30 ต.ค. เวลา 02:32 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 207: สิ่งที่ขอได้โดยไม่ต้องเดินออกมา

เช้าวันนั้น โคมอำพันยังตั้งอยู่ในทางเดินด้านนอก
มันไม่ได้สว่างแล้ว
ไส้ตะเกียงดับสนิทตั้งแต่ฟ้าสาง
เหลือเพียงกลิ่นอุ่นจาง ๆ ของน้ำมันตะเกียง
กับวงแสงที่เคยอยู่บนพื้นไม้เมื่อคืน
ประตูไม้เก่ายังคงเปิดอยู่
ด้านในยังไม่มีใครปรากฏให้เห็น
ไม่มีเงายืนที่ธรณี
ไม่มีเสียงเรียกในตอนเช้า
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างบานสูง
หนังสือสีเทาปิดอยู่บนตัก
มือทั้งสองพักบนปกหนังสืออย่างสบาย
บนโต๊ะเล็ก แก้วน้ำสองใบวางห่างกันเท่าเดิม
กาน้ำอยู่ด้านข้าง
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองยังวางราบบนกระดาษเปล่า
กระดาษสองแผ่นเหนือพื้นห้องสมุดยังลอยอยู่ใกล้กัน
แผ่นหนึ่งสูงกว่าอีกแผ่นเพียงเล็กน้อย
มีช่องว่างระหว่างขอบกระดาษ
แต่ไม่มีใครเรียกช่องว่างนั้นว่าเป็นปัญหา
เด็กในผลึกนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง
มือเงาถ่านวางอยู่บนเข่าข้างหนึ่ง
มือแสงทองวางอยู่บนอีกข้าง
แสงนั้นไม่ได้สว่างขึ้น
แต่ยังคงอยู่ชัดพอให้เห็นว่าไม่หายไปไหน
“เมื่อคืน เขาขอให้จุดโคม” เด็กในผลึกกล่าว
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้ววันนี้ โคมดับแล้ว”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองไปทางทางเดิน
“เจ้าควรถามไหมว่า คืนนี้เขายังอยากให้จุดอีกหรือเปล่า?”
อีรินมองโคมที่ดับอยู่
“ข้าถามได้” เขาตอบ
“แต่ข้าไม่อยากทำให้คำขอหนึ่งครั้งกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องยืนยันทุกวัน”
“ถ้าไม่ถาม แล้วคืนนี้ล่ะ?”
“เมื่อถึงเวลา ข้าอาจบอกเขาว่าโคมอยู่ตรงเดิม” อีรินกล่าว
“แล้วให้เขาเลือกว่าจะอยากให้จุดหรือไม่”
เด็กในผลึกพยักหน้าเบา ๆ
“โคมไม่ควรกลายเป็นคำถามที่ตามเขาไป”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังคงชื้นเย็น
ประตูไม้ซีดที่ปลายทางเดินยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงที่มีรอยฝน
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังพิงอยู่กับผนัง
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้
มือข้างหนึ่งพักบนเข่า
นิ้วชี้ที่เคยคลายออกเล็กน้อยยังอยู่ในท่านั้น
นิ้วโป้งห่างออกจากนิ้วชี้เพียงนิดเดียว
มืออีกข้างยังซ่อนอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
วันนี้เห็นเพียงปลายนิ้วสองนิ้วกับเงาจาง ๆ ของนิ้วที่สาม
เส้นด้ายสีอ่อนยังวางอยู่ใกล้รองเท้า
แต่ช่องว่างระหว่างกันยังชัดเจน
น้ำไหลตามรอยแตก
เลี้ยวผ่านก้อนกรวด
ผ่านเม็ดทราย
แล้วชะลออยู่ข้างขอบใบไม้ที่เริ่มชื้น
เด็กผมขาวมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“วันนี้ เห็นมือน้อยลงอีก” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำพยักหน้า
“ใช่”
“เรายังบอกได้ไหมว่า มืออยู่บนเข่า?”
นางมองผ่านชายผ้าคลุม
“เราบอกได้ว่า เราเห็นปลายนิ้วบางส่วนอยู่ตรงเข่า” นางตอบ
“ส่วนอื่น เราไม่เห็นชัด”
เด็กผมขาวคิดอยู่พักหนึ่ง
“แล้วถ้าเราไม่เห็นชัด เราไม่ต้องเติมส่วนที่หายไปเอง”
“ใช่”
ผู้เฝ้าคำถามกล่าวเสริมเบา ๆ
“บางครั้ง การไม่เติม คือการปล่อยให้สิ่งนั้นเป็นของมันเอง”
ช่วงสาย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“โคมเมื่อคืน…ยังอยู่ตรงนั้นหรือ?”
“ยังอยู่”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“มันยังไม่ถูกย้ายใช่ไหม?”
“ไม่ถูกย้าย”
“คืนนี้ เจ้าจะจุดมันหรือ?”
อีรินไม่ได้ตอบทันที
“เจ้าอยากให้จุดไหม?” เขาถาม
“อยาก”
“ได้”
เสียงข้างในเงียบลง
แต่ก่อนที่อีรินจะหันกลับไปทางหน้าต่าง เด็กคนนั้นก็พูดต่อ
“แต่คืนนี้…จุดให้สั้นกว่าคืนก่อน”
อีรินฟังอย่างตั้งใจ
“เจ้าหมายถึง ให้มันดับเร็วขึ้น?” เขาถาม
“ใช่”
“ประมาณเมื่อโคมอื่นในห้องสมุดดับไปครึ่งหนึ่ง?”
“ไม่” เสียงนั้นตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ก่อนหน้านั้น”
“เจ้าอยากให้ดับก่อนที่ห้องสมุดจะเงียบลงมาก?”
“ใช่”
“ได้” อีรินกล่าว
“คืนนี้ ข้าจะจุดโคม แล้วดับมันก่อนเวลาเดิม”
“และอย่าวางอะไรแทนมัน”
“ไม่วาง”
“อย่าให้ใครอยู่ตรงนั้น”
“ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น”
เงียบไปเล็กน้อย
“ขอบใจ” เด็กคนนั้นพูด
“ข้ารับฟัง”
เด็กในผลึกมองอีริน
“เขาขอให้แสงอยู่ไม่นานนัก” เขาพูด
“ใช่”
“และเจ้าก็ไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร”
“ไม่”
“แต่เจ้าถามเรื่องเวลา”
“เพราะข้าต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ตรงกับสิ่งที่เขาขอ”
เด็กในผลึกมองทางเดินอีกครั้ง
“เขาเลือกได้ทั้งให้มีแสง และให้แสงดับ”
“ใช่”
“โดยไม่ต้องออกมาบอกด้วยตัวเอง”
“ใช่”
ตอนบ่าย เรนาเดินผ่านโคมอำพันที่ดับอยู่
นางหยุดเพียงครู่หนึ่ง
แล้วใช้ผ้าสีเทาผืนเล็กเช็ดหยดน้ำที่พื้นข้างโคมอย่างระวัง
นางไม่ได้แตะต้องตัวโคม
ไม่ได้เลื่อนมัน
ไม่ได้มองเข้าไปในห้องด้านใน
เมื่อทำเสร็จ นางวางผ้าพับไว้บนโต๊ะของตนเอง
อาเรียมองตาม
“เจ้ารู้หรือว่าโคมนั้นวางไว้ทำไม?” นางถามเบา ๆ
เรนาส่ายหน้า
“ไม่รู้”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ควรขยับ?”
เรนามองโคมอีกครั้ง
“ข้าไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไร” นางตอบ
“แต่เห็นว่ามีคนวางมันไว้อย่างตั้งใจ”
“แค่นั้นก็พอจะไม่ย้ายมันแล้ว”
อาเรียพยักหน้า
ด้ายเงินบนโต๊ะของนางยังวางหลวม
ไม่เคลื่อนไปหาโคม
ไม่เคลื่อนไปหาประตู
ไม่พยายามเชื่อมสิ่งใดเข้าด้วยกัน
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันดวงอื่นในห้องสมุดค่อย ๆ ถูกจุด
แสงสีทองอ่อนสะท้อนบนแก้วน้ำ
บนผิวกาน้ำ
บนรอยซ่อมเล็ก ๆ ของขนนกผลึก
และบนกระดาษเปล่าที่ลอยต่ำใกล้พื้น
อีรินลุกจากเก้าอี้
เขาเดินไปยังโคมเล็กในทางเดิน
จุดไส้ตะเกียง
แล้วถอยกลับมา
โคมส่องแสงอยู่ห่างจากประตู
มีพื้นไม้สีเข้มว่างอยู่ระหว่างวงแสงกับธรณี
แสงนั้นไม่ลอดผ่านเข้าไปด้านใน
ไม่ได้สร้างทาง
ไม่ได้กดดันให้ใครก้าวออกมา
มันเพียงส่องอยู่ตรงที่ได้รับอนุญาตให้ส่อง
อีรินกลับมานั่งที่เดิม
จากหลังประตู เด็กคนนั้นถามขึ้น
“จุดแล้วหรือ?”
“จุดแล้ว”
“มันอยู่ตรงเดิมใช่ไหม?”
“อยู่ตรงเดิม”
“แสงยังไม่ถึงประตู?”
“ยังไม่ถึง”
“ดี”
ไม่มีใครพูดต่อทันที
ความเงียบในครั้งนี้ไม่ได้เหมือนการรอคำตอบ
มันเหมือนช่วงเวลาที่โคมได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว
โดยไม่ต้องถูกแปลความหมายเพิ่ม
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนขยับศีรษะเพียงเล็กน้อย
ไม่ใช่การหันไปหาประตู
ไม่ใช่การมองหาเก้าอี้
เพียงคางของเขายกขึ้นนิดเดียว
จนเห็นเส้นผมเปียกที่เคยปิดแก้มเลื่อนออกไปจากผิวหน้าเล็กน้อย
เด็กผมขาวมองเห็น
“วันนี้ เห็นแก้มเขามากขึ้นนิดหนึ่ง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“เราควรบอกไหมว่าเขากำลังจะเงยหน้า?”
ผู้เฝ้าคำถามส่ายหน้า
“เราบอกได้แค่ว่า ตอนนี้เราเห็นแก้มเขามากขึ้นนิดหนึ่ง”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“แค่นั้น”
“แค่นั้น”
ต่อมาไม่นาน ก่อนที่ห้องสมุดจะเงียบลงมาก อีรินลุกขึ้นอีกครั้ง
เขาเดินไปที่โคม
ยกที่ครอบขึ้น
แล้วเป่าไส้ตะเกียงให้ดับอย่างนุ่มนวล
แสงอำพันเล็ก ๆ หายไปจากพื้นไม้
แต่ทางเดินไม่ได้มืดสนิท
ยังมีแสงสีฟ้าเงินจากหน้าต่างไกล ๆ
และเงาอุ่นจากโคมอื่นในห้องสมุดที่มาไม่ถึงธรณี
อีรินกลับมานั่งที่เดิม
จากหลังประตู เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“ดับแล้วหรือ?”
“ดับแล้ว”
“เร็วกว่าคืนก่อน?”
“เร็วกว่าคืนก่อน”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ดี” เด็กคนนั้นกล่าว
อีรินไม่ถามว่าเด็กคนนั้นอยากให้โคมกลับมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่
ไม่ถามว่าความมืดที่กลับมาเหมาะสมหรือเปล่า
เขาเพียงตอบว่า
“ข้ารับฟัง”
คืนนั้น โคมอำพันยังอยู่ในทางเดิน
แต่ดับสนิทแล้ว
ไม่มีใครย้ายมันออก
ไม่มีใครวางสิ่งอื่นแทน
และไม่มีใครเฝ้าจุดที่มันวางอยู่
กระดาษสองแผ่นยังลอยอยู่เหนือพื้น
ยังห่างกันเพียงเล็กน้อย
ยังไม่แตะกัน
ในหน้ากระดาษภาพฝน
ประตูไกลยังปิด
เส้นด้ายยังห่างจากรองเท้า
ขอบใบไม้ยังชื้น
และเด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
แต่ผมเปียกข้างแก้มของเขา
เลื่อนออกไปเพียงเล็กน้อย
ไม่ใช่สัญญาณ
ไม่ใช่คำตอบ
ไม่ใช่คำสัญญา
เพียงเป็นสิ่งเล็ก ๆ
ที่เกิดขึ้นได้
เมื่อไม่มีใครรีบเรียกมัน
ให้กลายเป็นอย่างอื่น

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา