29 ต.ค. เวลา 02:55 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 201: สิ่งที่ไม่ต้องเดินทางต่อ

เช้าวันนั้น กระดาษแผ่นที่ลอยต่ำยังอยู่ใกล้โต๊ะน้ำ
ขอบด้านหนึ่งของมันงอขึ้นเล็กน้อย
อีกด้านรับแสงสีฟ้าเงินจากหน้าต่าง
ลมผ่านใต้กระดาษ
แล้วผ่านช่องว่างระหว่างขาเก้าอี้ไป
ไม่มีรอยเขียนปรากฏบนมัน
อีรินนั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวเดิม
แก้วน้ำของเขาเหลืออยู่เกือบครึ่ง
กาน้ำวางห่างจากขนนกผลึกพอให้ไม่มีส่วนใดแตะกัน
รอยซ่อมเล็ก ๆ บนก้านขนนกสะท้อนแสงทอง
แต่ปลายของมันยังพักอยู่บนโต๊ะ
ประตูไม้เก่าในทางเดินยังเปิด
วันนี้ มีเสียงผ้าขยับจากด้านในเพียงครั้งเดียว
แล้วทุกอย่างก็เงียบลง
อีรินไม่ได้หันไปมอง
เด็กในผลึกนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ
มือเงาถ่านพักบนเข่าข้างหนึ่ง
มือแสงทองพักบนอีกข้าง
เขามองขนนกที่ยังไม่ได้ใช้
“เมื่อวาน เด็กคนนั้นแก้คำตอบ”
“ใช่” อีรินตอบ
“เจ้าจะเขียนสิ่งที่เขาบอกไว้ไหม?”
อีรินมองกระดาษเปล่า
“ข้าไม่ได้ถามว่าเขาอยากให้เขียนหรือไม่”
“ถ้าเขียนไว้ เจ้าจะจำได้ง่ายขึ้น”
“อาจง่ายขึ้น”
“แล้วทำไมไม่เขียน?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“เพราะการช่วยให้ข้าจำง่ายขึ้น” เขาตอบ
“ยังไม่ใช่เหตุผลพอให้ข้าเก็บคำพูดของเขาไว้บนกระดาษ”
เด็กในผลึกเลื่อนสายตาจากขนนกไปยังแก้วน้ำ
เขาไม่ได้ถามต่อทันที
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นเย็น
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหาผนังที่มีคราบน้ำ
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังไม่มีสิ่งใดวางอยู่
เด็กใต้ฝนนั่งบนพื้นหลังเก้าอี้
มือข้างหนึ่งพักโค้งหลวมบนเข่า
อีกข้างอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม
ปลายนิ้วสี่ยังมองเห็น
เส้นด้ายสีอ่อนทอดอยู่ใกล้รองเท้า
มีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างมันกับปลายรองเท้าที่หันออกด้านข้าง
น้ำบาง ๆ ไหลผ่านใต้ด้าย
ลงไปในรอยแตกเก่า
เด็กผมขาวมองรอยน้ำอยู่พักหนึ่ง
“น้ำไหลต่อไป”
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่ด้ายไม่ไปด้วย”
นางพยักหน้า
เด็กผมขาวมองสมุดที่ปิดสนิทบนตักของนาง
“เจ้าจะวาดมือเขาไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำวางฝ่ามือบนปกสมุด
“วันนี้ ข้าจะไม่วาด”
“เพราะมันยังอยู่คล้ายเมื่อวาน?”
“ไม่ใช่” นางตอบ
“ข้าเห็นมันได้ โดยไม่ต้องเก็บภาพมันไว้ทุกครั้ง”
เด็กผมขาวเอนกลับในเก้าอี้
แสงในแอ่งน้ำเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แต่สมุดยังปิดอยู่
ช่วงสาย เรนาถือแก้วน้ำของตนเดินมาหยุดห่างจากโต๊ะอีริน
นางมองเก้าอี้ว่างข้างหน้าต่าง
“ข้านั่งตรงนี้สักพักได้ไหม?”
“ได้” อีรินตอบ
เรนานั่งลง
วางแก้วไว้บนโต๊ะเล็กของเก้าอี้ตัวนั้น
ทั้งสามมองผ้าม่านที่ขยับอยู่ครู่หนึ่ง
“เมื่อวาน ข้าได้ยินเสียงคุยจากทางเดิน” เรนาพูด
“ข้าไม่ได้ฟังถ้อยคำชัดนัก”
อีรินหันมาทางนางเล็กน้อย
“หากมีอะไรที่ข้าควรรู้เพื่อไม่ทำให้เด็กคนนั้นอึดอัด” เรนากล่าวต่อ
“เจ้าบอกข้าได้”
อีรินมองพื้นก่อนถึงธรณี
“ตอนนี้ ข้ายังไม่มีอะไรที่เขาขอให้ข้าบอกต่อ”
เรนาพยักหน้า
“ได้”
นางยกแก้วขึ้นดื่มหนึ่งอึก
จากนั้นถามว่า
“หน้าต่างบานนี้เปิดไว้เท่าเดิมหรือ?”
“เท่าเดิม”
“ลมเย็นขึ้นนิดหนึ่ง”
อีรินมองชายม่าน
“ข้าก็รู้สึกอย่างนั้น”
บทสนทนาเดินไปถึงเรื่องหน้าต่าง
แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น
ไม่มีใครย้อนกลับไปถามถึงเสียงในทางเดิน
หลังจากเรนากลับไปยังโต๊ะของตน
เด็กในผลึกจึงพูดขึ้นเบา ๆ
“นางไม่ได้อยากทำร้ายใคร”
“ข้ารู้”
“และนางอยากช่วย”
“ใช่”
“แต่เจ้ายังไม่ได้เล่า”
อีรินวางมือบนตัก
“ข้าไม่จำเป็นต้องสงสัยความหวังดีของเรนา” เขาตอบ
“เพื่อจะไม่เล่าสิ่งที่เด็กคนนั้นยังไม่ได้ขอให้เล่า”
เด็กในผลึกก้มมองมือของตัวเอง
มือแสงทองขยับเล็กน้อย
หยุดก่อนถึงมือเงาถ่าน
เขาวางมันกลับบนเข่า
ไม่นาน เสียงจากหลังประตูก็ดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เมื่อกี้ เรนาถามอะไร?”
อีรินไม่รู้ว่าเสียงจากโต๊ะไปถึงด้านในมากเพียงใด
เขาจึงตอบเฉพาะสิ่งที่ถูกถาม
“นางบอกว่า ถ้ามีอะไรที่ควรรู้เพื่อไม่ทำให้เจ้าอึดอัด ข้าบอกนางได้”
ด้านในเงียบไปครู่หนึ่ง
“แล้วเจ้าบอกอะไร?”
“ข้าบอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เจ้าขอให้ข้าบอกต่อ”
“เจ้าไม่ได้เล่าเรื่องฝัน?”
“ไม่ได้เล่า”
“ไม่ได้เล่าว่าข้าแก้คำตอบ?”
“ไม่ได้เล่า”
มีเสียงผ้าขยับเบา ๆ
“ข้าไม่รู้ว่าข้าต้องบอกเจ้าก่อนหรือเปล่า” เด็กคนนั้นพูด
“ว่าข้าไม่อยากให้เล่า”
อีรินฟังจนอีกฝ่ายหยุด
“สำหรับเรื่องนี้” เขาตอบ
“เจ้าพูดกับข้า ข้าจึงรับไว้เป็นสิ่งที่เจ้าพูดกับข้า”
“ข้าไม่ได้ถือว่าเจ้าขอให้ข้านำไปบอกคนอื่นด้วย”
ด้านในเงียบอยู่นาน
ลมขยับชายม่าน
กระดาษแผ่นต่ำหมุนไปนิดหนึ่ง
แล้วกลับมานิ่ง
“ข้าอยากให้มันอยู่แค่นี้ก่อน” เด็กคนนั้นกล่าวในที่สุด
“ได้”
“ไม่ต้องเขียน”
“ข้าจะไม่เขียน”
“แล้วถ้าเจ้าอยากจำ?”
อีรินมองขนนกบนโต๊ะ
“ข้าจะพยายามจำเท่าที่จำได้” เขาตอบ
“ถ้าจำไม่แน่ใจ ข้าจะบอกว่าไม่แน่ใจ”
“แม้มันจะทำให้เจ้าต้องถามใหม่?”
“แม้ข้าจะต้องขอถามใหม่”
เขาหยุดเล็กน้อย
“และเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเล่าใหม่ ถ้าไม่อยากเล่า”
เด็กในผลึกนั่งเงียบ
ขนนกผลึกยังวางอยู่ระหว่างแสงเย็นกับแสงอุ่น
ไม่มีมือใครยื่นไปหยิบ
ตอนบ่าย กระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งลอยเข้ามาใกล้ทางเดิน
มันเคลื่อนช้า ๆ
ขอบกระดาษหันเข้าหาประตูที่เปิดอยู่
อาเรียซึ่งนั่งอยู่ใกล้ชั้นหนังสือมองเห็น
นางไม่ได้ใช้ด้ายเงินดึงมันกลับ
เพียงขยับบานหน้าต่างด้านบนให้แคบลงเล็กน้อย
กระแสลมเปลี่ยน
กระดาษหมุนออกจากทางเดิน
ก่อนลอยขึ้นสู่พื้นที่กว้างเหนือเก้าอี้ว่าง
อีรินมองมันผ่านไป
เขาไม่ได้บอกว่าเป็นสัญญาณ
และไม่ได้บอกว่าห้องสมุดเข้าใจคำขอของเด็กคนนั้นแล้ว
มันเป็นเพียงกระดาษ
ที่เคลื่อนตามลมอีกทางหนึ่ง
ในหน้ากระดาษภาพฝน น้ำยังไหลผ่านรอยแตก
ใบไม้แห้งติดอยู่ข้างขอบหิน
ก้อนกรวดสีเทายังอยู่ใกล้กัน
เส้นด้ายยังไม่แตะรองเท้า
เด็กใต้ฝนขยับไหล่เล็กน้อย
ชายเสื้อคลุมตกลงปิดข้อนิ้วก้อย
แต่ปลายนิ้วสี่ยังเห็นอยู่เหมือนเดิม
เด็กผมขาวมองการเปลี่ยนแปลงนั้น
“วันนี้ เห็นข้อนิ้วน้อยลง”
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
เขามองสมุดของนางอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ได้ถามให้เปิด
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดทีละดวง
เรนาลุกจากโต๊ะของตน
เดินไปที่หน้าต่างฝั่งไกลเพื่อปิดช่องที่ลมเย็นผ่านมากที่สุด
นางไม่ได้เดินมาทางประตูห้องเล็ก
อีรินดื่มน้ำที่เหลืออีกเล็กน้อย
แล้ววางแก้วลง
จากด้านใน เสียงเด็กคนนั้นเรียกอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“ข้ามีอย่างหนึ่งอยากให้เรนารู้”
อีรินรอ
“ข้าขอบใจที่นางถามว่า มีอะไรที่ควรรู้ไหม”
เสียงนั้นหยุดไปครู่หนึ่ง
“แล้วไม่เดินมาถามข้าที่ประตู”
“เจ้าอยากให้ข้าบอกนางหรือ?”
“อยาก”
“ให้บอกสองอย่างนี้?”
“ใช่” เด็กคนนั้นตอบ
“แค่นี้”
“ได้”
อีรินไม่ได้ถามว่าจะให้เล่าเรื่องอื่นด้วยหรือไม่
เขารอจนบทสนทนาหยุด
ก่อนลุกไปหาเรนาที่โต๊ะฝั่งไกล
นางวางหนังสือที่ยังปิดอยู่ลง
“มีอะไรหรือ?”
อีรินบอกถ้อยคำที่ได้รับอนุญาตให้บอก
ไม่เพิ่มเรื่องฝัน
ไม่เพิ่มเรื่องคำตอบเก่า
ไม่เพิ่มว่าก่อนพูด เด็กคนนั้นเงียบอยู่นานเพียงใด
เรนาฟังแล้วพยักหน้า
“ข้าได้รับแล้ว”
นางไม่ได้ฝากคำถามกลับไป
อีรินจึงกลับมาที่เก้าอี้ของตน
โดยไม่มีสิ่งใหม่ที่เด็กหลังประตูต้องตอบ
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เจ้าบอกแล้ว?”
“บอกแล้ว”
“นางพูดอะไร?”
“นางบอกว่า ข้าได้รับแล้ว”
เงียบไปเล็กน้อย
“แค่นั้นหรือ?”
“แค่นั้น”
จากด้านในมีเสียงหายใจออกช้า ๆ
“ดี”
คืนนั้น กระดาษแผ่นที่ลอยต่ำยังว่างอยู่
ขนนกผลึกยังพักบนโต๊ะ
ด้ายเงินของอาเรียยังทอดอย่างหลวม ๆ โดยไม่เชื่อมกับสิ่งใด
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนนั่งหลังเก้าอี้ไม้ตัวเดิม
มือข้างหนึ่งพักโค้งอยู่บนเข่า
อีกข้างอยู่ใต้ชายผ้า
เส้นด้ายยังมีช่องว่างระหว่างมันกับรองเท้า
น้ำเดินทางต่อไปตามรอยแตก
แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่อยู่ใกล้น้ำ
ต้องเดินทางไปกับมัน
เรื่องฝันยังอยู่ในบทสนทนาที่เด็กคนนั้นเลือกเล่า
ส่วนคำขอบใจสั้น ๆ
ได้ไปถึงคนที่เขาเลือกแล้ว
และไม่มีถ้อยคำอื่น
ติดไปด้วย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา