29 ต.ค. เวลา 03:12 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 203: สิ่งที่อยู่ได้โดยไม่ต้องตอบ

เช้าวันนั้น หน้าต่างบานสูงยังเปิดอยู่เพียงรอยแคบ
ลมอ่อนพอให้ปลายผ้าม่านขยับ
แต่ไม่พอให้กระดาษเปล่าที่ลอยอยู่เหนือห้องสมุดเปลี่ยนที่มากนัก
กระดาษแผ่นที่เคยลอยต่ำยังอยู่เหนือพื้น
สูงขึ้นกว่าวันก่อนเพียงเล็กน้อย
ขอบด้านหนึ่งยังงอ
แต่ไม่ได้งอมากขึ้น
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
แก้วน้ำสองใบวางห่างกันบนโต๊ะ
กาน้ำอยู่ถัดไป
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองยังวางราบบนกระดาษเปล่า
ไม่มีรอยหมึกบนปลายขนนก
ไม่มีคำใดถูกเขียนเพิ่ม
ประตูไม้เก่าในทางเดินยังเปิดอยู่
แสงจากห้องสมุดทอดไปถึงธรณี
แล้วหยุดลงตรงนั้น
วันนี้ ไม่มีเสียงเรียกในตอนเช้า
ไม่มีเสียงผ้าขยับจากข้างใน
ไม่มีสิ่งใดบอกว่าเด็กหลังประตูกำลังฟังอยู่หรือไม่ได้ฟังอยู่
อีรินไม่ได้เรียกชื่อเขา
เด็กในผลึกนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
มือเงาถ่านพักอยู่บนเข่าข้างหนึ่ง
มือแสงทองพักอยู่บนเข่าอีกข้าง
ปลายนิ้วทั้งสองมือยังแยกจากกันอย่างสบาย
“วันนี้ เขายังไม่พูด” เด็กในผลึกกล่าว
“ใช่” อีรินตอบ
“เจ้าคิดว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ไหม?”
อีรินมองแสงบนพื้น
“ข้าไม่รู้”
“แล้วเจ้าไม่อยากถามหรือ?”
“ข้าอาจอยากถาม” อีรินตอบ
“แต่การที่ข้าอยากรู้ ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องตอบ”
เด็กในผลึกนิ่งไป
“ถ้าเขาไม่ได้ตอบ” เขาถาม
“คำถามของเจ้าจะอยู่ที่ไหน?”
“มันอยู่กับข้า” อีรินกล่าว
“ข้าดูแลคำถามของตัวเองได้”
“โดยไม่วางมันไว้ให้เขาต้องถือ”
เด็กในผลึกมองมือตัวเอง
มือแสงทองขยับปลายนิ้วเล็กน้อย
ก่อนพักอยู่ที่เดิม
“คำถามไม่จำเป็นต้องถูกส่งออกไปทุกครั้ง”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังเงียบ
พื้นหินเปียกสะท้อนแสงสีเทาฟ้าอ่อน
ประตูไม้ซีดที่อยู่ไกลยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังอยู่ข้างผนัง
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่างเปล่า
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้
มือข้างหนึ่งพักโค้งหลวมบนเข่า
ไม่กำแน่น
ไม่เปิดออกทั้งหมด
มืออีกข้างยังอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม
ปลายนิ้วสี่ยังมองเห็น
แต่ข้อนิ้วก้อยยังซ่อนอยู่
เส้นด้ายสีอ่อนทอดอยู่ใกล้รองเท้า
มีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างกันเหมือนเดิม
น้ำเส้นบางไหลผ่านใต้ด้าย
หายเข้าไปในรอยแตกของพื้นหิน
วันนี้ ไม่มีลมผ่านทางเดินนั้น
ใบไม้แห้งไม่ขยับ
เม็ดทรายไม่ขยับ
ก้อนกรวดสีเทาไม่ขยับ
เด็กผมขาวมองภาพอยู่นาน
“วันนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยน” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำมองใบไม้ข้างรอยแตก
“เราเห็นว่าไม่มีสิ่งใดขยับ” นางตอบ
“แต่เราไม่รู้ว่าทั้งหมดไม่มีอะไรเปลี่ยน”
เด็กผมขาวคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“งั้นวันนี้ ใบไม้ไม่ขยับ”
“ใช่”
“มือยังพักอยู่บนเข่า”
“ใช่”
“และเราไม่ต้องหาอย่างอื่นให้เกิดขึ้น”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“ไม่ต้อง”
ช่วงสาย เรนาเดินผ่านโต๊ะของอีริน
นางถือหนังสือปิดสนิทเล่มเดิม
แต่วันนี้นางไม่ได้หยุดนั่ง
“เช้านี้เงียบดี” นางพูดเบา ๆ
“ใช่” อีรินตอบ
เรนามองหน้าต่างที่เปิดเป็นรอยแคบ
แล้วมองทางเดินซึ่งประตูยังเปิดอยู่
นางไม่ได้ถามว่าเด็กหลังประตูเป็นอย่างไร
ไม่ได้ถามว่ามีคำพูดใดฝากมาไหม
“ข้าจะไปนั่งที่หน้าต่างฝั่งไกล” นางบอก
“ถ้ามีลมมากขึ้น ข้าจะปิดบานหน้าต่างของข้าเอง”
“ได้”
เรนายิ้มบาง ๆ
แล้วเดินต่อไป
เด็กในผลึกมองตาม
“นางไม่ได้ถาม” เขากล่าว
“ใช่”
“นางยังฟังอยู่ไหม?”
อีรินคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าไม่รู้ว่านางกำลังฟังอะไรอยู่” เขาตอบ
“แต่การที่นางไม่ถาม ไม่ได้หมายความว่านางไม่สนใจ”
“แล้วมันอาจหมายถึงอะไร?”
“อาจหมายถึงว่านางกำลังปล่อยให้เช้านี้เป็นเช้าของมันเอง”
เด็กในผลึกหันไปมองผ้าม่าน
“เช้าไม่ต้องตอบด้วย”
“ใช่”
ตอนบ่าย แสงบนพื้นเปลี่ยนตำแหน่งช้า ๆ
อีรินยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหนึ่งอึก
แล้ววางกลับลงที่เดิม
เขาไม่ได้หันไปมองประตู
แต่ก็ไม่ได้ทำเหมือนประตูนั้นไม่มีอยู่
ในที่สุด เสียงจากด้านในก็ดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้ารอให้ข้าพูดอยู่หรือ?”
อีรินมองมือของตนเองบนตัก
“ข้าอยู่ตรงนี้” เขาตอบ
“แต่ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าพูดเพื่อทำให้การอยู่ของข้ามีความหมาย”
เงียบไปอีกครั้ง
“แล้วถ้าข้าไม่พูดทั้งวัน?”
“เจ้าก็ไม่พูดทั้งวันได้”
“แล้วเจ้าจะนั่งอยู่ตรงนั้น?”
“ตอนนี้ ข้านั่งอยู่ตรงนี้” อีรินกล่าว
“ต่อจากนี้ ข้าอาจลุกไปดื่มน้ำ หรือไปหยิบหนังสือ หรือออกไปข้างนอก”
“ถ้าข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะไม่ทำเหมือนว่าไปแล้ว”
“ถ้าข้าไป ข้าก็จะไม่ทำเหมือนว่ายังอยู่ตรงเก้าอี้”
เสียงจากด้านในเงียบลง
“เจ้าตอบเหมือนเมื่อก่อน”
“บางอย่างยังเป็นจริงเหมือนเดิม”
“แล้วบางอย่างเปลี่ยนได้”
“ใช่”
“ถ้าข้าไม่ถาม เจ้าก็ไม่ต้องบอกว่ากำลังทำอะไร?”
“ไม่ต้อง”
“แต่ถ้าข้าอยากถาม ข้าถามได้?”
“ได้”
เด็กในผลึกหลับตาลงชั่วครู่
“มันเหมือนหน้าต่าง” เขาพูด
“มันเปิดอยู่”
“แต่ไม่ได้เรียกลมให้เข้ามา”
อีรินมองรอยแคบของหน้าต่าง
“ใช่”
จากหลังประตู ไม่มีคำพูดต่อ
อีรินไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่
ไม่ได้ถามว่าเขาอยากให้หน้าต่างปิดหรือเปล่า
เพราะคำเปรียบเทียบเป็นของเด็กในผลึก
ไม่ใช่คำสั่งที่เด็กหลังประตูส่งออกมา
ในหน้ากระดาษภาพฝน เงาของเก้าอี้ไม้ยาวขึ้นช้า ๆ
เด็กใต้ฝนยังอยู่ตรงเดิม
แต่คราวนี้ มือที่พักโค้งบนเข่าขยับนิ้วโป้งเพียงเล็กน้อย
ปลายนิ้วโป้งแตะข้างนิ้วชี้แผ่วเบา
แล้วหยุด
ไม่ใช่การกำมือ
ไม่ใช่การส่งสัญญาณ
ไม่ใช่การเอื้อมหาอะไร
เพียงเป็นท่าพักใหม่ของมือเดิม
เด็กผมขาวมองอยู่
“นิ้วโป้งแตะนิ้วชี้” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เราต้องถามว่าเพราะอะไรไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามมองเด็กใต้ฝน
“ไม่ต้อง”
“แม้มันเปลี่ยน?”
“แม้มันเปลี่ยน”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“งั้นเราดูได้”
“ใช่”
“โดยไม่ต้องทำให้มันตอบอะไร”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นตกลงบนพื้นรอบโต๊ะน้ำ
รอบเก้าอี้ว่าง
รอบกระดาษเปล่าที่ลอยต่ำ
แต่ไม่มีแสงใดล้ำผ่านธรณีเข้าไปในห้องเล็ก
อีรินนั่งอยู่ที่เดิมอีกครั้งหลังจากไปหยิบหนังสือจากชั้นเตี้ย
หนังสือยังปิดอยู่บนตัก
เขายังไม่ได้เปิดมัน
จากหลังประตู เด็กคนนั้นเรียกขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เมื่อกี้ เจ้าลุกไปไหน?”
“ไปหยิบหนังสือจากชั้นด้านหลังโต๊ะ”
“เจ้าอ่านหรือยัง?”
“ยัง”
“แล้วทำไมเอามา?”
อีรินมองหนังสือปิดบนตัก
“เพราะข้าอยากให้มันอยู่ใกล้” เขาตอบ
“แต่ตอนนี้ ข้ายังไม่อยากเปิดมัน”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“เหมือนเรนา?”
อีรินยิ้มบาง ๆ
“อาจคล้ายกันในส่วนนี้” เขาตอบ
“แต่ข้าไม่รู้ว่าเหตุผลของเรนาเหมือนข้าหรือไม่”
“เจ้าจะไม่บอกว่าเหมือนกันทั้งหมด”
“ไม่”
“ดี”
หลังจากนั้น เด็กหลังประตูก็เงียบไป
อีรินไม่ได้คิดว่าคำว่า “ดี” ต้องเป็นจุดเริ่มของคำถามใหม่
เขาจึงปล่อยให้มันเป็นคำสุดท้ายของเย็นนั้น
คืนนั้น กระดาษเปล่าแผ่นที่ลอยต่ำยังอยู่เหนือพื้น
ไม่มีใครเขียนคำถามลงไป
ไม่มีใครเขียนคำตอบลงไป
ไม่มีใครขอให้มันพาอะไรไปถึงใคร
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ประตูไกลยังปิด
เส้นด้ายยังห่างจากรองเท้า
ใบไม้ยังพักอยู่ข้างเม็ดทราย
และมือข้างหนึ่งยังอยู่บนเข่า
นิ้วโป้งยังแตะข้างนิ้วชี้เบา ๆ
ไม่ใช่คำตอบ
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบ
เพราะบางสิ่ง
อยู่ตรงนั้นได้
โดยไม่ต้องอธิบายว่ามันกำลังหมายถึงอะไร

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา