29 ต.ค. เวลา 03:02 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 202: สิ่งที่บอกได้โดยไม่ต้องส่งต่อ

เช้าวันนั้น หน้าต่างบานสูงยังเปิดอยู่เพียงรอยแคบ
ลมเข้ามาเบากว่าเมื่อวาน
ผ้าม่านสีขาวจึงขยับเพียงปลายผ้า
กระดาษเปล่าหลายแผ่นลอยอยู่เหนือห้องสมุดอย่างห่างกัน
ไม่มีแผ่นใดเคลื่อนเข้าหาทางเดิน
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
แก้วน้ำสองใบยังวางห่างกันบนโต๊ะ
กาน้ำอยู่ระหว่างนั้น
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองยังวางราบอยู่ข้างกระดาษเปล่า
กระดาษแผ่นที่ลอยต่ำเมื่อวาน
วันนี้ลอยสูงขึ้นมาเล็กน้อย
ไม่สูงเท่าแผ่นอื่น
ไม่ต่ำจนเกือบแตะพื้น
เพียงอยู่ในตำแหน่งใหม่
ซึ่งไม่มีใครกำหนดให้ต้องอธิบาย
ประตูไม้เก่าในทางเดินยังเปิดอยู่
แสงจากภายนอกทอดมาถึงธรณี
แล้วหยุดอย่างสงบ
ไม่มีเงาใครยืนรออยู่ตรงนั้น
เด็กในผลึกนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ
มือเงาถ่านวางอยู่บนเข่าข้างหนึ่ง
มือแสงทองวางอยู่อีกข้าง
วันนี้มือทั้งสองอยู่ห่างกันเท่าเดิม
“เมื่อวาน เด็กคนนั้นให้เจ้าบอกเรนาเรื่องหนึ่ง” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าไม่บอกเรื่องอื่น”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองขนนกที่ไม่ได้ใช้
“ถ้าเขาบอกอะไรเจ้า แต่ไม่พูดว่าให้เก็บไว้ล่ะ?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าจะไม่คิดเองว่ามันเป็นของคนอื่น” เขาตอบ
“ถ้าเขาอยากให้ใครรู้ เขาบอกได้”
“หรือขอให้ข้าบอกแทนได้”
“แล้วถ้าเขาไม่รู้ว่าอยากให้ใครรู้ไหม?”
“เขายังไม่ต้องตัดสินใจก็ได้”
เด็กในผลึกพยักหน้าเบา ๆ
“คำพูดอยู่กับคนที่พูดก่อน”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นอยู่
ประตูไม้ซีดไกลออกไปยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงฝน
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่าง
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้
มือข้างหนึ่งยังพักโค้งหลวมอยู่บนเข่า
มืออีกข้างยังอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
ปลายนิ้วสี่ยังมองเห็น
เส้นด้ายสีอ่อนยังวางอยู่ใกล้รองเท้า
ปลายด้ายติดอยู่ในรอยแตกตื้นของพื้นหิน
น้ำเส้นเล็กไหลผ่านใต้ด้าย
แล้วหายไปในรอยแตกที่ลึกกว่าเดิม
วันนี้ ใบไม้แห้งข้างก้อนกรวดขยับเพียงเล็กน้อย
มันไม่ได้ปลิวไปไกล
ไม่ได้ติดรองเท้า
ไม่ได้แตะเส้นด้าย
เพียงหมุนมุมของมันนิดเดียว
แล้วพักอยู่ตรงนั้น
เด็กผมขาวมองภาพฝน
“ใบไม้เปลี่ยนอีกแล้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เมื่อวานมันหันอีกทาง”
“ใช่”
“แล้ววันนี้ มันหันทางใหม่”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“มันเปลี่ยนตำแหน่งได้” เขาพูด
“โดยไม่ต้องบอกเราว่าทำไม”
เด็กผมขาวมองใบไม้ต่อ
“ถ้ามันบอกได้ มันอาจบอกเอง”
“อาจ”
ช่วงสาย เด็กหลังประตูเรียกขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
เงียบไปชั่วครู่
“เมื่อวาน เจ้าบอกเรนาแล้วใช่ไหม?”
“บอกแล้ว”
“วันนี้ นางจะรู้ว่าข้าพูดกับเจ้าไหม?”
อีรินมองพื้นก่อนถึงธรณี
“นางอาจรู้ว่า ข้ามีบางอย่างมาบอก” เขาตอบ
“แต่นางไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเมื่อใด หรือเจ้าพูดกับข้านานแค่ไหน”
“แล้วนางจะถามเจ้าหรือ?”
“นางอาจถามได้” อีรินกล่าว
“แต่ข้าจะตอบเฉพาะสิ่งที่เจ้าอนุญาตให้ข้าบอก”
ด้านในเงียบไป
“ถ้านางถามข้าเองล่ะ?”
“เจ้าจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้” อีรินพูด
“และถ้าเจ้าไม่อยากตอบตอนนั้น เจ้าบอกได้ว่าไม่อยากตอบตอนนี้”
“แล้วถ้าข้าพูดไม่ออก?”
อีรินไม่ได้รีบเติมคำตอบ
“ถ้าเจ้าพูดไม่ออก” เขาตอบช้า ๆ
“เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเพื่อพิสูจน์อะไร”
ลมผ่านผ้าม่านเบา ๆ
“แล้วนางจะเข้าใจไหม?”
“ข้าไม่รู้ว่านางจะเข้าใจทั้งหมดไหม” อีรินตอบ
“แต่ข้าคิดว่านางฟังได้”
“และถ้าเจ้าอยากให้ข้าช่วยบอกเพียงว่า ตอนนี้เจ้ายังไม่พร้อมพูด ข้าก็ช่วยบอกได้”
เสียงจากด้านในเงียบอยู่นาน
“ยังไม่ต้อง” เด็กคนนั้นพูดในที่สุด
“ข้าแค่อยากรู้”
“ได้”
“ข้าถามได้ใช่ไหม?”
“ได้”
“แม้ตอนนี้ ข้ายังไม่อยากให้ทำอะไร”
“ได้”
เด็กในผลึกฟังอยู่เงียบ ๆ
มือแสงทองของเขาขยับนิดหนึ่ง
แต่ไม่ได้เข้าใกล้มือเงาถ่าน
“บางครั้ง คำถามก็ไม่ได้กำลังเดินทางไปไหน” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“บางครั้ง มันแค่อยากมีที่อยู่สักพัก”
ตอนบ่าย เรนาเดินมาหยุดที่โต๊ะของอีริน
นางถือหนังสือปิดสนิทเล่มเดิม
และแก้วน้ำของตนเอง
“ข้านั่งตรงนี้สักครู่ได้ไหม?” นางถาม
“ได้”
เรนานั่งลงในเก้าอี้ว่าง
ห่างจากประตูทางเดินพอสมควร
นางไม่ได้หันไปทางประตู
ไม่ได้เรียกชื่อใคร
“ขอบใจที่บอกสิ่งที่ได้รับอนุญาตให้บอก” นางพูดกับอีริน
“ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่คำเชิญให้ข้าถามต่อ”
อีรินพยักหน้า
“ใช่”
เรนามองหนังสือปิดบนตัก
“ข้าจะไม่ถามต่อ”
นางหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเสริมด้วยเสียงเดิม
“และถ้าวันหนึ่งเขาอยากให้ข้ารู้สิ่งอื่น ข้าจะรอฟังจากเขา หรือจากคนที่เขาเลือก”
อีรินไม่ตอบแทนเด็กหลังประตู
“ข้ารับฟังสิ่งที่เจ้าพูด” เขากล่าวเพียงเท่านั้น
เรนายิ้มบาง ๆ
จากนั้นนางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
ก่อนลุกกลับไปที่โต๊ะของตนเอง
ไม่มีข้อความถูกฝากกลับไป
ไม่มีคำถามใหม่วางไว้หน้าประตู
ผ่านไปพักหนึ่ง เสียงเด็กหลังประตูก็ดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เมื่อกี้ เรนาพูดอะไร?”
อีรินตอบตามที่นางพูด
“นางขอบใจที่ข้าบอกสิ่งที่ได้รับอนุญาตให้บอก”
“นางบอกว่ารู้ว่านั่นไม่ใช่คำเชิญให้ถามต่อ”
“และถ้าวันหนึ่งเจ้าอยากให้รู้อะไร นางจะรอฟังจากเจ้า หรือจากคนที่เจ้าเลือก”
ด้านในเงียบ
“นางบอกว่า จะรอ?”
“ใช่”
“นางไม่ได้บอกว่าอยากรู้?”
“นางไม่ได้พูดอย่างนั้น”
เสียงผ้าขยับเบา ๆ
“ดี” เด็กคนนั้นพูด
“ข้าจะไม่ต้องตอบนางตอนนี้ใช่ไหม?”
“ไม่ต้อง”
“แม้ข้ารู้ว่านางจะฟัง?”
“แม้เจ้าเชื่อว่านางจะฟัง” อีรินตอบ
“การรู้ว่ามีคนฟังได้ ไม่ได้ทำให้เจ้าต้องพูดทันที”
ในหน้ากระดาษภาพฝน แสงเย็นค่อย ๆ เปลี่ยนมุม
เงาของเก้าอี้ไม้ยาวขึ้นบนพื้นเปียก
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่ตรงเดิม
มือที่วางบนเข่ายังโค้งหลวม
ไม่กำแน่น
ไม่เปิดออกทั้งหมด
มือใต้ชายผ้าคลุมยังไม่ขยับ
เด็กผมขาวมองมือนั้น
“มันไม่ได้เปิด” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่มันก็ไม่ได้กำ”
“ใช่”
เด็กผมขาวนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“มันอยู่ตรงกลางได้”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มบาง ๆ
“ได้”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดทีละดวง
แสงอุ่นตกลงบนกาน้ำ
บนแก้วสองใบ
บนกระดาษเปล่าที่ขอบงอเล็กน้อย
และบนขนนกผลึกที่ยังพักอยู่
อีรินไม่ได้เขียนสิ่งใด
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“วันนี้ ข้าถามหลายอย่าง”
“ใช่”
“แต่ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าทำอะไร”
“ใช่”
“เจ้ารู้ไหมว่าข้าถามทำไม?”
อีรินมองแสงที่หยุดอยู่ก่อนถึงธรณี
“ข้าไม่รู้” เขาตอบ
“และข้าไม่อยากเดาแทนเจ้า”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าก็ไม่รู้” เด็กคนนั้นพูด
“แต่ตอนถาม ข้ารู้สึกว่าอยากถาม”
“แค่นั้นก็พอแล้ว”
“จริงหรือ?”
“จริง”
“ไม่ต้องรู้ก่อนว่าคำถามจะพาไปไหน?”
“ไม่ต้อง”
เสียงจากด้านในเงียบลง
แต่ครั้งนี้ ความเงียบไม่ได้เหมือนประตูที่ปิด
มันเหมือนพื้นที่ข้างประตู
ที่ยังมีที่พอสำหรับคำถามอีกคำหนึ่ง
หรือไม่มีคำถามเลยก็ได้
คืนนั้น กระดาษแผ่นที่ลอยต่ำยังคงอยู่เหนือพื้น
มันยังว่าง
ยังไม่มีชื่อ
ยังไม่มีถ้อยคำ
ยังไม่ได้กลายเป็นของใคร
ในหน้ากระดาษภาพฝน
น้ำยังไหลผ่านรอยแตก
ใบไม้แห้งพักอยู่ในมุมใหม่
เส้นด้ายยังไม่แตะรองเท้า
เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ไม่มีใครขอให้เขาอธิบายว่าทำไมมือจึงไม่เปิด
ไม่มีใครขอให้เขาส่งคำตอบไปถึงผู้ใด
คืนนี้
บางคำถามได้ถูกถามแล้ว
และบางคำตอบ
ยังไม่จำเป็นต้องเดินทางต่อ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา