Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
29 ต.ค. เวลา 02:48 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 128 ความหวังจากตะวันออก (ค.ศ. 1471 – 1474) ศัตรูของศัตรูล้วนเป็นมิตรเมื่อสถานการณ์บีบคั้นให้เวนิสสร้างแนวร่วม
🟥ในปี 1473 แม้จะมีความท้าทายอย่างอุกอาจจากทิศเหนือนำโดย สเตนฟานมหาราชแห่งมอลดาเวียแต่สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จำต้องอดทนอดกลั้น เพราะทางฝั่งพระองค์กลับติดพันอยู่กับศัตรูที่เวนิสลงทุนไปชักศึกเข้าร่วมเป็นแนวรบเสริมด้วย สุลต่านจำเป็นจัดการแนวรบตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อนที่จะหันไปจัดการกับสเตฟานจอมโอหังคนนั้น
🟥พันธมิตรที่เวนิส ไปชักศึกเข้ามานั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เคยวิดวางมวยด้วยกันแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ สุลต่านเมห์เหม็ดยกทัพไปจัดการ อาณาจักรเทรบิซอนด์ เมื่อปี 1461 นามนั้น คือ อุซุน ฮาซาน ผู้นำเผ่าแกะขาว
Note: การพิชิตอาณาจักรเทรบิซอนด์ (ค.ศ. 1461) เขียนไว้อย่างละเอียดในตอนที่ 114
🟥หลังจากสาธารณรัฐเวนิสสูญเสียฐานทัพยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง "เนโกรพอนเต" ไปในปี ค.ศ. 1470 เวนิส สภาสาธารณรัฐได้ข้อสรุปทันทีว่า ด้วยศักยภาพปัจจุบัน การจะเอาชนะจักรวรรดิออตโตมันด้วยกำลังของตนเองเพียงลำพังนั้นกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
🟥ช่วงปี ค.ศ. 1471 ถึง 1474 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เวนิสต้องดิ้นรนครั้งใหญ่ โดยฝากความหวังไว้กับ "มหาอำนาจพันธมิตรจากโลกตะวันออก" ในขณะที่ไฟสงครามก็ลุกลามเข้ามาเผาทำลายดินแดนใกล้ตัวจนประชิดหน้าบ้าน
🟪1. ความหวังจากตะวันออก: เมื่อเปอร์เซียเข้ามาเป็นผู้เล่น
🔸ในยามที่เวนิสตาจนมุม ทางออกเดียวที่จะแบ่งเบาภาระจากการปะทะกับกองทัพของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ได้ คือการหาพันธมิตรที่มีศักยภาพพอจะเปิดแนวรบด้านหลังให้ออตโตมันต้องพะวง นี่คือแผน "กอบกู้สถานการณ์ขั้นวิกฤต" เพื่อบีบให้ออตโตมันต้องแบ่งทัพหลวงไปรับมือทางทิศตะวันออก
🟪1.1 ภารกิจการทูตเสี่ยงตายข้ามทวีป
🔸การส่งทูตไปยังเปอร์เซียไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะออตโตมันควบคุมเส้นทางสายหลักในคาบสมุทรอนาโตเลียไว้เกือบทั้งหมด เวนิสจึงต้องส่งคณะทูตชั้นยอด เช่น คาทาริโน เซโน (Caterino Zeno), จิโอซาฟัต บาร์บาโร (Giosafat Barbaro) และ อัมโบรจิโอ คอนตารินี (Ambrogio Contarini) เดินทางลัดเลาะผ่านทะเลดำ อาร์เมเนีย และจอร์เจีย ซึ่งเต็มไปด้วยภัยอันตราย
🔸คาทาริโน เซโน มีภริยาที่เป็นหลานสาวของ (เดสปินา คาตูน ซึ่งเป็นชายาของอุซุน ฮาซาน) ทำให้เวนิสสามารถใช้สายสัมพันธ์ระดับราชวงศ์นี้เปิดประตูเจรจากับอุซุน ฮาซาน ได้อย่างสนิทสนม
🔸อุซุน ฮาซาน เพิ่งบดขยี้เผ่าแกะดำและครอบครองดินแดนเปอร์เซียจนยิ่งใหญ่ เขามองว่าตนเองคือ "ทายาทของติมูร์" และต้องการสถาปนาตนเป็นมหาอำนาจสูงสุดในโลกอิสลาม แต่อุปสรรคเดียวที่เขาขัดหูขัดตามองด้วยความหวาดระแวงคือ จักรวรรดิออตโตมัน
🔸อุซุน ฮาซาน จึงวางแผนคืนชีพให้กับ "รัฐคารามัน" เพื่อใช้เป็นรัฐกันชนระหว่างออตโตมัน การจับมือกับเวนิสจึงเป็นโอกาสทองที่จะสร้างแนวร่วมที่จะบีบสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ให้อยู่ในกรอบวงล้อมจนขยับไปไหนไม่ได้
🟪1.2 สัญญาพันธมิตรที่ไม่มีวันไปถึง
🔹ในการเจรจาเวนิสตกลงว่าจะส่งทหารปืนใหญ่ นายช่างฝีมือ ปืนใหญ่สนามรุ่นใหม่ ปืนคาบศิลาหลายพันกระบอก รวมถึงกระสุนและดินปืนจำนวนมหาศาลข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปส่งมอบให้กองทัพของอุซุน ฮาซาน ที่ชายฝั่งตอนใต้ของอนาโตเลีย (ผ่านแคว้นคารามัน)
🔹แม้อุซุน ฮาซาน จะนำกองทัพม้าบุกตีเมืองทอกัต (Tokat) และยกพลลงมาตามนัดหมาย แต่กองเรือเวนิสกลับไม่สามารถส่งมอบอาวุธหนักและดินปืนได้ทันท่วงที เนื่องจากการข่าวของสุลต่านที่แม่นยำ ทำให้กองทัพออตโตมันส่งกำลังเข้าสกัดเส้นทางลำเลียงและปราบปรามแนวชายฝั่งอย่างรวดเร็ว
🔹การกวาดล้างชายฝั่งตอนใต้ของอนาโตเลีย: ขณะที่เวนิสพยายามส่งเรือรบไปเทียบท่าเพื่อส่งมอบปืนใหญ่และดินปืนให้อุซุน ฮาซาน กองทัพบกออตโตมันได้เข้ายึดและปิดผนึกเมืองท่าแถบคิลิเกีย (Cilicia) และคารามาน ทำให้กองเรือเวนิสต้องเผชิญความยากลำบากอย่างมากเพื่อส่งมอบยุทโธปกรณ์ให้กองทัพม้าเปอร์เซียได้ตามแผน
การที่เวนิสส่งอาวุธปืนไฟและปืนใหญ่ไปไม่ถึงมือ ทำให้อุซุน ฮาซาน ต้องนำกองทหารม้าเติร์กเมนที่ถือเพียงดาบ ธนู และหอก เข้าปะทะกับ "กำแพงปืนใหญ่และปืนคาบศิลา" ของทหารเยนิเชรีในยุทธการออตตลุกเบลี (ค.ศ. 1473) นำไปสู่ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินของพันธมิตรตะวันออก
🟩2. "แนวรบตะวันตกเปลวเพลิงถึงหน้าบ้าน": การรุกคืบที่หยุดไม่อยู่ของออตโตมัน
🔸ในช่วงปี ค.ศ. 1471–1474 คำว่า "เปลวเพลิงถึงหน้าบ้าน" ไม่ใช่คำเปรียบเปรยเกินจริง เพราะการที่เวนิสต้องพึ่งรอคอยความช่วยเหลือจากเปอร์เซียทางทิศตะวันออก และการต้านทานในแอลเบเนียไม่ได้เข้มแข็งเท่าสมัยสแกนเดอร์เบกยังมีชีวิต ทำให้ออตโตมันฉวยจังหวะนี้เดินหน้าบดขยี้แนวรับฝั่งตะวันตกอย่างเป็นระบบจนไฟสงครามลามมาติดชายแดนอิตาลีและแผ่นดินใหญ่ในยุโรป
🟩2.1 ไฟสงครามลามสู่บอลข่านและยุโรป: การรุกคืบประชิดแผ่นดินแม่ของเวนิส
🔹กองทหารม้าเบาของออตโตมัน (Akinji) ทำการบุกทะลวงผ่านแนวเทือกเขาแอลป์ในสโลวีเนียและโครเอเชีย เข้าไปปล้นสะดม เผาทำลายหมู่บ้าน และจับกุมเชลยในแคว้นฟริอูลี ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี ทำให้ชาวเมืองในลากูนเวนิสสามารถมองเห็นควันไฟจากการเผาทำลายของทหารออตโตมันได้จากหอคอยในเมืองเวนิสโดยตรง
🟩2.2 การปิดล้อมเมืองสคูทารีครั้งที่ 1 (First Siege of Shkodra / Scutari, ค.ศ. 1474):
🔸สคูทารี (ในแอลเบเนียปัจจุบัน) คือปราการด่านสุดท้ายและสำคัญที่สุดของเวนิสบนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก เมห์เหม็ดที่ 2 สั่งให้แม่ทัพ ฮาดึม สุไลมาน ปาชา นำทัพใหญ่เข้าปิดล้อมและระดมยิงปืนใหญ่ถล่มอย่างหนัก แม้ทหารเวนิสและชาวเมืองจะต้านทานไว้ได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยความเสียหายยับเยินและการตัดขาดจากเส้นทางลำเลียง
🟩2.3 การตัดตอนและสกัดกั้นเส้นทางส่งกำลังบำรุงทางใต้
🔹การกดดันแนวชายฝั่งกรีซ: กองเรือออตโตมันเข้าปิดล้อมหัวเมืองชายฝั่งและเกาะแก่งที่ยังเหลืออยู่ของเวนิสในทะเลอีเจียนและไอโอเนียน บีบให้เวนิสต้องพะวงกับการป้องกันเมืองหน้าด่านของตนเอง จนไม่มีกำลังพลเหลือพอที่จะส่งไปเปิดแนวรบสนับสนุนพันธมิตร
🟩2.4 การปะทะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง: การฉวยโอกาสโจมตีของมอลดาเวีย
🔸ในขณะที่เวนิสกำลังถูกบีบแบบแสรสาหัสเวลาเดียวกันนั้น สเตฟานที่ 3 แห่งมอลดาเวียได้หยุดจ่ายส่วยให้ออตโตมันอย่างเป็นทางการในปี 1473 พร้อมทั้งส่งกองทัพเข้าแทรกแซงวัลลาเคียเพื่อขับไล่ขุนนางหุ่นเชิดของสุลต่าน
🔸เมห์เหม็ดที่ 2 มองว่านี่คือการก่อกบฏที่ไม่สามารถให้อภัยได้ จึงสั่งชะลอการโจมตีและให้โยกย้ายกำลังพลจากแนวรบแอลเบเนียและบอลข่าน เพื่อเตรียมรอการสมทบกับทัพหลวงหลังจัดการอุซุน และเหล่าเผ่าแกะขาว ก่อนการบุกมอลดาเวียครั้งใหญ่จึงจะเริ่มขึ้น
🔸สถานการณ์ในช่วงปี 1471–1474 จึงสะท้อนความล้มเหลวของยุทธศาสตร์เวนิสอย่างชัดเจนเมื่อความล้มเหลวทางโลจิสติกส์มีผลทำให้กองทัพตะวันออกอย่างเผ่าแกะขาวยังไม่สามารถส่งผลกระทบต่อออตโตมันได้ทันเวลา ความหวังที่จะใช้มหาอำนาจเปอร์เซียเป็นค้อนทุบออตโตมันจากด้านหลัง จึงพังทลายลงด้วยปัญหาการส่งกำลังบำรุง และทำให้เวนิสต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงสงครามเพียงลำพังอีกครั้ง
🚩 บทสรุป บทเรียนอันเจ็บปวดเบื้องหลังของทุกสงครามคือการบริหารโลจิสติกส์
🟥การทูตที่เดิมพันด้วยชะตากรรมของยุโรปตะวันออกครั้งนี้ จึงจบลงด้วยความว่างเปล่า เมื่ออาวุธปืนใหญ่และดินปืนจากเวนิสไม่อาจข้ามผ่านแนวกั้นของออตโตมันไปถึงกองทัพเปอร์เซียได้ ความหวังที่จะเห็นอุซุน ฮาซาน เป็น 'ค้อน' ทุบจากด้านหลังกลับกลายเป็นเพียงฝันสลาย
🟥การทูตที่ควรจะเป็นจุดพลิกผันกลับกลายเป็นเพียงเครื่องยืนยันว่า ในยุคสมัยนี้ 'ระยะทางและความยากลำบากในการส่งกำลังบำรุง' มีน้ำหนักมากกว่า 'คำสัญญาในจดหมาย' และเมื่อความหวังเดียวจากตะวันออกพังทลายลง เวนิสก็เหลือเพียงลำพังในการเผชิญหน้ากับพายุออตโตมันที่กำลังก่อตัวอยู่หน้าบ้านตนเอง
ตอนที่ 129 อุซุน ฮาซาน และสมาพันธรัฐเผ่าแกะขาว: จากข่านเผ่าเร่ร่อน สู่จักรพรรดิผู้เป็นดั่งภัยคุกคามจากตะวันออก
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
แนวคิด
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย