบไปพักหนึ่ง
“เมื่อคืน ข้าฝัน”
อีรินไม่ได้ตอบทันที
เขามองแสงที่อยู่บนพื้น
มองประตูที่ยังเปิด
แล้วพูดเบา ๆ
“ข้าฟังอยู่”
“ในฝัน ข้าเดินอยู่ในห้องที่ไม่มีประตู” เด็กคนนั้นพูด
“แต่ข้ารู้ว่ามีบางอย่างอยู่ข้างนอก”
อีรินยังเงียบ
“ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร” เสียงนั้นพูดต่อ
“และข้าไม่อยากเปิดหา”
อีรินวางมือบนตักเช่นเดิม
“ข้าได้ยินว่า ในฝันนั้นมีบางอย่างอยู่ข้างนอก” เขาพูด
“และเจ้าไม่อยากเปิดหา”
ด้านในห้องเล็กเงียบลง
“เจ้าจะไม่บอกหรือว่ามันคืออะไร?”
“ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร” อีรินตอบ
“และข้าไม่อยากเอาความคิดของข้าไปวางแทนสิ่งที่เจ้าฝัน”
เงียบอีกครู่หนึ่ง
“ถ้าข้าอยากให้เจ้าถามล่ะ?”
“เจ้าบอกข้าได้”
“ตอนนี้ ข้าไม่รู้”
“ได้”
เด็กในผลึกมองอีริน
“เจ้าไม่ได้บอกว่าความฝันนั้นดีหรือไม่ดี” เขาพูด
“ข้าไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นอยากให้มันมีความหมายแบบไหน” อีรินตอบ
“แล้วความฝันอยู่ได้ โดยยังไม่ต้องมีความหมาย”
“ได้”
จากหลังประตู เสียงเด็กคนนั้นกลับมาอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าข้าอยากให้เจ้าถามหนึ่งคำถามล่ะ?”
“ได้”
“แต่ห้ามถามว่าทำไม”
“ได้”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ในห้องที่เจ้าเดินอยู่” เขาถาม
“เจ้าต้องการอยู่คนเดียว หรือมีใครอยู่ไกล ๆ โดยไม่เข้ามา?”
เงียบไปนานกว่าครั้งก่อน
ลมผ่านม่านเบา ๆ
หน้ากระดาษเปล่าหนึ่งแผ่นลอยต่ำลง
แล้วหยุดอยู่เหนือพื้นโดยไม่แตะพื้น
“มีใครอยู่ไกล ๆ” เด็กคนนั้นตอบในที่สุด
“แต่ไม่ต้องเรียกข้า”
อีรินพยักหน้า แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น
“ข้าเข้าใจส่วนหนึ่งแล้ว” เขาพูด
“เจ้าอยากให้มีใครอยู่ แต่ไม่ต้องเข้ามาใกล้หรือเรียกเจ้า”
“ใช่”
“ส่วนอื่นที่ข้ายังไม่เข้าใจ ข้าจะไม่รีบเติมเอง”
เด็กคนนั้นเงียบไป
“ขอบใจ” เขาพูด
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้
ไม่มีใครเข้าไปในทางเดินนั้น
ไม่มีใครแตะเส้นด้าย
ไม่มีใครเปิดประตูไกล
ไม่มีใครขอให้มือใต้ผ้าคลุมขยับออกมา
แต่แสงจากปลายทางเดินเปลี่ยนมุมเล็กน้อย
มันยังไปไม่ถึงเด็กใต้ฝน
ยังไม่ข้ามพื้นเปียกมาหาเขา
เพียงสะท้อนอยู่บนแอ่งน้ำอีกด้าน
พอให้เห็นว่าทางเดินยังมีอากาศ
และเวลายังเดินผ่านอยู่
เด็กผมขาวมองแสงนั้น
“แสงไม่เข้ามาหาเขา” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่มันก็ยังอยู่ในทางเดินเดียวกัน”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“ใช่”
ตอนบ่าย เรนานั่งลงใกล้หน้าต่างบานสูง
นางไม่ได้เปิดหน้าต่างเพิ่ม
ไม่ได้ปิดมัน
นางเพียงวางหนังสือปิดสนิทเล่มหนึ่งไว้บนตัก
แล้วมองผ้าม่านที่ขยับช้า ๆ
เด็กในผลึกมองนาง
“เจ้าจะอ่านไหม?” เขาถาม
“ตอนนี้ยังไม่อ่าน” เรนาตอบ
“แล้วทำไมเอาหนังสือมา?”
“เพราะข้าอยากให้มันอยู่ใกล้” นางพูด
“แต่ข้ายังไม่อยากเปิดมัน”
เด็กในผลึกมองหนังสือปิดสนิท
“ของบางอย่างอยู่ใกล้ได้” เขาพูด
“โดยที่เรายังไม่พร้อมใช้มัน”
“ใช่” เรนาตอบ
อีรินหันมองหน้าต่าง
เขาไม่ได้พูดว่าคำตอบของเรนาคล้ายความฝันของเด็กหลังประตู
ไม่ได้เชื่อมสิ่งที่ต่างกันเข้าด้วยกัน
เพราะการคล้ายกัน
ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นวางอยู่บนพื้นรอบโต๊ะ
รอบเก้าอี้ว่าง
รอบหน้ากระดาษเปล่าที่ลอยผ่าน
แต่ยังไม่ข้ามธรณีประตู
อีรินนั่งข้างหน้าต่างตามเดิม
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ถ้าวันอื่น ข้าพูดเรื่องฝันนี้อีก เจ้าจะจำได้ไหม?”
“ข้าจะพยายามจำสิ่งที่เจ้าบอก” อีรินตอบ
“แต่ถ้ามีส่วนใดที่ข้าจำไม่แน่ใจ ข้าจะบอกว่าไม่แน่ใจ”
“แล้วเจ้าจะไม่ทำเป็นว่ารู้?”
“ไม่ทำ”
“แล้วถ้าข้าบอกว่าข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก?”
“เราก็ไม่ต้องพูดถึงมัน”
ความเงียบทอดยาวออกมา
แต่ครั้งนี้ มันไม่ได้ว่างเปล่า
มันมีห้องที่ไม่มีประตูอยู่ในคำพูดไม่กี่คำ
มีบางอย่างอยู่ไกลออกไป
และมีคนคนหนึ่งที่เลือกอยู่ไกลพอ
โดยไม่เรียก
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่
มือทั้งสองยังอยู่บนเข่า
เส้นด้ายยังไม่แตะรองเท้า
ประตูไกลยังปิด
ร่มยังไม่กาง
พื้นที่แห้งยังว่าง
แต่เหนือแอ่งน้ำ
แสงอ่อนจากปลายทางเดินยังสะท้อนอยู่
ไม่ใช่คำตอบ
ไม่ใช่คำสัญญา
เพียงเป็นสิ่งหนึ่ง
ที่ยังมองเห็นได้
แม้จะยังไม่รู้
ว่ามันหมายถึงอะไร

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา