Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
30 ต.ค. เวลา 02:24 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 206: สิ่งที่สว่างได้โดยไม่ต้องเปิดประตู
เช้าวันนั้น กระดาษสองแผ่นยังลอยอยู่เหนือพื้นห้องสมุด
แผ่นหนึ่งอยู่สูงกว่าอีกแผ่นเพียงนิดเดียว
ช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างขอบกระดาษยังคงอยู่
ลมลอดผ่านช่องนั้นอย่างเบา
แล้วเคลื่อนไปทางหน้าต่างโดยไม่ผลักให้กระดาษแตะกัน
ไม่มีใครยกกระดาษให้สูงขึ้น
ไม่มีใครขยับให้ห่างออก
หน้าต่างบานสูงเปิดอยู่เพียงรอยแคบ
ม่านสีขาวเคลื่อนไหวช้า ๆ
หยดน้ำบนกระจกเหลืออยู่ไม่มาก
บางหยดสะท้อนแสงฟ้าเงิน
บางหยดกลายเป็นเพียงเส้นใสบาง ๆ
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างเช่นเดิม
หนังสือสีเทาปิดสนิทอยู่บนตัก
มือทั้งสองวางอยู่เหนือปกโดยไม่กดมันไว้
แก้วน้ำสองใบวางห่างกันบนโต๊ะเล็ก
กาน้ำอยู่ด้านข้าง
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองยังพักอยู่บนกระดาษเปล่า
ไม่มีหมึก
ไม่มีรอยเขียน
ไม่มีสิ่งใดรอให้ถูกบันทึก
เด็กในผลึกนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ
มือเงาถ่านอยู่บนเข่าข้างซ้าย
มือแสงทองอยู่บนเข่าข้างขวา
แสงสีทองอ่อนกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
แต่ก็ยังไม่หายไป
“เมื่อคืน เด็กคนนั้นพูดว่า ‘ดี’” เด็กในผลึกกล่าว
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าไม่ได้ถามว่ามันหมายถึงอะไร”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองแสงทองบนมือของตัวเอง
“ถ้าวันนี้ เขาอยากให้บางอย่างเปลี่ยน” เขาถาม
“แต่ไม่อยากอธิบายว่าทำไมล่ะ?”
อีรินมองแสงอ่อนบนพื้น
“ข้าถามได้ว่าเขาอยากให้เปลี่ยนอะไร” เขาตอบ
“แต่เขาไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผล หากไม่อยากบอก”
“แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าควรทำไหม?”
“ข้าจะฟังให้ชัดว่าเขาขออะไร” อีรินกล่าว
“ถ้าสิ่งนั้นทำได้และไม่ล้ำเข้าไปแทนเขา เราก็อาจทำ”
“แต่ถ้าข้าไม่แน่ใจ ข้าจะถามเพิ่มเรื่องสิ่งที่ต้องทำ”
“ไม่ใช่ถามเพิ่มเพื่อให้เขาพิสูจน์ว่าคำขอนั้นสำคัญพอ”
เด็กในผลึกนิ่งคิด
“คำขอไม่ต้องมีเหตุผลใหญ่โตเสมอไป”
“ไม่ต้อง”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นเย็น
ประตูไม้ซีดที่ปลายทางเดินยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงที่มีคราบฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังพิงอยู่ใกล้ผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่างเปล่า
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นด้านหลังเก้าอี้
ใบหน้าของเขายกขึ้นเพียงเล็กน้อย
ดวงตายังไม่ชัดใต้ผมที่เปียกหมาด
มือข้างหนึ่งวางอยู่บนเข่า
นิ้วโป้งห่างจากนิ้วชี้เพียงเล็กน้อย
มืออีกข้างอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
วันนี้ มองเห็นเพียงปลายนิ้วสามนิ้ว
อีกส่วนหนึ่งถูกผ้าและเงาบังไว้
เส้นด้ายสีอ่อนยังทอดอยู่ใกล้รองเท้า
ช่องว่างระหว่างด้ายกับปลายรองเท้ายังอยู่
น้ำเส้นบางไหลตามรอยแตก
เลี้ยวผ่านก้อนกรวดสีเทา
ผ่านใต้ด้าย
แล้วแตะขอบใบไม้แห้งอย่างช้า ๆ
ขอบใบไม้เข้มขึ้นอีกนิด
แต่มันยังอยู่ที่เดิม
เด็กผมขาวมองภาพนั้นนานกว่าปกติ
“วันนี้ เห็นมือเขาน้อยลง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แล้วขอบใบไม้เปียกขึ้น”
“ใช่”
เด็กผมขาวหันมองสมุดที่ปิดอยู่บนตักของนาง
“เราควรจำทั้งสองอย่างไหม?”
เด็กหญิงผู้จดจำวางมือบนปกสมุด
“เราจำได้ในแบบที่เราเห็น” นางตอบ
“แต่เราไม่ต้องทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นหลักฐาน”
“ต่างกันอย่างไร?”
ผู้เฝ้าคำถามมองพื้นหินเปียกในหน้ากระดาษ
“การเห็นคือการยอมรับว่าสิ่งหนึ่งอยู่ตรงหน้าเรา” เขาพูด
“แต่การทำให้เป็นหลักฐาน คือการเอามันไปใช้บอกว่าสิ่งอื่นต้องเป็นอย่างไร”
เด็กผมขาวคิดตาม
“อย่างเช่น ถ้าเห็นมือน้อยลง” เขากล่าว
“เราไม่ควรบอกว่าเด็กใต้ฝนไม่อยากอยู่ที่นี่”
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เราไม่รู้เช่นนั้น”
“เราบอกได้แค่ว่า วันนี้ เห็นมือน้อยลง”
“ใช่”
ช่วงสาย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้ามีเรื่องอยากขอ”
อีรินวางมือบนหนังสือปิด
“ได้” เขาตอบ
“ข้าฟังอยู่”
“ตรงทางเดินข้างประตู” เด็กคนนั้นพูดช้า ๆ
“มีโคมอยู่ตรงชั้นหนังสือใช่ไหม?”
อีรินมองไปยังโคมอำพันเล็กบนชั้นเตี้ย
มันยังไม่ได้จุดในตอนเช้า
“มี”
“ข้าอยากให้มันอยู่ใกล้ประตูขึ้นหน่อย”
อีรินเงียบอยู่ชั่วครู่
ไม่ใช่เพราะต้องการให้เด็กหลังประตูอธิบาย
แต่เพราะอยากฟังขอบเขตของคำขอให้ชัด
“เจ้าอยากให้ข้าวางโคมไว้ด้านนอกประตู หรือวางเข้าไปข้างใน?” เขาถาม
“ด้านนอก” เด็กคนนั้นตอบทันที
“ไม่ต้องเข้ามา”
“ได้”
“แล้วไม่ต้องวางชิดประตู”
“เจ้าอยากให้ห่างประมาณไหน?”
มีช่วงเงียบสั้น ๆ
“ห่างพอที่ข้าจะรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น” เสียงนั้นตอบ
“แต่ไม่เหมือนมันกำลังรอให้ข้าออกไป”
อีรินฟังคำพูดนั้นจนจบ
“ข้าจะวางมันไว้ด้านนอก ห่างจากธรณีประตูพอสมควร” เขาพูด
“ให้เห็นแสงจากตรงนี้ได้ แต่ไม่มีใครต้องเดินมาหามัน”
“ได้”
“เจ้าอยากให้จุดตอนนี้ไหม?”
“ตอนเย็นก็พอ”
“ได้”
เด็กในผลึกมองอีริน
“เขาไม่ได้บอกว่าทำไมอยากมีโคม” เขาพูด
“ใช่”
“แล้วเจ้าก็ไม่ได้ถาม”
“ไม่ถาม”
“แต่เจ้าถามว่าอยากวางตรงไหน”
“เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ข้าต้องรู้เพื่อทำตามคำขอของเขา”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“ถามเพื่อทำให้ถูก” เขาพูด
“ไม่ใช่ถามเพื่อเอาส่วนที่เขายังไม่ได้ให้”
“ใช่”
ตอนบ่าย เรนาเดินผ่านชั้นหนังสือด้านข้าง
นางเห็นโคมอำพันที่อีรินยกลงมาวางบนโต๊ะเตี้ยใกล้ทางเดิน
โคมนั้นยังไม่ถูกจุด
อยู่ห่างจากประตูพอสมควร
ไม่ชิดธรณี
ไม่วางขวางทางเดิน
เรนาไม่ได้ถามว่าทำไมโคมจึงย้ายมาอยู่ตรงนั้น
นางเพียงหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วหันไปหาอีริน
“โคมนี้จะใช้ตอนเย็นหรือ?” นางถาม
“ใช่”
“ข้าจะไม่ขยับมัน”
“ขอบใจ”
เรนาพยักหน้า
แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะของตนใกล้หน้าต่างฝั่งไกล
นางมีแก้วน้ำครึ่งใบ
ผ้าสีเทาพับอยู่ข้างแก้ว
หนังสือปิดเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ
ไม่มีสิ่งใดถูกเตรียมไว้สำหรับเด็กหลังประตู
อาเรียนั่งอยู่ที่โต๊ะอีกมุมหนึ่ง
ด้ายเงินเส้นหลวมยังทอดอยู่บนโต๊ะ
ปลายด้ายไหวเพียงเล็กน้อยตามลม
แต่ไม่เชื่อมกับสิ่งใด
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
แสงจากทางเดินด้านในเปลี่ยนมุมช้า ๆ
ไม่ใช่แสงใหม่
ไม่ใช่แสงที่เข้ามาหาเขา
เพียงแสงเดิม
ที่ขยับตามเวลาของมัน
เด็กผมขาวมองประตูไกล
“ประตูยังปิด” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่แสงบนพื้นเปลี่ยน”
“ใช่”
“มันเปลี่ยนได้ โดยประตูยังปิดอยู่”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มบาง ๆ
“ได้”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันในห้องสมุดถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นวางลงบนโต๊ะน้ำ
บนขนนกผลึก
บนกระดาษเปล่า
บนหนังสือสีเทาที่ปิดอยู่บนตักของอีริน
จากนั้น อีรินจึงจุดโคมเล็กที่วางใกล้ทางเดิน
เขาไม่ได้เดินไปถึงธรณีประตู
เขาวางโคมไว้ตรงที่ตกลงกัน
ห่างจากประตูพอให้มีพื้นว่างอยู่ระหว่างกัน
แสงอำพันจากโคมส่องเป็นวงนุ่มบนพื้นไม้
สิ้นสุดก่อนถึงธรณี
ไม่มีแสงใดลอดเข้าไปในห้องด้านใน
ไม่มีใครยืนข้างโคม
ไม่มีใครเฝ้ารออยู่ตรงนั้น
อีรินกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างหน้าต่าง
จากหลังประตู เสียงเด็กคนนั้นดังขึ้น
“จุดแล้วหรือ?”
“จุดแล้ว”
“มันอยู่ตรงเดิมที่เจ้าบอกไหม?”
“อยู่ตรงนั้น”
“เจ้าไม่ได้วางชิดประตู?”
“ไม่ได้”
“ไม่มีใครอยู่ข้างมัน?”
“ไม่มี”
เงียบไปพักหนึ่ง
“แสงมันเข้ามาในห้องหรือเปล่า?”
“ไม่” อีรินตอบ
“มันอยู่บนพื้นทางเดินด้านนอก”
“ดี”
อีรินไม่ได้ถามว่าเด็กคนนั้นมองเห็นแสงหรือไม่
ไม่ได้ถามว่าแสงทำให้เขารู้สึกอย่างไร
เพราะคำว่า “ดี” ในครั้งนี้ไม่ใช่บานประตูที่จำเป็นต้องเปิดต่อ
เด็กในผลึกมองวงแสงอำพันบนพื้นทางเดิน
“โคมสว่าง” เขาพูด
“แต่ไม่มีใครต้องออกไปหาแสงนั้น”
“ใช่”
“และไม่มีใครเอาแสงเข้าไปให้เขา”
“ใช่”
“มันอยู่ตรงกลางได้”
อีรินมองโคมดวงเล็ก
“ได้”
ในหน้ากระดาษภาพฝน มือข้างหนึ่งของเด็กใต้ฝนขยับเพียงเล็กน้อย
นิ้วโป้งยังห่างจากนิ้วชี้
แต่ปลายนิ้วชี้คลายออกนิดเดียว
ไม่เปิดทั้งหมด
ไม่ยื่นไปหาเส้นด้าย
ไม่แตะพื้น
เด็กผมขาวมองการเปลี่ยนแปลงนั้น
“นิ้วเขาคลายออกนิดหนึ่ง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เราต้องเรียกมันว่าอะไรไหม?”
ผู้เฝ้าคำถามส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้อง”
“แล้วเราพูดได้ไหมว่า นิ้วเขาคลายออกนิดหนึ่ง?”
“ได้”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
คืนนั้น กระดาษสองแผ่นยังลอยอยู่ใกล้กัน
ช่องว่างระหว่างพวกมันยังอยู่
ไม่ได้กลายเป็นทางเชื่อม
ไม่ได้กลายเป็นรอยแยกที่ต้องซ่อม
ในหน้ากระดาษภาพฝน
ประตูไกลยังปิด
เก้าอี้ไม้ยังหันเข้าหากำแพง
เส้นด้ายยังห่างจากรองเท้า
ใบไม้ยังมีขอบชื้น
และเด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่ในที่เดิม
ส่วนในห้องสมุด
โคมอำพันดวงเล็กยังส่องแสงอยู่บนพื้นทางเดินด้านนอก
มันไม่ได้เรียกใครออกมา
ไม่ได้ส่องเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้อนุญาต
ไม่ได้เป็นคำสัญญาว่าประตูจะเปิด
มันเพียงอยู่ตรงนั้น
สว่างพอให้รู้ว่ามันมีอยู่
โดยไม่ต้องขอให้ใครเดินเข้าหามัน
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย