30 ต.ค. เวลา 02:47 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 209: สิ่งที่เลือกหยุดได้

เช้าวันนั้น หนังสือสีเทาวางปิดอยู่บนโต๊ะเล็ก
อีรินไม่ได้วางมันบนตักเหมือนทุกวันก่อน
เขาวางมันข้างกระดาษเปล่า
ห่างจากขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองเล็กน้อย
หน้าปกยังสนิท
ไม่มีที่คั่นหนังสือโผล่ออกมา
ไม่มีรอยว่าหน้าใดถูกเปิดค้างไว้
แก้วน้ำสองใบยังอยู่ห่างกัน
กาน้ำยังอยู่ด้านข้าง
และโคมอำพันในทางเดินยังคงดับ
มันตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม
ห่างจากประตูพอให้มีพื้นไม้โล่งอยู่ระหว่างกัน
ไม่มีใครย้ายมัน
ไม่มีใครวางสิ่งอื่นข้างมัน
ประตูไม้เก่ายังคงเปิดอยู่
ด้านในเงียบ
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างบานสูง
ม่านสีขาวเคลื่อนเพียงเล็กน้อย
หยดน้ำที่เหลือบนกระจกเริ่มแห้งจนกลายเป็นเส้นบางใส
กระดาษสองแผ่นยังลอยอยู่เหนือพื้นห้องสมุด
ใกล้กันพอให้เห็นกันชัด
แต่ยังมีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างขอบ
เด็กในผลึกนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
มือเงาถ่านพักบนเข่าข้างหนึ่ง
มือแสงทองพักอยู่อีกข้าง
แสงสีทองอ่อนนั้นนิ่งกว่าเมื่อคืน
ราวกับไม่จำเป็นต้องพยายามสว่างมากไปกว่าที่เป็น
“เมื่อคืน เขาบอกว่า ‘พอ’” เด็กในผลึกกล่าว
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าก็หยุดทันที”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองหนังสือสีเทาบนโต๊ะ
“ถ้าเจ้ากำลังอ่านเรื่องที่ยังไม่จบ” เขาถาม
“การหยุดตรงนั้นไม่ทำให้เรื่องขาดหรือ?”
อีรินมองหนังสือปิด
“เรื่องอาจยังไม่จบ” เขาตอบ
“แต่การอ่านของเราในคืนนั้นจบแล้ว”
“ต่างกันอย่างไร?”
“เรื่องอยู่ในหนังสือ” อีรินกล่าว
“แต่การฟัง เป็นสิ่งที่เกิดระหว่างเรา”
“ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าพอ การหยุดไม่ใช่การทำลายเรื่อง”
“มันคือการเคารพว่าเวลานั้นพอแล้ว”
เด็กในผลึกเงียบไป
“แล้วถ้าไม่รู้ว่า จะได้อ่านต่อไหม?”
“เราก็ยังไม่รู้” อีรินตอบ
“แต่เราไม่ต้องอ่านต่อเพื่อกันไม่ให้ความไม่รู้นั้นเกิดขึ้น”
เด็กในผลึกมองแสงนอกหน้าต่าง
“บางอย่างค้างอยู่ได้”
“ได้”
“โดยไม่ต้องรีบต่อให้จบ”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังเงียบ
ประตูไม้ซีดที่ปลายทางเดินยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงที่มีคราบฝน
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่างอยู่
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่หลังเก้าอี้ตัวนั้น
เส้นผมเปียกด้านหนึ่งยังเลื่อนออกจากแก้มเล็กน้อย
ทำให้เห็นผิวข้างแก้มเป็นแนวบาง
แต่ดวงตายังอยู่ในเงา
มือข้างหนึ่งพักบนเข่า
นิ้วโป้งยังห่างจากนิ้วชี้
ปลายนิ้วชี้ยังคลายอย่างอ่อนโยน
มืออีกข้างอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
วันนี้ เห็นปลายนิ้วเพียงสองนิ้วเหมือนเดิม
เงาของนิ้วที่สามยังอยู่ใต้ผ้า
แต่ไม่ชัดพอให้ใครพูดได้ว่ามันอยู่ในท่าใด
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
แต่ไม่แตะกัน
น้ำเส้นเล็กไหลตามรอยแตก
ผ่านใต้ด้าย
เลี้ยวหลบก้อนกรวด
แล้วไปถึงขอบใบไม้ที่ชื้นขึ้นทีละน้อย
ใบไม้ยังไม่ถูกพาไปไหน
เด็กผมขาวมองภาพอยู่พักหนึ่ง
“วันนี้ มันเหมือนเมื่อวานหลายอย่าง” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่เราไม่ควรพูดว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยน”
“ใช่”
“เพราะน้ำยังไหลอยู่”
“ใช่”
“แล้วเราไม่ต้องบอกว่า น้ำกำลังพาใบไม้ไป”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“เพราะตอนนี้ เรายังเห็นเพียงว่าน้ำไปถึงขอบใบไม้”
เด็กผมขาวมองอยู่อีกครู่หนึ่ง
“บางที การบอกแค่นั้นก็พอ”
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แค่นั้นก็พอ”
ช่วงสาย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“หนังสือยังอยู่บนโต๊ะหรือ?”
“อยู่”
“เจ้าไม่ได้เอามันกลับไปเก็บ?”
“ยังไม่ได้เก็บ”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“เมื่อคืน เจ้าอ่านถึงตรงไหน?”
อีรินคิดถึงหน้าสุดท้ายที่เปิดอ่าน
“ถึงตอนที่คนเดินทางหยุดเรือไว้ใกล้เกาะ” เขาตอบ
“เขาไม่ได้ขึ้นฝั่งในคืนนั้น”
“แล้วต่อจากนั้นล่ะ?”
“ข้ายังไม่ได้อ่าน”
“เจ้าไม่รู้จริง ๆ หรือ?”
“ไม่รู้จริง ๆ”
ด้านในเงียบลง
“ถ้าอ่านต่อ” เด็กคนนั้นถาม
“เขาจะขึ้นฝั่งไหม?”
อีรินมองหนังสือบนโต๊ะ
“เราอาจรู้ ถ้าอ่านต่อ” เขาตอบ
“แต่ตอนนี้ เรายังไม่รู้”
“แล้วคืนนี้ เจ้าจะอ่านต่อไหม?”
อีรินไม่ได้เปิดหนังสือ
“ถ้าเจ้าอยากให้ข้าอ่าน ข้าจะอ่านได้” เขากล่าว
“ถ้าเจ้ายังไม่อยากฟัง ข้าก็ไม่อ่าน”
“และถ้าเจ้ายังไม่รู้ เราไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้”
หลังประตูเงียบอยู่นาน
“ข้ายังไม่รู้” เด็กคนนั้นพูดในที่สุด
“ได้”
“แต่ข้าอยากให้หนังสืออยู่บนโต๊ะต่อ”
“ได้”
“ไม่ต้องเปิด”
“ไม่เปิด”
“แล้วคืนนี้ อย่าจุดโคม”
“ไม่จุด”
“และอย่าอ่านเองเงียบ ๆ”
อีรินฟังคำขอนั้นจนจบ
“ได้” เขาตอบ
“คืนนี้ หนังสือจะอยู่ปิดบนโต๊ะ”
“โคมจะดับอยู่ตรงเดิม”
“และข้าจะไม่อ่าน”
“ขอบใจ”
“ข้ารับฟัง”
เด็กในผลึกหันมองหนังสือสีเทา
“เขาอยากให้เรื่องหยุดอยู่ตรงเกาะ” เขาพูด
“เขาอาจอยากให้หนังสือปิดอยู่ตอนนี้” อีรินตอบ
“ส่วนเหตุผลของเขา เราไม่รู้”
“ข้าไม่ควรเรียกมันว่า เขากลัวตอนต่อไป”
“ไม่ควร”
“แม้ข้าจะคิดว่ามันอาจเป็นอย่างนั้น?”
“แม้เจ้าจะคิด”
เด็กในผลึกก้มมองมือของตัวเอง
“การไม่รู้ชื่อของสิ่งหนึ่ง” เขาพูด
“ไม่ใช่การไม่เห็นมัน”
“ใช่”
“แต่มันคือการไม่เอาชื่อของเราไปวางทับมัน”
อีรินพยักหน้า
“ใช่”
ตอนบ่าย เรนาเดินผ่านโต๊ะของอีริน
นางเห็นหนังสือสีเทาวางปิดอยู่
เห็นขนนกที่ยังไม่ได้ใช้
เห็นแก้วน้ำสองใบ
และเห็นโคมที่ดับอยู่ในทางเดินไกล
“วันนี้ เจ้าจะไม่อ่านหรือ?” นางถาม
“ไม่อ่าน”
เรนามองหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง
แล้วพยักหน้า
“งั้นข้าจะอ่านของข้าเบากว่าปกติ” นางกล่าว
“ถ้าเจ้าต้องการความเงียบมากขึ้น บอกข้าได้”
“ขอบใจ”
นางไม่ได้ถามว่าใครขอให้อีรินไม่อ่าน
ไม่ได้ถามว่าเรื่องในหนังสือเกี่ยวกับอะไร
ไม่ได้ถามว่าเด็กหลังประตูฟังอยู่หรือไม่
นางเพียงกลับไปที่หน้าต่างฝั่งไกล
เปิดหนังสือของตัวเองเพียงเล็กน้อย
แล้วอ่านเงียบ ๆ
อาเรียมองด้ายเงินที่วางอยู่บนโต๊ะ
วันนี้ ปลายด้ายด้านหนึ่งขดเป็นวงหลวมเล็กน้อย
แต่ไม่ได้พันเข้าหาตัวเอง
ไม่ได้เชื่อมกับประตู
ไม่ได้ยื่นไปหาหนังสือ
อาเรียไม่แก้มันให้ตรง
นางเพียงวางมือไว้ใกล้โต๊ะ
โดยไม่แตะด้าย
“มันเปลี่ยนท่าเองได้” เด็กในผลึกกล่าวหลังมองอยู่ครู่หนึ่ง
“ใช่” อาเรียตอบ
“แล้วเจ้าไม่ต้องทำให้มันกลับเป็นเส้นตรง”
“ไม่ต้อง”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันในห้องสมุดถูกจุดขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นตกลงบนพื้น
สะท้อนอยู่บนกาน้ำ
บนแก้วน้ำ
และบนกระดาษเปล่าที่วางใต้ขนนกผลึก
แต่โคมในทางเดินยังคงดับ
ไม่มีแสงส่องไปทางประตู
ไม่มีใครไปยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่มีหนังสือถูกเปิด
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
มือทั้งสองพักอยู่บนตัก
จากหลังประตู ไม่มีเสียงเรียก
ความเงียบยาวขึ้นช้า ๆ
เด็กในผลึกมองไปทางประตู
แต่ไม่ได้ขยับเก้าอี้
ไม่ได้เดินเข้าใกล้
ไม่ได้ถามว่าเด็กข้างในกำลังคิดอะไร
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้ไม้
น้ำยังไหล
ขอบใบไม้ยังชื้น
ประตูไกลยังปิด
และมือที่มองเห็นบางส่วนยังพักอยู่บนเข่า
ไม่มีใครพยายามทำให้ภาพนั้นเคลื่อนไหวต่อ
แล้วก่อนที่แสงนอกหน้าต่างจะจางลงหมด
เสียงจากหลังประตูก็ดังขึ้นเบามาก
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“คืนนี้ ข้าไม่อยากฟังต่อ”
“ได้”
“แต่…อย่าเอาหนังสือไปไหน”
“ข้าจะไม่เอาไปไหน”
“พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องถามว่าข้าจะฟังไหม”
อีรินนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้” เขาตอบ
“พรุ่งนี้ ข้าจะไม่ถาม”
“แล้วถ้าข้าอยากฟัง?”
“เจ้าบอกข้าได้”
“แค่เรียกชื่อเจ้า?”
“แค่เรียกชื่อข้าก็ได้”
ด้านในเงียบไป
แต่คราวนี้ ความเงียบไม่ได้เหมือนความว่าง
มันมีหนังสือปิดอยู่บนโต๊ะ
มีโคมที่ยังอยู่ตรงเดิม
มีเรื่องของคนเดินทางที่ยังไม่ขึ้นฝั่ง
และมีทางเลือกที่ยังไม่ถูกใช้
โดยไม่มีใครบังคับให้มันต้องหายไป
หรือรีบถูกเปิดออก
คืนนั้น กระดาษสองแผ่นยังลอยอยู่เหนือพื้น
ขอบของมันไม่แตะกัน
ช่องว่างระหว่างนั้นยังมีอยู่
แต่ก็ไม่ได้กว้างขึ้น
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนยังอยู่ที่เดิม
ประตูไกลยังปิด
เส้นด้ายยังห่างจากรองเท้า
ใบไม้ยังอยู่ข้างรอยแตก
และน้ำยังเคลื่อนไปตามทางของมัน
ส่วนในห้องสมุด
หนังสือสีเทายังวางปิดอยู่บนโต๊ะ
ไม่ได้ถูกเปิด
ไม่ได้ถูกเก็บ
ไม่ได้กลายเป็นคำถาม
เพียงรออยู่ตรงนั้น
ไม่ใช่เพื่อบอกว่าใครต้องกลับมา
แต่เพื่อบอกว่า
สิ่งที่หยุดไปแล้ว
ยังเลือกจะเริ่มใหม่ได้
เมื่อถึงเวลาที่มันอยากเริ่มเอง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา